ร่างบอบบางยกมือขึ้นก่ายหน้าผากริมฝีปากบางแห้งผากเพราะพิษไข้ใบหน้างดงามยังคงซีดเผือดโมนาลืมตามอง เห็นเพียงแค่เพดาน ร่างกายยังอ่อนแรงอยู่ เสียงฝีเท้าดังแว่วมาแต่ไกลแต่เธอกลับไม่มีแรงพยุงกายลุกนั่งเลย
มือหนากำลูกบิดประตูเปิดเข้ามาซาฟมองคนป่วย เธอตื่นแล้ว... แต่เขาเพิ่งกลับมาจากห้องทำงาน ร่างสูงใหญ่นั่งลงบนเตียงกว้างแล้วใช้มือแตะหน้าผาก
“ไข้ลดลงแล้วเดี๋ยวแม่บ้านจะยกซุปมาให้ คุณทานเสร็จแล้วจะได้ทานยารู้ไหม?”
“ต้องทานยาด้วยเหรอคะ”เธอถามเขาเสียงแ่
“ไม่ทานแล้วคุณจะหายเหรอ”
“แต่ฉันไม่ชอบทานยา...”
“จะทานเองหรือให้ผมป้อนถ้าผมป้อนจะป้อนให้แบบพิเศษป้อนทางปากเอาไหม”
“ไม่ค่ะ”
“งั้นก็ทำตามที่ผมสั่งสัญญากับผมแล้วใช่ไหมว่าจะไม่ดื้อ”
โมนาเงยหน้ามองเขาพยักหน้ารับคำไม่นานซุปแสนอร่อยถูกวางอยู่ตรงหน้า หญิงสาวมองดูสักพักจนยอมตักเข้าปากแต่ไม่กี่คำจำต้องวางช้อนลง
“อิ่มแล้วเหรอ?”
“ค่ะ”
“งั้นทานยา”
ชายหนุ่มจัดการวางยาลงในมือโมนามองยา เม้มริมฝีปากเหมือนคนไม่ชอบใจ จนชายหนุ่มเริ่มรำคาญ
“ทานสิครับคุณหนูโมนา..”เขาเค้นเสียงหนัก
“คือว่า...ไม่ทานได้ไหม”เธอพยายามต่อรอง
“ทานซะจะได้หาย”
หญิงสาวจ้องมองยาด้วยความหนักใจไม่ชอบทานยาเม็ดเลยทานทีไรติดคอทุกที พยายามทานหลายครั้งก็ไม่ได้อย่างใจสักทีครั้งหนึ่งเคยติดคอจนสำลักน้ำตาไหล ั้แ่นั้นเธอตัดใจไม่ทานยาเม็ดอีกเลย
“มะ...ไม่ไหวหรอกค่ะฉันทานไม่ได้” หญิงสาวน้ำตาคอล
ซาฟถอนหายใจหนักคว้ายาในมือคนป่วยยัดเข้าปากตัวเองแล้วดื่มน้ำตามโมนามองเขาด้วยความใ จนกระทั่งอีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใช้มืออีกข้างรั้งท้ายทอยกดริมฝีปากทาบทับบนปากนุ่มเพื่อให้คนดื้อกินยาหญิงสาวตาเบิกกว้างด้วยความใ เธอจะร้องแต่กลับเป็ช่องทางให้ยาหายเข้าไปในช่องปากยาหายลงไปในลำคอ คนป่วยจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ
“แบบนี้ง่ายกว่าไหมหากยังดื้อผมจะป้อนยาให้คุณทุกวันจนกว่าคุณจะหาย”
“คุณฉวยโอกาสกับฉันอีกแล้ว”
“ผมแค่ป้อนยาคุณถ้าฉวยโอกาสมันไม่จบแค่นี้หรอกครับคุณหนูโมนา” เขาเน้นเสียงแล้วสั่งให้แม่บ้านจัดการเก็บถ้วยชามออกไปจากห้อง
“คุณจะนอนที่นี่เหรอคะ?”เธอถามเพราะเห็นเขากำลังเอนกายลงนอน
“ใช่”
คนสวยเลยนั่งมองชายหนุ่มสบตา ใบหน้าของโมนามีแต่ความไม่เข้าใจ คำถามหากยังจ้องเช่นนี้มีแต่จะอันตรายมากขึ้น เธอไม่รู้ตัวกระมังว่าตนเองเย้ายวนแค่ไหน
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“คือ...”เธออึกอัก “ฉัน...อยากอาบน้ำ”
ซาฟถอนหายใจปัญหากำลังเข้ามาแทรกอีกแล้วทำไมเธอถึงได้เื่เยอะนัก
“เช็ดตัวก็พออาบไม่ได้หรอกเดี๋ยวตัวร้อนขึ้นมาอีก” เขาปราม
“งั้นฉันขอไปเช็ดตัวในห้องน้ำสักครู่นะคะ”
“ให้ผมช่วยไหม?”
