หลิวอี้เมื่อได้กราบหยางจงเป็อาจารย์แล้ว ถึงจะยังตามความคิดคนอื่น ๆ ไม่ทัน แต่เขาก็รับรู้ความรู้สึกจากทั้ง 3 คนได้ชัดเจนว่าเื่นี้เป็เื่ที่สมควรแล้ว ไม่เช่นนั้นพ่อของเขาคงไม่ให้กราบคนอื่นเป็อาจารย์ หลี่เทียนชื่อคงไม่ยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้ หรือหยางจงที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อเขาตรองดีแล้วจึงรีบพูดประโยคหนึ่งออกมาทันที
“ขอบคุณครับท่านอาจารย์ที่รับข้าเป็ศิษย์ ข้าจะตั้งใจศึกษาวิชาความรู้ที่ท่านสั่งสอนอย่างเต็มที่ขอรับ” เสียงที่สดใสของหลิวอี้ทำให้หยางจงและคนรอบข้างพอใจกับคำพูดนี้อย่างมาก
หลังจากมื้อเย็นที่ทั้ง 4 คนร่วมรับประทานอาหารด้วยกันแล้วเสร็จ หลิวอี้จึงขอตัวไปปรุงยาเพื่อเตรียมไปขายในวันรุ่งขึ้น โดยมีหลี่เทียนชื่อตามไปเป็ผู้ช่วย โอสถของโลกจอมยุทธนั้นมีด้วยกัน 3 รูปแบบ ชนิดผง ชนิดเม็ด และชนิดน้ำ ตัวยาชนิดผงมักเป็ยาใช้ภายนอก ชนิดเม็ดเป็ยาใช้ภายใน ชนิดน้ำนั้นสามารถใช้ได้ทั้งภายนอกและภายในขึ้นอยู่กับสูตรยานั้น ๆ ซึ่งสูตรยาชนิดน้ำส่วนใหญ่จะเป็ตัวยาที่ใช้สำหรับผสมน้ำแช่อาบตามจุดประสงค์ของผู้ใช้ การจะหลอมกลั่นเม็ดโอสถให้มีความบริสุทธิ์ที่สูงนั้นจำต้องใช้ความละเอียดอ่อนในทุกกระบวนการ ั้แ่ล้างทำความสะอาดสมุนไพร ตัดแต่งจำแนกส่วนที่ไม่้า ชั่งวัดอัตราส่วนให้พอดี ตลอดจนบดส่วนผสมต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็ขั้นเป็ตอน เมื่อทุกอย่างถูกนำผสมเข้าด้วยกันแล้ว จำต้องใช้หม้อปรุงโอสถที่สะอาดและเปลวไฟที่เสถียร ความ้าความร้อนของโอสถแต่ละสูตรนั้นย่อมใช้เพลิงไฟแตกต่างกันไป โดยต้องใช้พลังปราณเข้าควบคุมอุณหภูมิถ่านไฟ ที่หลิวอี้สามารถปรุงโอสถระดับพิภพได้เช่นนี้ เพราะเขามีแก่นปราณเทียบเท่าระดับภูผาขั้นที่ 2 มิเช่นนั้นเขาคงไม่สามารถใช้พลังปราณเข้าควบคุมเปลวเพลิง ในการหลอมเม็ดโอสถให้ระดับความบริสุทธิ์สูงเช่นนี้ได้
“ข้าไม่นึกมาก่อนเลย กว่าจะได้เม็ดโอสถเช่นนี้ ต้องผ่านกระบวนการมากมายนัก นี่เ้าต้องใช้เวลาทุกคืนในการหลอมเม็ดโอสถตลอด 2 ชั่วยามเช่นนี้หรือน้องอี้” หลี่เทียนชื่ออดไม่ได้ที่จะถาม
