แคว้นเพ่ยห้าเดือนต่อมา
การเดินทางที่ยาวนานนับห้าเดือนและอุปสรรคอันใหญ่หลวงได้ถูกจัดการลงจนถึงวันที่กลุ่มของเ้าหยางหลงถูกเชิญให้เข้ามาพักในวังหลวงแคว้นเพ่ย วันนี้รัชทายาทเ้าอี้หลิงและองค์ชายเ้าหยางหลงร่วมดื่มสุรากับฮ่องเต้เพ่ยหานหรงที่ตกลงปลงใจกับน้องสาวฝาแฝดผู้ชอบหาเื่ให้ตนเองบ่อยๆ จนถึงขั้นมอบตำแหน่งฮองเฮาให้แก่นาง
“พี่หานหรงช่างตัดสินใจรวดเร็วดียิ่ง” เป็รัชทายาทเอ่ยถามขึ้น
ผู้ถูกพาดพิงยิ้มน้อยๆ “หากพบเจอสตรีที่ทำให้ใจเต้นแรง เหตุใดต้องรอนานมิสู้บอกกับนางตรงๆคงจะดีกว่า ก่อนที่สุดท้ายนางจะตกไปเป็ของผู้อื่น” มองเ้าเฟิ่งเซียนที่เล่นกับพยัคฆ์ขาวด้วยแววตาอ่อนโยน
“ก็จริง” เ้าหยางหลงยกจอกสุราขึ้นดื่ม “ฝากพี่ดูแลนางด้วย นางอาจจะชอบเล่นซนแต่นางเป็สตรีที่จิตใจดีมาก”
“ข้ารู้ นางเป็คนมุ่งมั่นและจิตใจดี นั่นเป็อีกข้อที่ข้าปักใจรักนาง” ฮ่องเต้และสององค์ชายร่วมดื่มสุรายาวนานไปจนถึงยามซวี่ (20.00)
ก่อนเหล่าบุรุษจะเห็นพระสนมเสียนเฟยในชุดสีแดงดูเย้ายวนเดินนวยนาดมาใกล้ๆ แล้วเื่ราวทุกอย่างก็เริ่มบานปลายเมื่อเ้าหยางหลงเห็นสนมนางนั้นกล่าววาจาหาเื่ใส่ตัวและน้องสาวฝาแฝดของเขา ‘เ้าเฟิ่งเซียน’ เกิดปะทะคารมณ์กับสนมต่างแคว้น ถกเถียงกันอย่างไม่ใครยอมใครแต่ทางด้านฮ่องเต้เพ่ยหานหรงกลับให้ท้ายพระคู่หมั้นเ้าเฟิ่งเซียนจนออกนอกหน้า พระสนมเสียนเฟยผู้พ่ายแพ้จึงล่าถอยกลับไปและทำเื่โง่เง่าในวันต่อมา ‘คือการจ้างวานแม่มดหมอผีมาปัดรังควาน’ ภายในวังหลวง....และข่าวการปลดพระสนมเสียนเฟยก็แพร่หลายไปทั่วเมือง
๑------------------------------๑
กระท่อมปลายนา
เื่ราวการปลดสนมขั้นเฟยถึงหู แม่หมอเจียวจินผู้อยู่ในกระท่อมปลายนากับหลานสาวผู้มีผ้าปิดตาจากนายทหารผู้หนึ่งที่เดินทางมาเพื่อพาแม่หมอเข้าวังหลวง
“ฝ่าาจึงมีรับสั่งให้ข้าน้อยมาเชิญแม่หมอและคุณหนูเจียวเข้าเฝ้าก่อนที่วันพระราชสมภพจะมีขึ้นขอรับ”
“เช่นนั้นรอสักครู่” แม่หมอกลับเข้าไปเตรียมของร่วมหนึ่งเค่อพร้อมกับจูงมือหลานสาวตัวบางที่สูงพอๆกับแม่หมอแต่ไม่สามารถคาดเดาอายุได้ขึ้นรถม้าไป มีเอียนจื่อควบม้าติดตามไม่ห่าง
“ท่านยาย” เจียวหนิงอันร้องเรียก
“ว่าอย่างไร”
“ใจข้าเต้นกระหน่ำ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ” ยิ่งเข้าใกล้วังหลวงนางก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าจะมีเื่เกิดขึ้นแน่ๆ
“เช่นนั้นหรือ” แม่หมอเจียวจินได้แต่เพียงรับฟังและจับมือหลานสาวไว้อย่างปลอบโยน ยิ่งยามนี้นางและหลานสาวกำลังจะเดินทางเข้าสู่วังหลวง ที่หนิงอันใจเต้นแรง แม่หมอคิดว่าคงไม่พ้นเื่ที่เกี่ยวข้องกับสตรีในคำทำนายเป็แน่