คนตัวเล็กชะงักแล้วรีบหลบสายตาเขาใครจะอยากให้มาวุ่นวายกับเธอกัน ก็มือเขาทำให้เธอร้อนวูบวาบแปลกๆ จะไม่ให้แตะต้องเด็ดขาด
“ไม่ต้องค่ะฉันจัดการเองได้”
สายตาของเขากำลังมองไปยังเพดานห้องเขากำลังคิด... หากตระกูลดีกาลโน่ต้องจบลงจะทำยังไง ทุกอย่างที่ทำเพื่อธุรกิจทั้งนั้นคนอย่างเขาไม่จำเป็ต้องแต่งกับผู้หญิงที่ไม่มีคุณสมบัติพอ นี่คือสิ่งที่ควรคิดไว้ในหัวสมองความสงสารไม่ใช่เื่ควรเอามาใส่ใจ เขาไม่ควรให้โมนามามีอิทธิพลต่อความนึกคิดอันเป็เหตุเป็ผลมาตลอดนี่เขากำลังเปลี่ยนไป เห็นทีต้องพยายามย้ำตัวเองบ่อยๆ เกี่ยวกับเื่นี้แล้ว
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังออกมาร่างบอบบางในชุดเสื้อผ้าใหม่เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอค่อยๆ ย่องมาที่เตียงแล้วชะเง้อมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่กำลังหายใจสม่ำเสมอเธอยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เอนกายลงนอนพร้อมกับสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับเขา
ซาฟขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบของตนเองเขาบ้าไปแล้ว! แค่นี้ก็รู้สึกมันผิดปกติชัดๆผู้หญิงไม่ได้มีอิทธิพลกับเขามากขนาดนั้น ไม่นานคนป่วยหลับลงเพราะฤทธิ์ยา แถมยังกอดก่ายเขาราวกับหมอนข้างซะอย่างนั้นชายหนุ่มรีบข่มตาตัวเองให้หลับไม่อย่างนั้นคงจับคนที่นอนข้างๆ มาเป็หมอนข้างแทน
ร่างสูงใหญ่นั่งอ่านเอกสารจึงจรดปากกาเซ็น เดวิชเปิดประตูก้าวมายืนก่อนยื่นซองเอกสารให้เ้านายเขารับมาอ่านกวาดตามองสีหน้าขรึมลงเล็กน้อย
“ไปสืบมาเพิ่มเติมแล้วก็จับตาดูพวกมันให้ดีหากมีอะไรเคลื่อนไหวรีบมาบอกฉัน”
“ครับ”
เดวิชก้าวออกจากห้องเ้าของห้องครุ่นคิดแล้วทอดสายตามองวิวนอกหน้าต่าง วิวของเมืองเวนิชตระกูลมัสสิโม่กำลังคิดการใหญ่ พวกมันคิดล้มล้างตระกูลดีกาลโน่โดยการส่งบุตรชายคนโตเข้ามาแต่งงานกับเวน่าบุตรสาวคนโตของดีกาลโน่ ปั่นหุ้นยักยอกเงินจากดีกาลโน่จนเกือบล้มละลายไม่มีใครสะกิดใจเลยสักคน จนกระทั่งเ้าหนี้ทั้งหลายเริ่มทวงถามถึงเงินที่กู้ยืมไป นาสคือผู้ชายคนนั้นเขาเป็บุตรชายคนโตของมัสสิโม่ หลังจากเกิดเื่นาสหายตัวทิ้งไว้แค่เพียงความวุ่นวายให้ดีกาลโน่จัดการนั้นคือสาเหตุของการกู้เงินในครั้งนี้
พวกมัสสิโม่มัน้าทำอะไรกันแน่เขาอยากจะรู้แล้วเหยื่อรายต่อไปของมันคือตระกูลไหนอีก มันกำลังเลือกตระกูลที่เป็พันธมิตรทางธุรกิจกับอัลเล็นโซ่ทั้งนั้นมันยังไม่ใหญ่พอที่จะล้มอัลเล็นโซ่ได้ มันถึงได้กินเล็กกินน้อยไม่เลือกหน้าแบบนี้ เห็นทีเขาจะต้องตัดไฟั้แ่ต้นลมให้เด็ดขาดเสียแล้ว
มือบางถือโทรศัพท์ไว้ในมือเธอลังเลเล็กน้อยเพราะไม่อยากโทรไปรบกวนบิดา กลัวว่าท่านเป็ห่วง แต่เธอแค่อยากมีคนพูดคุยด้วยเท่านั้นเอง... อยู่ที่นี่เธอเหงามากเหลือเกินเสียงโทรศัพท์ในคฤหาสน์ของดีกาลโน่ดังขึ้น เทียร่าผ่านมาพอดีเลยรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
“พี่เทียร่าเหรอคะ”
“ใช่”เทียร่ากัดฟันแน่นรู้ว่าปลายสายคือใคร
“โมนาเองค่ะพี่ขอสายพ่อหน่อยได้ไหม?”