“ไม่เป็เช่นนี้ทุกคืนหรอก ก็อย่างที่ท่านเห็นคืนหนึ่งข้าสามารถหลอมพวกมันได้เพียง 10 เม็ด ซึ่งข้าได้ครบ 20 เม็ดแล้ว พรุ่งนี้ถึงจะนำพวกมันไปขาย ส่วนคืนอื่น ๆ ข้าก็ต้องเรียนตำราและวิชาจากท่านพ่อก่อนนอน บางคืนก็ต้องลงอ่างแช่น้ำสมุนไพรเพื่อช่วยการบ่มเพาะลมปราณ” หลิวอี้บอกถึงตารางชีวิตของเขาใน่เย็น
“เ้าไม่เบื่อบ้างหรือ ข้าเองก็มีชีวิตที่ต้องใช้ไปกับการเรียนและการฝึกฝนทุกวันเช่นเ้าเหมือนกัน โชคดีที่อาจารย์พวกเราใจดีนัก เขาคงรู้ว่าข้ากำลังเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตที่แทบไม่มีเวลาเป็ของตัวเอง เขาจึงพาข้าออกมาท่องเที่ยวหาประสบการณ์จากการเดินทางเช่นนี้”
“ข้าเองก็อยากออกท่องเที่ยวเช่นกัน แต่ท่านพ่อบอกว่าให้ข้าอายุได้ 16 ปีก่อน ถึงจะเป็วัยที่สมควรหาประสบการณ์โลกภายนอก”
“ฮ่า ๆ ช่างน่าขบขันนัก พ่อเ้ากับพ่อข้าต่างพูดในสิ่งเดียวกัน หากไม่ใช่เพราะอาจารย์รับประกันความปลอดภัย ข้าคงไม่สามารถออกมาท่องเที่ยวจนพบเจอเ้าได้เช่นนี้”
“อย่างไรตอนนี้พวกเราก็ยังเป็เด็ก นี่ก็ดึกแล้ว ข้าว่าได้เวลาไปอาบน้ำนอนแล้วท่านพี่หลี่” หลิวอี้พูดพร้อมหาวออกมา
“ข้าขอไปร่วมอาบน้ำกับเ้าได้หรือไม่” หลี่เทียนชื่อถาม
“ย่อมได้ แต่ท่านนี่ดูไม่อายข้าเลยนะ ไม่เหมือนญาติผู้พี่ข้า พอพวกเขาแตกเนื้อหนุ่มต่างเริ่มตีตัวออกห่าง แถมยังเขินอายเวลาต้องเปลือยกายต่อหน้าผู้อื่น ทำให้ข้าไม่ค่อยมีเพื่อนเล่นยามไปเที่ยวเล่นน้ำตกเช่นครั้งเก่าก่อนกับพวกเขา วันนี้ข้าจึงมีความสุขมากที่ท่านว่ายน้ำแข่งกับข้า”
“ใช่ว่าข้าเป็คนหน้าหนา แต่เพราะั้แ่เล็กจนโตมา ข้าต้องถูกจับอาบน้ำแต่งตัวโดยเหล่าพี่เลี้ยงนางกำนัลและขันที ่แรกนั้นข้าก็เขินอายยามัน้อยข้าตืนโตให้พวกนางเห็น แต่นานวันเข้าข้าก็เริ่มชิน แต่ถึงอย่างนั้นข้าคงไม่ไปแก้ผ้าเปลือยกายเช่นเด็กทารก ยามอยู่บนท้องถนน อย่างเด็กน้อยในหมู่บ้านเ้าหรอกนะ ฮ่า ๆ ก็ต้องเป็พื้นที่ส่วนตัวกับคนรู้จักเท่านั้นละข้าถึงไม่อาย” หลี่เทียนชื่อร่ายยาว
“เช่นนั้นพวกเราอย่าเสียเวลาเลย ไปอาบน้ำกันเถอะ เพราะมีอีกหลายเื่ที่พี่ชายเช่นท่าน ต้องสอนข้าเกี่ยวกับความลับของลูกผู้ชาย”
