บทที่ 14
สภาพศพที่สยดสยอง สาวใช้ 2 คนเข่าอ่อนเป็ลมหมดสติ อีก3คนยืนตัวสั่นด้วยความกลัว คุณป้าแม่บ้านโผเข้ากอดกะปุกสองมือโอบหน้าซบอกปกปิดภาพน่ากลัวเบื้องหน้า บอดี้การ์ดทั้ง3ลุกพรวดยืนล้อมกะปุกคุมเชิงอีกชั้น
เสียงฝีเท้าเหยียบหินกรวดเดินมาดังกรอบแกรบ มันคือเดนตายทั้ง3นั่นเอง เอมม่าดิ่งตรงไปที่เตาย่างหยิบกุ้งเผาใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ชินฮาเดินไปหยิบขวดน้ำส้มยกซดเสียงดังอึกๆๆ ส่วนคองโกเดินหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มของกะปุกระยะห่างกันแค่ 5 เมตร พวกมันได้รับภารกิจให้ทำงานอย่างลับๆ ห้ามเปิดเผยตัวตน หากใครพบเห็นจะต้องถูกฆ่าทิ้งทั้งหมด ภัยร้ายกำลังมาถึงกะปุกเสียแล้ว
ปัง! เสียงปืนยิงพลุในมือสันดังสนั่น ปรากฏพลุไฟะเิแตกบนท้องฟ้าเป็บริเวณกว้างแตกกระจาย เศษประทุไฟไม่ทันลงถึงพื้นก็มอดดับหมดสิ้น นี่คือสัญญานขอความช่วยเหลือ
เอมม่ากับชินฮาแหงนมองพลุบนฟ้าด้วยอาการสงบนิ่ง คองโกมองหน้าสันยิ้มะเื
ทั้งสองฝ่ายยืนคุมเชิงอยู่อย่างนั้น ไม่มีคำพูดจาใดๆ สายลมเย็นๆพัดเอื่อยๆ บรรยากาศช่างหนาวเหน็บยิ่งนัก
5 นาทีต่อมา รถจิ๊บ 3 คัน มายังจุดปิกนิก ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ร่วม 20 คนพร้อมอาวุธครบมือ ะโลงจากรถ
ภาพที่ปรากฏ โต๊ะเก้าอี้ล้มคว่ำระเนระนาด ร่างบอดี้การ์ด 4 นาย สาวรับใช้ 5 คน คุณป้าแม่บ้าน ทุกคนอยู่ในสภาพคอหัก นอนกระจายไปทั่ว คราบเืสีแดงเข้มย้อมพื้นหินกรวด กลิ่นคาวเืคลุ้งทั่วบริเวณ
“พี่โดม คุณหนูหายไป”เสียงชายคนหนึ่งะโ
โดม หัวหน้าทีมก้มแตะกองเืที่พื้นตรงหน้าขึ้นมาดม เขามองตามรอยเืที่หยดเป็ทางตรงไปยังป่าสนเบื้องหน้า
“อิง รายงานนายหัวด้วย คุณหนูเกิดเื่”โดมกล่าวกับลูกน้องคนสนิทเสียงเครียด
“ทิ้งคนไว้ที่นี่ 3 คน ที่เหลือตามมา”เขาวิ่งตามรอยเืเข้าไปในชายป่าสน บรรดาลูกน้องวิ่งตามกันไปอย่างเร่งรีบ ทุกคนเครียดสุดๆ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหนูพวกมันทั้งหมดคงไม่มีใครรอด
บ่ายคล้อย การไล่ล่าค้นหายังคงดำเนินต่อไปสีหน้าทุกคนดูเคร่งเครียด บนท้องฟ้า เฮลิคอปเตอร์เอกชน 3 ลำ บินตรวจการณ์วนไปมา เนื่องจากพื้นที่เบื้องล่างเป็ลักษณะป่าทึบ ต้นสนใหญ่ กิ่งก้านหนาปกคลุมมิดชิด การใช้ ฮ. จึงไม่ค่อยได้ผลมากนัก
เฮลิคอปเตอร์บินผ่านไป เบื้องล่าง 3 เดนตาย ซุ่มสงบอยู่อย่างเงียบๆ
