เริ่มต้นด้วยเช้าวันใหม่ แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างของห้องนอนกระทบกับเปลือกตาของวรรณชัยที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียง
วันชัยรีบลุกขึ้นมาทันทีที่รู้ตัวว่าเช้าแล้ว จากนั้นก็เริ่มทำกิจวัตรในตอนเช้าอย่างล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากนั้นไม่นานนักสาวใช้คนหนึ่งก็เคาะประตูห้องของวรรณชัย
ก๊อกๆๆ ~
" นายน้อยเ้าคะอาหารเช้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ" สาวใช้เปิดประตูเข้ามา เห็นวรรณชัยกำลังนั่งเล่นอยู่บนเตียง
วรรณชัยลุกขึ้นจากเตียงเดินตามสาวใช้ลงไปชั้นล่าง ไปที่โต๊ะอาหารเมื่อเดินมาถึงเขาก็เห็นธิดากับพิรุณนั่งรออยู่แล้ว
" ลูกแม่เ้าตื่นแล้ว เ้าเป็อะไรหรือไม่ ? วันก่อนเ้าหลับไปทั้งวันเลย เห็นวันนี้เ้าตื่นแล้วแม่ก็เบาใจ.." ธิดาพูดพลางถอนหายใจโล่งอก ที่เห็นว่าลูกชายยังแข็งแรงดีอยู่
" หืม ? วันก่อน ?" คิ้วของวรรณชัยขมวดเข้าหากัน พลางมองไปทางธิดาถามว่านั่นเื่จริงเหรอ ?
" ใช่ เช้าของวันก่อนสาวใช้เข้าไปเรียกเ้าแล้วแต่เ้ากลับหลับลึกเป็อย่างมาก นี่แม่ถึงกับพาท่านหมอมาดูอาการของเ้าเลยนะ แต่ก็ยังดีที่แค่ว่าเ้าแค่เหนื่อย และยังมีอาการาเ็เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็อะไรมาก ท่านหมอบอกว่าให้เ้าพักสักวันสองวันก็หายดีแล้ว แม่ไม่คิดว่าเพียงแค่วันเดียวเ้าก็หายดีแล้ว"
ธิดาร่ายยาว ไม่เว้นช่องพูดให้วรรณชัยได้ตอบโต้เลย เหมือนเธอเก็บกดที่ไม่ได้คุยกับลูกชายตั้งหนึ่งวันเต็ม !
" อ๊ะ ! เ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นทำไม ? มาๆ มานั่งใกล้ๆแม่นี่ แม่จะตักของโปรดที่เ้าชอบทานให้เ้าเอง เ้าอาจจะจำไม่ได้ แต่เมื่อได้ลองเ้าก็จะชอบมันเอง" ธิดาเรียกให้วรรณชัยมานั่งข้างๆเธอ
ก่อนที่จะนำจานข้าวมาให้กับวรรณชัยพร้อมกับตักกับข้าวที่อยู่บนโต๊ะใส่จานข้าวให้กับเขา แต่เมื่อวรรณชัยเห็นหน้าตาของอาหารแล้วคิ้วของเขาก็ขมวดอีกครั้ง
" ทำไม่นี้เ้าขมวดคิ้วบ่อยนักล่ะ ? เครียดหรือ ? อย่าทำเช่นนี้บ่อยนัก เดี๋ยวจะเสียบุคลิกเอา ทำหน้าเครียดๆเช่นนี้เดี๋ยวหญิงสาวก็หนีหายกันหมดหรอก ~ "
เห็นลูกชายทำสีหน้าเคร่งเครียดผู้เป็แม่จึงอยากให้ลูกชายอารมณ์จึงแซวเื่ผู้หญิงออกไป
" นี่คืออ… ผัดกระเพรา ?" วรรณชัยชี้ไปที่กับข้าวที่ธิดาตักมาให้เขา เขาคิดว่าหน้าตาของมันคุ้นหน้าเขาเป็อย่างมาก เหมือนกับว่าเขาจะเคยเห็นเมนูอาหารนี้อยู่บ่อยๆ
" โอออ้ ~ นี่เ้าจำมันได้ด้วยหรือ !" สีหน้าของธิดาเผยแววความตื่นเต้นออกมาอย่างปิดไม่อยู่ เธอไม่คิดว่าลูกชายจะยังจำมันได้
" นี่แสดงว่าเมนูนี้มันติดอยู่ในจิติญญาของลูกเลยสินะ ! สมแล้วที่เ้าเป็ผู้คิดค้นมันขึ้นมาภรรยาข้า ! อาหารแสนอร่อยเช่นนี้สมควรแล้วที่จะจดจำไปถึงจิติญญา !"
