หนีจากบ้านหมอผีมาเป็นไอดอล แต่เวทีนี้ดันมีปีศาจ

    ชีวิตเด็กฝึกกับสิ่งที่ไม่อยากเห็น

    ขวัญลงจากรถตู้หน้าค่ายพร้อมกระเป๋าผ้าใบเดียว และรู้ทันทีว่ากรุงเทพฯ ร้อนกว่าคำเตือนของทุกคน


    ฝนเพิ่งหยุด ถนนหน้าตึกยังเปียกเป็๲แถบดำ ไอร้อนจากพื้นลอยขึ้นมาผสมกลิ่นคอนกรีต กลิ่นท่อ และกลิ่นกาแฟเย็นจากร้านหัวมุม เด็กผู้หญิงสองคนที่ลงรถตามหลังลากกระเป๋าล้อเสียงดัง ก้มดูโทรศัพท์แล้วรีบวิ่งเข้าประตูอัตโนมัติ เพราะป้ายในมือถือเขียนว่าเด็กฝึกใหม่ต้องลงทะเบียนก่อนบ่ายสอง


    ขวัญมาถึงบ่ายโมงห้าสิบสอง


    แปดนาทีสำหรับเริ่มชีวิตใหม่


    เธอกำสายกระเป๋าแน่นขึ้น มองป้ายชื่อค่ายบนตึกสูง กระจกด้านหน้าเงาวาวจนสะท้อนภาพตัวเองเป็๲เด็กผู้หญิงผมดำ เสื้อเชิ้ตขาว กระโปรงพลีต และรองเท้าผ้าใบที่ขัดจนขาวเท่าที่จะขาวได้ ไม่เหมือนเด็กที่เพิ่งออกจากบ้านหมอผีต่างจังหวัดเมื่อคืนก่อน ไม่เหมือนคนที่ยายเคยบอกว่าเกิดมาเพื่อรับของต่อจากตระกูล


    ก็แค่เด็กฝึกใหม่คนหนึ่ง


    เสียงปรบมือดังลอดมาจากตึกเตี้ยด้านหลังค่าย


    ขวัญหันไปมองก่อนห้ามตัวเองทัน เสียงนั้นไม่ดังมาก แค่พอให้รู้ว่ามีคนซ้อมอยู่ในเธียเตอร์ แต่ในเสียงปรบมือมีเส้นแสงบาง ๆ สั่นตามจังหวะ มันลากจากหลังตึกขึ้นไปกลางอากาศเหมือนด้ายใสที่ใครผูกไว้กับเวที ปลายเส้นกระตุกตอนเสียงนับแปดดังตามมา


    หนึ่ง สอง สาม สี่


    ปลายนิ้วโป้งของขวัญแตะปลายนิ้วนางเอง


    เธอรีบคลายนิ้ว


    ไม่เอา


    เธอไม่ได้หนีมาถึงนี่เพื่อทำท่าที่บ้านสอนก่อนเดินเข้าป่าช้า ไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูว่าเสียงปรบมือของคนเป็๲ผูกอะไรไว้กับอะไร เธอชอบจังหวะดนตรี ชอบอิสระเวลาที่ร่างกายได้ขยับตามเสียงเพลง แทนที่จะต้องนั่งตัวเกร็งรอรับคำสั่งจากผู้ใหญ่ เธอมาที่นี่เพราะอยากเต้นบนเวที อยากมีชื่อบนบอร์ด อยากถูกเรียกว่าไอดอล ไม่ใช่ทายาทหมอผี


    "น้องเด็กฝึกใหม่ใช่ไหมคะ"


    สตาฟในเสื้อโปโลดำยืนอยู่หน้าประตู ถือแท็บเล็ตกับบัตรคิว รอยยิ้มของเธอดูซ้อมมาดีพอ ๆ กับท่าเต้น


    "ค่ะ" ขวัญตอบ


    "ชื่อ?"


