เสียงแรกที่หลินได้ยินตอนตื่นนอนไม่ใช่นาฬิกาปลุก
เป็เสียงเพื่อนบ้านห้อง 407 เถียงกับแฟนเื่แปรงสีฟัน
ผ่านผนังยิปซั่มบางสามเิเที่ผู้รับเหมาบอกว่า"กันเสียงดี" มาั้แ่วันแรกผนังเดียวกับที่หลินได้ยินเสียงเพลงงานวันเกิดของลูกห้อง 407 ได้ยินเสียงเขาหาวได้ยินเสียงเขาจาม ได้ยินเสียงเขาสั่งข้าวหมูแดงทางโทรศัพท์ทุกคืนวันศุกร์
และตอนนี้ 52 นาทีก่อนนาฬิกาจะปลุกได้ยินเสียงเขาเถียงเื่แปรงสีฟัน
"ฉันบอกแล้วว่าอย่าใช้ของฉัน—"
"ของเธอซะที่ไหนล่ะ มันไม่ใช่ของเธอแล้ว ฉันใช้มาตั้งสามเดือนแล้ว—"
"นั่นแหละฉันซื้อมันมาสามเดือนที่แล้ว—"
หลินพลิกตัวฝังหน้าลงหมอน ทำเสียง"อึก" ออกมาดังๆ ก่อนจะดันตัวขึ้นนั่ง ผมยุ่งเหยิงพาดหน้าตาแป๋วมองเพดาน
"เช้านี้ดีจัง นี่คอนโดหรือสลัมกันเนี่ย"เธอพูดกับห้องเปล่า
ไม่มีใครตอบยกเว้นเพื่อนบ้านที่ยังเถียงกันอยู่
หลินลากตัวลงจากเตียงเดินไปห้องน้ำโดยยังหลับตาอยู่ครึ่งหนึ่ง กดสวิตช์ไฟไฟกะพริบสามรอบก่อนติดสนิทตามเคย รอจนกว่าตาจะปรับแสงได้ ก็เห็นตัวเองในกระจก
ผมระเกะระกะ รอยนอนพาดแก้มข้างขวาตาแดงเล็กน้อยซ้ายมากกว่าขวา
"สวยมาก"เธอพูดกับตัวเอง "เดี๋ยวออดิชั่นเลย"
เปิดก๊อกน้ำ ล้างหน้าแล้วเริ่มแปรงฟันพร้อมกับฮัมเพลงที่ไม่รู้ว่าได้ยินมาจากไหน ทำนองคลุมเครือโน้ตไม่แน่นอน แต่เธอฮัมออกมาเหมือนรู้ทุกโน้ตอยู่แล้ว
เป็แบบนี้มาตลอด ั้แ่จำความได้
เสียงไม่เคยหยุด
---
หลินเปิดพอดแคสต์ั้แ่ยังอยู่ในห้องน้ำเลื่อนหาตอนที่ฟังค้างไว้เมื่อคืนซีซั่นสองของรายการฝึกเสียงสำหรับนักพากย์ที่เธอโหลดมาเก็บไว้สิบสองตอนแล้วฟังจบไปแค่สามตอนแต่ตอนที่สี่นี้เธอตั้งใจฟังจริงๆ
ตั้งใจจริงๆ ั้แ่เมื่อวานแล้ว
"เสียงที่ดีไม่ใช่เสียงที่หล่อหรือสวย"เสียงครูฝนนักพากย์ชื่อดังพูดในหูฟังพูด"มันมาจากความตั้งใจที่อยู่ซ่อนอยู่ในเสียง ถ้าคุณพูดโดยไม่เชื่อในสิ่งที่พูดเสียงจะบอกเองว่ามันโกหก"
หลินบ้วนน้ำ มองกระจก
"โอ้โหปรัชญา" เธอพูดกับพอดแคสต์ "เช้านี้ปรัชญาั้แ่เช้าเลย"
ก้มลงหยิบขวดมอยส์เจอไรเซอร์จับหัวขวดค้างไว้ รอให้โฆษณาตอนท้ายหน้าจบก่อน
"...ถ้าคุณอยากเป็นักพากย์ที่คนจำได้คุณต้องหาเสียงของตัวเองก่อน ไม่ใช่เสียงที่คนอื่นบอกว่าดี"
"ก็จริง"หลินทาครีมไปพร้อมกับพูด "แต่ถ้าเสียงของตัวเองไม่มีใครจ้าง แล้วจะทำยังไงล่ะช่วยตอบด้วยได้ไหม"
พอดแคสต์ไม่ตอบ เล่นตอนต่อไป
เธอปิดมันทิ้ง
---