พิรุณตอนแรกไม่มีช่องพูดก็ถือโอกาศนี้พูดออกมา
" ฮิๆ ท่านก็อย่าได้ชมข้ามากเกินไป อาหารนี้ข้าไม่ใช่คนที่คิดค้นมันขึ้นมา แต่เป็ข้าที่ไปเรียนรู้มันมาจากผู้อื่นต่างหาก…แต่รสชาติเช่นนี้ข้าเป็ผู้ปรับปรุงมันให้เข้ากับรสปากท่าน มันจึงได้อร่อยจนท่านและลูกชายติดกันมากขนาดนี้ไงล่ะ ! "
ธิดาไม่ได้ยอมรับคำชมของสามีตรงๆที่บอกเธอเป็คนคิดค้นเมนูนี้ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเื่รสชาติที่อร่อยจนถึงกับจดจำไปถึงจิติญญา ธิดากิ้มไม่หุบเลยเมื่อพูดถึงเื่นี้
" นี่ท่านแม่เป็คนทำ ? โห ~ ดูแล้วช่างน่าทานนัก " วรรณชัยพูดชมพอเป็พิธี จากนั้นก็ตักเข้าปากแล้วเคี้ยวด้วยสีหน้ามีความสุข แม้ความจริงแล้วเขาจะเบื่อเมนูอาหารนี้มากก็ตาม เพราะตอนที่อยู่โลกก่อนเขาก็กินมันบ่อยจนเอียนไปเลยเหมือนกัน
" นี่.." แต่เื่มันกลับพลิกผัน เมื่อวรรณชัยเคี้ยวและได้ลิ้มรสชาติของมันจริงๆมันกลับอร่อยมาก ! เรียกได้ว่ามันต่างจากผัดกระเพราที่เขาเคยกินมาเลย !
" ฮี่ๆ นี่เป็สูตรลับของแม่เลยนะ ไม่มีที่ใดแล้วที่จะทำได้ดีเท่ากับของแม่ในเวลานี้ เพราะแม่ได้ใส่สมุนไพรเวทมนตร์เข้าไปด้วย.." เห็นปฏิกิริยาของลูกชาย ธิดาก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ
วรรณชัยนั่งทานอาหารอยู่นาน เขาทานไปกว่า3-4จานเลยทีเดียว เพราะผัดกระเพราของผู้เป็แม่เรียกได้ว่ากินแล้วหยุดไม่ได้เลยจริงๆ จนเขาแอบคิดไปว่าผู้เป็แม่แอบใส่ใบห้าแฉกเข้าไป และไม่คิดว่าจะได้ทานของคุ้นเคยหลังมาที่ต่างโลกมาก่อน
หลังจากที่พูดคุยและทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว วรรณชัยก็ขอตัวไปห้องสมุดของเมือง ส่วนทางด้านธิดาเมื่อเห็นว่าลูกชายกำลังจะไปห้องสมุด เธอจึงเรียกสาวใช้คนหนึ่งมา ให้เป็คนนำทางวรรณชัยไปยังห้องสมุด
" หนูมณีมานี่เร็ว !" ไม่รู้ว่าสาวใช้คนนี้เดินผ่านทางเดินจากใกล้ๆั้แ่เมื่อไหร่ แต่ทันทีที่เธอผ่านทางเดินตรงมุมมา ธิดาก็เรียกเธอทันที ทั้งๆที่สาวใช้ก็มีอยู่ใกล้ๆแต่เธอก็ไม่เรียกสาวใช้เหล่านี้
" เ้าค่าา นายหญิงง ~" สาวใช้คนนั้นตอบกลับเสียงใส พลางค่อยๆเดินมาทางโต๊ะทานอาหาร
" !!!" เมื่อเห็นใบหน้าของสาวใช้ ร่างของวรรณชัยก็สั่นกระตุกไปเล็กน้อย มันเล็กน้อยจนไม่มีใครทันได้สังเกตเห็นเลย แต่มีหรือที่มณีนิลผู้ที่มีความเร็วถึง500หน่วยจะมองไม่เห็นสิ่งนี้
แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมัน เพราะเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมร่างของวรรณชัยถึงสั่นกระตุกเมื่อพบเธอเช่นนี้
" ท ท่านแม่ ไม่เป็ไรหรอก สาวใช้ทุกคนมีงานที่ต้องทำ ลูกว่าลูกไปเองน่าจะสะดวกกว่า" วรรณชัยพยายามปฏิเสธสาวใช้คนนี้อย่างสมบูรณ์ เขาไม่คิดว่าเธอจะยังใช้ตัวตนของสาวใช้อยู่อีก !
