การพบกัน
กาลรับแฟ้มเอกสารจากเหมันต์ทันทีก่อนจะเดินกลับออกมาแล้วรีบไปจัดการตามที่เขาได้สั่งไว้ตู๊ด!! ~~~“ [สวัสดีครับ บริษัทของเรายินดีให้บริการครับ] ”“ [ไม่ทราบว่า บอสของคุณอยู่ไหมครับ] ”“ [ผมเองครับ มีอะไรรึเปล่าครับ] ”“ [คือลูกน้องของคุณที่ทางเราจ้างมาได้ทำงานบกพร่องจนทำให้บอสโดนยิง ทางเราจึงอยากจะขอพบคุณเป็นการส่วนตัวครับ] ”“ [ได้สิครับ นัดสถานที่และเวลามาได้เลยครับ] ”“ [ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้คุณจะสะดวกไหมครับ] ”“ [พรุ่งนี้….สะดวกครับ] ”“ [งั้นพรุ่งนี้ให้คุณเข้ามาพบบอสที่บริษัทxxx ตอนสายๆ นะครับ] ”“ [ได้ครับ] ” ปลายสายกดวางทันทีที่จบการสนทนาลงเสียงเปิดประตูดังขึ้นมาเผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าคมเข้มเดินเข้ามาด้วยท่าทีสนิทสนมกับคนที่นั่งอยู่ด้านใน“เพลิง?”“ไม่เจอหลายวันเลยนะพี่ชาย”“ยังอยู่อีกเหรอ นึกว่าตายไปซะแล้ว”“ถ้าพี่ไม่ตายผมก็ไม่ตายหรอก”“ฮ่าๆๆ ถ้าอย่างนั้นแกคงต้องทำใจว่ะ”“ทำไม?”“เพราะกูเป็นอมตะ”“ไม่อยากคุยด้วยล่ะ คุยกับพี่ทีไรปวดหัวทุกที” พูดจบเพลิงก็หันหลังเดินออกไปทันที“เอ๊ยๆ นี่แกว่าฉันประสาทเหรอห้ะ” เขาถามไล่หลังออกไป“ก็ตามนั้นแหละ” เพลิงตอบกลับมาก่อนจะหายออกจากห้องไปรุ่งเช้า“ผมมาเจอเจ้าของที่นี้ครับ”“ไม่ทราบว่าได้นัดไว้รึเปล่าค่ะ?”“นัดไว้แล้วครับ”“ไม่ทราบว่าจะให้เรียนว่าอะไรครับ”“บอกว่า เจ้าของบริษัทที่คุณติดต่อมาพบครับ”“ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ”“ครับ”“เชิญคุณนั่งทางด้านนั่นก่อนนะคะ”ครึ่งชั่วโมงผ่านไป“อะไรวะ นัดมาเองยังมาให้รออีกเหรอวะเนี้ย” ผมบ่นขึ้นเพราะตอนนี้ผมนั่งรอมาจนเกือบจะได้ชั่วโมงแล้ว“ไม่ทราบว่า บอสของคุณไปตายไหนครับถึงยังไม่ให้ผมพบอีก”“เอ่อ รอสักครู่นะคะจะติดต่อสอบถามเดี๋ยวนี้ค่ะ” เพราะคำถามของผมทำเอาพนักงานถึงกับหน้าซีด แน่นอนครับเพราะนิสัยปากสุนัขไม่รับประทานจึงไม่ค่อยมีใครอยากคุยด้วยซักเท่าไหร่“คุณคือคนที่ทางเราได้นัดไว้ใช่ไหมครับ”“ครับ” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม“เชิญทางนี้ครับ” ผมเดินตามชายร่างสูงไปยังห้องๆ หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากที่ผมนั่งรออยู่เมื่อตอนสายๆประตูบานหนึ่งถูกเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่นั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวสีดำ เขาเดินเข้าไปยังด้านในโดยที่ชายร่างสูงคนที่นำทางมายืนรออยู่ด้านนอก ภายในห้องถูกตกแต่งอย่างมีสไตล์ บ่งบอกถึงเจ้าของห้องๆ นี้เป็นคนยังไง“มาแล้วเหรอ” เสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“ครับ ผมเป็นเจ้าของบริษัทบอดี้การ์ด คุณมีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”ปึก!! เอกสารถูกวางลงตรงหน้าของคนที่มาเยือน ตามมาด้วยใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่บัดนี้ได้หันมาเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“คุณต้องรับผิดชอบ” เสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“รับผิดชอบ?” คนตรงหน้าเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนจะเปิดดูเอกสาร“……” สายตานิ่งมองมายังเขาที่นั่งดูเอกสารอยู่ในมือ“แล้วไม่ทราบว่าคนของผมบกพร่องตรงไหนครับ ผมก็ไม่เห็นใครโดนทำร้ายเลยนี่ครับ”“แล้วนี่อะไร” ชายตรงหน้าเปิดให้ดูรอยแผลที่ยังคงแห้งไม่สนิทเพราะยังมีเลือดซึมออกมาอยู่นิดๆ ทำเอาเขาตกใจไปเล็กน้อย“เช่นนั้นทางเราจะคืนเงินให้และชดเชยค่าทำขวัญให้เป็นการทดแทนตามที่ระบุในสัญญาว่าจ้าง”“ไม่พอ นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใครจะจ่ายค้าเสียหายแค่นี้มันยังไม่ได้เศษเสี้ยวกับความเสี่ยงที่ฉันได้รับเลย”“แต่ในสัญญาระบุเอาไว้แล้ว นายจะมาเปลี่ยนไม่ได้”“นายลืมไปแล้วหรือไง ว่าวันที่เซ็นสัญญาว่าจ้าง ฉันเป็นคนออกเอกสารเอง”“…..?” รอยยิ้มเจ้าเจ้าเล่ห์ถูกแสดงออกมาแต่ก็เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น“ถ้าไม่อยากให้ฉันยึดบริษัทของนายตามเงื่อนไขที่อยู่ในสัญญา นายต้องมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉัน”“ไอ้ชั่ว!!” ร่างสูงผุดขึ้นยืนคว้าคอเสื้อของคนที่นั่งอยู่เอาไว้แน่น“บอสครับ เกิดอะไรขึ้นครับ!!” ชายร่างสูงสามคนรีบรุดเข้ามาในห้องก่อนจะตรงเข้ามาจับตัวคิมหันต์เอาไว้อย่างแน่น“ปล่อย ปล่อยกู!!”“ฉันให้เวลานายกลับคิดหนึ่งคืน พรุ่งนี้ถ้าฉันไม่ได้คำตอบ นายคงจะรู้ว่านะว่ามันจะเป็นยังไง”“ไอ้ชั่ว ปล่อยกูสิวะ!!”“ส่งแขก”“ครับบอส”สิ้นคำกาลและวายุก็พาเขาออกไปทันที แม้คิมหันต์จะสะสลัดเท่าไหร่แต่ทว่าร่างของคนที่มัดตนไว้นั้นแข็งแรงกว่ามาก จึงได้แต่ยอมรับและเดินออกมาโดยดีแต่ทว่าในใจกลับแค้นคนๆ นั้นจนอยากจะฆ่าทิ้งด้วยซ้ำไป“บอสคุยอะไรกันเหรอครับ เขาถึงได้โกรธขนาดนั้น”“หึ ธุรกิจก็คือธุรกิจ” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันทีทิ้งให้เฟลมยืนงงกับประโยคที่เขาทิ้งท้ายเอาไว้