“จะชนะได้ยังไง!ในเมื่อผมยังไม่ได้เสนอตัวเลขประมูลอีกครั้งเลยนะ” เอาแล้วไงงานเข้าล่ะสิทีนี้.. แต่..งานเข้าอลินตาจริงเหรอ ทำไมเ้าตัวยืนกอดอกยิ้มกริ่มจนแก้มจะแตกอย่างนั้นเล่า...!?
เ้าภูแสนค้านพร้อมกับก้าวเดินองอาจมาประชิดอลินตาใบหน้าเฉยชามองไปที่หญิงสาว อลินตาเห็นเ้าภูแสนชัดขึ้นหญิงสาวสังเกตใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูง แต่ที่น่าพิศวงมากนั่นคือดวงตาสีเขียวมรกตที่ฉายแวววับ ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไป อลินตามั่นใจว่าตนเองไม่ได้ตาฝาดแน่นอน พร้อมกันนั้นคำถามที่อยู่ในใจก็โผล่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วเ้าภูแสนคนนี้เป็ใครกันแน่ ลักษณะเช่นนี้หาใช่คนธรรมดาไม่หรือว่าเป็หมอผีเหมือนกัน แต่แล้วความคิดของอลินตาก็ถูกกระชากออกจากมโน ด้วยเสียงทุ้มต่ำคล้ายไม่พอใจ
“ชื่ออลินตาเหรอ..?นามสกุลอะไร?” อีกฝ่ายโยนคำถามพร้อมกับแนะนำตัว
“ฉัน ภูแสนเหมฑิวัฒโนทัย” เป็การแนะนำตัวที่สุดแสนจะธรรมดาและอลินตาคงไม่รู้ว่าเขาไม่เคยแนะนำชื่อนามสกุลกับใครมาก่อนนอกเสียจากเติมให้ครบเวลากรอกเอกสารเท่านั้น แต่อลินตากลับคุ้นชื่อนี้อย่างไรก็ไม่รู้สินะแต่คิดได้ไม่เท่าไหร่ ก็โดนกระชากสติอีกครา
“ถามว่าชื่ออลินตาเหรอ?”คราวนี้อลินตาเลิกคิ้ว หันมองอีกฝ่ายฉงน ก่อนตอบ
“ก็เรียกชื่อได้ถูกต้องแล้วทำไมถามย้ำอีก?..” ไม่ตอบแต่กวนกลับเพราะรู้สึกไม่ค่อยชอบหน้าเสียแล้ว แต่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะหยุด
“นามสกุลล่ะ..?แม้จะขมวดคิ้วไม่ค่อยพอใจนัก แต่อีกฝ่ายเขาก็แนะนำตัวเต็มยศมาแล้วจะไม่ตอบก็กระไรอยู่ อลินตาจึงตอบน้ำเสียงชัดเจน
“โหราตระกูล..อลินตา โหราตระกูล..” เ้าภูแสนขมวดคิ้วทันทีพร้อมด้วยสีหน้าของผู้ติดตามทั้งสองที่แสดงออกถึงความตกอกใอย่างเห็นได้ชัดเ้าภูแสนไม่ได้ถามต่อแต่ทวนนามสกุลกับตัวเองเบาๆ
“โหราตระกูลอย่างนั้นเหรอทำไมนามสกุลของผู้หญิงคนนี้ไปพ้องกับปู่หนานเมือง โหรหลวงประจำคุ้มของเ้าหลวง..!”อลินตาที่กำลังรีบเร่งเื่หีบโบราณอยู่ ก็ไม่มีอะไรจะพูดหรือต่อกรกับเ้าภูแสนเธอรีบบอกอย่างรวดเร็ว
“สรุปว่าฉันประมูลชนะเ้านะคะ” เอาล่ะ.. คราวนี้เป็ฝ่ายเ้าภูแสนบ้างที่โดนกระชากสติกลับมาเ้าภูแสนหรี่ตามองอลินตาทันทีก่อนจะหันไปทางคุณจอร์นและพิธีกรที่เดินลงมาสมทบกับคุณจอร์น
“คุณอลินตาชนะผมได้ยังไงผมตั้งท่าจะประมูลอยู่แล้ว แต่อยู่ๆ คุณ..” เ้าภูแสนหันไปมองพิธีกรของงานด้วยสายตาดุและคาดคั้นพิธีกรของงานเจอสายตานั้นเข้าถึงกับก้มหน้างุด สายตาไม่ใช่ดุธรรมดาแต่มันเปล่งประกายแปลกๆ น่ากลัวอย่างไรไม่รู้ ดวงตาคู่นั้นฉายแววแห่งความมีอำนาจบารมีทั้งยังมีความลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่อย่างชัดเจน!