“เ้าเด็กคนนี่ ทะลึ่งนักนะ” จนแล้วจนรอด หลังจากอาบน้ำเสร็จหลี่เทียนชื่อก็โดนหลิวอี้อ้อนให้มานอนร่วมเตียงและพูดคุยด้วยกันจนหลับไป
วันรุ่งขึ้นหยางจงอาสาพาเด็กหนุ่มทั้ง 2 เดินทางไปเมืองฮองเพื่อจัดการธุระของพวกเขา โดยหยางจงเพียงเดินตามเด็กหนุ่มทั้ง 2 ในระยะสายตา โดยไม่เข้าไปรบกวน หลี่เทียนชื่อพาหลิวอี้เข้าร้านนั้นออกร้านนี้จนได้หนังสือของสมาคมยุทธหกดาราเล่มล่าสุดมา มันบอกสิ่งต่าง ๆ มากมายของยุทธภพบนทวีปแห่งนี้ โดยเฉพาะราคาซื้อขายเม็ดยาของแคว้นฮั่วที่หลิวอี้อาศัยอยู่ มันเป็จริงดังที่หลี่เทียนชื่อกล่าวไว้ก่อนหน้า
“เม็ดโอสถเสริมปราณระดับพิภพขั้นต่ำ ความบริสุทธิ์ 8 ใน 10 ราคาขายหน้าร้านอยู่ที่ 1 ตำลึง 500 อีแปะ ถึง 2 ตำลึง อย่างที่ท่านบอกไว้ไม่มีผิด ราคารับซื้ออยู่ที่ 1 ตำลึง ถึง 1 ตำลึง 200 อีแปะ พวกเขาคงเห็นว่าข้าเป็เด็กจึงคดโกงราคาข้า แต่ราคาโอสถชนิดนี้แบบเต็ม 10 ราคาสูงถึง 3 ตำลึงเลยหรือนี่”
“ก็อย่างที่ข้าบอกไปแคว้นฮั่วนี้เกิดภัยแล้งบ่อยครั้งราคาสมุนไพรและโอสถจึงได้แพงกว่าที่อื่น ถ้าเป็ที่แคว้นจิน แบบเต็ม 10 ส่วน ก็แค่ 2 ตำลึง” หลี่เทียนชื่อพูดคุยให้ฟัง
“ข้าอยากเปิดร้านขายโอสถนัก หากข้ามีหน้าร้านกำไรส่วนต่างที่หายไป คงเข้ากระเป๋าข้าเต็ม ๆ แถมพ่อข้ายังสามารถปรุงพวกมันได้ระดับเต็ม 10 ส่วน จะว่าไปนี่ไม่ใช่เท่ากับว่าข้ากินโอสถราคา 3 ตำลึงแทบทุกสัปดาห์หรือไร” หลิวอี้ได้ที่บ่นขึ้นมา พร้อมกับความคิดการเปิดร้านยากลับไปปรึกษาบิดาของตน
“ข้านึกประหลาดใจเ้านัก ยามเมื่อเ้าจริงจังก็เหมือนเป็ผู้ใหญ่ ยามเมื่อเ้าอยู่กับข้ากลับทำตัวราวเด็กเล็กไร้ความกังวล” หลี่เทียนชื่อแซวอีกฝ่าย
“ท่านพี่หลี่อย่าได้เอาความอะไรข้าเลย หลายปีนี้ท่านคือคนแรกที่ทำให้ข้าทำตัวเช่นนี้ได้ ท่านควรภูมิใจเถอะ” เมื่อพูดเสร็จหลิวอี้ก็เดินนำไปยังร้านขายยาที่เขานำไปขายประจำ
“โอ้คุณชายหลิวมาแล้ว ท่านนำโอสถเสริมปราณระดับพิภพขั้นต่ำมาแล้วหรือ ข้ากำลังรอท่านอยู่เลย” ชายวัยกลางคนที่ดูแล้วคงเป็เถ้าแก่ร้านยาแห่งนี้ กล่าวทักหลิวอี้ทันทีที่เขาเข้ามาในร้าน
“มีอะไรหรือเถ้าแก่ ดูท่านวิตกนัก” หลิวอี้ถาม