“ฝันไปเถอะอยู่ที่นั้นสบายแล้วนี่ ไม่ต้องโทรมาหาพ่ออีก ออกไปจากที่นี่ก็ดีแล้ว อยู่ที่นี่ไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับตระกูลพ่อคงไม่อยากเอาแกไปออกหน้าออกตาหรอก ลูกเมียน้อยอย่างแกสมควรเป็นางบำเรอให้ตระกูลอัลเล็นโซ่อยู่แล้วยังไงซาฟก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับแกหรอก ยัยโง่!” เทียร่าด่าทอจนหอบหายใจรัวเธอสะใจ ต่อให้ทำร้ายน้องสาวนอกไส้ไม่ได้ แต่ทำให้มันเ็ปได้ก็นับว่าคุ้มโมนารักพ่อมากเจอคำพูดแบบนี้มีหวังคงร้องไห้ไม่หยุด
แกร็ก!
โทรศัพท์ถูกตัดสายไปแล้วโมนามองมันน้ำตาไหลริน พี่เทียร่าช่างใจร้ายนักทั้ งๆที่เราทั้งสองคนต่างก็มีเืพ่ออยู่เหมือนกันอย่างน้อยหากไม่เห็นเป็น้อง ก็ขอให้เห็นแก่ความเป็คนบ้าง ร่างบอบบางทรุดกายลงกับพื้นชันเข่าขึ้นซบหน้าสะอื้นไห้
ทั้งกลัวเสียใจ และเ็ป เธอคิดถึงพ่อ คิดถึงเ้าตูบ และคิดถึงทุกๆ คน ที่ดีกาลโน่มากเหลือเกิน
ซาฟลงจากรถหลังจากกลับจากทำงานคือนี้ตั้งใจพาโมนาออกงาน เธออยู่ที่นี่คงเหงามาก ชายหนุ่มก้าวขึ้นชั้นบนเห็นว่าที่เ้าสาวกำลังกอดเข่าสะอื้น ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าแล้วย่อกายลง
“โมนาคุณเป็อะไร” เขาเรียกชื่อแล้วถาม
มือบางรีบปาดน้ำตาออกแล้วช้อนสายตามองเขาเข้ามาเมื่อไหร่กันทำไมเธอไม่เห็นเลย นี่เขาเห็นหมดเลยใช่ไหมว่าเธอร้องไห้ แล้วซาฟจะช่วยพ่อหรือเปล่าไม่อยากให้เห็นเลย
“เปล่าค่ะไม่มีอะไร” คนตัวเล็กรีบปฏิเสธ “คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คืนนี้ผม้าให้คุณไปงานการกุศลกับผม..”เขาบอกเสียงเบาปรายสายตามอง ไม่รู้จะปลอบใจยังไง ไม่เคยแสดงความห่วงใยต่อเพศตรงข้ามเลยมันคงไม่จำเป็หรอก เขาไม่ได้มีเวลามากขนาดมานั่งดูแลผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่ง
“คุณจะพาฉันไปด้วยเหรอคะ”หญิงสาวรู้สึกไม่แน่ใจ
“ใช่”
“ฉันคิดว่ามันคงไม่เหมาะมั้งคะฉันไม่เคยไปงานพวกนี้เลย”
“ไม่เป็ไรคุณไปกับผมผมจัดการเอง”
สาวใช้นำชุดกลางคืนมามอบให้ตามคำสั่งชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องเพื่อให้ช่างแต่งหน้าจัดการทำให้เธอสวยและเหมาะสม ไปงานดินเนอร์การกุศลกับเขาในค่ำคืนนี้
ร่างบอบบางในชุดเดรสลูกไม้สีชมพูยาวไล่ระดับผมถูกดัดหยิกเป็ลอนประดับด้วยมงกุฎขนาดเล็กรองเท้าส้นสูงสีครีมมีโบว์ด้านหน้าประดับมุข สร้อยทองคำขาวจี้รูปดอกกุหลาบเข้าชุดกับสร้อยข้อมือสีเดียวกัน โมนามองตนเองในกระจกรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับสภาพตนเองในตอนนี้ ริมฝีปากสีโอรสเม้มสนิทไม่แน่ใจสักเท่าไหร่กับการไปงานครั้งนี้