    "ขวัญค่ะ"


    สตาฟก้มดูรายชื่อ "ขวัญ...รอบออดิชันออนไลน์ เข้ามาเลยค่ะ เหลืออีกหกนาที ถ้าลงทะเบียนไม่ทัน ระบบจะตัดเป็๲มาสาย๻ั้๹แ๻่วันแรก"


    ระบบ


    คำเดียวทำให้เด็กใหม่แถวหน้าเงียบกริบ


    ล็อบบี้เย็นจนผิวแขนขวัญลุก เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นมันดังสั้น ๆ เป็๲จังหวะที่ไม่มีใครนับออกเสียง เด็กฝึกใหม่ต่อแถวหน้าจุดลงทะเบียน บางคนมากับแม่ บางคนมากับกระเป๋าลากสองใบ บางคนยืนซ้อมยิ้มกับกระจกข้างเสาเหมือนกลัวว่าถ้าเผลอทำหน้าธรรมดา ครูจะเดินมาเห็นพอดี


    บนจอประชาสัมพันธ์กลางล็อบบี้มีคลิปซ้อมของรุ่นพี่ เด็กผู้หญิงผมหางม้าสูงยืนกลางแถว เธอยกแขนพร้อมคนอื่น แต่ห้องทั้งห้องดูเหมือนเคลื่อนตามปลายนิ้วของเธอมากกว่าตามเพลง


    "เรนะซัง" เด็กฝึกตรงหน้าขวัญกระซิบ


    "ตัวจริงเข้มหรือเปล่า"


    "เข้มสิ เมื่อวานมีคนเล่าว่าเรนะซังจำได้ว่าใครยืนเหลื่อมครึ่งก้าวตอนซ้อมรวม"


    เด็กฝึกอีกคนกลืนน้ำลาย "ครึ่งก้าวก็เห็นเหรอ"


    "คนที่อยากเป็๲เซ็นเตอร์ต้องเห็นมั้ง"


    ขวัญมองคนในจอแค่ครู่เดียวก็หลบตา เรนะไม่ได้มองกล้อง แต่สายตาของเธอในจอกลับทำให้ขวัญยืดหลังขึ้นเอง คนแบบนั้นไม่ใช่คนที่ควรไปยืนผิดที่ข้าง ๆ


    "บัตรเด็กฝึก ตารางวันนี้ กฎหอพัก และคิววัดพื้นฐานพรุ่งนี้เช้าค่ะ" สตาฟยื่นซองพลาสติกให้ "ห้ามทำบัตรหาย ห้ามสลับบัตร ห้ามออกนอกพื้นที่หลังสี่ทุ่ม ถ้าเจ็บให้แจ้งครู ถ้าป่วยให้แจ้งครู ถ้าไม่ไหวก็ต้องแจ้งครูก่อนหยุดเอง"


    "ค่ะ"


    "แล้วก็สัปดาห์นี้จะเริ่มซ้อมเพลงสำหรับไลฟ์เด็กฝึก ทุกคนมีสิทธิ์ถูกเลือกขึ้นสเตจ แต่สิทธิ์นั้นไม่ได้แปลว่าทุกคนจะได้ขึ้น"


    เด็กฝึกข้างหน้าเงียบลงอีก


    ขวัญรับซองไว้ บัตรพลาสติกในนั้นมีรูปเธอจากวันออดิชันออนไลน์ หน้าตรงเกินไป ผมเรียบเกินไป และรอยยิ้มเหมือนคนพยายามไม่หายใจ เธอกำลังจะเก็บมันใส่กระเป๋า แต่แสงจากจอประชาสัมพันธ์สะท้อนบนบัตรพอดี


    ใต้รูปของเธอ มีเส้นสีจางพาดผ่านรหัสเด็กฝึกเหมือนรอยขีดจากปากกาที่ไม่มีใครเขียน


    ขวัญกะพริบตา


    รอยนั้นหายไป


    "มีอะไรหรือเปล่าคะ" สตาฟถาม


    "ไม่มีค่ะ"


    คำว่าไม่มีเป็๲คำที่เธอใช้มาตลอด ไม่มีอะไรในกระจก ไม่มีใครเรียกอยู่หลังบ้าน ไม่มีเงาตรงหัวบันได ไม่มีเสียงกระดิ่งหลังเที่ยงคืน


    วันนี้ก็ไม่มี


    เธอเก็บบัตรเด็กฝึกเข้ากระเป๋าหน้าเสื้อ แล้วเดินตามลูกศรไปทางหอพักโดยไม่หันกลับไปมองเธียเตอร์อีก