ระหว่างรอน้ำในกาต้มเดือดหลินนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ตัวเล็กหน้าโต๊ะทำงาน เปิดแล็ปท็อปขึ้นมาดูเมล์ไม่มีอะไรน่าสนใจ บริษัทหนึ่งส่งบรีฟมาแต่เมื่อวานอ่านแล้วทำหน้าหงิกเก็บไว้ส่วนอีกอันเป็บริษัทประกันที่เธอสมัครรับข่าวสารโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อสี่ปีที่แล้วและลืมยกเลิก
นิ้วหยุดนิ่งเหนือทัชแพด
ด้านล่างของหน้าจอ มีโฟลเดอร์ชื่อ "content เก่า"หลิน คลิกเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ไฟล์วิดีโอเรียงกันเป็แถว ชื่อแต่ละไฟล์บอกวันที่บอกหัวข้อ บอกว่าตอนนั้นเธอตื่นเต้นขนาดไหน
*ฝึกพากย์_ตัวอย่าง_คุณภาพสูง_อัปโหลด_2022_04_15*
เธอดับเบิลคลิกก่อนที่สมองจะทันห้าม
หน้าจอแสดงวิดีโอ ยอดวิวที่มุมขวาบนอ่านแล้วเธอก็รู้แล้วว่าควรปิดทันที
แต่ยังนั่งดูอยู่
เวอร์ชั่นเธอเมื่อสองปีที่แล้วนั่งอยู่หน้ากล้องผมรัดเรียบ แต่งหน้าเบาๆ พยายามดูเป็มืออาชีพ พูดว่า "สวัสดีค่ะวันนี้จะมาฝึกพากย์ตัวอย่างกันนะคะ" แล้วก็เริ่มพากย์ตัวอย่างหนังแอคชั่น
เสียงในวิดีโอไม่เลว หลินรู้เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้แย่ เธอรู้ว่าถ้าเพื่อนส่งมาให้ฟัง เธอก็คงบอกว่าดี
แต่มันไม่มีอะไรทำให้ฟังต่อ
ไม่มีอะไรที่ทำให้อยากกดแชร์ อยากส่งต่ออยากบอกว่า *ฟังเสียงนี้สิ มันพิเศษมาก*
มันเป็เสียงที่ดีแต่ไม่ใช่เสียงที่ใครจะจำได้
หลินปิดหน้าต่างวิดีโอ ปิดโฟลเดอร์ปิดอดีตทิ้ง
แต่ก็นั่งอยู่อีกสักครู่โดยไม่ขยับ
มีความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรไม่ใช่เสียใจ ไม่ใช่หงุดหงิดมันเป็ความรู้สึกแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เธอดูวิดีโอเก่าๆ ของตัวเองราวกับเห็นรองเท้าคู่หนึ่งที่วางอยู่บนชั้น ใส่ได้สบาย ดูดีแต่ก็ไม่ใช่รองเท้าที่จะพาไปถึงที่ไหนเป็พิเศษ
เธอรู้ว่าเสียงตัวเองดี รู้ั้แ่เด็กรู้จากที่คนบอก จากที่ครูบอก จากที่เพื่อนบอก
แต่ "ดี" ไม่ใช่"พิเศษ"
และหลินก็ยังหาไม่เจอว่าส่วนไหนของเธอที่เป็"พิเศษ" จริงๆ
หม้อต้มน้ำส่งเสียงร้อง ตัดความคิด
เธอลุกขึ้น บอกตัวเองว่าโอเควันนี้ยังไม่ใช่วันที่จะนั่งหาคำตอบ วันนี้มีงานต้องทำ
แล้วก็เดินไปชงกาแฟ
---
"อย่าี้เีนะ"เธอพูดกับตัวเองระหว่างรินน้ำร้อน "วันนี้ต้องส่งสคริปต์แปลให้ทันบ่ายสองต้องฝึกเสียงอีกสามสิบนาที ต้องตอบเมล์บริษัทนั้นก่อนที่เขาจะหาคนอื่น"
หยุด
"แล้วก็ต้องไปเยี่ยมอัน"
ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ร้อนเกินไป แต่จิบต่อ
