บทที่ 9 ที่นี่ยังมีคนที่เข้าใจภาษาฝรั่งเศสอีกเหรอ ?
"เอ่อ เธอชื่ออะไรเหรอ ?" สาวผมสั้นแนะนำตัวอย่างเป็กันเอง "ฉันชื่อ โจวเสวี่ย เพิ่งจบมัธยมปลายเหมือนกัน! เธออยู่แผนกไหนเหรอ ?"
"ฉันชื่อถังซีเหมียน อยู่แผนกข่าวน่ะ !" ถังซีเหมียนยิ้มแย้ม
"ฉันชื่อหลี่เฟยเฟิ่ง จบอนุปริญญา!" น้ำเสียงของหลี่เฟยเฟิ่งเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง สายตาก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
ส่วนสาวผมยาวอีกคนท่าทางดูอ่อนโยนกว่า "สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ หลิวเมิ่งเจีย จบปริญญาตรี" เธอมองไปที่หลี่เฟยเฟิ่ง "ต่อไปพวกเราก็จะเป็เพื่อนร่วมหอพักกันแล้ว ไม่ว่าจะจบวุฒิไหนสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตั้งใจทำงานนะคะ !"
"เธอกำลังสอนใครกัน ! แล้วทำท่าทางอะไรแบบนั้นน่ะ !" หลี่เฟยเฟิ่งตบโต๊ะ "ปริญญาตรีมันวิเศษวิโสตรงไหน !"
"ไม่ได้วิเศษอะไรหรอก แค่ตอนหางานจะได้งานเร็วกว่า เงินเดือนก็มากกว่าเธอ" หลิวเมิ่งเจียยิ้มอย่างสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความเ็า
ถังซีเหมียนคิดในใจว่าหลิวเมิ่งเจียคนนี้ดูท่าจะไม่ใช่คนธรรมดา บุคลิกสง่างามมากเลยทีเดียว !
ทุกคนไม่พูดอะไรอีก และต่างคนต่างยุ่งกับธุระของตัวเอง
คืนนั้นทุกคนนอนไม่ค่อยหลับกันสักเท่าไหร่
โชคดีที่พวกเธอต้องตื่นเช้าไปทำงาน จึงไม่มีปัญหาเื่การรบกวนการนอนของใคร
ถังซีเหมียนกินซาลาเปาพลางเดินมาถึงแผนกข่าว ตอนนี้เป็เวลาตีห้าครึ่งอีกครึ่งชั่วโมงก็จะเริ่มงานแล้ว
"เสี่ยวถัง นี่ต้นฉบับของเธอ ลองดูหน่อยสิ !" มีคนจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ถังซีเหมียนพยักหน้าพลางมองป้ายชื่อของอีกฝ่าย
"ขอบคุณค่ะพี่หลิน"
หลินหรูยิ้มอย่างอ่อนโยน "เธอเป็คนที่หัวหน้าซ่งให้ความสำคัญ สู้ ๆ นะ !"
"ค่ะ !" ถังซีเหมียนแกล้งทำท่าวันทยหัตถ์ เธอจิบน้ำแล้วเตรียมตัวเริ่มงาน
ั้แ่หกโมงถึงเจ็ดโมง เธอต้องนั่งอยู่ที่นี่หนึ่งชั่วโมงแล้ว
"สวัสดีผู้ฟังทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ข่าวภาคเช้าของวันนี้..."
ถังซีเหมียนตอนนี้อารมณ์ดีมาก ทำให้การทำงานภายในหนึ่งชั่วโมงนี้เป็ไปอย่างราบรื่น หลังจากรายงานข่าวเสร็จ เธอกลับมาที่สำนักงานเพื่อจัดเตรียมบทสำหรับวันพรุ่งนี้ และทำงานอื่นไปด้วยเท่าที่จะทำได้
ทันใดนั้น
"นี่มันมากเกินไปแล้ว !"
"บอกมาสิว่าแปลได้ไหม! ใครกันที่ทำข่าวแค่ข่าวในประเทศ สถานีวิทยุของเราก็เล็กพออยู่แล้ว !"
เสียงโต้เถียงทำให้ทุกคนหยุดมือจากงานที่กำลังทำ ไม่นานประตูแผนกข่าวต่างประเทศก็ถูกเปิดออก ชายผมเกรียนคนหนึ่งเดินก้าวฉับ ๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว
"ฉันก็ไม่อยากทำงานนี้หรอก! ฉันทำงานแปล แต่ได้เงินแค่เจ็ดสิบหยวน !"
หัวหน้าแผนกข่าวต่างประเทศโกรธจนกระแทกประตูปิดเสียงดัง "นายถูกไล่ออก !"