    อย่างน้อยก็ไม่ให้ใครเห็นว่าเธออยากมอง


    หอพักเด็กฝึกอยู่หลังค่าย ห่างไปเพียงซอยเดียว ตึกห้าชั้นสีอ่อนมีกล้องติดตรงประตูทุกมุม และมีป้ายกฎติดแน่นกว่าป้ายชื่อห้อง กลิ่นผงซักฟอกจากห้องซักรวมชั้นล่างผสมกลิ่นบะหมี่ถ้วย กลิ่นสเปรย์ดับกลิ่นรองเท้า และกลิ่นความตื่นเต้นของคนที่ยังไม่รู้ว่าความฝันของตัวเองจะเหนื่อยแค่ไหน


    ห้องของขวัญอยู่ชั้นสาม


    เล็กกว่าห้องเก่าที่บ้าน แต่ไม่มีหิ้ง ไม่มีผ้าแดง ไม่มีตู้ไม้เก็บมีดพิธี ไม่มีเสียงยายเรียกให้เตรียมน้ำมนต์ก่อนฟ้ามืด


    มีเตียงสองชั้น โต๊ะพับสองตัว ราวแขวนเสื้อ กล่องรองเท้าสามกล่อง และเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งพับเสื้อซ้อมด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนพับผิดแล้วคะแนนอันดับจะตก


    "เธอคือขวัญใช่ไหม"


    เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มกว้างจนห้องแคบดูสว่างขึ้นเล็กน้อย "เรา มินท์ รูมเมตเธอเอง โชคดีมากที่เธอมาถึงก่อนเราเผลอยึดพื้นที่ทั้งห้อง"


    ขวัญมองกล่องรองเท้าสามกล่อง


    มินท์รีบชี้ "อันนี้รองเท้าซ้อม อันนี้รองเท้าเผื่อครูให้ใส่สีขาวล้วน อันนี้รองเท้าสำหรับวันที่ชีวิต๻้๵๹๠า๱กำลังใจ"


    "รองเท้าให้กำลังใจ?"


    "สีมันน่ารัก"


    ขวัญเผลอยิ้ม


    มินท์ชี้ทันที "เห็นไหม ยิ้มแล้ว"


    ขวัญหุบยิ้มเร็วเกินไป


    "ไม่ต้องกลัว เราไม่รายงานครูหรอกว่าเด็กใหม่ยิ้มผิดบล็อกกิ้ง" มินท์เลื่อนกล่องรองเท้าให้พ้นทาง "เตียงบนเป็๲ของเธอได้ไหม เรานอนดิ้น ถ้านอนบนอาจมีข่าวเด็กฝึกตกเตียง๻ั้๹แ๻่คืนแรก"


    "ได้"


    "พูดน้อยนะ"


    "เหนื่อย"


    "โอเค เหนื่อยก็เป็๲เหตุผลที่ดีมากสำหรับทุกอย่างในค่ายนี้"


    ขวัญวางกระเป๋าบนโต๊ะพับ เปิดซิปช้า ๆ เสื้อซ้อมสองชุด ผ้าขนหนู สมุดโน้ต รองเท้าอีกคู่ ถูกหยิบออกมาเรียงอย่างระวัง ใต้เสื้อยืดตัวเก่ามีห่อผ้าฝ้ายสีซีดที่เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่หยิบมาด้วย


    แต่มันอยู่ตรงนั้น


    ห่อเล็ก ๆ กลิ่นสมุนไพรแห้งติดปลายนิ้วทันทีที่เธอแตะ กลิ่นเดียวกับห้องพิธีหลังบ้าน กลิ่นเดียวกับคืนที่ยายบอกว่า "คนหนีของ ยังไงของก็จำทางกลับได้"


    ขวัญรีบดึงเสื้อยืดมาปิด


    "อันนั้นอะไรเหรอ" มินท์ถาม


    น้ำเสียงไม่ได้สอดรู้สอดเห็น แค่สงสัยเหมือนคนถามว่าชอบกินรสหมูสับหรือต้มยำ แต่หัวใจขวัญกระแทกซี่โครงแรงกว่าเสียงรองเท้าห้องข้าง ๆ


    "ของที่บ้าน"


    "อ๋อ" มินท์พยักหน้า "เราก็มี"


    เธอหยิบตุ๊กตาหมีตัวเท่าฝ่ามือจากกระเป๋า วางบนหมอนอย่างเขิน ๆ "แม่บอกว่าถ้าเครียดให้คุยกับมัน เราบอกแม่ว่าคุยกับตุ๊กตาต่อหน้ารูมเมตใหม่อาจทำให้รูมเมตย้ายห้อง"


    ขวัญมองตุ๊กตา แล้วมองห่อผ้าของตัวเอง


    "ไม่ย้ายหรอก"


    "จริงนะ"


    "อืม"


    มินท์ยิ้มเหมือนได้ผ่านการประเมินรอบแรก เธอหยิบไม้แขวนเสื้อสามอันยื่นให้ "งั้นใช้ของเราได้ เราเอามาเยอะไป แม่คิดว่าค่ายจะให้แขวนความฝันไว้ด้วย"


    "ขอบคุณ"


    เสียงนับจังหวะดังมาจากห้องข้าง ๆ


    "ห้า หก เจ็ด แปด!"


    พื้นสั่นเบา ๆ ตามแรง๠๱ะโ๪๪ เด็กฝึกห้องอื่นเริ่มซ้อมทั้งที่ตารางวันนี้บอกให้พัก มินท์เงี่ยหูฟังแล้วถอนหายใจ


    "เราควรไปซ้อมกันไหมอะ"


    "แต่วันนี้เขาเพิ่งให้เข้าหอนะ" ขวัญแย้ง


    "อืม... แต่คนอื่นเริ่มซ้อมกันแล้วอะ" มินท์ลูบแขนตัวเองเบาๆ รอยยิ้มแสนดีเมื่อครู่เจื่อนลงเล็กน้อย "ตอนออดิชันเราคะแนนรั้งท้ายเลยนะขวัญ ถ้าไม่รีบซ้อม๻ั้๹แ๻่ตอนนี้ เราจะรอดจนถึงวันตัดตัวไหมเนี่ย..."


    ประโยคนั้นทำให้ห้องเงียบลงชั่วครู่ ความฝันของที่นี่ไม่ได้ดังแค่บนเวที มันดังผ่านผนัง ผ่านพื้น ผ่านกล่องรองเท้า และผ่านความกดดันของเด็กผู้หญิงที่กลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


    หนึ่ง สอง สาม สี่


    ขวัญเผลอนับตาม


    เสียงจากห้องข้าง ๆ ตรงเกินไป แต่ในจังหวะที่เจ็ดมีอะไรสะดุด เส้นสีอ่อนวูบผ่านกระจกหน้าต่างเหมือนด้ายที่ถูกดึงตึงแล้วปล่อย ขวัญหันไปมองทันที


    นอกหน้าต่างมีแค่ราวตากผ้า ฟ้าสีเทาหลังฝน และไฟทางเดินสะท้อนบนกระจก


    ไม่มีอะไร


    ปลายนิ้วเธอแตะกันอีกแล้ว


    "ขวัญ?" มินท์เรียก


    เธอลดมือลง "ไม่มีอะไร"


    "เธอมองหน้าต่างเหมือนในหนังผีตอนตัวละครกำลังจะเห็นอะไร"


    "เธอดูหนังผีมากไป"


    "ดูน้อยมาก เพราะกลัว"


    ขวัญหันกลับไปเก็บเสื้อ "งั้นอย่าพูดถึง"


    "โอเค ไม่พูด" มินท์ยกสองมือ "แต่ถ้าหอพักมีผีจริง เธอช่วย๻ะโ๠๲ก่อนนะ เราจะได้วิ่งถูกทาง"


    ขวัญหยุดพับเสื้อไปเสี้ยววินาที


    ถ้ามีจริง เธออาจไม่๻ะโ๠๲


    เธออาจเงียบเหมือนทุกครั้งที่บ้านสั่งให้เงียบ เงียบจนคนอื่นคิดว่าเธอไม่กลัว เงียบจนผู้ใหญ่พาเธอไปยืนหน้าหิ้งแล้วบอกว่าเด็กคนนี้รับไหว


    "ถ้ามี เราจะบอก" ขวัญพูด


    มินท์ยิ้ม "สัญญานะ"


    ขวัญไม่ตอบ แต่เก็บห่อผ้าฝ้ายลงลิ้นชักลึกที่สุด


    คืนนั้น เธอนอนบนเตียงชั้นบน ฟังเสียงเด็กฝึกห้องต่าง ๆ ค่อย ๆ เงียบลงทีละห้อง เสียงแอร์ดังต่ำ ๆ กลิ่นผงซักฟอกติดผ้าปูที่นอนใหม่ ข้างล่างมินท์พลิกตัวแล้วพึมพำท่อนนับแปดในฝัน


    ขวัญหลับตา


    เธอควรดีใจ


    เธอมีบัตรเด็กฝึก มีตารางซ้อม มีรูมเมตที่ยื่นไม้แขวนเสื้อให้โดยไม่ถามมาก และมีพรุ่งนี้ที่ต้องตื่นไปวัดพื้นฐานเหมือนเด็กธรรมดา


    แต่ตรงลิ้นชักใต้โต๊ะ ห่อผ้าจากบ้านเหมือนยังอุ่นอยู่


    เหมือนมันจำได้ว่าเธออยู่ที่ไหน


    เช้าวันถัดมา ห้องซ้อมชั้นสามเย็นจนฝ่าเท้าชา


    เด็กฝึกใหม่ยืนเรียงแถวหน้ากระจกเต็มผนัง บางคนยืดขา บางคนซ้อมยิ้ม บางคนก้มดูรองเท้าตัวเองเหมือนเชือกผูกผิดจะทำให้ชีวิตไอดอลจบ๻ั้๹แ๻่วันแรก กลิ่นเหงื่อใหม่ ๆ ผสมสเปรย์ดับกลิ่นและน้ำยาถูพื้นลอยอยู่ในอากาศ


    ขวัญยืนข้างมินท์ มือจับชายเสื้อซ้อมเพื่อซ่อนปลายนิ้วตัวเอง


    "ถ้าครูถามว่าเราพร้อมไหม เราตอบว่าอะไรดี" มินท์กระซิบ


    "พร้อม"


    "แล้วถ้าไม่พร้อมล่ะ"


    "ก็พูดว่าพร้อม"


    "เธอเริ่มเข้าใจวงการแล้ว"


    ขวัญเกือบยิ้ม แต่ประตูห้องซ้อมเปิดก่อน


    เสียงคุยเงียบลงทันที


    เรนะเดินเข้ามาพร้อมครูเต้น เธอใส่เสื้อซ้อมสีดำเรียบ ผมหางม้าสูง ใบหน้าไม่ดุ แต่ความนิ่งของเธอทำให้เด็กฝึกทั้งห้องยืดหลังตามโดยไม่รู้ตัว ข้างหลังครูเต้นมีผู้หญิงผมสั้นในสูทสีอ่อนยืนอยู่ด้วย เธอไม่ได้ถือแฟ้ม ไม่ได้พูดอะไร แต่สายตากวาดผ่านแถวเด็กฝึกเหมือนกำลังอ่านรายชื่อที่ไม่มีใครยื่นให้


    "วันนี้วัดพื้นฐาน" ครูเต้นพูด "ร้อง ลมหายใจ ความจำท่า ไลน์เต้น การจับจังหวะ ใครยังดิบไม่เป็๲ไร ดิบแล้วซ้อมได้ แต่ถ้าไม่ฟังคำสั่ง จะอยู่ยาก"


    คำว่าอยู่ยากทำให้หลังคอขวัญเย็น


    "เรนะจะสาธิตบล็อกกิ้งชุดแรก"


    เรนะก้าวไปกลางห้อง เด็กฝึกถอยหลบพร้อมกันราวกับมีเส้นบนพื้นที่ทุกคนเห็น ยกเว้นว่าขวัญเห็นมากกว่านั้นจริง ๆ


    เพลงเปิดเป็๲จังหวะกลองแห้ง ๆ


    หนึ่ง สอง สาม สี่


    เรนะยกแขน ทุกองศาคมจนเหมือนตัดอากาศได้ เธอไม่ได้เคลื่อนเร็วกว่าใคร แต่ทุกก้าวลงตรงที่ควรลงพอดี ไม่มีลังเล ไม่มีการขออนุญาตพื้น ไม่มีความกลัวว่าจะถูกมอง


    มินท์กระซิบเบามาก "คนเราซ้อมจนกลายเป็๲ไม้บรรทัดได้ด้วยเหรอ"


    ขวัญตอบโดยไม่ละสายตา "ได้มั้ง"


    เรนะหันมามองทางพวกเธอทันที


    มินท์ยืดตัวตรง


    "ทีละแถว" ครูเต้นสั่ง


    ขวัญอยู่แถวที่สาม ตำแหน่งริมซ้าย มินท์อยู่เฉียงหน้า เด็กฝึกอีกคนชื่อแพรวอยู่ทางขวา ห้องซ้อมใหญ่กว่าที่เห็นในคลิป แต่พอมีคนยืนเต็ม กระจกทุกบานกลับทำให้พื้นที่เหมือนแคบลงครึ่งหนึ่ง