“เสร็จแล้วค่ะคุณหนูลงไปได้เลยนะคะ คุณชายท่านรออยู่” สาวใช้บอก
เธอก้าวลงบันไดช้าๆเพราะความไม่เคยชิน การแต่งกายเช่นนี้ไม่ถนัดเอาเสียเลยเสียงฝีเท้ากระทบหินอ่อนดังใกล้เข้ามา เ้าของคฤหาสน์หันมองดวงตาเรียวคมหรี่ลงหัวใจเต้นหนักขึ้น ซาฟขมวดคิ้วเล็กน้อย
คืนนี้...โมนาสวยราวกับเ้าหญิงในนิทาน
เขาพยายามละสายตาแต่ไม่อาจทำได้มองภาพอันงดงามจนกระทั่งเ้าหญิงในนิทานลงมาหยุดต่อหน้าซาฟสูดหายใจเข้าปอดแล้วปรับสีหน้าปกติ เขาไม่พอใจตนเองที่พลั้งเผลออีกแล้ว
“ไปกันเถอะเดี๋ยวจะสาย” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ แม้ใจไม่ปกติก็ตาม
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีดำเดินนำโมนาเร่งฝีเท้าตาม น่าแปลกใจที่เขาไม่พูดอะไร คนขับรถเปิดประตูให้ซาฟนั่งก่อนจากนั้นจึงเป็เธอ รถออกตัวไปอย่างช้าๆ ใช้เวลาเพียงไม่นาน มาถึงงานการกุศลไฮโซตระกูลดังมากันอย่างหนาแน่นทีเดียว
งานนี้ไม่ใช่แค่มาอวดบารมีเท่านั้นแต่มีการจับคู่ผสม รวมถึงการพูดคุยธุรกิจความจริงอัลเล็นโซ่สามารถอยู่เมืองหลวงได้ แต่กลับย้ายมาที่เวนิชแทนเพราะวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรวมถึงความรู้สึกของมารดาซึ่งมีต่อเมื่องนี้
เพียงแค่รถของตระกูลอัลเล็นโซ่มาจอดเทียบทุกคนต่างหันมาจ้องมองกันเป็ตาเดียวด้วยความสนใจ สาวๆในงานทอดสายตามองพวกเธอหวังแค่เพียงได้เห็นหน้าบุตรชายทั้งสี่คนของตระกูลก็ยังดีโมนาก้าวลงจากรถตามเขา ทว่ายังกล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่ค่อยสันทัดซาฟอดไม่ได้จึงช่วยเหลือ
“มานี่ตามผมมา” เขาบอกแล้วยกแขนให้เธอควงเอาไว้
สามหนุ่มหล่อของตระกูลเดินนำพี่ชายเข้าไปด้านในงานโดยที่มีสาวๆ เดินล้อมหน้าล้อมหลังด้วยความอยากใกล้ชิดสนิทสนม ซาฟเหลือบมองคู่ตนเองบ่อยครั้งเกรงเธอกลัว เพราะไม่เคยออกไปไหน แขกสาวไฮโซเริ่มป้องปากซุบซิบสีหน้าบ่งบอกถึงความอิจฉา หากซาฟควงผู้หญิงหน้าตาขี้เหร่กว่าพวกเธอมันคงไม่เป็ปัญหาแต่กลับควงสาวสวยมางาน
เทียร่ากัดฟันแน่นด้วยความริษยา เห็นน้องสาวควงบุตรชายคนโตของตระกูลอัลเล็นโซ่เข้ามาในงานเธอจ้องมอง แล้วหันเหความสนใจไปที่น้องชายอีกสามคนซึ่งกำลังพูดคุยอยู่ร่างอวบอิ่มก้าวยาวไปหาทั้งสามทันที
“สวัสดีค่ะ” เธอทัก สามหนุ่มหันมอง
“ครับผม” เซย์ตอบ