“ไม่มีอะไรหรอก แค่โอสถชนิดนี้ข้าขายหมดแล้ว จึงยังไม่มีพวกมันอยู่ในร้าน ก็หวังว่าคุญชายหลิวจะนำมันมาขายเช่นทุกครั้ง” เถ้าแก่ร้านยากล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุข
“ไม่ใช่ว่าท่านก็ปรุงพวกมันได้หรือไร” หลิวอี้ถาม
“สมุนไพรที่ใช้เป็ตัวยานั้น หาซื้อได้ยากนัก นาน ๆ จะมีคนจากหมู่บ้านท่านนำพวกมันมาขายที ไหนเลยข้าจะปรุงพวกมันได้เพียงพอ” เถ้าแก่ร้านยากล่าว
“เป็เช่นนี้เอง เถ้าแก่ คือว่าวันนี้ข้าคงไม่ขายพวกมันให้ท่านในราคาเท่าเดิม” หลิวอี้บอกถึงความ้าตัวเอง
“คุณชายจะขายให้ข้าในราคาเท่าใด” เถ้าแก่ร้านยังคงยิ้มแย้ม แต่หางคิ้วกลับกระตุกเล็ก ๆ จนเด็กหนุ่มทั้ง 2 แอบเห็น
“เม็ดละ 1 ตำลึง” หลิวอี้กล่าวชัดเจน
“นี่ท่าน!” เถ้าแก้ร้านดูใอย่างมาก เขารู้ได้ทันทีว่าหลิวอี้จับเื่ที่เขากดราคาเม็ดโอสถได้แล้ว
“ข้าจักไม่ว่าโทษโกรธท่าน เรืองที่ท่านคดโกงราคาเม็ดโอสถไปก่อนหน้านี้ แต่ถ้าท่านยังไม่รับซื้อโอสถเม็ดในราคาเท่านี้ ข้าจะนำมันไปขายยังร้านคู่แข่งท่าน” หลิวอี้พูดเสียงดังจริงจัง
“ข้าขอโทษท่านจริง ๆ ท่านโปรดขายพวกมันให้ข้าด้วย ข้าจะยอมชดเชยเงินในส่วนต่างนั้นคืนให้ ขอเพียงท่านไม่นำเอาโอสถพวกนี้ไปขายยังร้านอื่น” เถ้าแก่เสียงอ่อนอย่างนึกเสียใจ ไม่ใช่เพราะว่าเขาคิดได้ แต่เพราะสายตาของเถ้าแก่ร้านยานั้นเหลือบไปเห็นหยางจงที่ยืนอยู่ประตูหน้าร้าน ที่กอดอกถือดาบมองตรงด้วยสายตาดุดันมาที่ตน ไม่นานเงิน 8 ตำลึงทอง ก็ถูกส่งให้หลิวอี้ แล้วเด็กทั้ง 2 คนก็ออกจากร้านไป
“ดูว่าข้าคิดมากเกินไป วาจาของเ้าไม่อ้อมค้อมให้อีกฝ่ายได้โอกาส ข้าจึงไม่ได้ช่วยอะไรเ้าเลย” หลี่เทียนชื่อพูดอย่างซาเซ็ง
“ไม่เลย ๆ ท่านช่วยข้ามากแล้ว ทั้งเื่ที่บอกราคาจริงกับแนะนำหนังสือเล่มนี้” หลิวอี้พูดพร้อมเขย่าตะกร้าบนหลังให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาหมายถึงหนังสือของสมาคมฯ ที่เขาแบกไว้อยู่
“แต่เพราะท่านอาจารย์ด้วย ขนาดข้ายังขนหลังคอรุกเลย สิ่งที่อาจารย์ทำกับเถ้าแก่ร้านเรียกว่าอะไร” หลิวอี้ถามหลี่เทียนชื่อ
“นี่เ้ารับรู้จิตสังหารอาจารย์ด้วยหรือ ข้ายังไม่รับรู้ถึงมันเลย ััเ้าช่างดีนัก” หลี่เทียนชื่อกล่าวอย่างชื่นชม หยางจงที่เดินตามมาเมื่อได้ยินก็อดยิ้มไม่ได้ว่าศิษย์ใหม่คนนี้หาใช่เด็กธรรมดาจริง ๆ
