“นั่นเขา”
หัวใจของชายชุดเทาเต้นไม่เป็นจังหวะในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองลืมเรื่องอะไรไปเป้าหมายในครั้งนี้ของเขาก็คือหลินเฟิงชายหนุ่มที่ดูเป็นมิตรและหล่อเหลาที่เพิ่งเดินเฉียดผ่านเขาไป
ทันใดนั้นเจตจำนงแห่งมีดก็พลันกระจายไปทั่วบรรยากาศอีกครั้งพลังที่น่ากลัวนี้ราวกับว่าสามารถฉีกกระชากห้วงอากาศได้ง่ายดายชายในเสื้อคลุมสีเทาลอยอยู่กลางอากาศ เขารู้สึกลังเลเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของป้าเตาหรือชายหนุ่มซึ่งมีสายตาที่ปราศจากความรู้สึก ทั้งคู่ล้วนเป็นตัวอันตรายทั้งสิ้น
ในที่สุดชายชุดเทาก็ตัดสินใจลงมือป้าเตาทะลวงสู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 เป็นบุคคลที่เขาหวาดกลัวที่สุดมันคงอันตรายเกินไปถ้าหากถูกลอบทำร้ายโดยเขาคนที่สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 ได้ถึง 81 คนและเคยเป็นทาสในลานประลองเชลย ซึ่งมีชีวิตอยู่ด้วยการต่อสู้ คนคนนี้ไม่อาจดูเบาได้เลย!
“ย๊าก!!!”
ร่างกายของชายชุดเทาสั่นสะท้านเล็กน้อย ขณะที่พุ่งลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วเสื้อคลุมของเขาโบกสะบัดในอากาศอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันเขาก็ปลดปล่อยจิตสังหารอันบ้าคลั่งออกมา
ฝ่ามือที่ทรงพลังได้ทะลวงผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝ่าอากาศแหลมคมดังขึ้นมาและพุ่งไปยังป้าเตา
“ตูม ตูม ตูม!”
ราวกับนกรู้ ป้าเตาได้ปลดปล่อยเจตจำนงแห่งมีดของตัวเองออกมาต้านรับการโจมตีนั่นภัตตาคารพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กระแสลมในอากาศพลันบ้าคลั่งขึ้นมา เจตจำนงแห่งมีดได้ทำลายสิ่งของภายในร้านจนแตกกระจายผู้คนพากันกรีดร้องและทยอยออกจากร้านอย่างเร่งรีบ โต๊ะและเก้าอี้ที่พวกเขานั่งล้วนแตกเป็นเสี่ยงๆเห็นได้ชัดว่าเจตจำนงแห่งมีดแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ภายใต้การโจมตีที่รุนแรง ชายชุดเทาก็กระโดดลงมาถึงพื้น แล้วกวาดสายตามองหลินเฟิงก่อนจะเห็นว่าหลินเฟิงกำลังตรงมาที่เขาด้วยเช่นกัน แววตาที่เย็นชาไร้อารมณ์จ้องมาที่เขาอย่างสงบนิ่ง
“หมัดทลายภูผา!”
ชายชุดเทาคำรามเสียงดังออกมา เขาโจมตีไปที่หลินเฟิงด้วยพลังที่เหลืออยู่
ทันใดนั้นเอง แววตาของเขาก็ปรากฏร่องรอยความประหลาดใจขึ้นมา
“สวบ!”
เสียงบางอย่างตัดผ่านอากาศดังขึ้น ทันใดนั้นชายชุดเทาก็พลันตัวแข็งทื่อแม้ในใจอยากจะขยับตัวหนีแต่กลับทำไม่ได้ แขนที่ปล่อยหมัดออกไปถูกหลินเฟิงจับไว้แน่นขณะเดียวกันมืออีกข้างหนึ่งของหลินเฟิงก็ถือกริชแทงเข้าไปในคอของชายชุดเทาจนมิดด้าม
ชายชุดเทามองไปด้านหน้าอย่างงุนงงในอากาศยังคงเหลือเงาที่ตกค้างจากการเคลื่อนไหวของหลินเฟิงอยู่ การโจมตีนี้รวดเร็วเกินไปทำไมถึงเร็วขนาดนี้?! นอกจากนี้หลินเฟิงสามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างไร?