อันโทรมาเมื่อสองวันก่อนว่าไม่สบายหลินบอกว่าจะไปเยี่ยม แต่วันนั้นมีงานด่วน แล้ววันรุ่งขึ้นก็มีงานอีกแล้ววันนี้ก็... ก็ยังมีงาน
เธอวางแก้วลงมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปข้างนอก ท้องฟ้ากรุงเทพเช้าตรู่สีเทาปนส้มรถเริ่มติดแม้ยังไม่ถึงเจ็ดโมง
"ไปเย็นก็ได้"เธอตัดสินใจแทนตัวเอง "ตอนเย็นไม่มีงาน"
ปกติตอนเย็นก็มีงานเสมอ
แต่ไปเย็นได้
---
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับที่หลินกำลังนั่งไล่เช็กสคริปต์ที่ต้องส่งบ่ายนี้หน้าจอแสดงชื่อ *อัน น้อง* พร้อมรูปโปรไฟล์ที่เธอตั้งให้น้องชายซึ่งเป็รูปปาฏิหาริย์ที่หลินแอบถ่ายตอนอันกำลังนอนหลับในรถและหน้าตาแปลกมาก
เธอรับสาย
"ว่าไง"
"พี่หลิน"เสียงอันออกมาเป็เสียงแหบนิดๆที่หลินแยกแยะได้ทันทีว่านี่คือเสียงน้องชายตอนไม่สบายไม่ใช่เสียงน้องชายตอนตื่นมาแล้วยังง่วงอยู่ "ยังป่วยอยู่เลย"
"ยังไม่ดีขึ้นเลยเหรอ"หลินตอบ แล้วเลื่อนสายตาลงไปที่สคริปต์ บรรทัดที่เธอค้างไว้ตัวละครหญิงกำลังเผชิญหน้ากับคนรัก เธอทำเครื่องหมายว่าน้ำเสียงตรงนี้ต้องแก้
"ไข้ยังขึ้นอยู่เลยเมื่อกี้วัดได้ 38.2"
"กินยาแล้วยัง"
"กินแล้วกินยาแก้ไข้ กินข้าวไปแล้วด้วย"
"ดีแล้ว"หลินขีดเส้นใต้คำหนึ่งในสคริปต์ "นอนพักด้วยนะ อย่านั่งเล่นเกมตอนป่วย"
"ครับ"อันพูด แล้วก็เงียบ
เงียบแบบที่มีอะไรค้างอยู่
หลินรู้จักเสียงเงียบแบบนี้ดีมันคือเสียงเงียบของคนที่กำลังรอให้คนอีกฝั่งถามว่า "เป็ยังไงบ้าง"มันคือช่องว่างที่น้องชายทิ้งไว้ให้เธอเดินเข้าไป
เธอขีดเส้นใต้คำถัดไปในสคริปต์
"พี่ฟังอยู่ไหม"
เธอหยุด
"ฟังอยู่สิ"
"หน้าตาพี่ตอนนี้ฟังแล้วกำลังทำอะไรอยู่ด้วยแน่เลย"
"ไม่ได้ทำ"หลินวางดินสอลง พิงพนักเก้าอี้ วางมือลงจากคีย์บอร์ด "พูดมา มีอะไร"
"ไม่มีอะไรแค่เหนื่อย"
"แค่เหนื่อยก็โทรมาหาพี่เลยเหรอไม่ได้โทรหาเพื่อนก่อนเหรอ เพื่อนพักใกล้กว่า"
"เพื่อนๆก็ไม่ว่าง"อันพูดเรียบๆ "แม่ก็ไม่ว่าง พี่คนเดียวที่โทรมาแล้วน่าจะรับ"
หลินไม่ตอบทันที
ประโยคนั้นมันง่ายเกินไป ตรงเกินไปอันพูดแบบไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บ เธอรู้ แต่มันก็เจ็บอยู่ดีในแบบที่เจ็บเงียบๆเจ็บแบบที่บางทีถามตัวเองว่า "ฉันเป็พี่สาวแบบไหนวะเนี่ย"
แล้วก็ตอบตัวเองว่า แบบที่ยุ่ง
เหมือนทุกคน
"เดี๋ยวพี่ไปเยี่ยม"เธอพูด เสียงออกมาดีกว่าที่รู้สึกอยู่ข้างใน นั่นคือทักษะ
"วันไหน"