ในระหว่างที่พวกเขาทั้ง 3 คนกำลังเดินกลับหมู่บ้านหลิวอยู่นั้น ได้มีชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง พวกมันมีด้วยกัน 4 คนะโออกมาจากป่าข้างทาง พวกมันปกปิดใบหน้าพร้อมดาบและกระบี่เข้าโจมตีใส่พวกเขา มี 2 คนเข้าโจมตีหยางจง และอีก 2 คนเข้าโจมตีหลี่เทียนชื่อ
“ลูกเทียนลูกอี้ระวัง” อาจารย์ของพวกเขาร้องเตือน
หยางจงที่เป็จอมยุทธติดอันดับทวีปมีหรือจะอ่อนด้อย เขาสามารถรับมือกับคนร้ายทั้ง 2 ได้สบาย แต่ก็ยากที่จะเข้าไปช่วยเหลือเด็ก ๆ กลับกันกับหลี่เทียนชื่อที่เป็เด็ก ดาบในมือของเขาถูกชักขึ้นมาป้องกันตัวทันท่วงที แต่ก็ต้านแรงชายชุดดำ 1 คนแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นพวกมันอีกคนก็ไม่ปล่อยโอกาสอันดีที่จะโจมตีหลี่เทียนชื่อในมุมเปิด หลิวอี้ถึงจะใกับเื่ที่เกิดขึ้น แต่เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่า ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง พี่ชายคนนี้ต้องได้าเ็ล้มตายเป็แน่ หลิวอี้จึงแทรกตัวเข้าไปปัดป้องแขนของชายชุดดำอีกคนให้ยากที่จะโจมตีหลี่เทียนชื่อ แต่ถึงแบบนั้นคมกระบี่ก็บาดเข้าหัวไหล่ซ้ายของหลี่เทียนชื่อไป 1 ที
“อ๊ากก!” หลี่เทียนชื่อร้องลั่นดังออกมาเพราะาแจากคมกระบี่ ซึ่งมันทำให้เขาเ็ปอย่างมาก แต่ถ้าหลิวอี้ไม่เข้ามาขัดขวางไว้ก่อนหน้านี้ คอของเขาคงโดนอีกฝ่ายฟันเข้าให้แล้ว
“พวกเ้าบังอาจนัก”
หยางจงเมื่อได้ยินเสียงร้องหลี่เทียนชื่อ ก็บังเกิดอารมณ์โกรธแค้นเหล่าคนร้ายยิ่งกว่าเดิม เขาพยายามที่จะหาลู่ทางเข้าไปขัดขวางชายชุดดำที่เหลือ แต่สายตาของเขาก็เห็นว่า หลี่เทียนชื่อยังไม่ตาย เพราะมีหลิวอี้เข้ามาปัดป้องอีกฝ่ายออกไปด้วยมวยอ่อน ถึงจะตัวเล็กกว่าชายชุดดำมาก แต่ยามเมื่อหลิวอี้เข้าประชิดได้แล้วก็บรรเลงเพลงหมัดมวยโต้กลับปิดกั้นการออกอาวุธของอีกฝ่ายได้ ทางด้านหลี่เทียนชื่อเองก็ใช้เพลงดาบพยัคฆ์ทองคำสวนโต้ตอบชายชุดดำอีกคนได้อยู่บ้าง ถึงจะเสียเปรียบก็ตาม จุดนี้เองทำให้หยางจงรู้ได้ทันทีว่า หลิวอี้นั้นแข็งแกร่งกว่าหลี่เทียนชื่อมาก