“ชาติหน้า ขอให้เจ้าติดตามนายที่ดีกว่านี้ก็แล้วกัน”
หลินเฟิงกล่าวอย่างเย็นชาและดึงกริชออกมาจากลำคอของชายคนนั้นเลือดพลันทะลักออกจากลำคอของชายชุดเทากระจายไปทั่วพื้น ร่างของเขากระตุกเล็กน้อยก่อนจะล้มลงไปที่พื้น ดวงตาเบิกโพลงคู่นั้นไร้ซึ่งแสงแห่งชีวิต
หลินเฟิงเช็ดเลือดที่กริชก่อนเก็บกลับไปเหมือนเดิม ดวงตาของเขาค่อยๆ กลับมาเป็นปกติแต่สีหน้ายังคงเย็นชาขณะมองไปที่ศพบนพื้น
ชายคนนี้คือผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7 เขาแข็งแกร่งมาก ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ทุ่มพลังโจมตีไปที่ป้าเตาจนเหลือพลังไม่มากมันคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินเฟิงจะเอาชนะเขาได้ง่ายดาย
ตอนนี้เองป้าเตาและอีเสวี่ยก็เดินลงมาจากบันไดพวกเขาจ้องมองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของหลินเฟิงด้วยความรู้สึกบางอย่าง
เป็นอัจฉริยะที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้ หลินเฟิงมีอายุประมาณ 17 ปีเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับทรงพลังมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถสังหารคนที่อยู่ในระดับเหนือกว่าตัวเองได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
ป้าเตารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเขามาจากอะไรภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเลือดและการต่อสู้มันทำให้เขาต้องดิ้นรนและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเป็นป้าเตาในวันนี้แต่หลินเฟิงไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือพื้นฐานล้วนแข็งแกร่งมาก มิหนำซ้ำพลังโจมตียังทรงพลังมากอีกด้วยไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสังหารชายชุดเทาในครั้งเดียวได้
ดวงตาของอีเสวี่ยเป็นประกาย ก่อนหน้านี้นางคิดว่าหลินเฟิงอ่อนแอ เพราะการบ่มเพาะของเขานั้นอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 5 แต่ในตอนนี้นางได้เปลี่ยนความคิดไปแล้ว นางคิดไม่ถึงเลยว่าภายใต้หน้าการสีเงินที่ดูเย็นชาจะเป็นใบหน้าหล่อเหลาและอ่อนเยาว์จนทำให้นางไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าของเขาได้
“ไปกันเถอะ”
หลินเฟิงกล่าวและเดินออกจากภัตตาคาร
ป้าเตาและอีเสวี่ยเดินตามหลินเฟิงไปอย่างใกล้ชิดและทิ้งซากศพของชายชุดเทาไว้ด้านหลังท่ามกลางสายตาฝูงชน
ไม่ช้า ข่าวของผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7 คนหนึ่งถูกสังหารโดยผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณที่ต่ำกว่า 2 คน ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นทาสที่มีคำว่า ‘ป้า’ ประทับบนใบหน้า หรือชายหนุ่มผู้เยาว์วัยหน้าตาหล่อเหลาพวกเขาทั้งคู่ล้วนทิ้งความประทับใจให้แก่ทุกคน
ไม่นานก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาในภัตตาคารท่ามกลางสายตาแปลกใจของฝูงชน
ร่างเงานั้นปรากฏตัวขึ้นมาเงียบๆ ราวกับภูตผี เพียงพริบตาเดียวเขาก็มาอยู่ที่ด้านหน้าของพวกเขาแล้ว
“เขาตายแล้ว!”
ร่างเงานั้นจ้องเขม็งไปที่ศพบนพื้นด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนสะบัดมือเล็กน้อยจากนั้นก็มีลมปราณรุนแรงทะลักออกมาจากมือนั่นเข้าห่อหุ้มศพ เกิดแสงสีขาวสว่างจ้าอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานศพก็สลายไป
ผู้คนพากันตื่นตระหนกในดวงตาของพวกเขาปรากฏร่องรอยของความหวาดกลัวและความเคารพขึ้นมา
“ขอบเขตลี้ลับ!”
ร่างเงานี้คือผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตลี้ลับ และดูเหมือนว่าเขากำลังติดตามคนกลุ่มเมื่อครู่อยู่
ร่างเงานั้นหายไปจากสายตาของผู้คนและไปปรากฏตัวอยู่นอกร้าน เงานั่นกำลังจ้องมองไปยังเส้นทางสายหนึ่งก่อนที่จะเคลื่อนย้ายในพริบตาตามไป
แต่ทันใดนั้น ร่างเงานั่นก็ต้องแปลกใจและหยุดการเคลื่อนไหว
เพราะในตอนนี้ได้มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาขวางทางของเขาไว้
ผิวพรรณของคนผู้นั้นขาวราวกับเทพเซียน
คนผู้นั้นคือหญิงสาว แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังแต่ก็ทำให้ผู้คนบ้าคลั่งได้นางยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับภูเขาน้ำแข็งที่มั่นคง
“ยอดฝีมือ!”