"ก็...เย็นนี้ได้ไหม" เธอหยิบดินสอขึ้นมาหมุนในมือโดยไม่รู้ตัว"ถ้าพี่ไม่ติดอะไร"
"พี่บอกเองว่าติดเยอะ"
"ก็นั่นแหละแต่ถ้าจัดการได้ก็ไป เย็นนี้น่าจะจัดการได้"
"น่าจะ"อันพูดซ้ำเสียงเธอ ไม่ได้ล้อ แต่ก็ชัดเจน
"ก็มันน่าจะได้"หลินพูดแล้วรู้ตัวว่าเสียงตัวเองเริ่มขึ้นนิดหนึ่ง "อันฟังนะพี่ไม่ได้ไม่อยากไป พี่แค่มีงาน"
"รู้ครับ"
"ทุกคนก็มีงาน"
"รู้ครับ"
"อันเข้าใจไหม"
"เข้าใจครับ"
อันเงียบเงียบแบบที่หลินรู้ว่าน้องกำลังตัดสินใจว่าจะพูดอะไรต่อหรือเปล่าเสียงเงียบนี้หลินเคยได้ยินมาตลอดั้แ่อันอายุ 10 ขวบ ตอนนั้นอันพูดน้อยลงและหลินก็ยุ่งมากขึ้นแล้วพวกเขาก็ปล่อยให้ระยะห่างตรงนั้นกลายเป็นิสัย
"โอเค"อันพูดในที่สุด เสียงเรียบ "ถ้าพี่ว่างก็มา ไม่ว่างก็ไม่เป็ไรผมดูแลตัวเองได้"
"ว่างสิ"หลินตอบเร็วเกินไป "บอกแล้วว่าว่าง"
"พี่พูดว่า'ถ้าจัดการได้'"
"นั่นก็คือว่างอยู่พี่แค่ต้องจัดการบางอย่างก่อน"
"โอเคครับ"
"โอเค"หลินพยักหน้าแม้ฝั่งโน้นจะมองไม่เห็น "กินข้าวด้วยนะ กินยาด้วยแล้วก็นอนพักเยอะๆ"
"รู้แล้ว"
"รู้แล้วก็ทำ"
"ครับ"
"งั้นวางก่อนนะพี่มีงานต้องทำ"
"ครับ"
"ก่อนไปเดี๋ยวโทรบอก"
"ครับ"
หลินวางสาย
แล้วก็นั่งมองโทรศัพท์อยู่สักครู่โดยไม่ขยับ
สามครั้งสุดท้ายที่อันพูดแค่"ครับ" นั้น หลินรู้ความหมายทุกคำรู้ดีเพราะเธอเลี้ยงน้องชายคนนี้มาั้แ่อันอายุ 8 ขวบ เธอรู้เสียงทุกแบบของอัน รู้ว่า"ครับ" ที่เต็มใจฟังยังไง รู้ว่า "ครับ" ที่หมายความว่า*โอเคพี่ก็เข้าใจแล้ว ไม่เป็ไร* ฟังยังไง
และรู้ว่า "ครับ"ที่หมายความว่า *พอแล้ว ผมเข้าใจแล้วว่าพี่ไม่ว่าง* ฟังยังไง
ครั้งนี้เป็อันสุดท้าย
เธอรู้
แต่เธอก็วางสายไปแล้ว เพราะถ้าไม่วางเธอก็ต้องถามจริงๆ ว่า "เป็ยังไงบ้าง" และถ้าถามจริงๆเธอก็ต้องฟังจริงๆ และถ้าฟังจริงๆ เธอก็ต้องอยู่กับสิ่งที่ได้ยินจริงๆโดยไม่มีมุกมาช่วย ไม่มีเื่ตลกมาคลายไม่มีอะไรนอกจากความจริงของน้องชายที่เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมรับไหม
หลินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ เย็นแล้วกาแฟที่เย็นแล้วรสชาติไม่ดีเท่า แต่เธอจิบต่อ กลืนลงไป
แล้วกลับมามองสคริปต์
*ตัวละครหญิงกำลังเผชิญหน้ากับคนรัก*
เธอขีดเส้นใต้บรรทัดนั้น เขียนโน้ตข้างๆว่า "น้ำเสียงต้องเ็ปมากกว่านี้"
แล้วก็เริ่มอ่านบรรทัดต่อไป
---
