ใบหน้าของอวิ๋นจื่อภายใต้แสงไฟดูคล้ายกับซูฮองเฮามาก
ส่วนใบหน้าของซูเจินก็คล้ายคลึงกับมารดาถึงสามส่วน
ทั้งสองต่างนึกถึงช่วงเวลาในอดีต
จู่ๆซูเจินก็รู้สึกสะเทือนใจและกล่าวว่า “ไม่รู้ว่ามารดาของข้ากับมารดาของเจ้าเคยพบเจอกับช่วงเวลาแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?”
อวิ๋นจื่อเงยหน้าขึ้นทันที“เสด็จแม่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับข้าเลย”
ซูเจินยิ้มอย่างเย็นชา“ซูฮองเฮาย่อมต้องมีความลับของตนเองบ้าง ไม่เช่นนั้นเหตุใดนางซึ่งควรจะเป็นอ๋องเฟยจึงกลายมาเป็นไท่จือเฟยได้ล่ะ?ยังมีหลายอย่างที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ไม่พูดถึงไม่ได้หมายความว่าไม่เคยทำ”
อวิ๋นจื่อกระซิบ“บางทีเจ้าอาจพูดถูก ข้ารู้เรื่องในอดีตน้อยมากจริงๆ”
จู่ๆ ซูเจินก็กล่าวว่า “ย้อนกลับไปในตอนนั้นท่านลุงอวิ๋นเซียวและซูว่านหรูเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดของเทพธิดาอวี้เหอ จากนั้นพวกเขาก็บังเอิญหลงเข้าไปในภูเขาชิงเฉิงและได้รับความเอ็นดูจากเจ้าสำนักคนก่อนพวกเขาจึงกลายเป็นศิษย์ของสำนักชิงซาน นี่เองที่ทำให้ท่านแม่ของข้าได้พบกับทั้งสองคนส่วนโจวกุ้ยเฟยได้พบกับพวกเขาตั้งแต่ยังเด็กตอนที่นางเรียนวิชากระบี่ที่สำนักชิงซาน พวกเขาจึงมีมิตรภาพที่ลึกซึ้งต่อกัน เรื่องที่ว่าโจวกุ้ยเฟยหลงรักท่านลุงอวิ๋นเซียวมาโดยตลอดเป็นที่รู้กันดีในสำนักชิงซาน ต่อมาราชสำนักเกิดความเปลี่ยนแปลง ท่านลุงอวิ๋นเซียวสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันซูว่านหรูกลายมาเป็นฮองเฮา หลังจากนั้นโจวยี่ก็ได้เป็นโจวกุ้ยเฟย”
นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพและรักๆใคร่ๆ ที่กินเวลานานหลายสิบปี แต่ซูเจินกลับเล่าจบในอึดใจเดียว
ค่ำคืนนี้นับว่าเงียบสงบมาก
แสงไฟส่องกระทบใบหน้างาม
หลังจากอวิ๋นจื่อฟังจบนางกล่าวเบาๆ ว่า “เหตุใดข้ารู้สึกเหมือนกำลังฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของบุคคลนั้นจริงๆ? เจ้ารู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?”
ซูเจินกล่าวเบาๆ “ท่านลุงอวิ๋นเซียวเป็นคนบอกข้า”
“แล้วเขาบอกอะไรเจ้าอีก?”หญิงสาวถาม
ซูเจินมองเข้าไปในดวงตาของนางและกล่าวว่า“อวิ๋นจื่อ ข้ารู้ว่าเจ้าอาจรับไม่ได้ แต่โปรดเชื่อข้าเถอะว่าทั้งหมดนี้เป็นความจริง”
อวิ๋นจื่อกล่าวว่า “ข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าอะไรจริงหรือเท็จตอนนี้คนที่เจ้าพูดถึงส่วนใหญ่ล้วนไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นจริงหรือเท็จย่อมไม่มีความหมายข้ายอมรับได้ทั้งนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเจินก็กล่าวว่า“อันที่จริงท่านแม่ของข้าถูกสังหาร”
หญิงสาวพยายามระมัดระวังคำพูดมากขึ้นนางกล่าวว่า “ข้าเสียใจด้วย”
หางตาของซูเจินมีร่องรอยของความขบขัน“นางถูกเจ้าสำนักคนก่อนสังหาร”
“เหตุใดเจ้าสำนักคนก่อนถึงสังหารนาง?”