“ฆ่าทิ้งก็หมดเื่แล้ว เอามาด้วยทำไม เป็ภาระจริงๆ”เอมม่าเอ่ยอย่างหงุดหงิดทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ยังต้องคอยฉุดกระชากลากเหยื่อไปอีก
“เราต้องมีตัวประกัน ที่สำคัญภารกิจเรายังไม่เสร็จสิ้น”คองโกกล่าวเนิบๆ ช้าๆมองไปยังกะปุกที่นั่งนิ่งเงียบ เขารู้สึกแปลกใจกับท่าทางของสาวน้อย แต่ไม่ได้กังวลกับสถาณการณ์
ชินฮา ยังคงเงียบเช่นเคย
เฮลิคอปเตอร์บินข้ามหัวพวกเขาไปเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า กะปุกแหงนมองขึ้นไป แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน เธอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนสาย พวกนี้น่ากลัวมาก มองแทบไม่ทันว่าพวกมันทำยังงัย เธอได้ยินเพียงเสียงคอหัก กร๊วบ! กร๊วบ!กร๊วบ! คนสนิททุกคนตายกันหมด กะปุกถึงกับซึม มือเท้าเย็น ช็อกไปชั่วขณะ ชีวิตเธอไม่เคยเจอเื่ร้ายเช่นนี้มาก่อน
“ต้องไปกันต่อแล้ว”เสียงคองโกดังทำลายความเงียบ ทั้งกลุ่มลุกขึ้นเดินต่อไป
ฝั่งด้านทีมค้นหา หยุดรวมตัวกันอยู่จุดๆหนึ่งริมทะเลสาบ หัวหน้าโดมมองแผนที่ในมือลูกน้องรอบข้างสลับกับมองสภาพรอบๆ
“ข้างหน้าเป็เขาสูงเรียบชัน สุดเขตป่าแล้วพี่ ต้องไต่เชือกขึ้นไป เอางัยดีพี่โดม”
นี่คือจุดที่ทรงกลดถูกมิซายส์ยิงตกลงมาเมื่อหลายวันก่อน พื้นที่โดยรอบมีทั้งทะเลสาบและป่าทึบติดกับเทือกเขาสูงชัน
“ข้างบนเป็เขตหวงห้าม รัฐบาลสั่งปิดพื้นที่ ไม่น่าจะเจอคุณหนู เราห่างกันแค่ 5 นาที ทำไมถึงหาไม่เจอ”โดมเงยหน้ามองยอดเขาสูงบ่นพึมพำ
เสียงเรือท้องแบนแล่นมา บนเรือมีชายร่างสูงโปร่งวัยประมาณ 66 ปีกับบอดี้การ์ดอีก 4 คนมองมาทางเขา เมื่อถึงฝั่งทั้งหมดเดินตรงเข้ามา
“พี่โดม นายหัวมา”อิงก้มหัวต่ำกระซิบบอก
“ยังหาไม่เจออีกเหรอ”เสียงนายหัวดังฉุนเฉียวมาแต่ใกล
“ยังเลยครับ นายหัว”
“เฮ๊ยยังงัยว่ะ เ้าถิ่นปล่าวนี่ พวกเมิง”
“เอ้อ....ผมสงสัยว่าเราจะโดนหลอกให้มาผิดทางครับนายหัว”
เพี๊ยะ! หน้าโดมสะบัดไปตามแรงตบ เขายืนนิ่งหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตา
“ไอโง่ กูเลี้ยงพวกมึงมาให้โง่อย่างนี้หรือวะ รีบไปตามหากันสิเว้ย”
สิ้นเสียงนายหัวเท่านั้นแหล่ะ วงแตก ทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไปทันที นายหัวเริงฤทธิ์ ยกโทรศัพท์ต่อสายหาใครคนหนึ่ง
“งัยนายหัว สบายดีป่าว มีอะไรมั๊ย” เสียงทางปลายสายดังลอดมา
“สวัสดี ผู้การ ส่งมือดีมาหน่อย หลานกูโดนจับ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครมันกล้าแหย่รังจงอางว่ะ”