เทียร่ายิ้มกริ่มเลือกไม่ถูกเลยไม่เป็ไรใครสักคนในสามก็เพียงพอแล้วสำหรับค่ำคืนนี้พวกเขาหล่อเหลาไม่แพ้พี่ชายคนโตเลย
“ฉันชื่อเทียร่านะคะเป็พี่สาวของโมนาว่าที่เ้าสาวของพี่ชายคุณไงคะ”
“แล้วยังไง!” เซ็ทย้อนถามเสียงแข็ง
“เปล่าค่ะฉันก็แค่อยากรู้จักพวกคุณไว้แค่นั้น”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผมไซน์ลูกชายคนที่สองครับ” เขาบอกแล้วยิ้มให้เธอ
“ผมเซย์น้องคนสุดท้องครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณนะคะ”
ไซน์หันไปมองเซ็ทน้องชายที่ยืนหน้านึงไม่สบอารมณ์อยู่ข้างๆดูเหมือนเซ็ทไม่ค่อยชอบเทียร่าสักเท่าไหร่ อย่างไรเธอก็เป็หุ้นส่วนของตระกูลแถมยังเป็พี่สาวพี่สะใภ้อีก ถือเป็การเสียมารยาท
“เซ็ท คุณเทียร่ามาทักทายนายจะหันหน้าหนีอยู่อย่างนั้นเหรอ”ไซน์เริ่มปรามน้อง
“ผมรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ดีพอแล้วล่ะครับพี่ไซน์และผมก็ไม่อยากรู้จักกับเธออีก”
เอาอีกแล้ว... ปากคอเลาะร้ายของเซ็ทเริ่มทำงานอีกแล้วไซน์สั่นศีรษะกับท่าทางของน้องชายด้วยความปวดหัว
“ผมขอโทษแทนน้องด้วยนะครับเ้าเซ็ทเป็แบบนี้แหละครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เทียร่าไม่ถือ” เทียร่าบอกปราบสายตามองมาที่เซ็ท
“ผมขอตัวก่อนนะพี่ไซน์” เซ็ทเดินแยกตัวออกจากวงสนทนาทันที
เซย์เดินตามพี่ชายคนที่สามเขาเห็นสีหน้าท่าทางของพี่ เลยทำให้รู้สึกกังวล บางทีพี่อาจเคยมีเื่บาดหมางกับผู้หญิงชื่อเทียร่า
“พี่เซ็ท”
“ว่าไง”
“พี่เป็อะไรหรือเปล่าทำไมถึงได้ไม่ชอบคุณเทียร่า” เซย์ถามเสียงเครียด
“เพราะผู้หญิงคนนั้นบังอาจก้าวล้ำเข้าไปในสุสานของแม่”
แววตาทั้งสองคนหม่นลงเมื่อนึกถึงแม่ของตนเองแม่ผู้เสียสละ เพื่อปกป้องลูกและยอมหลับใหลไปตลอดกาลเซย์นิ่งงันไปชั่วครู่แล้วถอนหายใจออกมา
“แต่ตอนนี้คุณเทียร่าเธอก็ไม่ได้อยู่ที่ตระกูลอัลเล็นโซ่แล้วนี่ครับพี่”
“อืมแต่พี่ก็ไม่อยากให้พี่ไซน์ไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นหรอกนะ”
“ทำไมล่ะครับ” เซย์ถามสีหน้ากังวล
“เพราะเทียร่าสลับตัวกับคุณโมนาเพื่อมาแต่งงานกับพี่ซาฟแล้วเซ็ทคิดว่าพี่ซาฟจะปล่อยผู้หญิงอย่างเทียร่าให้ลอยนวลเหรอสองคนนั้นคงไปถึงไหนแล้ว” เซ็ทระบายลมหายใจ “แถมยังไม่ยอมไปไหนจะเกาะติดน้องสาวอยู่ที่คฤหาสน์พี่ซาฟอีก เซย์มองไม่ออกเหรอว่าผู้หญิงแบบเทียร่าเป็คนแบบไหน”
เซย์คิดตามคำพูดพี่ชายแค่มองสายตาท่าทางก็พอรู้แล้วว่าเทียร่า้าอะไรดูท่าอยากจับใครสักคนในตระกูลเป็สามีแน่
“ผมเข้าใจแล้วครับพี่เซ็ท”