ทั้งความว่องไวและการโต้กลับที่ตั้งรับด้วยมัดมวย ทำให้อีกฝ่ายยากที่จะทำร้ายหลิวอี้ได้ จนสามารถแยกชายชุดดำออกจากวงต่อสู้ของหลี่เทียนชื่อไปได้ แต่ถึงแบบนั้นหยางจงก็เข้าใจได้ทันทีว่าหลิวอี้นอกจากตั้งรับแล้วก็ไม่อาจโต้กลับหรือโจมตีอีกฝ่ายได้เลย หยางจงจึงเร่งเล้าพลังเปลี่ยนแปลงเพลงดาบ ด้วยพลังและประสบการณ์เข้าจึงสามารถสังหารชายชุดดำได้ 1 คน ก่อนจะถีบตัวเข้าใส่ชายชุดดำที่สู้กับหลี่เทียนชื่อ
“ลูกเทียนไปช่วยลูกอี้เร็ว” หยางจงสั่ง เมืื่อหลี่เทียนชื่อเห็นว่าหยางจงสามารถรั้งคนร้ายทั้ง 2 คนได้แล้ว จึงรีบเข้าไปร่วมวงต่อสู้กับหลิวอี้แทน ทำให้ยามนี้ฝ่ายเด็กหนุ่มได้เปรียบชายชุดดำ ครั้งพอโจมตีหลิวอี้ หลี่เทียนชื่อก็ฟันดาบเข้ามาใส่ จนชายชุดดำต้องเลือกไปปัดป้องคมดาบแทน ทำให้ถูกหลิวอี้ใช้หมัดต่อยทำให้เสียจังหวะจนเจ็บช้ำ คนร้ายจำต้องดีดตัวไปตั้งหลักทิ้งระยะ ก่อนจะปามีดอาบพิษเข้าใส่หลี่เทียนชื่อ
“ตายสะไอ้พวกเด็กเวร”
แต่ในตอนนั้นเองหลิวอี้เคลื่อนตัวหมุนมาบดบังร่างของหลี่เทียนชื่อไว้ได้ทัน
“น้องอี้!!!”
หลี่เทียนชื่อร้องด้วยความใ แต่เมื่อเห็นว่าคนร้ายที่ปามีดผู้นั้นไม่ได้เข้ามาโจมตีซ้ำ แต่กลับยืนมึนงงนิ่งราวกับใจากอะไรบางอย่าง หลี่เทียนชื่อจึงได้จังหวะเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบาพร้อมเพลงดาบที่ฝึกฝนมาก ฟันใส่ลำคอของอีกฝ่ายแบบไม่ให้ตั้งตัว ก่อนจะถีบร่างของมันให้เสียจังหวะแล้วแทงดาบใส่อกบริเวณหัวใจของชายชุดดำจนแน่นิ่งไป เขารีบหันมามองน้องชายด้วยความเป็ห่วง แต่ภาพที่หลี่เทียนชื่อเห็นนั้นกลับเป็ภาพหลิวอี้ยืนตั้งการ์ดป้องกันหลับตาหยีตัวสั่นเทา โดยมีมีดเคลือบพิษตกอยู่บนพื้นอยู่ไม่ไกล ร่างกายของหลิวอี้ไม่าเ็หรือเกิดาแแต่อย่างใด หลี่เทียนชื่อดีใจมากเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายปลอดภัยดีจึงวิ่งเข้าไปสวมกอด
“น้องอี้เ้าปลอดภัย มันตายแล้ว เ้าอย่ากลัวเลย”