" ทำไมหรือ ? หรือว่าลูกรังเกียจเธอ ?" ธิดาที่เห็นท่าทางของวรรณชัยเธอก็ถามเสียวเศร้า
วรรณชัยที่เห็นการกระทำของผู้เป็แม่ เขาก็ได้แต่มองบนไม่สามารถตอบกลับไปได้
" เอ่อ.. นายหญิงดิฉันต้องขออภัยด้วยที่พูดแทรก แต่น่าจะเป็วันก่อนที่ดิฉันพานายน้อยหาห้องครัวนานไปเล็กน้อย นายจึงกังวลว่าดิฉันจะพาไปห้องสมุดไม่ได้ แต่ดิฉันต้องบอกตรงนี้เลยว่า ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานในคฤหาสน์นี้ได้ไม่นานนักจึงอาจมีหลงลืมไปบ้าง แต่กลับนอกคฤหาสน์นั้นนายน้อยเขื่อใจดิฉันได้เลย ! ว่าจะสามารถพานายน้อยไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วแน่นอน ! "
มณีนิลพูดจาเป็ต่อยหอย พูดคล่องเหมือนคิดคำเหล่านี้แล้วซ้อมมันมากว่า100ครั้งแล้ว เธอพูดได้ลื่นไหลมาก พลางยกกำปั้นขึ้นมาแล้วกำแน่นบ่งบอกให้เชื่อใจเธอได้
" ตายจริง มีเื่แบบนั้นเกิดขึ้นด้วยหรือ ?" ผู้เป็แม่ใช้มือปิดปากและอุทานออกมาเบาๆ พลางมองไปยังวรรณชัย วรรณชัยที่เห็นท่าทางของผู้เป็แม่เขาก็พยักหน้ารับ
" เช่นนั้นลูกยิ่งต้องให้หนูมณีไปเป็เพื่อนใหญ่เลย จะได้เป็การไถ่โทษเื่วันก่อนไงจ๊ะจริงไหม ?" รอยยิ้มของธิดายกขึ้นเหมือนเื่ทุกอย่างเป็ไปตามที่เธอ้าแล้ว
" ใช่แล้วเ้าควรให้หนูมณีไปเป็เพื่อนนะ เห็นว่าวันก่อนเ้าก็เกือบจะหลงทางในคฤหาสน์นี้แล้วนี่ ? ขนาดคฤหาสน์เ้ายังเกือบหลงเลย หากเป็ในเมือง เ้าคงไม่รอด เช่นนั้นให้หนูมณีนำทางนั่นแหละดีแล้ว"
ผู้เป็พ่อพูดสนับสนุนความคิดของภรรยาตนเองอย่างสุดใจ วรรณชัยที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่คิดในใจว่าช่างเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเลย !
วรรณขัยเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน " ถ ถ้าท่านแม่บอกเช่นนั้นลูกก็ไม่อาจปฏิเสธได้.."
วรรณชัยต้องฝืนตอบรับกลับไปพร้อมกับมุมปสกที่สั่นกระตุกไม่หยุด จะปฏิเสธความหวังดีของผู้เป็แม่ก็ไม่ได้ แถมยังมีผู้เป็พ่อออกหน้ามาขนาดนี้ แม้เขาจะกลับเธอแต่ก็ต้องจำใจ ดังนั้นเขาจึงหันไปพูดกับมณีนิล
" ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ" วรรณชัยผายมือส่งสัญญาณให้มณีนิลนำทางไป
มณีนิบก็เดินนำเขาไปยังห้องสมุดของเมือง ทันทีที่เขามาถึงวรรณชัยก็รีบเข้าไปในห้องสมุดทันที ก่อนจะบอกบรรณารักษ์ว่าเขา้าหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของโลกนี้
บรรณารักษ์ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า ก่อนจะเดินหายไปสักพัก ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับหนังสือกองใหญ่
" นายน้อย นี่คือหนังสือประวัติศาสตร์ของทวีปและโลกนี้เ้าค่ะ"
ปั้ง !