“ประกาศให้เธอชนะการประมูลมันหมายความว่า...?”คราวนี้เ้าภูแสนหันไปเอาเื่คุณจอร์นด้วยอีกคนอลินตาที่แม้จะยืนนิ่งทำเป็ไม่ได้ใส่ใจแต่หญิงสาวกลับเก็บรายละเอียดฝ่ายตรงข้ามรวดเร็วและละเอียดยิบๆ พร้อมกับแอบแปลกใจที่เ้าภูแสนสวมแหวนโบราณวงหนึ่ง ซึ่งแหวนนั่นหาใช่แหวนธรรมดาไม่แต่มันเป็แหวนของผู้ครองเมืองหรือเ้าเหนือหัวในยุคโบราณอดีตเท่านั้นที่จะสวมได้
อย่าบอกนะว่าเ้าไปประมูลแหวนนี้มาเช่นกันแต่ไม่น่าเป็ไปได้ที่จะมีใครนำแหวนเหล่านี้ออกมาประมูลกันเล่นๆเพราะถ้าใครแหวนนี้อยู่คนผู้นั้นจะต้องเป็ทายาทสืบทอดเชื้อสายผู้มีอำนาจบารมีมาเป็ร้อยๆ ปีเป็แน่เพราะแหวนนั่น เป็ของโบราณกาลที่ผ่านเวลามาเกือบสองร้อยปี...!
ดังนั้นผู้เป็เ้าของจะต้องหวงแหนไว้เท่าชีวิต หรือเ้าภูแสนคนนี้จะเป็ทายาทเ้าหลวงองค์ใดองค์หนึ่งแต่ไม่น่าจะหลงเหลือทายาทที่อายุน้อยแบบนี้แล้วนี่นาเพราะทายาทเ้าหลวงสมัยโบราณกาลถ้าหลงเหลืออยู่ก็น่าจะเข้าวัยปู่วัยทวดกันหมดแล้ว..
และอันที่จริงแหวนวงนั้นที่เ้าภูแสนสวมอยู่น่าจะไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์มากกว่าไม่น่าจะดูใหม่และสวมใส่ไปไหนมาไหนให้เอิกเกริกแบบนี้ ชาวเหนืออย่างนั้นเหรอ ฝันปริศนาของเธอก็เกี่ยวกับสตรีชาวเหนือเช่นกันนี่นาหรือเื่ทั้งหมดมันจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว อลินตาเก็บข้อมูลที่น่าสงสัยไว้ในใจเพื่อเล่าให้เป๋าและิฟัง
แต่ิกับเป๋ากลับกำลังตาเหลือกลานเพราะแม่ผีสาวที่ตระหง่านอยู่บนหีบนั้นตอนนี้เริ่มมีเรี่ยวแรงและถลึงตาจนลูกตาแทบจะหลุดออกนอกเบ้า ทั้งยังชี้มือขาวซีดและยาวผิดธรรมดามาทางอลินตาอีกด้วยนั่นคงเป็เพราะว่าอำนาจของแก่นไม้อักขระเริ่มอ่อนแรงลง เป๋าและิรีบสะกิดอลินตาให้หันมองดูพร้อมกับกระซิบ
“คุณอลินผมว่ารีบหน่อยก็ดีครับแม่ผีนั่นกำลังดาวน์โหลดโปรแกรมใกล้จะอัพเดทข้อมูลเป็เวอร์ชั่นผีอาฆาตร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วอ่ะครับ”อลินตาได้ยินไม่รอช้ารีบสะกิดบอกคุณจอร์นอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณจอร์นรู้เื่เขารีบบอกให้พิธีกรกล่าวปิดงานส่วนตัวเองก็หันไปอธิบายกับเ้าภูแสน
“พวกเราเห็นว่าเ้านิ่งไปนานจนเลยระยะเวลาสามนาทีไม่เชื่อก็ลองสอบถามทางเ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานดูนะครับซึ่งเป็เวลาที่เรากำหนดให้เสนอเงินประมูล เ้าก็ไม่พูดอะไรจนเวลาครบสามนาทีทางเราจึงตัดสิทธิ์เ้า แล้วตัดสินให้คุณอลินตาชนะครับ..”เ้าภูแสนได้ยินดังนั้นก็หันมามองอลินตาแว้บหนึ่ง ก่อนจะถามแต่น้ำเสียงไม่จริงจังหรือคาดคั้นอะไร
“ผมนิ่งไปถึงสามนาทีเลยเหรอ?”เป็คำถามที่ทำเอาคุณจอร์นงงเป็ไก่ตาแตกเพราะตอนที่อลินตาเสนอเงินมาและรอเ้าแสดงท่าที เขาก็เห็นเ้ายืนนิ่งจนหมดระยะเวลาที่กำหนดแต่เ้าภูแสนรู้สึกสงสัยเพราะที่เขารู้สึกคือตัวเองกำลังจะเสนอเงินทันทีที่ได้ยินอลินตาเสนอเงินขึ้นมาซึ่งไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะยืนคิดนานถึงขนาดนั้น ฤานี่คือมนต์หยุดเวลาเ้าภูแสนปรายตามองไปที่อลินตา ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดไว้จริงๆ เพราะไม่ใช่ใครจะท่องมนตรานี้แล้วหยุดเวลาได้นอกจากว่าผู้ท่องที่อำนาจจิตอันแรงกล้าทางด้านพลังกำจัดิญญา!
ส่วนทางด้านอลินตาก็แอบกระหยิ่มในใจแน่ล่ะสิ ใครจะรู้ว่าเวทย์มนต์นามว่าอตีตมนตรา ไม่ได้มีไว้ใช้ดูอดีตได้อย่างเดียวแต่หากใครได้สวดมนต์คาถานี้และสวดแบบถอยหลัง พร้อมกับใช้นิ้วก้อยเคาะไปบนหน้าปัดนาฬิกาถอยทวนเข็มแล้วล่ะก็มันจะสามารถหยุดเวลาได้ด้วยน่ะสิ....
คาถาอตีตมนตราบทนี้ทางตระกูลของอลินตาได้รับสืบทอดต่อกันมาโดยต้นตระกูลของเธอ คือหมอปราบผี ฝีมือฉมังในคุ้มเ้าหลวงแห่งหนึ่งทางภาคเหนือนามว่าหนานเมืองอินทร์โหรตระกูล(ซึ่งชื่อนี้เป็ชื่อที่เ้าหลวงผู้ครองแผ่นดินในสมัยนั้นเป็ผู้พระราชทานนามให้เป็การส่วนพระองค์) แต่เมื่อเมืองไทยเริ่มมีเกณฑ์ให้คนไทยทุกคนมีชื่อ และนามสกุล จึงได้นำชื่อต้นตระกูลอันเป็บรรพบุรุษของเธอมาแปลงเป็นามสกุลเพราะถือว่าเป็ฤกษ์ดีมงคลงามสำหรับตระกูลปราบผี แต่จนแล้วจนรอด ก็เหลือแค่ ‘โหราตระกูล’
แต่มนต์บทนี้ได้รับสืบทอดมาให้ท่องสวดแบบปกติทว่า.. อลินตานั้น ก็ทำตัวแหวกหน่อแหวกแนวต้นตระกูลโดยเอามาแปลงสารท่องสวดแบบถอยหน้าถอยหลัง เพราะเ้าหล่อนคิดเอาเองว่าบทสวดอิติปิโสถอยหลัง ยังสวดได้ และมีอานุภาพมากยิ่งนักแล้วบทสวดอย่างอตีตมนตราเล่า...
อลินตาเคยทดสอบสวดมนต์อตีตมนตราในสมัยที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ปรากฏว่า เพื่อนๆในห้องถึงกับหยุดทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมกันเป็เวลาเกือบสิบนาทีนั่นจึงทำให้อลินตาได้รู้ความลับบทสวดมนต์อันแสนยานุภาพบทนี้เพิ่มเติมจากบรรพบุรุษของเธอ!!และในวันนี้มันก็ช่วยให้เธอได้รับผลประโยชน์มหาศาลอย่างคาดไม่ถึง...