ไม่รู้ว่าเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปนานเท่าใดในที่สุดแรงกระตุกจากปลายเชือกก็หยุดลง
เ้านายคนใหม่พาสตรีในร่างสัตว์ปีกมาหยุดยืนอยู่หน้าสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่ง
มันเป็เรือนไม้ผุพังขนาดเล็กจิ๋วหลังคามุงแฝกบางเฉียบจนแทบจะมองเห็นทะลุท้องฟ้าสภาพโดยรวมดูคล้ายกับเพิงพักม้าชั่วคราวริมทางที่ไม่มีใครเหลียวแลเสียมากกว่าจะเป็ที่อยู่อาศัยของมนุษย์
เจียงลี่หยูกวาดตากลมสีดำขลับมองสภาพแวดล้อมอย่างปลงตก
'เอาล่ะเตรียมตัวสวดมนต์บทส่งิญญาได้เลย บ้านยากไร้ระดับนี้เครื่องปรุงคงมีแค่เกลือติดก้นไห...มื้อเย็นฉันคงได้ลงไปว่ายน้ำเล่นในหม้อต้มแกงจืดแจ๋วแหงๆ'
สวบ...
ผิดคาดหญิงชาวบ้านรูปร่างผอมโซไม่ได้เดินไปหยิบมีดปังตอหรือก่อฟืนตั้งหม้อน้ำนางเพียงแค่ย่อตัวลงมา ปลดปมเชือกป่านออกจากลำคอยาวระหงอย่างเบามือ
มือหยาบกร้านล้วงเข้าไปในตะกร้าไม้ไผ่หยิบเอาเศษผักป่าใบช้ำๆ เหี่ยวๆ กำหนึ่ง โยนแหมะลงบนพื้นดินตรงหน้าก้อนขนสีขาว
"ข้าไม่คิดจะกินเ้าหรอกนะ"
น้ำเสียงแหบพร่าของสตรีผู้หิวโซเอ่ยขึ้นลอยๆั์ตาเว้าลึกทอดมองห่านอ้วนด้วยแววตาอ่อนโยนผิดกับรูปลักษณ์ภายนอก
"องค์ชายห้าคือผู้มีพระคุณของบ้านข้า...พอข้าทราบข่าวเื่การย้ายจวนกะทันหันและมีการแจกจ่ายสัตว์จากตำหนักหยางซิ่นให้ชาวบ้านนำไปเลี้ยง ข้าจึงเร่งไปหวังเพียงอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของพระองค์ก็เท่านั้น"
เจียงลี่หยูที่กำลังจะอ้าจะงอยปากสับตีนวิ่งหนีชะงักค้างไปในทันที
ั์ตากลมบล็อกชะเง้อมองลอดผ่านประตูไม้ที่บานพับหลุดห้อยร่องแร่งเข้าไปภายในตัวเรือนซอมซ่อ
บนเตียงไม้กระดานแข็งๆมีร่างของเด็กหญิงตัวน้อยนอนซมอยู่ ใบหน้าของเด็กน้อยซีดเผือดลมหายใจรวยรินร่อแร่ประหนึ่งตะเกียงที่น้ำมันใกล้จะเหือดแห้งเต็มที
ทั้งบ้านหลังนี้ มีเพียงเด็กป่วยติดเตียง กับหญิงสาวที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ตายผู้เป็นายใหม่ของเธอเท่านั้น
ก้าบ...
เสียงร้องแ่เบาหลุดออกจากจะงอยปากสีส้มอดีตพนักงานออฟฟิศค่อยๆ ก้มหัวลงไปจิกเศษผักป่าเหี่ยวๆบนพื้นขึ้นมาเคี้ยวอย่างยากลำบาก
'โอเค...อย่างน้อยก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่ฉันไม่ต้องกลายสภาพเป็ห่านต้มเปื่อยในวันนี้'
ก้อนขนสีขาวกลืนผักขมปี๋ลงคอพลางทอดถอนใจให้กับโชคชะตาอันแสนบัดซบ
'แต่ดูจากสภาพความเป็อยู่ระดับอดมื้อกินสิบมื้อแบบนี้แล้ว...ไม่ต้องรอให้ใครมาเชือดหรอกอีกไม่กี่วันคงได้กอดคอกันอดตายยกครัวทั้งคนทั้งห่านนี่แหละ!'
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวหนึ่งเดือนเต็ม
เจียงลี่หยูเริ่มคุ้นชินกับกลิ่นอับชื้นและเรือนไม้ซอมซ่อหลังเล็กเท่าแมวดิ้นตายแห่งนี้เสียแล้วสตรีในร่างนกน้ำเฝ้ามองวิถีชีวิตอันแสนรันทดของเ้านายใหม่ทุกวี่วันด้วยความรู้สึกเอาใจช่วยอยู่ลึกๆ
ทุกเช้าตรู่ หญิงสาวรูปร่างผอมโซประหนึ่งไม้เสียบผีจะหอบหิ้วตะกร้าไม้ไผ่เก่าๆ เดินหายเข้าไปในป่ารกทึบ
ก่อนจะกลับมาพร้อมกับเศษผักป่าและใบหญ้าหน้าตาประหลาดที่หาได้ตามมีตามเกิด
พืชพรรณเหี่ยวเฉาส่วนหนึ่งถูกนำไปต้มจนกลายเป็น้ำซุปใสแจ๋วราวกับน้ำล้างตาเพื่อใช้ดื่มประทังชีวิตตนเองและป้อนให้บุตรสาว
ส่วนกากเดนผักใบช้ำที่เหลือ นางก็จะโยนแหมะลงบนพื้นดินเป็เสบียงต่อลมหายใจให้กับห่านอ้วน
ดังนั้น ในยามที่สตรีผู้เป็เสาหลักไม่อยู่บ้านหน้าที่เฝ้าเรือนจึงตกเป็ของเจียงลี่หยูโดยปริยาย
สวบ... สวบ...
