ถึงเวลาที่ฟ้าเริ่มสาง เสียงกุกกักที่ดังขึ้นทำให้ฮุ่ยเหมยรู้สึกตัว พี่หยุ่นอี้คงตื่นนานแล้ว เพราะตะกร้าผลไม้ถูกยกออกมากองไว้หน้าประตูเสร็จเรียบร้อย
ฮุ่ยเหมยจึงลุกมาล้างหน้าบ้วนปาก แล้วเดินไปดูถังที่แช่ต้นโสมไว้ ถึงจะมีแค่แสงสลัวๆ แต่ก็ยังพอมองเห็นได้ว่าต้นโสมยังดูสดใหม่เหมือนเดิม
ฮุ่ยเหมยถามพี่หยุ่นอี้ว่ามีผ้าเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วหรือไม่ พี่หยุ่นอี้เดินไปหยิบมาให้ ฮุ่ยเหมยเอามาห่อต้นโสมอย่างเบามือ แล้ววางลงไปในตะกร้าเล็กแบบเมื่อวานแล้วใช้ใบไม้คลุมทับอีกชั้น
พี่หยุ่นอี้ไปปลุกเสี่ยวหยางให้ล้างหน้าบ้วนปาก เตรียมตัวรอเกวียนวัวมารับ เสี่ยวหยางจากที่กำลังรู้สึกงัวเงีย พอได้ยินเื่จะเข้าเมือง ก็รู้สึกตัวตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที รีบวิ่งไปล้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น
ทำให้ทั้งพี่หยุ่นอี้กับฮุ่ยเหมยต้องพากันหัวเราะน้องชายตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
สักพักใหญ่ก็ได้ยินเสียงเกวียนวัวมาแต่ไกล พี่หยุ่นอี้ยกตะกร้าทั้งห้าใบออกไปหน้าบ้านทันที ส่วนเสี่ยวหยางตอนนี้ชะเง้อมองเกวียนอย่างใจจดใจจ่อ ฮุ่ยเหมยจึงเป็คนจัดการปิดประตูบ้าน
พอเกวียนมาถึงพี่หยุ่นอี้ก็แนะนำพวกเราให้ทักทายหัวหน้าหมู่บ้านหลี่ ฮุ่ยเหมยกับเสี่ยวหยางพากันคำนับพร้อมทักทายหัวหน้าหมู่บ้านอย่างมีมารยาท
ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกเอ็นดูทั้งสามพี่น้อง แล้วบอกให้ทั้งสามเรียกตนเองว่าลุงหลี่ก็พอ ทั้งสามขานรับ “ท่านลุงหลี่” หัวหน้าหมู่บ้านหลี่พยักหน้าให้พวกเขา
พี่หยุ่นอี้ยกตะกร้าขึ้นเกวียนเรียบร้อย ก็บอกให้น้องๆ ขึ้นเกวียน เมื่อออกเดินทางมาได้สักพักเสี่ยวหยางจากที่เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เกาะเกวียนตรงด้านหลังหัวหน้าหมู่บ้านหลี่ที่กำลังบังคับเกวียนอยู่ พร้อมกับพูดคุยถามไถ่เื่ราวในเมือง ได้ยินแต่เสียงเสี่ยวหยางที่ถามท่านลุงหลี่ ท่านลุงหลี่ตลอดเวลา
ท่านลุงหลี่ ก็ตอบเสี่ยวหยางอย่างใจเย็น เพราะรู้สึกเอ็นดูเสี่ยวหยาง ไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร กลับเข้าใจเด็กๆพวกนี้ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ทั้งสามพี่น้อง ได้เข้ามาในเมือง สิ่งต่างๆ ดูแปลกแยกจากที่เคยเจอมาตลอดชีวิตต้องรู้สึกตื่นเต้นเป็ธรรมดา
พอเข้าสู่ตัวเมือง เริ่มมองเห็นบ้านเรือนที่ปลูกเรียงรายสองข้างทาง แต่ละหลังดูสวยงาม แข็งแรง ไม่เหมือนบ้านที่มีสภาพเหมือนกระท่อมในหมู่บ้านซาน
ผู้คนก็แต่งตัวสวยงามกว่าในหมู่บ้าน ทั้งสามรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ท่านลุงหลี่พาทั้งสามคนไปที่ตลาด บอกว่าจะมารับบริเวณหน้าตลาดตามเวลาที่นัดแนะไว้เสร็จ ท่านลุงหลี่ก็บังคับเกวียนไปทำธุระต่อ
สามคนพี่น้องพร้ะกร้าห้าใบ ยืนเคว้งคว้างหน้าตลาดท่ามกลางผู้คนที่จับจ่ายซื้อขายกันอย่างคึกคัก ฮุ่ยเหมย มองซ้ายมองขวาซักพัก เพื่อสังเกตุดูพฤติกรรมของผู้คนว่าเขาซื้อขายกันอย่างไร
ตอนนี้หน้าตาของพี่หยุ่นอี้กับเสี่ยวหยาง แลดูซีดเซียววิตกกังวลอย่างไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้ ฮุ่ยเหมยจึงบอกให้ทั้งสองคนยืนรอตรงนี้ก่อน ส่วนเธอจะเข้าไปดูบรรยากาศภายในตลาด สองคนนั้นก็ผงกหัวรับไม่ส่งเสียงอะไร
ฮุ่ยเหมยเดินเข้ามาในตลาด เห็นคนที่ตั้งร้านขายของมีทั้งวางบนโต๊ะ บ้างก็มีผ้ามาปูแล้ววางของขายบนพื้นก็มี ส่วนคนที่มาซื้อของส่วนใหญ่ล้วนมีตะกร้าหลายใบมาใส่ของ
เมื่อเห็นแบบนี้ผลไม้ของเธอก็ขายไม่ยากแล้ว และจากที่เดินดูตลาดแห่งนี้ไม่มีใครขายผลไม้แบบเธอเลย
ตอนที่ฮุ่ยเหมยกำลังเดินออกมาหน้าตลาด สวนกับคุณหนูท่านหนึ่งที่หน้าตาสวยน่ารัก แต่งตัวงดงามกว่าทุกคนที่เดินตลาด มีคนติดตามเป็สาวใช้สองคน เดินพลางพูดพลาง
“คุณหนูเ้าคะ ดูท่าว่าตลาดแห่งนี้ไม่มีผลไม้ใดเลย คงต้องให้นายท่านผู้เฒ่าสั่งจากเมืองหลวงมาให้ท่านแล้วล่ะเ้าค่ะ คนก็เยอะแยะไปหมด ข้าว่าเรากลับกันก่อนดีไหมเ้าคะคุณหนู”
สาวใช้จีบปากจีบคอพูดกับคุณหนูของตน และคะยั้นคะยอให้กลับบ้าน ส่วนคุณหนูท่านนั้นกลับไม่ยอม ยังคงเดินดูของในตลาดต่อ จนปัญญาที่สาวใช้จะเปลี่ยนใจคุณหนูของตนเองได้ จึงทำได้เพียงเดินตามคุณหนูของตนเข้ามาในตลาด
ฮุ่ยเหมยเมื่อได้ยินเ้านายสาวและสาวใช้คุยกัน เลยตัดสินใจทักคุณหนูท่านนั้นไปว่าเธอมีผลไม้มาขาย