หนังสือกองใหญ่ถูกวางไว้ตรงหน้าของวรรณชัย เมื่อเขาเห็นกองหนังสือตรงหน้ามุมปากของเขาก็กระตุก หนังสือแต่ละเล่มนี่ไม่ใช่บางๆเลย ! แต่เขาก็ไม่ได้ท้อแท้ ยกทั้งกองหนังสือไปหาที่นั่งอ่าน แม้จะใช้เวลาหลายวันในการอ่านเขาก็ไม่หวั่น !!
และแล้วมหกรรมการอ่านหนังสือมาราธอนก็ได้เริ่มขึ้น วรรณชัยเข้ามาอ่านหนังสือั้แ่เช้าจรดเย็น จนถึงเวลาปิดทำการของห้องสมุด เขาทำแบบนี้วนไปมาเป็เวลาถึง5วัน ก่อนที่เขาจะสามารถสรุปใจความเนื้อหาเื่ราวคร่าวๆเกี่ยวกับทวีปและโลกใบนี้ได้
เื่ราวทั้งหมดมันเริ่มเมื่อ15,000ปีก่อน
ในยุคนั้นคือยุครุ่งเรืองของดาวดวงนี้เลยก็ว่าได้ พวกเขามีผู้กล้าระดับ์อยู่มากมายหลายคน ผู้บุกรุกที่คอยบุกรุกโลกใบนี้ต่างก็เป็ได้แค่ของเล่นให้กับผู้คนบนโลกนี้เท่านั้น
พวกผู้บุกรุกทำอะไรสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ พวกมันก็ทำได้เพียงแค่ส่งกองกำลังมาอย่างต่อเนื่องและบุกเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่ไม่ว่าจะยังไงพวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรดาวดวงนี้ได้เลย พวกมันกลับถูกบดขยี้จนแตกทัพไปทุกครั้ง
ถึงขั้นผู้กล้าระดับ์หลายคนบุกเข้าไปในประตูมิติและช่วยกันกวาดล้างพวกมันครั้งใหญ่ ทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลกับเื่ผู้บุกรุกไปอีกนาน แต่ถึงแม้จะเป็แบบนั้นเหล่าผู้บุกรุกต่างก็ไม่เคยหายไปเลย มันเหมือนมีพลังอันไร้ขีดจำกัดคอยเสกสร้างพวกมันออกมาจากความว่างเหล่า
เหล่าผู้คนบนดาวนี้จึงคิดแผนที่จะสามาาถทำลายล้างพวกผู้บุกรุก แต่เมื่อพวกเขากำลังจะทำการกวาดล้างครั้งใหญ่อีกครั้งน้้น มันก็เหมือนกับแหล่งพลังงานของพวกเขาถูกตัดขาดไป แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็สามารถกวาดล้างผู้บุกรุกครั้งใหญ่ได้สำเร็จ
หลังจากวันเวลาค่อยๆผ่านพ้นไป เหล่าผู้คนมากมายต่างก็เริ่มมีความแข็งแกร่งที่ลดลงไปโดยไม่ทราบสาเหตุ จากที่เคยมีผู้คนที่เคยไปถึงระดับผู้กล้า์ได้มากมาย ยิ่งเวลาล่วงเลยผู้ที่สามารถไปถึงระดับของผู้กล้า์ได้ก็ยิ่งน้อยลง น้อยลง
เมื่อเวลา 10ปีผ่านไปก็เหลือเพียง50 จากนั้นอีกร้อยปีก็มีเพียงหยิบมือเท่านั้น จนกระทั้งในปีที่200 คนของดาวดวงนี้ก็ไม่เคยมีใครฝ่าไปถึงระดับ์ได้อีกเลย และมันก็เป็เวลานั้นเองที่เหล่าผู้บุกรุกเริ่มที่จะกลับมาอีกครั้ง
ในตอนนั้นก็เกิดาครั้งใหญ่ขึ้น ผู้คนบนดาวนี้ยังคงสามารถจัดการกับเหล่าผู้บุกรุกได้อยู่ แต่เมื่อวันเวลาเริ่มผ่านไป ความแข็งแกร่งของผู้คนก็เริ่มลดหายไป จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึง1หมื่นปี
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดาวดวงนี้ก็ไปได้ถึงระดับแค่4เท่านั้น แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้ต่อเหล่าผู้บุกรุกมากมายหลายครั้งจนดวงดาวถูกพวกมันยึดครองไปก็ว่า9/10ส่วน
ถึงตอนนี้เหล่าผู้คนต่างก็มองไม่เห็นถึงความหวังเลย พวกเขาคิดว่าคงอีกไม่นานที่พวกเขาจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากพวกผู้บุกรุก หรือที่มันจะถูกเปลี่ยนชื่อเรียกในอีกไม่นานว่าอสูร เมื่อมีคนผู้หนึ่งที่สามารถคิดค้นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นจนสามารถต่อกรกับเหล่าอสูรได้ !