ตีนผังผืดสีส้มแบนกว้างย่ำเตาะแตะเข้าไปใกล้เตียงไม้กระดานแข็งๆบนนั้นมีร่างของเด็กน้อยวัยราวแปดถึงเก้าหนาวนอนซมอยู่
ใบหน้าเล็กๆ นั้นซูบผอมจนแทบจะเห็นโครงกระดูกลมหายใจเข้าออกแ่เบารวยริน ประหนึ่งเส้นด้ายเปื่อยๆ ที่พร้อมจะขาดผึงได้ทุกเมื่อ
ั์ตากลมสีดำขลับจ้องมองเด็กน้อยด้วยความสงสารจับใจ
'เฮ้อ... เด็กวัยกำลังโตขนาดนี้ควรจะได้วิ่งเล่นซุกซนไล่จับตั๊กแตนอยู่กลางทุ่งสิไม่ใช่มานอนรอความตายติดเตียงเป็ผักต้มเปื่อยแบบนี้'
อดีตพนักงานออฟฟิศทอดถอนใจให้กับความบัดซบของโชคชะตา
กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่่บ่ายคล้อยในระหว่างที่กำลังยืนขาเดียวสัปหงกเบื่อๆ รอเ้านายกลับบ้าน
ติ๊ง!
จู่ๆหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าก็เด้งพรวดขึ้นมากลางอากาศบดบังทัศนียภาพของเรือนซอมซ่อไปจนหมดสิ้น
เจียงลี่หยูกะพริบตาปริบๆั์ตากลมบล็อกเบิกกว้างขึ้นเมื่อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ตัวอักษรเรืองแสงที่เคยเขียนเอาไว้ว่า 'สกิล: ช่องเก็บของ เลเวล 1' บัดนี้ตัวเลขด้านหลังได้แปรเปลี่ยนเป็'เลเวล 3' หน้าตาเฉย
จะงอยปากแบนกว้างสีส้มรีบขยับทดสอบทักษะที่เพิ่มขึ้นมาทันที
ห่านสาวก้มลงงับก้อนหินบนพื้นดินขึ้นมาแล้วสั่งเก็บเข้าไปในหน้าต่างสีฟ้า
วิ้ง!
รูปไอคอนก้อนหินปรากฏขึ้นในหน้าต่างโฮโลแกรมและเมื่อทดลองเก็บของชิ้นอื่นเพิ่มเธอก็พบว่าบัดนี้ระบบสามารถจุของได้เพิ่มขึ้นอีก... ถึงสองอย่างถ้วน!
ห่านขาวหรี่ตาประมวลผลตรรกะของระบบอย่างรวดเร็ว
'อ๋อ... เข้าใจล่ะ ที่แท้หลักการทำงานของมันก็คือการดองของสินะ!'
เจียงลี่หยูพยักหน้าผงกๆอย่างภาคภูมิใจในการวิเคราะห์ของตนเอง
'การที่ฉันยัดสร้อยคอัทองคำหมกทิ้งไว้ในช่องเก็บของนานเป็เดือนๆคงจะเป็การสะสมค่าประสบการณ์ความหมักหมม จนทำให้สกิลมันอัปเลเวลพุ่งขึ้นมาได้แน่ๆ'
เพื่อเป็การพิสูจน์สมมติฐานและหวังฟาร์มเลเวลให้ทะลุปรุโปร่งก้อนขนสีขาวจึงจัดการยัดสร้อยคอทองคำสลักลายักลับเข้าไปดองไว้ตามเดิม
พร้อมกันนั้นเธอก็ก้มลงคาบเอาก้อนหินกรวดแถวนั้นขึ้นมาอีกสักสองก้อนยัดทะนานเข้าไปในช่องเก็บของจนเต็มพิกัด
สตรีในร่างสัตว์ปีกยืนจ้องหน้าต่างโฮโลแกรมตาไม่กะพริบอยู่พักใหญ่เพื่อรอดูว่าตัวเลขเลเวลมันจะพุ่งพรวดขึ้นมาอีกหรือไม่
ทว่าทุกสรรพสิ่งในโลกหล้าย่อมต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะตัวเลขของสกิลช่องเก็บของยังคงนิ่งสนิท ไม่ขยับเขยื้อนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
แสงสีทองเรืองรองเริ่มฉาบทาบไปทั่วขอบฟ้าดวงตะวันกำลังจะลาลับทิ้งตัวลงสู่หลังพิงเขา
ห่านสาวหันหน้ามองออกไปนอกประตูเรือนที่บานพับหลุดรุ่ยเงาของต้นไม้ทอดยาวขึ้นเรื่อยๆ ทว่ากลับไร้ซึ่งวี่แววของเ้านายคนใหม่
'แปลกแฮะ...ป่านนี้แล้วทำไมแม่สาวโครงกระดูกนั่นยังไม่กลับมาอีกหรือว่ามัวแต่ไปงมหาเศษผักจนหลงป่าไปแล้วเนี่ย?'
ความกังวลเล็กๆเริ่มก่อตัวขึ้นในอกที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันท่ามกลางความเงียบสงัดของยามย่ำค่ำที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมเรือนผุพังอย่างช้าๆ