หลี่เทียนชื่อโอบหลิวอี้ที่ตัวสั่นกลัวพร้อมลูบแผ่นหลังของเด็กหนุ่มราวกับพี่ชายปลอบน้องที่หวาดกลัว แต่ในจังหวะที่หลี่เทียนชื่อกำลังจะพาหลิวอี้หนีจากการต่อสู้ ชายชุดดำคนหนึ่งได้หลุดจากหยางจงแล้วพุ่งกระบี่มาทางหลิวอี้ หลี่เทียนชื่อที่โอบหลิวอี้อยู่จึงเบี่ยงตัวพาน้องชายหลบปลายกระบี่ โดยใช้ร่างกายของตนเข้าปกป้องหลิวอี้แทน ปลายกระบี่แทงทะลุแผ่นหลังของหลี่เทียนชื่อก่อนจะทะลุหัวใจ หลิวอี้ลืมตามาพอดีกับฉากที่หลี่เทียนชื่อพยายามปกป้องตน หยางจงถีบชายชุดดำอีกคนจนเสียจังหวะก่อนจะเข้ามาฟันคอของชายชุดดำที่แทงกระบี่ใส่หลี่เทียนชื่อจนคอขาดกระเด็น ชายชุดดำที่เหลือเห็นว่าคนอื่นตายหมดแล้วจึงรีบวิ่งหนีหายเข้าป่าไป
“ลูกเทียนเ้า ทำใจดี ๆ ไว้” หยางจงร้องออกมาเสียงดังราว้าให้อีกฝ่ายรับฟัง แต่หลี่เทียนชื่อนั้นเหมือนดังใบไม้ล่วง ร่างที่สูงใหญ่กว่าเด็กหนุ่มอีกคนค่อย ๆ ทรุดตัวจนหลิวอี้ต้องแบกรับร่างนั้นไว้
“อาจารย์ พี่หลี่เขากำลังจะตาย…” หลิวอี้ร้องถามอาจารย์ด้วยความใ เพราะภาพที่หลิวอี้เห็นเวลานี้คือภาพพี่ชายที่มีเืไหลทะลักจากปากแผลและกระอักเืออกจากปาก จนลมหายใจโรยรา
“ลูกเทียนทำใจดี ๆ ไว้ อีกนิดเดียวจะถึงหมู่บ้านหลิวแล้ว” หยางจงพยายามบอกกล่าว แต่หลี่เทียนชื่อกับราวแสงเทียนใกล้มอดดับ
“ท่านอาจารย์ ข้าช่วยพี่หลี่ได้” หยางจงจึงได้ดึงหลี่เทียนชื่ออกจากวงแขนหลิวอี้ เขาจองมองศิษย์น้อยนำของบางอย่างออกมาจากใต้แขนเสื้อ ไม่นานเม็ดผลึกกลมมนใสแวววาวหลากสีสันก็ถูกเทใส่มืออันสั่นเทา หลิวอี้เลือกหยิบมา 1 เม็ดอย่างไม่สนใจว่าเม็ดใดคือเม็ดใด เขานำมันใส่ปากหลี่เทียนชื่อ ไม่นานร่างของชายหนุ่มที่เจียนตายกับมีสายลมอันอบอุ่นและแสงสว่างบางเบาปกคลุมทั่วทั้งร่าง ไม่ถึง 10 ลมหายใจ หลี่เทียนชื่อก็ลืมตาตื่นสีหน้ามึนงงราวกับสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
“ปาฏิหาริย์!" หยางจงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจและดีใจ ผิดกับหลิวอี้ที่ร้องไห้ตาแดงออกมา ก่อนทรุดตัวนั่งหมดแรงสลบไป
“น้องอี้เ้าาเ็ตรงไหน” หลี่เทียนชื่อที่เห็นหลิวอี้ทรุดตัวรีบเข้าไปดูอาการทันที
“ลูกเทียนเ้าช่วยแบกลูกอี้กลับบ้านก่อนเถอะ เราจำต้องไปแจ้งเื่นี้ต่อท่านหลิวฟง ว่าเกิดสิ่งใด” หยางจงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอรับท่านอาจารย์”
หลังจากเื่ถึงหูหลิวฟง เขาได้สั่งให้พ่อบ้านกับคนงานไปจัดการเื่ศพคนร้าย ก่อนจะดูอาการของหลิวอี้ หยางจงบอกเล่าเื่ทุกอย่างให้หลินฟงฟัง รวมถึงสาเหตุของการรอบสังหารในครั้งนี้ แต่หลิวฟงกลับไม่ถือโทษโกรธหยางจงหรือหลี่เทียนชื่อ กลับกันหลิวฟงกับโอบกอดขอบคุณหลี่เทียนชื่อที่พยายามปกป้องหลิวอี้จนตัวเองเกือบตาย หลิวอี้ไม่ได้าเ็แต่อย่างใด เพียงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังเพิ่งเคยพบเห็นฉากผู้คนถูกสังหาร ยังดีที่หลิวอี้ไม่สลบไปก่อนที่จะช่วยเหลือหลี่เทียนชื่อ ไม่เช่นนั้นเื่คงไม่จบสวยเช่นนี้ หลี่เทียนชื่อดูแลน้องชายอย่างใกล้ชิด หลิวอี้เพียงนอนผวาบางครั้งคราว จนถึงเช้า…
“เ้าตื่นแล้วหรือ” หลี่เทียนชื่อทักทันทีเมื่อเห็นว่าหลิวอี้กำลังชันตัวขึ้นมานั่ง “เ้ากินน้ำแกงก่อนป้าเจียงเพิ่งนำมาให้ เมื่อวานเ้าสลบหลับยาวคงหิวมาก และต้องขอบคุณเ้ามาก หากไม่ได้เ้าข้าอาจตายไปแล้ว” หลิวอี้มึนงงนั่งฟังอยู่ไม่นานก็นึกออกว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น สายตาของหลิวอี้ฉายความเ็ปอยู่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็แววตาแห่งความเศร้าเสียใจ ครั้งหนึ่งเขาเคยสูญเสียมารดาจากภัยหนาว จนเมื่อวานเขาเกือบสูญเสียเพื่อนและพี่ที่เขาให้ความสำคัญ
“ข้าอยากแข็งแกร่งกว่านี้” หลิวอี้พูดขึ้นมา
“ข้าด้วย” หลี่เทียนชื่อก็เห็นด้วยกับหลิวอี้ เพราะพวกเขามีสิ่งที่อยากปกป้องแล้ว
“น้องอี้ เ้าอยากเป็น้องชายข้าหรือไม่” หลี่เทียนชื่อกล่าวจริงจังพร้อมกับมองนัยตาอีกฝ่ายอย่าง้าคำตอบ
“ข้าเห็นท่านเป็พี่ชายอยู่แล้วใยท่านต้องถามเช่นนี้” หลิวอี้ถามกลับ
“มันไม่เหมือนกัน ข้าอยากสาบานร่วมเป็ตาย เป็พี่น้องร่วมโลหิตสาบานกับเ้า” หลี่เทียนชื่อพูดออกมา
“กล่าวได้ดี” เป็เสียงของหลิวฟง เขาและหยางจงได้เดินเข้ามาในห้องพอดี จนได้ยินสิ่งที่หลี่เทียนชื่อพูดออกมา
“ลูกอี้ อาจารย์เห็นด้วยกับลูกเทียน เ้าร่วมสาบานกันนับว่าเป็วาสนาของพวกเ้าทั้ง 2 แล้ว” หยางจงพูดช่วยหลี่เทียนชื่ออีกแรง เมื่อหลิวอี้เห็นความ้าของทุกคนแล้วเขาก็ยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปตอบหลี่เทียนชื่อ
“ได้ ข้าจะร่วมโลหิตสาบานเป็พี่น้องกับท่าน”
โปรดติดตามตอนต่อไป…