นั่นก็คือพลังแห่งสายเื ! พวกเขาได้สร้างสิ่งประดิษที่สามารถลอกเรียนแบบสายเืของอสูรขึ้นมาได้สำเร็จ และได้ใช้เครื่องนั้นคอยตัดลอกสายเลือกของอสูรและนำมันมาให้กับผู้คนได้เรียนรู้
โดยที่ในตอนนั้นพวกเขาได้แบ่งระดับของสิ่งมีบีวิตต่างๆของดาวดวงนี้ขึ้นใหม่ มันมีั้แ่ระดับGไปจนถึงระดับA และพวกเขาก็สามารถคัดลอกสายเืของอสูรระดับAมาได้หลายตัวเพื่อมาให้ผู้คนเรียนรู้ได้สำเร็จ ก่อนที่ผู้ใช้พลังในยุคก่อนจะหมดพลังและหายไปจนกลายมาเป็เพียงคนธรรมดาเหมือนดั่งทุกวันนี่้
ในยุคเริ่มแรกพวกที่สามารถเรียนรู้สายเืของอสูรระดับAได้นั้นถูดเรียกว่าเหล่าผู้พิทักษ์ พวกเขาแข็งแกร่งมากเรียกได้ว่าแข็งแกร่งเทียบเท่าเหล่าอสูรเลยก็ว่าได้ แต่พวกเขาก็ยังอ่อนแอกว่าอสูรในระดับเดียวกันอยู่ขั้นหนึ่ง
นั่นคือเื่ที่พวกเขามีสกิลน้อยกว่าอสูรอยู่ครึ่งหนึ่งนั่นเอง ต่างกับยุคก่อนหน้านี้ที่พวกเขาจะมีสกิลเท่ากับพวกอสูร และยังแข็งแกร่งกว่าอีกด้วย
แต่เื่ที่ดีก็คือพวกเขาสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นได้ต่างจากคนยุคก่อนที่พลังของพวกเขาจะถดถอยลงไปเรื่อยๆ นี่เองจึงเป็จุดเปลี่ยนของผู้คนบนดาวดวงนี้ให้สามารถกลับมาต่อต้านเหล่าอสูรได้อีกครั้ง
จากนั้นไม่นานคนยุดก่อนก็เสื่อมพลังลงจนหมด จนพวกเขากลายเป็เพียงพลเมืองธรรมดาของดาวดวงนี้ พวกเขาไม่สามารถฝึกฝนหรือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับคนเองได้อีกต่อไป
เหล่าผู้คนบนดาวกับอสูรก็ได้ทำาตรั้งใหญ่กันอีกครั้ง คราวนี้ผู้คนต่างก็เตรียมกำลังทั้งหมดเพื่อยึดพื้นที่ของพวกเขาคืนจากอสูร
ในศึกครั้งนั้นบอกได้เลยว่ากองทัพของทั้งสองฝ่ายต่างก็สูญเสียไปเป็จำนวนมาก ผู้คนบนดาวนั้นได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะพวกเขาสามารถทวงคืนดินแดนของพวกเขามาได้ถึง6/10ส่วนแล้ว !
แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ต้องแลกมันมาด้วยการสูญเสียเครื่องมือคัดลอกสายเืของอสูรไป และผู้คนที่มีความแข็งแกร่งอยู่ระดับAก็เหลืออยู่เพียง12คนเท่านั้น
ซึ่งหลังจากนั้นพวกระดับAทั้ง12จึงถูกเรียกว่า12เทพนักษัตร ผู้ปกครองทวีปทั้ง12ที่ยึดกลับมาจากเหล่าอสูรได้
จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ลูกหลานของพตอนที่ 26 จ้นวกเขาที่มีสายเืของเหล่าเทพนักษัตรก็ได้กลายเป็ผู้ปกครองทวีป หรือไม่ก็ผู้ปกครองตามเมืองต่างๆ เหมือนอย่างพิรุณ ซึ่งเขาเองก็มีสายเืของ1ใน12เทพนักษัตรไหลเวียนอยู่ในตัวเช่นกัน…