สองยายหลานเดินทางร่วมหนึ่งชั่วยามจึงถึงที่หมาย สองข้างทางที่ผ่านเงียบสงบเพราะบ้านเมืองไร้ซึ่งา การปกครองภายใต้ปีกของเพ่ยหานหรงนับว่าดีเยี่ยมไม่มีที่ติ แต่ถ้าหลังจากวันพระราชสมภพอีกแปดวันข้างหน้าแม่หมอก็มิอาจจะคาดเดาได้..สตรีในคำทำนายเดินทางมาถึงแล้ว..แต่พระองค์จะรู้หรือไม่ก็เท่านั้นเอง
รถม้าจอดลงหน้าตำหนักจินเซ่อ(ของฮ่องเต้) เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานดังเข้ามากระทบหูของสตรีตาบอดบนรถม้า แม่หมอเจียวจินเดินลงจากมาพร้อมกับจูงมือหลานสาวเจียวหนิงอันที่ดูภายนอกคล้ายๆกับสตรีที่อายุเพียงสิบสามหนาวลงมายืนเคียงข้าง รอบๆดวงตายังคงถูกปิดด้วยผ้าสีขาว ใครหลายคนเข้าใจได้ไม่ยากว่าสตรีผู้นี้ ‘ตาบอด’
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา” แม่หมอย่อกายพร้อมกับหลานสาว
ฮ่องเต้เพ่ยหานหรงรีบเดินมาจูงแขนฝั่งสตรีชรา “มิต้องมากพิธี ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าให้กลับมาอยู่ในวังทั้งสองคนเหตุใดยังไม่มาอีก”
“ปลายนาอากาศดีต่อหนิงอันพระองค์ก็ทรงทราบนี่เพคะ” ตาฝ้าฟางของหมอชรามองทุกคนจนทั่วและหยุดลงที่ ‘จางซิงอี’ สตรีน่ารักและมีความแข็งแกร่งอยู่ในที ไม่ไกลกันมีบุรุษสูงศักดิ์อีกสองคนคาดว่าน่าจะเป็องค์ชายจากต่างแคว้น
“ข้ารู้” พระองค์พยักหน้าจูงสตรีชราและสตรีตาบอดมานั่งข้างๆก่อนจะแนะนำ “นี่คือรัชทายาทเ้าอี้หลิง องค์ชายเ้าหยางหลงและคุณหนูจางซิงอีบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเ้า” ฮ่องเต้ยังกล่าวแนะนำกับแขกต่างแคว้นต่อ “นี่คือท่านยายเจียวจินและหลานสาวเจียวหนิงอัน ท่านยายคือผู้ทำนายดวงชะตาของแคว้นเพ่ย”
แม่หมอมองใบหน้าของจางซิงอีอีกครั้ง มือของหลานสาวตาบอดจับแขนท่านยายของตัวเองบีบจนแน่น “หนิงอัน”
“ท่านยายข้าใจเต้นแรง” เจียวหนิงอันหันมองรอบกายหาต้นเหตุ… “สตรีผู้นั้นอยู่ที่นี่” นางกล่าวเพียงเท่านั้นพร้อมกับสอดส่ายสายตาไปจนทั่วราวกับตัวเองมองเห็นก่อนจะกล่าวคำเหลือเชื่อออกมาต่อหน้าทุกคน ภาพฮ่องเต้ทรงประชวรเกิดขึ้นมาในสำนึก “ชะตาไวกว่ากำหนดพระองค์ต้องสมรสก่อนวันพระราชสมภพมิเช่นนั้น…”
“อ่ะ!!!” จู่ๆฮ่องเต้เพ่ยหานหรงก็มีอาการปวดตรงหัวใจก่อนที่พระโลหิตจะไหลซึมออกมาจากจมูก “อึ่ก!” พระวรกายแกร่งหน้ามืดและล้มลงหมดสติไปในทันทีสร้างความใให้แก่ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น
