
.....ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในงานเทศกาลโคมนั้นทำให้ทั้งเมืองฉางอันวุ่นวายกันไปเป็สัปดาห์ ร้านค้าที่เคยคึกคักก็ไม่กล้าเปิด ทหารก็เดินตรวจตรากันหนาแน่น เลี่ยหยางนั่งเซ็ง ๆ อยู่ที่หน้าต่างในโรงแรมมองดูถนนด้านล่าง
"เซ็ง เซ็ง เซ็งโว้ย!"
แล้วเยว่หลิงก็เดินเข้ามาใกล้ เขาจับชายเสื้อเลี่ยหยางอยากมีเลศนัย
"ข้า....อยากกินบะหมี่ซานซี..." เยว่หลิงกลืนน้ำลายยลงคอดังอึก เนื่องจากเขาเป็คนผอมสูงอยู่แล้ว เห็นลูกกระเดือกชัดเจน เวลาเขากลืนน้ำลายยิ่งทำให้เห็นการเคลื่อนไหวที่คอนั้นชัดเจน
เลี่ยหยางถอนหายใจ "เห้ออออ หลิงหลิง เ้าก็ดูสิ ร้านอร่อยตรงโน้น ๆ ๆ ๆ มันปิดหมดเลยอ่ะ ข้าก็จนปัญญาจะพาเ้าไปกิน รออีกหน่อยได้ป่าว?"
เลี่ยหยางรีบเตือนเยวหลิงก่อนเลยว่า "แล้วเ้าอย่าโดดขึ้นไปยอดหอคอยอีกนะ ทหารเต็มไปหมดแบบนี้ เดี๋ยวจะกลายเป็ไปกินข้าวในคุกเอาง่าย ๆ"
เยว่หลิงทำปากเบ้ใส่ แววตาเคืองอย่างชัดเจน ทำเอาเลี่ยหยางยิ่งถอนหายใจใหญ่
"ท่านลุง่นี้ก็ต้องอยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนยังไปติดต่อท่านไม่ได้..."
เยว่หลิงทำสายตาน้อยใจ เลี่ยหยางมองดวงตาคู่นั้นพรางนึกในใจ นี่ข้าไม่ต่างจากมารดาเ้าหลิงหลิงเลย ต้องเอาอกเอาใจดูแลทุกอย่าง ยังกับเลี้ยงเด็ก นี่เขาอายุมากกว่าข้า 1 ปีแน่รึ?
"เอาล่ะ ๆ เราลงไปขอเช่าร้านบะหมี่ข้าง ๆ ให้เขาสอนแล้วเราทำกินกันเองเลย ดีไหมท่านพ่อครัว์?"
เยว่หลิงพยักหน้าอย่างดีใจ เขารีบเดินออกจากห้อง โดยมีเลี่ยหยางเดินตามเกาหัวแกร่ก ๆ แนว ๆ ว่าเอาก็เอาวะ
ร้านบะหมี่อยู่ไม่ได้ไกลจากโรงแรมมากนัก พอเลี่ยหยางเข้ามาขอเหมาร้านทำบะหมี่กินเอง เ้าของร้านก็ดีใจ เพราะเขาขาดรายได้มาสัปดาห์นึงแล้วเนื่องจากร้านปิด
ขั้นตอนการทำบะหมี่ซานซีจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย
ขั้นแรกนำแป้งสาลี 1 จิน(500 กรัม)มาค่อยๆเติมน้ำสะอาดใส่ทีละน้อยๆ มีโรยเกลือลงบ้างเป็พัก ๆ นวดไปเรื่อย ๆ จนได้แป้งเนียน เหนียวแต่ไม่ติดมือ ซึ่งตรงนี้เลี่ยหยางอาสาทำให้
หลังจากนั้นคลุมผ้าเปียก ทิ้งไว้ 4 เค่อ(1 ชั่วโมง)ให้พักตัวแป้ง ทั้งคู่นั่งอยู่ข้างๆกันโดยเลี่ยหยางนั่งหลับ ส่วนเยว่หลิงหยิบหนังสือมาอ่านไปพลาง ๆ
เมื่อครบเวลาแล้วหลังจากนั้นจะใช้มีดเฉือนบะหมี่ เลี่ยหยางทำไม่ได้จนเยว่หลิงเข้ามาทำแทนให้ ตอนแรกเยว่หลิงหยิบกระบี่ออกมาจะใช้ฟันก้อนแป้ง เ้าของร้านใ เลี่ยหยางเข้าไปห้ามและหยิบมีดทำครัวปกติให้เยว่หลิงเฉือนแป้งลงหม้อเดือดไปเรื่อยๆ โดยเยว่หลินเฉือนเป็เส้นบางยาว พริ้วตกลงน้ำร้อนพอดีอย่างสวยงามจนเข้าของร้านทึ่ง
หลังจากนั้นก็ต้มจนเส้นลอยขึ้น ตักขึ้นแช่น้ำเย็นให้เส้นเด้งเหนียว แล้วพักไว้
หลังจากนั้นก็มีถึงขั้นตอนการทำน้ำซุป
เยว่หลิงให้เลี่ยหยางนั่งเฉย ๆ เพราะเขาไม่ไว้ใจกลัวจะมือหนักใส่ผิดสูตร
ขั้นแรกน้ำซุปกระดูกวัว 1 เชิง(ราวๆ 1 ลิตร)ใส่ลงในหม้อ
เยว่หลิงสับกระเทียม และขิงซอยใส่ลงไปเล็กน้อย