ชายผมเกรียนยืนนิ่งอยู่กับที่
หลี่เฟยเฟิ่งถามอย่างระมัดระวัง "หัวหน้า...ฉันขอดูหน่อยได้ไหมคะ ?"
แม้เธอจะไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่อย่างน้อยก็เป็วิธีที่จะทำให้หัวหน้าเห็นถึงความกระตือรือร้นของเธอ !
หัวหน้าแผนกข่าวต่างประเทศไม่ได้รีบ แต่ยื่นหนังสือพิมพ์ที่ยับยู่ยี่ให้เธอ "เธออ่านออกเหรอ ?"
หลี่เฟยเฟิ่งมองดูแล้วแทบจะเป็ลม "ภาษาฝรั่งเศส..."
"ใช่ มันเป็ข่าวของฝรั่งเศส ไม่ใช้ภาษาฝรั่งเศสจะใช้อะไรล่ะ ?" หัวหน้ามองปราดเดียวก็รู้ว่าเธออ่านไม่ออก จึงเตรียมจะเก็บกลับ
"เดี๋ยวค่ะ !" ถังซีเหมียนลุกขึ้นยืน "ฉันขอดูได้ไหมคะ ?"
"เธอจบแค่มัธยมปลายจะอ่านออกเหรอ ?" หลี่เฟยเฟิ่งดูถูกวุฒิการศึกษาของเธอ จึงไม่ได้สุภาพแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นก็ส่งหนังสือพิมพ์ให้อยู่ดี
มีคนอยากทำให้ตัวเองขายหน้า เธอก็ยินดีที่จะดูละครฉากนี้ !
ทุกคนต่างพากันเข้ามามุงดู
ภาษาอังกฤษพวกเขายังพอดูออก แต่ภาษาฝรั่งเศสนี่ยากจริง ๆ !
แม้แต่ชายผมเกรียนที่เคยบ่นว่าไม่ทำแล้วก็ยังเดินกลับมา เขายืนกอดอกมองถังซีเหมียน
"เธอเข้าใจเหรอ ?"
ในหนังสือพิมพ์มีคำแปลอยู่บ้างแล้ว แต่หลายส่วนไม่ถูกต้องและส่วนที่อ่านดูแล้วแปลก ๆ
"คุณ..." ถังซีเหมียนมองป้ายชื่อที่หน้าอกของชายผมเกรียน "คุณจ้าว คำแปลของคุณบางส่วนนั้นยังมีปัญหาอยู่ค่ะ อย่างเช่นประโยคนี้ ควรจะแปลว่า 'วิธีหลีกเลี่ยง การทิ้งยาลงถังขยะ' "
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของชายผมเกรียนก็เปลี่ยนไปในทันที
"ที่นี่ยังมีคนที่รู้ภาษาฝรั่งเศสด้วยเหรอ ?"
"ทำไมล่ะ ?"
"มันไม่ควรจะเป็แบบนั้น !"
"เธอจบแค่มัธยมปลายจริง ๆ เหรอ ?"
ถังซีเหมียนคิดวนเวียนอยู่ในใจ ชาติที่แล้วเธอตรากตรำเรียนทุกอย่าง กระหายที่จะเรียนรู้ทุกสิ่ง ภาษาหลัก ๆ ของประเทศสำคัญเธอเชี่ยวชาญเกือบทั้งหมด งั้น...ไปเป็ล่ามดีไหมนะ ?
"ส่วนที่เหลือเธอยังแปลได้อีกไหม ?" ชายหัวเกรียนตื่นเต้น "เธอสนใจจะมาอยู่แผนกข่าวต่างประเทศของพวกเราไหม ?!"
"ไม่ล่ะ ๆ ๆ !" ถังซีเหมียนยิ้มพลางโบกมือปฏิเสธ "แค่นี้ฉันช่วยได้ !"
เธอแปลเสร็จอย่างรวดเร็ว และยัดกระดาษใส่มือชายผมเกรียน "แค่อ่านหนังสือให้มากก็พอแล้ว ! ส่งให้หัวหน้าเถอะค่ะ !"
ชายผมเกรียนมองเธอด้วยแววตาเป็ประกาย และยิ้มให้เล็กน้อย "เอ่อ...เหมียนเหมียน ขอบคุณนะ !"
"เรียกฉันว่าเสี่ยวถังก็พอค่ะ !" ถังซีเหมียนยิ้มน้อย ๆ แล้วหมุนตัวนั่งลงเก้าอี้
ส่วนหลี่เฟยเฟิ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ซึ่งแกล้งหลับไปแล้ว
แต่สายตาของหลิวเมิ่งเจียกลับเป็ประกายขึ้นมา เธอขยับเข้ามาใกล้ แล้วเอ่ยถามเสียงเบา "เหมียนเหมียน! เก่งจังเลย! แถมเธอยังรู้ภาษาฝรั่งเศสอีกด้วย !"