“ฝ่าา!!!” แม่หมอเจียวจินร้องอย่างใกับสิ่งไม่คาดคิด
“พี่หานหรง!!” รัชทายาทเ้าอี้หลิง
“????” จางซิงอีบุตรสาวแม่ทัพต่างแคว้น
“_” เ้าหยางหลงมิได้มองฮ่องเต้เพราะองครักษ์มากมายแบกพระวรกายสูงใหญ่เข้าไปในตำหนักและตามหมอหลวงมาดูพระอาการ แล้ว สถานการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นร่วมหนึ่งเค่อ…แต่เป็หนึ่งเค่อที่เ้าหยางหลงมองเพียงสตรีตาบอดตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตา สตรีตัวเล็กเดินมานั่งนิ่งๆ ไม่กล่าวคำใดอีก “จะขึ้นไปบนตำหนักหรือไม่?” เขาถามสตรีตาบอดตรงหน้า
“ไม่เ้าค่ะ”
“เ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าพี่หานหรงต้องสมรสก่อนเวลา” เ้าหยางหลงไม่เข้าใจความหมายที่นางว่าและเหตุใดฮ่องเต้ถึงล้มลงไปเช่นนั้นได้...แล้วสตรีนางนี้คือผู้ใด? แม่หมอเหมือนท่านยายรึ?
“ฮ่องเต้ของแคว้นเราเพ่ยหานหรงจะมีเคราะห์หนักเมื่อพระชนมายุครบยี่สิบห้าชันษา ตามดวงชะตาพระองค์จะต้องสมรสกับสตรีที่เป็เนื้อคู่ในชาติก่อนและแต่งตั้งนางเป็ฮองเฮา สตรีนางนั้นงดงามล่มเมือง กิริยาคล้ายคลึงบุรุษและเกิดเวลาเดียวกันกับบุรุษ เป็สตรีที่มิเหมือนสตรี ชะตาของนางจะคอยค้ำยันพลังธาตุและเคราะห์กรรมหนักได้” นางมองตรงไปยังบุรุษคมคายอ่อนเยาว์ตรงหน้าราวกับว่าทั้งคู่สบตากันจริงๆ
“ชะตาของนางจะคอยค้ำยันพลังธาตุและเคราะห์กรรมหนักได้”
“แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าคือสตรีนางใด”
“ข้าไม่รู้ ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับพระองค์ แต่หากเลือกผิด ..แคว้นอาจประสบเหตุภัยพิบัติจนล่มสลายแต่หากเลือกถูก..เคราะห์ร้ายทั้งหมดจะถูกปัดเป่าอย่างรวดเร็ว” และนางรู้ว่าพระองค์จะเลือกถูก
“_” ใจของเ้าหยางหลงเต้นแรงกับสิ่งที่สตรีตาบอดตรงหน้ากล่าวขึ้น ‘แคว้นล่มสลายเลยรึ’ นี่มิใช่เื่ล้อเล่นแล้วจะบอกว่าเขาไม่เชื่อก็คงจะไม่ถูกต้องเพราะเพียงแค่นางเอ่ยทักขึ้นมาฮ่องเต้ถึงกับหมดสติไป จะกล่าวหาว่านางใช้เล่ห์เหลี่ยมอันใดก็มิอาจกล่าวได้เพราะนางเป็เพียงสตรีที่ตาบอด...พลันในใจเริ่มตระหนักว่าสตรีนางนั้นจะเป็เฟิ่งเอ๋อร์หรือไม่ นั่นคือเื่ที่พี่ชายฝาแฝดเช่นเขามิอาจคาดเดาได้ แต่ถ้าหากมิใช่เล่า? ‘แคว้นทั้งแคว้นล่มเชียวนะ’
จู่ๆ เจียวหนิงอันก็ใจเต้นอีกครั้ง นางหันมองซ้ายขวาอย่างลนลานตื่นตัว “สตรีนางนั้นมาแล้ว..มาใกล้ๆแล้ว!!” ยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่เต้นกระหน่ำ ‘มีพยัคฆ์ติดตามนางมา..’