ร่างเงานั่นสามารถตรวจสอบได้ว่าหญิงสาวที่ดูบริสุทธิ์และสูงส่งคนนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตลี้ลับ นางคือตัวอันตรายอย่างแท้จริง
“หยุดตามพวกเขาซะ!”
เงาร่างที่ดูบริสุทธิ์ปราศจากมลทินของหญิงสาวหันกลับมาจ้องมองเขาใบหน้าของนางถูกปกปิดด้วยผ้าคลุม แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็สามารถเดาได้ว่านางคือสาวงามคนหนึ่ง
แม้ว่าจะเห็นสาวงามยืนขวางหน้าแต่ร่างเงานั่นก็ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกแต่อย่างใด
ทันใดนั้นร่างที่งดงามของหญิงสาวค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาร่างเงาอย่างเชื่องช้า
อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศเริ่มต่ำลงเรื่อยๆตามจังหวะการก้าวเดินของร่างเงานั้น ฉับพลันในอากาศก็ปรากฏเกล็ดหิมะขึ้นมาขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง อากาศในตอนนี้หนาวสั่นจนน่ากลัวแม้แต่ฝูงชนที่อยู่ห่างออกไปยังเผยสีหน้าหวาดหวั่น
ดวงตาของร่างเงาฉายแววตกตะลึงเล็กน้อย ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนลูกศรสีดำที่กำลังพุ่งเข้ามาลมปราณที่ทรงพลังพลันปกคลุมไปทั่วกำปั้น
“หัวใจน้ำแข็ง!”
หญิงสาวกล่าวเบาๆ ทันทีที่สิ้นเสียงอันเย็นชา เงานั่นก็พลันสั่นสะท้านตั้งแต่หัวจรดเท้าร่างกายของเขาเริ่มถูกน้ำแข็งเกาะกุม หัวใจเขารู้สึกหนักอึ้งและเหน็บหนาวขึ้นมาราวกับถูกแช่แข็ง
ลมปราณอันเย็นเยือกถูกปลดปล่อยออกมาร่างเงานั่นพยายามอดทนต่อความเหน็บหนาวที่ไม่รู้จบ เขาปล่อยหมัดออกไปก่อนที่ระลอกพลังที่ถูกปล่อยออกมาจะกลายเป็นน้ำแข็งสีขาวกลางอากาศ
“กึก กึก!”
ชั้นน้ำแข็งในอากาศเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าชั้นบรรยากาศได้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง พลังโจมตีของร่างเงานั้นถูกผนึกอย่างสมบูรณ์
แต่การแช่แข็งยังไม่สิ้นสุด มันยังคงลุกลามไปทั่วราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
“น้ำแข็งนิรันดร์”
หญิงสาวกล่าวอย่างเย็นชา ทำให้ชั้นบรรยากาศและบริเวนรอบๆ ถูกแช่แข็งทันที
ร่างเงานั้นรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่จู่โจมเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้เขารีบฟาดฝ่ามืออย่างบ้าคลั่ง เจินหยวนที่ทรงพลังเริ่มหลั่งไหลออกมาจากร่างกายท่ามกลางการแช่แข็งที่หนาวเหน็บแบบนี้ ทุกสิ่งที่ทำได้กลายเป็นความว่างเปล่าน้ำแข็งยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็ได้แช่แข็งร่างกายและหัวใจของเขาอย่างสมบูรณ์
ในที่สุดเงาร่างนั้นก็หยุดดิ้นรนฝูงชนที่อยู่ไกลออกไปต่างพากันสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหวาดหวั่นหัวใจของพวกเขาเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง
นี่มันอะไรกัน?
ก้อนน้ำแข็งนั่นใหญ่มาก มันมีขนาดเท่ากับห้องห้องหนึ่ง ภายในก้อนน้ำแข็งนั้นมีร่างของคนคนหนึ่งถูกแช่แข็งไว้
ผ่านไปสักพักใหญ่ ก้อนน้ำแข็งก้อนนั้นก็แตกกระจายออกมากลายเป็นก้อนน้ำแข็งเล็กๆ ทั่วพื้น
ท่ามกลางเศษน้ำแข็ง ร่างของคนคนหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้นชีวิตของเขาต้องมาจบสิ้นด้วยการถูกแช่แข็ง
ร่างเงานั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้แข็งแกร่งในขอบเขตลี้ลับ แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ซากศพที่ถูกแช่แข็งไว้เท่านั้น!