หลังจากนั้นเ้าของร้านให้เขาใส่ซีอิ๊วเข้ม 1 เส่า (2 ช้อนโต๊ะ) และน้ำส้มสายชูดำมีกลิ่นเปรี้ยวซึ่งเป็เอกลักษณ์ของซานซี อีก 1 - 1.5 เส่า (2–3 ช้อนโต๊ะ)
เ้าของร้านนำผักดองจีนที่หั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ ไว้เรียบร้อยแล้วมาเติมใส่ให้ด้วย
ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย เยว่หลิงใส่ไปชิมไปตลอดเพราะกลัวซีอิ้วจะแรงไป
อ้อ! เขาให้เลี่ยหยางไปทอดพริกแห้งไปจะได้ไม่อยู่ว่าง
เมื่อทุกอย่างได้ที่มีกลิ่นหอมแล้ว ก็ตัดน้ำซุปราดใส่บะหมี่ไว้แล้ว
โรยต้นหอม ผักชี ราดน้ำมันพริกหอม ๆ ปิดท้าย
เสร็จแล้วบะหมี่ซานซี
ทั้งคู่ใส่บะหมี่ในชามั์ใหญ่ชามเดียว แล้วกินด้วยกันในชามนั้น
เยว่หลิงไม่เคยกินมาก่อน เขาจึงพยายามััรสชาติของน้ำซุป
มันเผ็ด เปรี้ยว และเค็มครบรสเลยนี่เอง กินแล้วทำให้ร่างกายอบอุ่นและรู้สึกกระชุ่มประชวยตื่นตัวดี
เลี่ยหยางคราวนี้ไม่พูดไม่จาเลย ซดเส้นบะหมี่เอา ๆ จนมีเศษติดที่ริมปาก เยว่หลิงเห็นเขาจึงควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปากให้เลี่ยหยาง ๆ ยิ้มด้วยอาการเขินนิด ๆ
เมื่อทานเสร็จแล้ว เยว่หลิงเดินหาซื้อร้านขนมเคลือยน้ำตาลที่ยังพอขายอยู่ เขานำมันไปปักไว้ที่ ๆ เด็กน้อยคนนั้นและแม่ของเขาเสียชีวิต แววตานั้นแม้จะดูเ็า แต่เลี่ยหยางก็เห็นความเศร้าสร้อยซ่อนลึกอยู่ในนั้น
"ท....ท่านนี่เอง ในที่สุดข้าก็หาพวกท่านเจอ"
ผู้พูดเป็ชายชราคนหนึ่งแต่งตัวขุนนางเขามีท่าทางดีใจ แต่ก็ไม่ลืมกิริยามารยาทที่ดี
เลี่ยหยางหันมามอง แต่เยว่หลิงกลับไม่สนใจที่จะมอง
"โปรดรับฟังข้าสักนิดท่านจอมยุทธทั้งสอง"
"ข้าเป็ขุนนางที่อยู่ในตอนนั้นกับองค์รัชทายาท"
"ข้าเพียงแค่อยากตอบแทนบุญคุณพวกท่านที่ช่วยชีวิต..."
เยว่หลิงรีบตอบขึ้นมาก่อนเลี่ยหยางจะพูดอะไร "ไม่เป็ไร ....กลับกันเถอะ..." แล้วเขาก็ดึงแขนเลี่ยหยางรีบเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
"เขาคือเด็กคนนั้นไม่ผิดแน่ ข้าจำแววตาของเขาได้"
"เด็กที่ชนะเลิศการแข่งขันกระบี่ที่เมืองหลวง"
"เขาจากไปโดยไม่ยอมรับรางวัลอะไร เช่นเดียวกับวันนี้"
"เขาคือคุณชายสกุลไป๋ที่เป็ราชบุตรเขย ไป๋เยว่หลิง..."
ขุนนางชราเดินจากไป ชาวบ้านคนหนึ่งที่ขายของบังหน้ารีบปิดร้าน จริงๆเขาเป็สายลับของราชการ เขารีบนำสิ่งต่างๆที่ชายชราพูด จดในกระดาษเล็กๆ และส่งให้ทหารรีบนำไปส่งให้องค์รัชทายาททันที
เมื่อองค์รัชทายาทได้รับทราบรายงานแล้ว พระองค์ก็เอ่ยกับคนสนิทว่า
"ข้าอยากได้เขามาเป็พวก..."
"แต่....หากเขาไม่ตกลง เขาก็คือตัวอันตราย..."
ขุนนางคนสนิทรับทราบ และเดินออกจากห้อง ส่วนองค์รัชทายาทเดินไปที่ระเบียงแล้วมองขึ้นฟ้า
"ไป๋....เยว่หลิง..."
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
คืนนั้นเลี่ยหยางนั่งซักผ้าอยู่คนเดียว ในถังซักผ้านั้นมีเพียงผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆอยู่แค่ผืนเดียว
เป็.....ผ้าเช็ดหน้าที่เยว่หลิงใช้เช็ดคราบบะหมี่ที่ริมปากเขาเมื่อตอนกลางวัน...