ถังซีเหมียนยิ้มจนตาหยี "ฉันแค่ไปเรียนฆ่าเวลากับอาจารย์คนอื่นเล่น ๆ น่ะ ความจริงแล้วแค่อิจฉาที่นักแปลบางคนได้เจอชาวต่างชาติ ! แต่ตอนนี้ถือว่ามีประโยชน์แล้วแหละ !"
"งั้นเธอรับงานแปลไหม ?" หลิวเมิ่งเจียพูดเสียงเบา "น้าฉันมีช่องทางอยู่ เราแบ่งกันสามต่อเจ็ดเป็ยังไง ?"
ดวงตาของถังซีเหมียนเป็ประกายยิ่งกว่า "ได้สิ ! หนึ่งพันตัวอักษรตัวอักษรได้เท่าไหร่เหรอ ?"
"แปลเอกสารพวกนี้ หนึ่งพันตัวอักษรสิบหยวน !" หลิวเมิ่งเจียเริ่มอธิบาย "น้าฉันมีช่องทางไม่งั้นฉันก็เข้ามาไม่ได้ ! ก่อนหน้านี้ยังมีงานพากย์เสียงด้วย แต่ฉันทำไม่เป็ก็เลยไม่ได้ไป งานนั้นก็ได้เงินดีนะ แต่ว่ายากมากเลย"
ถังซีเหมียนพยักหน้าแสดงให้เห็นว่าเข้าใจ หลิวเมิ่งเจียมีเสียงไพเราะน่าฟัง เธอทำงานอยู่แผนกวิทยุเด็ก แต่โต๊ะทำงานยังอยู่ที่นี่
"ถ้าขาดนักพากย์เสียง เธอมาหาฉันได้นะ ที่บ้านฉันมีคนป่วยก็เลยอยากหาเงินเพิ่ม" ถังซีเหมียนยื่นมือออกไป "ขอบคุณนะเจียเจีย !"
หลิวเมิ่งเจียจับมือเธอ "ฉันก็แค่อยากได้ผลประโยชน์น่ะ"
ถังซีเหมียนพยักหน้า "เธอหาช่องทางให้ฉันก็แบ่งผลกำไรให้เธอ แค่นี้ก็สมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่เหรอ ?"
ถึงเวลาทำงานหลิวเมิ่งเจียแล้ว หลังจากที่เธอออกไป หลี่เฟยเฟิ่งถึงได้เงยหน้าขึ้น แต่ไม่คิดว่าพอเงยหน้าขึ้นจะเจอสบเข้ากับสายตาของถังซีเหมียน
"เธอจะทำอะไร ! ทำฉันใหมด !"
"เธอเองนั่นแหละที่รู้สึกผิด" ถังซีเหมียนหมุนตัวไปรินน้ำ
ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาทะเลาะกับคนแบบนี้หรอก รีบหาเงินต่างหากที่สำคัญกว่า !
หลิวเมิ่งเจียอาศัยอยู่ในเขตอำเภอ เธอทำงานได้รวดเร็วมาก วันพุธก็นำต้นฉบับทดลองมาให้ถังซีเหมียนแล้ว
ถังซีเหมียนไม่กล้าประมาท เธอทุ่มเทแปลอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง แก้ไขส่วนที่ไม่เหมาะสมบางจุด นับดูแล้วมีทั้งหมดสองพันเจ็ดร้อยกว่าตัวอักษร
บรรยากาศภายในห้องพักเงียบสงบ ถังซีเหมียนได้รับการยอมรับจากหัวหน้างาน การทำงานสองวันที่ผ่านมาราบรื่นไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย ไม่มีส่วนไหนที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม และที่สำคัญทุกคนไม่กล้าดูถูกเธออีกต่อไป
"ในที่สุดก็เสร็จสักที !" ถังซีเหมียนมองหลิวเมิ่งเจียที่กำลังกังวลอยู่ข้าง ๆ แล้วหัวเราะพรืด "ทำไมเธอถึงกังวลขนาดนี้ ? คนที่แปลคือฉัน ไม่ใช่เธอสักหน่อย"
"ก็กลัวว่าถ้าเธอแปลผิดแล้วจะไม่ได้เงินน่ะสิ" หลิวเมิ่งเจียพูดตามตรง
ความจริงแล้ว ต้นฉบับนี้เป็ฉบับทดลอง ถ้าน้าของหลิวเมิ่งเจียเห็นว่าเหมาะสม นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังจะมีต้นฉบับให้แปลต่อด้วย
ไม่เพียงแค่หลิวเมิ่งเจียเท่านั้น แม้แต่ตัวถังซีเหมียนเองก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน