บทที่ 20 กระบี่คู่กายของเมิ่งฝาน (รีไรต์)
เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝาน้าเลือกกระบี่ ศิษย์พี่หลัวจึงกลับไปยังห้องของตนโดยไม่รบกวน
เขาไม่ได้แสร้งทำเป็ลึกลับเพื่อชี้นำให้เมิ่งฝานเลือกกระบี่เล่มใดเล่มหนึ่ง
เพราะเมิ่งฝานมาอยู่ที่หอคอยกระบี่ได้หลายวันแล้ว และเขาก็ยอดเยี่ยมกว่าที่ศิษย์พี่หลัวคิดไว้มาก ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าเมิ่งฝานจะสามารถเลือกกระบี่ที่เหมาะสมกับตนเองที่สุดได้!
ไม่จำเป็ต้องกังวลเลย
ซึ่งความจริงก็เป็เช่นนั้นขนาดกระบี่ของผู้อื่นเขายังช่วยเลือกจนได้เล่มที่เหมาะสมที่สุด นับประสาอะไรกับการเลือกให้ตนเอง
เมิ่งฝานคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพราะอย่างไรเสียก็เป็กระบี่ที่ต้องใช้ไปตลอดชีวิตจึงต้องเลือกอย่างจริงจัง
ความจริงแล้วกระบี่ที่เหมาะสมกับเมิ่งฝานที่สุดมีอยู่สามเล่ม!
'ไป๋เยี่ย' กระบี่คู่กายในอดีตของเสินโหวผู้ใช้วิชากระบี่ราตรีชั่วนิรันดร์ ซึ่งเมิ่งฝานได้เรียนรู้วิชาชักกระบี่สุดขั้วจากกระบี่เล่มนี้
'เฮยเฟิง' กระบี่คู่กายในอดีตของหลี่ชิงอวิ๋น เ้าสำนักสำนักกระบี่อู๋จี๋ ซึ่งเมิ่งฝานได้รับเมล็ดพันธุ์แห่งเจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใยจากกระบี่เล่มนี้
'ถงซาน' ไม่ทราบว่าเ้าของกระบี่คือใคร แต่เมิ่งฝานได้เห็นขุมพลังกระบี่จากความทรงจำของกระบี่เล่มนี้ จนสามารถหลอมรวมและสร้างกระบวนท่ากระบี่ที่เป็ของตนเองขึ้นมาได้ นั่นคือกระบี่ผ่าูเา
หากเลือกกระบี่ไป๋เยี่ย เมื่อเมิ่งฝานใช้วิชาชักกระบี่สุดขั้วจะยิ่งทำได้อย่างคล่องแคล่วและถนัดมือมากขึ้น
ส่วนกระบี่เฮยเฟิงนั้นดูจะไม่จำเป็นักเพราะเมิ่งฝานไม่ได้คิดจะฝึกวิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง
ขณะที่กระบี่ถงซานนั้น ยิ่งเหมาะสมกับการที่เมิ่งฝานจะใช้กระบี่ผ่าูเา
เมื่อคิดได้ดังนี้ กระบี่เฮยเฟิงจึงถูกตัดทิ้งไปก่อน
ต้องเลือกระหว่างไป๋เยี่ยกับถงซานเล่มใดเล่มหนึ่งงั้นหรือ?
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดเมิ่งฝานก็เลือกกระบี่ถงซาน
เพราะสำหรับเมิ่งฝานในยามนี้ กระบวนท่ากระบี่ผ่าูเามีประโยชน์สูงสุด!
อย่างน้อยในตอนนี้ กระบี่ถงซานคือเล่มที่เหมาะสมกับเขาที่สุด
เมิ่งฝานหยิบกระบี่ถงซานแล้วกลับไปยังห้องเพื่อเริ่มฝึกฝน
เมื่อมียาจวี้ชี่และพลังปราณกระบี่ในร่างกาย การฝึกฝนของเมิ่งฝานจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วราวกับติดปีก
ด้วยความเร็วระดับนี้อย่างมากที่สุดอีกสี่ห้าวันเขาก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่สองได้
เช้าตรู่วันถัดมา ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง
เนื่องจากพลังปราณกระบี่ในร่างกายถูกใช้จนหมดสิ้น เมิ่งฝานจึงหยุดการฝึกฝน
แม้ยาจวี้ชี่จะช่วยเร่งการฝึกฝนได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับพลังปราณกระบี่เท่านั้น จึงจะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
เมื่อเมิ่งฝานสิ้นสุดการทำสมาธิและลุกขึ้นจากเตียง เขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น
กระบี่ถงซานที่เขาวางไว้บนโต๊ะเมื่อคืนนี้ ยามนี้กลับกลายเป็กระบี่หักแยกออกเป็สองท่อน
นี่มัน...
เมิ่งฝานใเป็อย่างมาก
ใครกันที่บุกเข้ามาในห้องของเขาตอนกลางดึก แล้วลงมือกับกระบี่ถงซาน
หากมุ่งเป้ามาที่เขาก็ยังพอเข้าใจได้ แต่การลอบเข้ามาไร้ร่องรอยเพียงเพื่อทำลายกระบี่เล่มเดียว ไม่ไร้เหตุผลเกินไปหน่อยหรือ
เมื่อคืนนี้ เมิ่งฝานไม่ได้นอนเลย แม้ในขณะนั่งสมาธิฝึกฝนจะหลับตาอยู่แต่หากในห้องมีความเคลื่อนไหว เขาต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าคนร้ายผู้ทำลายกระบี่นั้นร้ายกาจยิ่งนัก เมิ่งฝานถึงไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่เมิ่งฝานหันกลับไปมองโดยไม่ตั้งใจ เขาก็เห็นว่าบนเตียงของตนมีกระบี่เล่มหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
'หงฉี่'
กระบี่เล่มนี้เมิ่งฝานคุ้นเคยเป็อย่างดีและประทับใจมาก เพราะก่อนหน้านี้มันเกือบจะสูบพลังหยางของเขาไปจนหมด
เมิ่งฝานเกิดข้อสันนิษฐานที่เหลือเชื่อขึ้นมาและเขารู้สึกว่ามันมีความเป็ไปได้ถึงแปดเก้าส่วน!
ข้อสันนิษฐานนั้นก็คือ...
ผู้ที่ทำลายกระบี่ถงซาน ก็คือกระบี่หงฉี่นั่นเอง
ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
กระบี่ถงซานอยู่ในหอคอยกระบี่มาโดยตลอด โดยไม่มีรอยขีดข่วน แต่พอเขาเลือกมาเป็กระบี่คู่กายมันกลับถูกกระบี่หงฉี่ลงมืออย่างโเี้
กระบี่หงฉี่เล่มนี้ตั้งใจจะขัดขวางเขาชัด ๆ!
เมิ่งฝานมองกระบี่หงฉี่ด้วยความระอาใจแล้วกล่าวว่า "เ้ามีความไม่พอใจอะไรก็พุ่งเป้ามาที่ข้าโดยตรงสิ จะไปลงมือกับกระบี่ที่ไม่มีความผิดทำไม?"
เขาไม่ได้บ้าเพราะเขารู้ว่ากระบี่หงฉี่เป็กระบี่ิญญา ซึ่งสามารถฟังคำพูดของเขาเข้าใจ
กระบี่หงฉี่ลอยขึ้นมาเองและตกลงสู่มือของเมิ่งฝาน
เมิ่งฝานขมวดคิ้วและกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า "เ้า... อยากตามข้าไป? อยากเป็กระบี่คู่กายของข้า?"
หรือว่าการที่กระบี่หงฉี่ทำลายกระบี่ถงซาน เป็เพราะความอิจฉาริษยา?
แต่ตัวเขาดีเด่นอย่างไร ถึงได้รับความโปรดปรานจากกระบี่ิญญาเล่มหนึ่ง?
ในขณะที่เมิ่งฝานรู้สึกว่าข้อสันนิษฐานนี้ช่างเหลือเชื่อและไม่กล้าปักใจ ทันใดนั้นกระบี่หงฉี่ก็เปล่งแสงสีแดงออกมา
แสงสีแดงค่อย ๆ รวมตัวกันเป็ร่างเงาเลือนลาง
เป็ร่างเงาของเด็กสาวในชุดกระโปรงสีแดง
เด็กสาวหงฉี่!
หงฉี่มองเมิ่งฝานแล้วยิ้มกล่าวว่า "กระบี่ถงซานก็แค่เศษเหล็กผุ ๆ จะคู่ควรกับเ้าได้อย่างไร? ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะตามเ้าไป!"
กระบี่ิญญาเล่มหนึ่งอยากจะตามตนเองไป
โชคลาภนี้ช่างมาอย่างกะทันหันเกินไปแล้ว
เมิ่งฝานไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ
เขากล่าวอย่างสับสนว่า "เ้าจะตามข้าไป? ข้าเป็เพียงศิษย์เฝ้ากระบี่เลี่ยนชี่ระดับที่หนึ่ง แม้แต่ศิษย์สายนอกหลายคนยังเก่งกว่าข้า ทำไมเ้าถึงอยากตามข้าไป?"
พูดตามตรงการที่หงฉี่ให้ความสำคัญกับเขาเช่นนี้ ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกประหลาดใจมาก
มุมปากของหงฉี่ยกขึ้นพร้อมรอยยิ้มลึกลับราวกับนางมองเมิ่งฝานทะลุปรุโปร่ง
นางกล่าวอย่างร่าเริงว่า "ในตัวเ้ามีความลับปกปิดเสี่ยวหลัวจื่อได้ แต่ปกปิดข้าไม่ได้!"
"ข้ามีความลับอะไร?" เมิ่งฝานถามอย่างมีพิรุธ
กระบี่หงฉี่เล่มนี้ทำตัวลึกลับ ดูจากท่าทางแล้ว่นี้คงแอบดูเขาอยู่ตลอด ไม่แน่ว่าอาจจะค้นพบความลับของเขาเข้าจริง ๆ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เมิ่งฝานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า
แต่พอกลับมาคิดดู อีกฝ่ายเป็เพียงกระบี่เล่มหนึ่ง เขาจะประหม่าไปเพื่ออะไร
อีกอย่าง การที่อีกฝ่ายเห็นค่าในตัวเขาและอยากติดตามนับเป็เื่ดี ไม่ใช่จะมาทำร้ายเสียหน่อย!
"ั้แ่ครั้งก่อนที่เ้าหนีรอดจากมือข้ามาได้อย่างปลอดภัย ข้าก็เฝ้าสังเกตเ้ามาตลอด
เ้าหนู เ้าดูภายนอกเหมือนจะซื่อ แต่จริง ๆ แล้วเ้าเ้าเล่ห์ยิ่งนัก
ทุกครั้งที่เ้าเช็ดกระบี่ธรรมดาเ้าจะแอบชิงแก่นแท้พลังชีวิตหรือต้นกำเนิดกระบี่มาเพียงเล็กน้อย
ของสิ่งนี้มนุษย์ไม่มีทางรับรู้ได้ มีเพียงิญญากระบี่อย่างข้าเท่านั้น ถึงจะค้นพบเล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ ของเ้า"
เมิ่งฝานเลิกคิ้วขึ้น
ความลับที่หงฉี่ค้นพบคือการที่เขาดูดซับพลังปราณกระบี่จากตัวกระบี่งั้นหรือ
สำหรับเขาแล้ว นี่ถือเป็ความลับที่ไม่น้อยเลยจริง ๆ
เมิ่งฝานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "นี่นับเป็อะไร? ก็แค่การฝึกฝนตามปกติ อีกอย่างต้นกำเนิดกระบี่ที่เ้าว่ามาก็ไม่ได้เป็ของใคร จะบอกว่าข้าขโมยได้อย่างไร?"
นี่คือการหยิบ ไม่ใช่การขโมย
ข้ายืนอยู่ตรงนี้แล้วสูดลมหายใจเข้า เ้าคงไม่บอกว่าข้าขโมยอากาศหรอกนะ
"เื่นั้นไม่สำคัญ อย่างไรข้าก็ไม่คิดจะเปิดโปงเ้าและไม่คิดจะหาเื่เ้า" หงฉี่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
"แล้วเ้า้าจะทำอะไร?" เมิ่งฝานถาม
"ข้าเพิ่งบอกไปไม่ใช่หรือ ข้าเตรียมจะตามเ้าไป"
"เพราะอะไร?"
"เพราะเ้ามีอนาคตเป็ผู้ที่มีศักยภาพสูงยิ่ง!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหงฉี่ เมิ่งฝานก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นแล้วกล่าวว่า "เ้าเชื่อมั่นในตัวข้าขนาดนี้เชียว?"
"แน่นอน แม้เ้าหนูอย่างเ้าจะดูธรรมดา แต่ในด้านความเข้าใจวิถีแห่งกระบี่กลับเรียกได้ว่าพร์ระดับปีศาจ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเ้าเรียนวิชากระบี่แทบจะดูเพียงรอบเดียวก็ทำเป็แล้ว ในสำนักกระบี่สู่ซานทั้งหมด ไม่มีศิษย์คนไหนที่ปีศาจเท่าเ้าอีกแล้ว!"
เมิ่งฝานส่ายหัวแล้วกล่าวว่า "แต่ถึงอย่างไร ข้าก็เป็เพียงศิษย์ที่มีรากปราณขยะคนหนึ่งเท่านั้น"