น้ำเสียงของซูเจินเย็นชา“เพราะท่านแม่รู้ว่าจูเหยาเป็นบุตรนอกสมรสของเขา”
อวิ๋นจื่อไม่รู้จะกล่าวอะไรจึงได้แต่เงียบจากนั้นนางก็หยิบขลุ่ยออกมาจากแขนเสื้อแล้วกล่าวว่า
“ให้ข้าเป่าเพลงเมฆหมอกเหนือลำน้ำเซียวเซียงให้เจ้าฟังดีหรือไม่?”
อวิ๋นจื่อไม่รอฟังคำตอบของซูเจินนางเริ่มเป่าขลุ่ยทันที
เมื่อเสียงเพลงจบลงซูเจินก็กล่าวว่า“เจ้าอย่าทำเช่นนี้อีก อย่าได้เป่าเพลงนี้ตามอำเภอใจ”
อวิ๋นจื่อเก็บขลุ่ยอย่างมีความสุขและกล่าวว่า“ข้ารู้”
ซูเจินกล่าวว่า “ทักษะการเป่าขลุ่ยของเจ้าแย่เกินไปไม่ถึงหนึ่งในสามของท่านลุงอวิ๋นเซียวด้วยซ้ำ”
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย “ถ้าเทียบกับเจ้าแล้วเป็นอย่างไร?”
ซูเจินกล่าวว่า “แน่นอนว่าไม่ดีเท่าข้าท่านลุงอวิ๋นเซียวเป็นอาจารย์ของข้า”
หญิงสาวยื่นขลุ่ยให้ซูเจินและกล่าวว่า“ในเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าเก่งกว่าข้า เจ้าก็ลองเป่าดูสักเพลง จะให้ข้าเชื่อคำพูดลอยๆของเจ้าได้อย่างไร”
ซูเจินไม่ได้กล่าวอะไรแต่หยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่า
อวิ๋นจื่อตั้งใจฟัง
ซูเจินเป่าเพลงเมฆหมอกเหนือลำน้ำเซียวเซียงแต่มันกลับฟังดูต่างออกไป
จู่ๆ อวิ๋นจื่อก็สงสัยในฝีมือของตนเอง
นางใช้เวลาฝึกฝนเพลงนี้เกือบสิบปี
ส่วนซูเจินแก่กว่านางไม่กี่ปีแล้วเขาเป่าได้ดีขนาดนี้ได้อย่างไร?
ไม่นานซูเจินก็เป่าจบ
หญิงสาวถามเสียงต่ำ “เจ้าฝึกฝนเพลงนี้มากี่ปีแล้ว?”
ซูเจินยิ้ม“อย่างน้อยก็ยี่สิบปี ข้าใช้เวลาฝึกฝนนานกว่าเจ้ามาก”
“อันที่จริงบางครั้งข้าก็อิจฉาเจ้าไม่น้อยเลย”ซูเจินกล่าวต่อ “ท่านลุงอวิ๋นเซียวทำเพื่อเจ้าหลายอย่าง บางอย่างอาจเป็นสิ่งที่เจ้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน”
อวิ๋นจื่อมีท่าทางประหลาดใจ“ส่วนข้าก็อิจฉาเจ้าเช่นกัน การที่เจ้าได้ใกล้ชิดกับเสด็จอาเช่นนี้ย่อมหมายความว่าเขาต้องปฏิบัติต่อเจ้าเป็นอย่างดีช่วงเวลานั้นเจ้าคงมีความสุขมากสินะ”
จู่ๆ อารมณ์บางอย่างก็ผุดขึ้นในใจของซูเจิน
‘บางทีหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอาจคู่ควรแก่การเปิดใจให้’
‘เช่นเดียวกับที่ท่านลุงอวิ๋นเซียวปฏิบัติต่อข้าในตอนนั้น’
‘ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดในอดีตได้’
‘สิ่งนั้นคืออะไร?’
ในใจของซูเจินมีคำตอบที่คลุมเครือ
ท่านลุงอวิ๋นเซียวรู้หรือไม่ว่าสักวันหนึ่งเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น?
ราวกับว่าบนท้องฟ้ายามค่ำคืนมีดวงดาวที่ส่องสว่างเสียจนทำให้หัวใจของซูเจินเกิดความอบอุ่น
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาซูเจินไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย ไม่เคยมีความเงียบสงบครั้งใดที่ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ
ท่านลุงอวิ๋นเซียวที่อยู่บนสวรรค์จะเป็นอย่างไรบ้าง? ท่านสบายดีหรือไม่?
ทันใดนั้นความคิดถึงก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในใจของซูเจินราวกับวัชพืช