ตัวร้ายผู้นี้ต้องเป็นของข้า

    เล่ม 1 บทที่ 4 หนังสือถอนหมั้น

    บทที่ 4หนังสือถอนหมั้น“บิดาเจ้าคะ กุ้ยเอ๋อมีเรื่องสงสัย บิดาคลายข้อข้องใจให้ข้าสักหน่อย ได้หรือไม่เจ้าคะ”หลินเหมยกุ้ยตัดสินใจไต่ถามต้นเหตุของหายนะในชีวิตอย่างตรงไปตรงมา ด้วยเกรงว่าบิดาจะปิดบังเรื่องราวทุกอย่างเอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่นางรับรู้จะสายเกินไปจนแก้ไขไม่ทัน“ให้เจ้าแข็งแรงกว่านี้ก่อนเถิด แล้วบิดาจะอยู่สนทนาเป็นเพื่อนเจ้าทั้งวัน”หลินอี้หยางปฏิเสธบุตรสาวเสียงนุ่ม หลินเหมยกุ้ยพึ่งได้สติ เขาต้องการให้นางพักผ่อนมาก ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรงในเร็ววัน ไม่ทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวนเช่นนี้อีก“กุ้ยเอ๋อ อยากรู้ตอนนี้”หลินเหมยกุ้ยดึงดัน จนหลินอี้หยางลอบถอนใจ ไม่ว่านางจะดื้อดึงเช่นไร เขาก็ยังใจอ่อนอยู่ดี“ได้ เจ้าอยากรู้เรื่องใดถามมาเถิด”“ข้าอยากรู้ว่าหนังสือถอนหมั้นที่ตระกูลไป๋ส่งมา บิดาจะจัดการเช่นไรหรือเจ้าคะ”ดวงตาสีดำสนิทจ้องหน้าบิดาตาไม่กระพริบ คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้“กุ้ยเอ๋อรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน”คำถามของเด็กสาวช่างกระแทกหัวใจผู้ฟัง จนหลินอี้หยางตะลึงงันทำอันใดไม่ถูก ในระหว่างที่หลินเหมยกุ้ยกำลังป่วยหนัก ตระกูลไป๋ส่งหนังสือถอนหมั้นอย่างเป็นทางการมาถึงเรือนตระกูลหลิน เขารู้ดีว่าบุตรสาวต้องการตบแต่งให้ไป๋หงซวนมากเพียงใด จึงปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ไม่ได้เอื้อนเอ่ยให้ผู้ใดฟังทั้งสิ้น เขาพยายามยับยั้งไม่ให้ตระกูลไป๋หักหน้าตระกูลหลินอย่างร้ายกาจเช่นนี้ น่าเสียดายอำนาจน้อยนิด ของเขาไม่อาจเปลี่ยนใจประมุขตระกูลใหญ่ได้หนังสือที่หลินอี้หยางได้รับ สร้างความสับสนให้เขายิ่งนัก เขารู้สึกโกรธเคืองและยินดีในคราวเดียวกัน โกรธเคืองที่เนื้อความด้านใน ปฏิเสธบุตรสาวของเขาอย่างไร้เยื่อใย กล่าวหาว่านางบกพร่องในหลายด้าน ไม่เหมาะเป็นฮูหยินใหญ่ตระกูลไป๋ผู้สูงส่งหลินอี้หยางอยากหัวเราะให้ฟันหัก ผู้ที่เขียนข้อความถอนการหมั้นเช่นนี้ออกมาได้ ช่างหลงตนเองยิ่งนัก แต่เขาดีใจที่ตนเองมีข้ออ้างมากมายในการโน้มน้าวหลินเหมยกุ้ยให้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแต่งเข้าตระกูลไป๋เสียทีหลินอี้หยางอยากให้การหมายหมั้นยุติลงใจจะขาด แต่เขาไม่อาจแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งได้ หลินเหมยกุ้ยมีใจให้คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ นางดึงดันจะแต่งกับ ไป๋หงซวนให้ได้ ไม่ว่าเขาจะห้ามปรามสักเพียงใด นางก็ไม่ยินยอมหลินอี้หยางไม่อยากให้บุตรสาวเสียใจ เขาฝืนเก็บความไม่พอใจ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีของสองตระกูลเอาไว้ แต่ไมตรีที่หยิบยื่นให้ไปกลับถูกตระกูลไป๋ ตัดสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี หลินเหมยกุ้ยรู้เรื่องหนังสือถอนหมั้นได้อย่างไร ผู้ใดคาบข่าวอัปมงคลมาบอกนาง“กุ้ยเอ๋ออย่าเสียใจไปเลย รอเจ้าหายดีเมื่อไร บิดาจะไปเจรจากับตระกูลไป๋ให้เจ้าอีกครั้ง ไม่ว่าเรื่องการหมายหมั้นจะยากลำบากสักเพียงใด บิดาจะทำให้ เจ้าสมหวังดั่งใจให้ได้”หลินอี้หยางกลืนความตั้งใจที่จะโน้มน้าวบุตรสาวลงไปในลำคอ เขามั่นใจว่าเมื่อหลินเหมยกุ้ยรู้เรื่องหนังสือถอนหมั้นแล้ว นางต้องอ้อนวอนขอให้เขาช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ตระกูลไป๋หลุดมือไปอย่างแน่นอนหลินเหมยกุ้ยพึ่งหายป่วย หลินอี้หยางไม่อยากให้เด็กสาวขุ่นเคืองใจ ขอเพียงเป็นความปรารถนาของนาง หากมันทำให้นางมีความสุข ต่อให้เขาต้องเดินทางไปดินแดนเทพเซียนหรือไปเยี่ยมเยียนปรโลก เขาพร้อมทำให้นางได้ทุกอย่าง“หากตระกูลไป๋ต้องการเช่นนั้น บิดาตกลงถอนหมั้นให้ข้าเถิด”“เจ้าพูดจริงหรือ”หลินอี้หยางเลิกคิ้วสูง เขารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก แม้จะยินดีกับการตัดสินใจของบุตรสาวมากเพียงใด แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีเหตุผลเสมอ เขาอยากรู้เหตุผลใด ทำให้ความคิดของหลินเหมยกุ้ยเปลี่ยนไปเช่นนี้นางเติบใหญ่จนรู้ความหรือมีเหตุการณ์ใดบีบบังคับให้นางถอดใจ เลิกติดตามฝากรักคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ด้วยความจำยอม“เจ้าพึงใจในตัวไป๋หงซวนไม่ใช่หรือ เหตุใดเปลี่ยนใจเสียเล่า”หลินอี้หยางรอฟังคำอธิบายจากบุตรสาวอย่างตั้งใจ เขาไม่ชอบไป๋หงซวน เลยสักนิด เด็กหนุ่มที่คิดว่าตนเองเพียบพร้อมทุกอย่าง ยึดถือความสมบูรณ์แบบ จนมองไม่เห็นหัวผู้ใด เคร่งขรึมเย็นชาตลอดเวลา ไม่อ่อนโยนเอาใจใส่ บุรุษเช่นนี้ จะทำให้บุตรสาวของเขามีความสุขได้อย่างไรไป๋หงซวนไม่เหมาะกับหลินเหมยกุ้ยหรือสตรีอื่นใดทั้งสิ้น แต่อำนาจยิ่งใหญ่ที่เด็กหนุ่มผู้นี้จะได้รับ ดึงดูดให้ผู้คนมากมายหวังครอบครอง เขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขตระกูลไป๋ ตระกูลใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของชิงเต๋อ ครอบครองอำนาจสูงสุดในเขตแดนหากตระกูลหลินเกี่ยวดองกับตระกูลไป๋ได้ พวกเขาจะกลายเป็นเสือติดปีก หลินเหมยกุ้ยจะมีอำนาจวาสนาเหนือสตรีอื่นใด ภายหน้าจะไม่มีผู้ใดกล้ารังแกนางอีก หลินอี้หยางต้องการปีกใหญ่คุ้มภัยให้บุตรสาว แต่ถ้าปีกนั้นไม่สามารถบินได้ ทั้งยังทำอันตรายให้นางเจ็บหนัก เขาพร้อมสลัดมันทิ้งโดยไม่ลังเลเช่นกัน“คุณชายใหญ่ไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อข้า หากข้าดึงดันแต่งงานกับเขาต่อไป คงยากหาความสุขใจได้อีก ข้าปรารถนาจะแต่งกับบุรุษที่รักข้า ดีต่อข้าจากใจจริง เต็มใจอยู่กับข้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ความคิดเห็นแก่ได้เช่นนี้ บิดาตำหนิข้าหรือไม่เจ้าคะ”“บิดาจะตำหนิเจ้าได้อย่างไรกัน บิดารักเจ้า อยากให้เจ้ามีความสุข ไม่ว่าเจ้าปรารถนาสิ่งใด บิดาเต็มใจทำให้เจ้าทั้งนั้น กุ้ยเอ๋อวางใจเถิดพรุ่งนี้บิดาจะตอบรับหนังสือถอนหมั้นของตระกูลไป๋ แล้วให้คนจัดส่งไปให้ประมุขไป๋โดยเร็วที่สุด”สุขใดไหนจะเท่าสุขใจ ความคิดดีงามเช่นนี้ หลินอี้หยางย่อมสนับสนุนอย่างถึงที่สุด ประมุขหนุ่มยิ้มเต็มใบหน้า เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เด็กสาวมากโทสะจะเติบใหญ่ กลายเป็นสตรีดีงาม มีความคิดความอ่านลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หลินอี้หยางทั้งปลาบปลื้มทั้งกังวล เขากลัวว่าบุตรสาวสุดที่รักจะรีบร้อนผละจากอกของเขาไป สู่อกกว้างอันใหม่โดยที่เขาไม่รู้ตัว“ขอบคุณบิดาที่เมตตา ท่านดีกับข้าที่สุด”หลินเหมยกุ้ยยกยิ้มอ่อนหวาน เมื่อได้สิ่งที่ต้องการสมดั่งใจ อีกไม่นาน ไป๋หงซวนจะได้พบสตรีแสนงาม นางมารหน้าซื่อที่ทำลายชีวิตของหลินเหมยกุ้ย จนย่อยยับด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค ครั้งนี้นางไม่ยอมโดนคนเหล่านั้นทำร้ายอีกแล้ว นางจะเป็นคนทำลายพวกมันด้วยมือของตนเอง“บิดาเจ้าคะ กุ้ยเอ๋อขอร้องท่านอีกสักเรื่องได้หรือไม่”“กุ้ยเอ๋อต้องการสิ่งใดหรือ”คิ้วเข้มบนใบหน้าคมคายเลิกสูงด้วยความสงสัย บุตรสาวตัวน้อยมีเรื่องอันใดมาทำให้เขาประหลาดใจได้อีก“ข้าต้องการติดตามผู้ใช้โอสถกู้ไปเรียนรู้วิชาปรุงยา บิดาได้โปรดอนุญาตด้วยเถิดเจ้าค่ะ”“ไม่ได้!!”หลินอี้หยางปฏิเสธทันควัน บุตรสาวของเขาเป็นคุณหนูน้อยในห้องหอ นางถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงม มีบ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติพัดวีตลอดเวลา ไม่เคยหยิบจับสิ่งใดมาก่อน นางจะเดินป่า อยู่หุบเขา ใช้ชีวิตปลูกผักปลูกหญ้า ดูแลอาจารย์ตลอดเวลาได้อย่างไร“หากกุ้ยเอ๋ออยากเรียนรู้วิชา บิดาจะฝากเจ้าเป็นศิษย์ของผู้ใช้โอสถเฉิน ดีหรือไม่ เขามีชื่อเสียง มีฝีมือเก่งกาจ เจ้าต้องได้รับความรู้มากมายจากเขาอย่างแน่นอน”หลินอี้หยางไม่พอใจที่เฉินเต๋อหมิงไม่ยอมรักษาอาการป่วยให้หลินเหมยกุ้ย ทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่เขายินยอมไม่ถือสาหาความ ดีกว่าอนุญาตให้บุตรสาวออกจากเรือนไป เผชิญอันตรายในสถานที่ห่างไกลตามลำพัง“ไม่เจ้าค่ะ ข้าอยากเรียนรู้วิชากับผู้ใช้โอสถกู้เถียนสงเท่านั้น”หลินเหมยกุ้ยยืนยันหนักแน่น ยามนี้กู้เถียนสงยังเป็นเพียงผู้ใช้โอสถไร้ชื่อ แต่ไม่กี่ปีหลังจากนี้ เขาจะกลายเป็นผู้ใช้โอสถคนสำคัญของชิงเต๋อ เป็นบุคคลมากพรสวรรค์ที่ผู้นำตระกูลใหญ่ต้องให้ความยำเกรงในงิ้วแห่งความจริง นางเอกเป็นสตรีไร้พรสวรรค์เช่นเดียวกับหลินเหมยกุ้ย แต่นางได้พบความโชคดีมากมาย จนสามารถปะทุพรสวรรค์ด้านผู้ใช้โอสถได้สำเร็จ นางเอกได้พบเจออาจารย์แสนประเสริฐโดยบังเอิญ เขาสั่งสอนจนนางกลายเป็นผู้ใช้โอสถมากความสามารถ เป็นสตรีสูงค่าที่บุรุษมากมายปรารถนาครอบครองเรื่องราวในชีวิตของนางเอกสวยงามราวกับสวรรค์ปั้นแต่ง ผิดกับชีวิตของหลินเหมยกุ้ยราวฟ้ากับเหว แต่นางจะทำทุกอย่าง ขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เหตุการณ์โชคดีของนางเอกเกิดขึ้นอีกแล้ว หลินเหมยกุ้ยอยากรู้นัก นางเอกจะกลายเป็นสตรีเปี่ยมพรสวรรค์ได้อย่างไร หากไม่ได้เรียนรู้กับอาจารย์ผู้เก่งกาจ มากความสามารถอีกต่อไป“กุ้ยเอ๋อ เจ้าอย่าได้ดื้อดึงอีกเลย บิดาเป็นห่วง ไม่อยากให้เจ้าจากไปไกล หากเจ้าไม่ชื่นชอบผู้ใช้โอสถเฉิน เจ้าจะฝากตัวเป็นศิษย์กับผู้ใช้โอสถท่านอื่นก็ได้ บิดาขอแค่เจ้าอยู่ใกล้ ๆ ในเมืองหลวงก็พอ”หลินอี้หยางหว่านล้อมเด็กสาวอยู่หลายครั้ง ปฏิเสธคำขอของนางอยู่ หลายหน แต่เมื่อเห็นดวงตาทรงเสน่ห์คลอไปด้วยหยาดน้ำ จิตใจแข็งแกร่งดั่งหินผาอ่อนยวบราวกับเทียนไขโดนไฟลน“บิดาได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ กุ้ยเอ๋อขอร้องท่านนะเจ้าคะ”เด็กสาวทั้งอ้อนวอนทั้งบีบน้ำตาใช้เวลานานเป็นชั่วยาม หลินอี้หยาง จึงใจอ่อนยอมรับปาก ประมุขหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็แพ้ความเอาแต่ใจของนางอยู่ดี“บิดาจะคุยเรื่องนี้กับผู้ใช้โอสถกู้ หลังจากเจ้าหายเป็นปกติแล้วเท่านั้น หากเขาไม่ยินยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าต้องสัญญากับบิดาว่าจะล้มเลิกความคิดทั้งหมด ไม่ดื้อดึงเด็ดขาด ตกลงหรือไม่”“ตกลงเจ้าค่ะ”การตอบรับอย่างง่ายดายของหลินเหมยกุ้ย ไม่ได้ช่วยให้หลินอี้หยางลดความกลัดกลุ้มลงเลย แม้เขาจะยอมให้บุตรสาวร่ำเรียนวิชาในที่ห่างไกล แต่ไม่มั่นใจว่า ผู้ใช้โอสถฝีมือเก่งกาจจะยอมรับนางเป็นศิษย์หรือไม่ ในดินแดนที่เต็มไปด้วย ผู้มีพรสวรรค์มากมาย บุตรสาวของเขาช่างเป็นเด็กสาวที่น่าสงสารเหลือเกินการสนทนาของสองพ่อลูกผู้สูงศักดิ์ สร้างความประหลาดใจให้อู๋ฟางเซียน ยิ่งนัก หลินเหมยกุ้ยเป็นสตรีเช่นไร มีผู้ใดในตระกูลหลินไม่รู้บ้าง เด็กสาวไร้ความสามารถที่ดีแต่ไล่ตามฝากรักบุรุษ เหตุใดถึงเปลี่ยนแปลงไปราวกับคนละคนหลินเหมยกุ้ยทำตัวเหินห่าง ไม่สนทนาหรือปรายตามองมาที่นางเลยสักนิด แต่กลับทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับนางเมียบ่าวอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ไม่กี่วันก่อน เด็กสาวยังขว้างกระบอกไม้ไผ่กระทบใบหน้าน่ารังเกียจ จนเป็นรอยแดงช้ำอยู่เลยหลินเหมยกุ้ยในยามนี้ต่างจากลูกเลี้ยงผู้โง่เขลาราวคนละคน อู๋ฟางเซียนมองใบหน้างดงามตาเขม็ง นางอยากรู้จนทนไม่ไหว หลุดปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัว“คุณหนูใหญ่รู้สึกไม่สบาย ติดขัดที่ใดหรือไม่ แม่รองคิดว่าท่านมีบางอย่างแปลกไป ลองให้ผู้ใช้โอสถกู้ตรวจดูอีกสักครั้งเถิด”ความสงสัยของอู๋ฟางเซียน ทำให้หลินเหมยกุ้ยชะงัก นางรีบปรับสีหน้าแล้วฉีกยิ้มอ่อนหวาน ออดอ้อนเหมือนยามปกติ“ฮูหยินรองอย่าได้เป็นห่วงไปเลย ข้าสบายดีไม่ได้เจ็บป่วยที่ใดทั้งสิ้น”รอยยิ้มสวยระบายเต็มใบหน้าแต่เอื้อไม่ถึงดวงตา นางไม่มีสิ่งใดผิดปกติ นางยังคงเป็นหลินเหมยกุ้ยคนเดิม เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาของนางสว่างจ้า ไม่มีสิ่งใดบดบังจนมองผิดเป็นถูกอีกแล้ว ใครดีกับนางต้องตอบแทน ใครร้ายกับนางต้อง แก้แค้นให้สาสม ดวงตาสีรัติกาลปรายมองฮูหยินรองของบิดา พลางคิดในใจว่า‘อู๋ฟางเซียน เจ้าใจเย็นสักนิดเถิด อีกไม่นาน ความชั่วร้ายของเจ้า ข้าจะเปิดเผยให้ทุกคนรับรู้เอง’