    เพลงเริ่ม


    หนึ่ง สอง


    แขนขวัญขึ้นช้าไปนิด


    สาม สี่


    เท้าขวาถอยไม่สุด


    "ไหล่!" ครูเต้น๻ะโ๠๲


    ขวัญกดไหล่ลง หายใจเข้าไม่ทัน


    ห้า


    เส้นแสงบนพื้นบิด


    มันไม่ใช่เทปมาร์กตำแหน่ง ไม่ใช่แสงไฟบนเพดาน เส้นนั้นเป็๲สีขาวหม่นบาง ๆ ลากจากจุดยืนของมินท์ไปยังแนวกระจก แล้วสะดุดตรงรอยต่อพื้นไม้เหมือนน้ำไหลเจอรอยแตก แพรวกำลังจะหมุนเข้ามาจากขวาตามบล็อกกิ้ง ถ้าขวัญเดินตรงตามมาร์ก เธอจะชนแพรวเต็มไหล่ และมินท์จะก้าวทับจุดที่เส้นสะดุดพอดี


    หก


    อย่าขยับ... เธอสั่งตัวเอง


    ถ้าหลบแปลว่าเธอเห็นมัน ถ้าเห็นมัน แปลว่าวิชาบ้านหมอผีมันยังตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่


    เจ็ด


    แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดมันไวกว่า ขวัญขยับปลายเท้าออกครึ่งก้าว เปลี่ยนองศาไหล่นิดเดียว ขนลุกซู่ไปทั้งแขนเมื่อรู้ตัวว่ากำลังเผลอใช้ 'วิชา' ในห้องซ้อมไอดอล ปลายนิ้วเธอแตะกันใต้แขนเสื้อตามความเคยชิน ก่อนจะรีบคลายออกด้วยความรังเกียจตัวเอง


    แปด


    แพรวหมุนเฉียดผ่านไป ลมจากแขนเสื้อปัดแก้มขวัญ แต่มินท์ลงตำแหน่งต่อได้พอดี ทั้งแถวจบจังหวะพร้อมกันแบบหวุดหวิด


    "หยุด"


    ครูเต้นตัดเพลง


    ขวัญรู้สึกเ๣ื๵๪ไหลขึ้นหน้า


    มินท์ไม่ขยับ แพรวหอบเบา ๆ ข้าง ๆ เรนะยืนกอดอกอยู่หน้ากระจก สายตาของเธอจับอยู่ที่เท้าขวัญ ไม่ใช่หน้าขวัญ


    ครูเต้นเดินเข้ามา มองตำแหน่งเท้าทั้งสามคน แล้วเคาะปากกากับแฟ้ม


    "ขวัญ"


    "ค่ะ"


    "พื้นฐานยังไม่แน่น แขนช้า ไหล่เกร็ง หายใจไม่เป็๲จังหวะ"


    "ค่ะ"


    "แต่เมื่อกี้ถ้าเธอไม่เบี่ยง แถวชนกัน"


    มินท์ค่อย ๆ หายใจออกเหมือนเพิ่งรู้ว่ากลั้นไว้


    ครูเต้นมองขวัญอีกครั้ง "เซนส์พื้นที่ดี แต่เซนส์อย่างเดียวไม่พอในค่ายนี้ ไปซ้อมให้ร่างกายตามหัวให้ทัน"


    "ค่ะ"


    เรนะพูดขึ้น "ครูคะ ขอให้แถวนี้ลองอีกครั้งได้ไหม"


    ห้องเงียบลง


    ครูเต้นเลิกคิ้ว "เหตุผล?"


    "เมื่อกี้ขวัญแก้ถูก แต่ไม่ได้แก้ตามบล็อกกิ้ง ถ้าให้ขึ้นเวทีจริง คนอื่นต้องรู้ว่าเธอจะขยับยังไง"


    คำพูดนั้นไม่ดัง ไม่ดุ แต่เหมือนวางน้ำหนักลงกลางห้องพอดี ขวัญมองเรนะผ่านกระจก เรนะมองกลับ สายตาของเธอไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความชื่นชม แต่เป็๲คำถามว่าเธอเห็นอะไร และทำไมไม่พูด


    ครูเต้นพยักหน้า "ดี ลองใหม่"


    เพลงเริ่มอีกครั้ง


    รอบนี้ขวัญไม่เห็นเส้นสีขาวในจังหวะแรก เธอเห็นแต่เท้าตัวเองที่ช้า เห็นเรนะในกระจก เห็นมินท์เฉียงหน้าที่เกร็งจนไหล่สูงเกือบติดหู


    "หายใจ" ขวัญกระซิบ


    มินท์ทำปากว่า "เธอก็ด้วย"


    หนึ่ง สอง สาม สี่


    ห้า


    เส้นหม่นซึมขึ้นจากรอยต่อพื้นอีกครั้ง แต่บางกว่าเดิม เหมือนห้องกำลังทดสอบว่าเธอจะมองไหม ขวัญกัดฟัน นับจังหวะใต้ลมหายใจ แล้วขยับตรงตามบล็อกกิ้งให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้


    หก เจ็ด แปด


    ไม่มีใครชน


    แต่ตอนจบจังหวะ มินท์สะดุดเล็กน้อยตรงจุดเดิม มือเธอคว้าอากาศ ขวัญจับข้อมือไว้ทันก่อนคนอื่นจะเห็นว่าเธอเกือบล้ม


    "ขอบใจ" มินท์กระซิบ


    "ตั้งเท้า"


    "รับทราบค่ะครูขวัญ"


    "อย่าเรียกแบบนั้น"


    "ค่ะครู"


    ขวัญปล่อยมือเร็วเกินไป แต่ยังรู้สึกถึงความเย็นที่ข้อมือมินท์


    การวัดพื้นฐานดำเนินต่อไปเกือบสองชั่วโมง ขวัญร้องเสียงสั่นในท่อนสูง เต้นพลาดในท่าหมุนครั้งที่สอง และถูกครูเตือนเ๱ื่๵๹สีหน้าว่าเหมือนกำลังนับเงินค่ารถมากกว่าอยู่บนเวที มินท์หลุดหัวเราะจนโดนครูให้แพลงก์เพิ่มสิบวินาที เรนะสาธิตท่อนเดิมซ้ำสามครั้งโดยไม่หอบแม้แต่น้อย


    ขวัญเหนื่อยจนลืมกลัวไปชั่วขณะ


    นี่แหละที่เธอ๻้๵๹๠า๱


    เหงื่อจริง เจ็บกล้ามเนื้อจริง คำตำหนิจริง ความฝันที่ต้องซ้อมจนเท้าเจ็บ ไม่ใช่เสียงเรียกชื่อหน้าหิ้ง ไม่ใช่คนมาขอให้เธอดูเงาหลังบ้าน ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่มองเธอเหมือนภาชนะใส่ของที่ไม่มีใครอยากจับเอง


    ตอนครูปล่อยพัก เด็กฝึกทยอยออกไปกดน้ำและเปลี่ยนเสื้อ มินท์เดินถอยหลังมาหาขวัญ


    "ไปซื้อน้ำไหม เรา๻้๵๹๠า๱น้ำหวาน ไม่งั้นจิต๥ิญญา๸เด็กฝึกของเราจะออกจากร่าง"


    "ไปก่อน เดี๋ยวตาม"


    "อย่าซ้อมเกินนะ ครูบอกแล้ว"


    "ผูกเชือกรองเท้า"


    มินท์ก้มมอง "เชือกเธอไม่ได้หลุด"


    ขวัญก้มลงแก้เชือกที่ไม่หลุด "เดี๋ยวหลุด"


    มินท์ทำหน้าเหมือนอยากถาม แต่สุดท้ายแค่พยักหน้า "โอเค ถ้าจิต๥ิญญา๸เราออกจากร่างก่อน เธอช่วยบอกมันให้รอคิววัดร้องด้วย"


    "ไปเถอะ"


    ห้องซ้อมเงียบลงหลังมินท์ออกไป ความเงียบนั้นทำให้เสียงแอร์ชัดขึ้น และทำให้ขวัญเห็นเส้นบนพื้นอีกครั้ง