“ยังไม่รู้ว่าใคร แต่มือดีนังหนูตายหมด กูว่าน่าจะเป็มืออาชีพ มึงรีบส่งคนมาให้กูด่วนเลยนะมึง”
“มึงจะเอากี่คนว่ะ”
“เออ มีเท่าไหร่ก็ส่งมาเหอะ รีบหน่อย”
“โอเค โอเค เดี๋ยวกูจัดให้ 30 นาที นะ”
“อืม ขอบใจมาก ผู้การ ไว้กูค่อยตอบแทนนะ”
“ไม่เป็รัยๆ เราเพื่อนกัน”เสียงทางปลายสายดัง พร้อมกับสัญญานวางสาย
ยามเย็น อากาศที่นี่เริ่มเย็นลง หมอกลอยต่ำกระจายไปทั่ว ในป่าสน เต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ และทหาร ร่องรอยของกะปุกเริ่มปรากฏให้เห็น ซากศพเพื่อนร่วมงานนอนตายกลาดเกลื่อนตลอดทาง มาถูกทางแล้ว กลุ่มทีมค้นหาเริ่มมีความหวังบีบวงกระชับเข้าไป
3 เดนตาย ล่าถอยลึกเข้าไปในป่าทึบ ใบหน้าผู้เขาเคร่งเครียด เสื้อผ้าฉีกขาดาแเต็มตัว เป็ร่องรอยผ่านการต่อสู้อันดุเดือด พวกเขาฆ่ามาตลอดทาง เหนื่อยแทบขาดใจ สิ่งเดียวที่ได้เปรียบคือ ตัวประกัน คาดว่าคงเป็คนสำคัญเสียด้วย
“เราจะรอให้ถึงเวลามืดแล้วจะตีฝ่าออกไป จุดนัดพบ พิกัด3NRD 20.00น.”คองโกกล่าวพลางหอบพลาง”
“อีก 3 ชั่วโมงนะสิ”เอมม่ายิ้มเริ่มมีความหวัง
“อืม ที่จุดนัดพบ ท่านยูโซบจะส่ง ฮ. มารับเรา”
“แล้วเราจะขึ้นฮ.ได้งัย เวลานั้น พวกมันคงล้อมเราเต็มไปหมด”
“ไม่ต้องกังวลไป ท่านยูโซบมีของขวัญชิ้นใหญ่เตรียมมอบให้พวกมันแล้ว”คองโกกล่าว ยิ้มอย่างมั่นใจ
“ของขวัญอะไร”
“บอล..น่า..บอมบ์”
“ฮ่า!” ทั่งเอมม่าและชินฮาอุทานขึ้นพร้อมกัน
บอลน่าบอมบ์คือะเิลูกใหญ่ลักษณะบรรจุรูปถังแคปซูลยาว 1 เมตร เส้นผ่าศูย์กลาง 60 เิเ ทำงานโดยปล่อยลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เมื่อกระแทกพื้นจะแตกกระจายเป็คลื่นเสียงความถี่สูง ในรัศมีครึ่งไมล์สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะหมดสติทันที
“อ้าว แล้วพวกเราจะรอดเหรอ”
“รอดดดด...คนของท่านยูโซบจะหิ้วพวกเราขึ้น ฮ. เอง”
“ก่อนไปฉันขอฆ่านังนี่กับมือได้มั๊ย”เอมม่าตาลุกวาวมองกะปุก
“ได้ ยกให้เธอ”
“ฮึ ชั้นจะให้พวกมันรู้ รางวัลของการไล่ล่าชั้น ค่าตอบแทนมันสูงแค่ใหน” เอมม่าพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ห่าะุนับร้อยแล่นผ่านหัวคองโกไปอย่างเฉียดฉิว ทั้ง3ก้มต่ำหลบ พร้อมกับยิงโต้ตอบ ประกายไฟจากห่าะุแล่นเป็ทางยาวสวนกันไปมา การปะทะอันดุเดือดเริ่มขึ้นอีกครั้ง พวกเขาถูกตรึงให้อยู่กับที่ ฝ่ายตรงข้ามได้ล้อมพื้นที่กระชับเข้ามาทั้ง3ด้าน แต่พวกเขากลับไม่มีอาการหวาดกลัว มีแต่ความโกรธเท่านั้น
“ถ้าจวนตัวจริงๆก็แลกกับมัน ให้ฆ่าตัวประกันก่อน”คองโกสั่งการ