แปดโมงครึ่ง หลินล็อกประตูห้องเดินลงบันได เพราะลิฟต์ตรงกลางสำหรับห้อง 401ถึง 410มักจะช้าใน่เช้าและเธอคิดว่าการเดินลงบันไดห้าชั้นน่าจะเทียบเท่ากับออกกำลังกายแม้ว่าสิ่งที่เธอทำทุกเช้าั้แ่คิดแบบนั้นได้ก็คือเดินลงบันไดแล้วก็นั่งแท็กซี่แทนที่จะเดินต่อ
เธอเดินผ่านหน้าห้อง 407
เสียงในห้องเงียบแล้ว
ไม่รู้ว่าตกลงกันได้หรือออกไปทำงานกันทั้งคู่
หลินเดินต่อ ลงบันไดชั้นสี่ สาม สองและถึงชั้นล่าง ออกไปยืนหน้าตึก กดแอปเรียกรถ รอสัญญาณ
แสงแดดเช้าของกรุงเทพร้อนเกินไปสำหรับแปดโมงกว่าๆเธอขยับไปยืนในร่ม มองรถที่วิ่งผ่านกันบนถนน เสียงบีบแตร เสียงเครื่องยนต์เสียงรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จอดรอรับผู้โดยสารเสียงพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงริมถนนะโราคา เสียงนักเรียนที่เดินผ่านเสียงสุนัขใกล้ๆ เสียง เสียง เสียง
กรุงเทพไม่เคยเงียบ
เธอชอบนั่นแหละ
เงียบเกินไปทำให้ต้องได้ยินตัวเอง
---
ในรถ ระหว่างที่รถติดอยู่บนถนนพระราม 4 หลินเสียบหูฟังเปิดเพลย์ลิสต์ฝึกเสียง เป็ชุดเสียงที่เธอตัดต่อเองจากพอดแคสต์หลายรายการมีส่วนฝึกการออกเสียงพยัญชนะ ฝึกการหายใจ ฝึกการควบคุมระดับเสียงเธอเปิดมันขึ้นมาเกือบทุกเช้า
แล้วก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างแทน
ทำแบบนี้มาสองเดือนแล้ว
"พรุ่งนี้ฝึกจริงๆ"เธอพูดกับตัวเอง เบาพอที่คนขับจะไม่ได้ยิน
รถขยับไปข้างหน้าหน่อยหนึ่งแล้วก็หยุดอีก
หลินหันไปมองออกนอกหน้าต่างฝั่งซ้ายมีตลาดนัดเล็กๆ ริมทางที่เธอผ่านมาทุกเช้าแต่ไม่เคยแวะคืนก่อนเธอนึกขึ้นมาว่าต้องลองแวะดูสักครั้งแล้วก็ลืมมันไปก่อนที่จะนึกขึ้นมาอีกครั้งในตอนเช้า วนซ้ำแบบนี้มาหลายสัปดาห์แล้ว
วันเสาร์นี้จะแวะ
หรือไม่ก็วันอาทิตย์
รถขยับอีกครั้ง
หลินหันกลับมามองหน้าจอโทรศัพท์เปิดโน้ตขึ้นมา พิมพ์ว่า *ไปเยี่ยมอัน เย็นนี้* แล้วก็ขีดเส้นใต้ไว้ตั้งเตือนเวลาห้าโมงครึ่ง
เธอทำแบบนี้ทุกครั้ง ตั้งเตือน ขีดเส้น
แล้วก็มักจะหาเหตุผลทำให้เตือนเลื่อนออกไปเรื่อยๆ
รู้ตัว แต่แก้ไม่ได้
หรือจะพูดให้ถูกคือ ยังไม่อยากแก้เพราะถ้าแก้แล้ว ก็ต้องไปนั่งกับอันจริงๆ ต้องฟังจริงๆ ต้องถามว่า"เป็ยังไงบ้าง" แล้วก็ต้องฟังคำตอบที่จริง
และหลินไม่รู้ว่าเธอพร้อมจะทำแบบนั้นไหม
ใช้เสียงพูดเธอเก่งใช้เสียงฟังเธอไม่ค่อยถนัด
โดยเฉพาะถ้าสิ่งที่ต้องฟังคือความจริงของคนที่เธอห่วง
รถขยับออกไปจากรถติด หลินพิงพนักเก้าอี้หลับตา เปิดพอดแคสต์ตอนใหม่
"เสียงที่ดีต้องมาจากความตั้งใจ..."เสียงคนพูดในหูฟังเริ่มอีกครั้ง
"รู้แล้ว"เธอพูด แล้วก็ฟังต่อ
---