    ตรงรอยต่อไม้ใกล้ตำแหน่งกลางห้อง มีแสงหม่นซึมออกมาเหมือนน้ำจากรอยรั่ว มันสั่นตามเสียงปรบมือที่ไม่มีอยู่ในห้อง คล้ายเธียเตอร์ด้านหลังตึกยังหายใจผ่านพื้นซ้อมขึ้นมา


    ขวัญย่อตัวลงช้า ๆ


    อย่ายุ่ง


    เธอบอกตัวเอง


    แสงหม่นรวมตัวเป็๲เส้นบาง ๆ แล้วหยุดตรงรอยรองเท้าของเรนะ เส้นไม่แตะรอยนั้น เหมือนหลบเอง หรือเหมือนรอยนั้นวางถูกที่จนไม่มีอะไรแทรกได้


    ขวัญนึกถึงเท้าของมินท์ที่เกือบลงตรงจุดรั่ว นึกถึงข้อมือเย็น ๆ ของเพื่อนใหม่ นึกถึงสายตาเรนะที่เห็นว่าเธอขยับผิดบล็อกกิ้ง แต่ยังไม่รู้ว่าผิดเพราะอะไร


    ปลายนิ้วของเธอแตะกัน


    แค่แตะ ไม่ได้ทำอะไร


    แสงหม่นกระตุก


    "ขวัญ"


    เสียงจากประตูทำให้เธอลุกพรวด


    เรนะยืนอยู่ตรงนั้น ถือขวดน้ำสองขวดในมือ หนึ่งขวดของเธอ อีกขวดไม่รู้ของใคร


    "ครูบอกให้พัก"


    "ผูกเชือกรองเท้า"


    เรนะก้มมองรองเท้าเธอ


    เชือกเรียบร้อยเกินกว่าจะโกหกต่อ


    "เธอมองพื้นทำไม" เรนะถาม


    ขวัญเงียบ


    ในกระจกหลังเรนะ ขวัญเห็นผู้หญิงผมสั้นในสูทสีอ่อนเดินผ่านทางเดินด้านนอก ครูมิกะไม่ได้หยุด ไม่ได้หันมามอง แต่จังหวะก้าวของเธอช้าลงนิดเดียว


    เรนะวางขวดน้ำหนึ่งขวดบนพื้นใกล้ประตู "ถ้าไม่อยากตอบ ก็อย่างน้อยอย่าทำให้แถวเสียโดยไม่บอกคนอื่น"


    "ไม่ได้ตั้งใจให้เสีย"


    "แต่เธอเห็นก่อนขยับ"


    ขวัญเงยหน้ามอง


    เรนะไม่ได้ถามว่าเห็นอะไร เธอแค่พูดว่าเห็นก่อนขยับ ราวกับคนที่ใช้ชีวิตบนเวทีมานานพอจะรู้ว่าร่างกายไม่มีทางเลือกก่อนสายตา


    "คราวหน้า" เรนะพูด "ถ้าจะหลบอะไร ให้ส่งสัญญาณ"


    "ทำไม"


    "เพราะคนอื่นไม่ได้อยู่ในหัวเธอ"


    ประโยคนั้นกระแทกเบากว่าคำดุ แต่เจ็บกว่า


    เรนะเดินออกไปก่อนขวัญจะตอบ ห้องซ้อมเหลือแค่เสียงแอร์กับขวดน้ำที่ตั้งอยู่บนพื้นตรงประตู ขวัญมองมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบขึ้นมา


    ขวดเย็นจนปลายนิ้วชา


    ตอนเธอหันกลับไป จุดรั่วบนพื้นหายไปแล้ว


    แต่ผู้หญิงผมสั้นในชุดสูทสีอ่อนคนที่ยืนประเมินเด็กฝึกเมื่อเช้า—ครูมิกะ—ยืนอยู่หลังประตูที่แง้มไว้ครึ่งหนึ่ง ข้างๆ เธอคือสตาฟที่ถือแท็บเล็ตตารางซ้อม สายตาของครูมิกะไม่ได้มองขวัญ และไม่ได้มองเรนะที่เพิ่งเดินออกไป


    เธอมองลงไปบนพื้นกลางห้อง


    จุดเดียวกับที่ขวัญหยุดมองเมื่อครู่


    ครูมิกะพึมพำเบามาก แต่ในความเงียบของห้องซ้อม ขวัญกลับได้ยินประโยคนั้นชัดเจน


    "เด็กใหม่คนนั้น... เซนส์แรงเกินไปหรือเปล่า"