ทั้งสองรับคำฆ่าตัวประกัน หมดภาระ พวกมันสามารถต่อสู้ในระยะประชิดตัวได้ทันที การหลบหนีแหวกวงล้อมก็จะง่ายยิ่งขึ้น
บนกิ่งสนใหญ่ด้านหลังไม่ห่างจากจุดปะทะมากนัก ร่างๆหนึ่งยืนสงบนิ่งมองดูเหตุการณ์ ทรงกลดนั่นเอง
‘อะไรกันนักกันหนาวะ ป่านี้’เขาสบถออกมาอย่างเหลืออด คิดว่าหาที่ลับตาผู้คนได้แล้วจะได้ฝึกอย่างสบายใจ กลับโดนรบกวน พวกข้างล่างเป็ใคร เพราะเขาตัดขาดจากเพื่อนๆทุกคน จึงไม่ได้คิดพาอุปกรณ์สื่อสารใดๆติดตัวมา โทรศัพท์ที่ไว้ติดต่อฉุกเฉินกับแม่ก็เก็บซ่อนไว้ในโพรงไม้ป่าสนอีกด้าน
เขากวาดสายตาไปเบื้องล่าง สายตาหยุดอยู่ที่สาวน้อยร่างเล็กที่นั่งคว่ำหน้าคุดคู้ซุกตัวอยู่กับรากไม้ใหญ่อันคดเคี้ยว
‘เอ๊ะ ทำไมคุ้นๆจัง หรือว่าจะใช่’ ชายหนุ่มพยายามเพ่งมอง นึกถึงสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง เขายืนนิ่งอยู่บนกิ่งสนใหญ่ มองหน่วยทหารและชายฉกรรจ์จำนวนมากเบื้องล่าง มองจุดที่ สามเดนตายและตัวประกันหลบซ่อนตัว เขาคิดประเมินสถานการณ์ ยังงัยต้องช่วยน้องคนนั้นก่อน เขาจำกะปุกได้แล้ว
เท้าไวเท่าความคิดเขาะโลงจากกิ่งสนเข้าพงไม้รกเบื้องล่าง วิ่งไปยังเป้าหมายข้างหน้า รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงะโพูดคุย เสียงปืนดังเป็ระยะๆ เขาเคลื่อนไหวอย่างแ่เบาไร้สุ้มเสียง แค่อึดใจเดียวก็หลบอยู่หลังต้นสนใหญ่ กะปุกนั่งฟุบหน้าอยู่อีกด้าน ส่วนสามเดนตายเพ่งความสนใจศัตรูที่ไล่ล่าอยู่ไม่ใกล
ฝ่ายช่วยเหลือรุกคืบกินพื้นที่เข้ามา เสียงปืนดังถี่ รัว ลูกะุแล่นมาจากทุกทิศทาง สามเดนตายหลบอยู่หลังขอนไม้ท่อนหนึ่ง เอมม่าหันปากกระบอกปืนเล็งมาทางกะปุก ระยะแค่ 5 เมตร เธอไม่พลาดแน่ คองโกกับชินฮาหมอบนิ่งรอจังหว่ะตอบโต้
“พบคุณหนูแล้ว อยู่ข้างหน้านี้เอง ระวังด้วย อย่ายิงโดนคุณหนู”เสียงะโดังมาจากป่าเบื้องหน้าไม่ใกลนัก เสียงปืนเริ่มเบาบางลง
“อย่าเข้ามา ไม่งั้นนังนี่ ตาย”คองโกะโเสียงแข็งกร้าว
บรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เสียงปืนสงบ เงียบทั้งบริเวณ เหมือนว่าเวลาจะหยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆรังสีการฆ่าฟันแผ่กระจายไปทั่ว ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เสียงจักจั่นหรีดหริ่งเรไรพร้อมใจกันร้องประสานเสียงดังไปทั่วผืนป่า
สามเดนตายหันมามองตัวประกันที่นอนขดอยู่ ในความสลัวมองเห็นแค่เป็เงาที่เลือนรางเท่านั้น พวกเขากำลังตัดสินใจครั้งสุดท้าย ‘ฆ่าตัวประกันแล้วออกไปจากที่นี่’