ณ ห้องสตูดิโอชั้น 6 เวลา 12.10 นาฬิกา
- เดียนารา talk -
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มืดสนิทมีแสงไฟสลัวๆจากมุมห้องทางด้านซ้ายมือปรากฏอยู่แค่แห่งเดียว พร้อมปรากฏร่างของหญิงสาวสองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาพูดคุยอย่างจริงจัง บนโต๊ะไม้ทรงกลมมีเอกสารเรียงกันอย่างเรียบร้อยวางอยู่ใกล้ๆโน๊ตบุ๊คหนึ่งเครื่องที่กำลังถูกนิ้วมือเรียวยาวพิมพ์อะไรบางอย่างจนในหน้าจอเต็มไปด้วยข้อความทั้งหมด
"คุณเดียคิดว่าแบบนี้เป็นไงคะ?"
"เวรี้กู๊ด! เขียนออกมาดีมากๆเลยค่ะ"
"ดีจังที่คุณชอบ งั้นฉันอนุมัติตามนี้เลยนะคะ"
"ได้เลยค่ะ (^^)"
หญิงสาวผมบลอนด์พร้อมชุดเดรสสีแดงเข้ารูปส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวอีกคนที่กำลังเก็บของอย่างรีบร้อนก่อนจะกล่าวลาสั้นๆและเดินหอบสิ่งของต่างๆกลับออกไป เมื่อที่นี่ไม่มีใครอยู่แล้วนั้นทำให้หญิงสาวผมบลอนด์ถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมบิดขี้เกียจด้วยความดีใจ
"เฮ้อ...จบสักที (^^)" หลังจากรีบตื่นแต่เช้าเพื่อคุยกับนักเขียนคอลัมน์ที่โทรมานัดสัมภาษณ์เรื่องนักแสดงสาวตั้งแต่เมื่อาทิตย์ก่อนจนตอนนี้พึ่งมีเวลาจึงโทรให้เขามาสัมภาษณ์ได้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะกินเวลาเป็นชั่วโมงขนาดนี้ คิดว่าแค่พูดตามสคิปก็จบแต่นี้ต้องมานั่งดูว่าที่เขาเขียนเราพอใจหรือไม่ อยากให้ปรับตรงไหนมั้ยหรืออยากเพิ่มส่วนไหนอีกมั้ย นั้นทำให้ฉันต้องเสียเวลาพูดคุยจนเลยเวลาพักเที่ยงจนได้
"ตายแล้ว! หน้าเยิ้มขนาดนี้เชียว (0-0)" ขณะกำลังส่องกระจกในห้องเพื่อสำรวจความสวยของตัวเองก็ต้องตกใจกับหยาดเหงื่อบนหน้าผากที่กำลังเกาะเป็นกลุ่มก้อน ใต้ตาเริ่มคล้ำมากขึ้นจากการนอนไม่พอ รองพื้นที่ทาเมื่อเช้าเริ่มจางหายไปเรื่อยๆจนเกือบกลายเป็นหน้าสดซะแล้ว ดีนะที่เช็คก่อนไม่งั้นได้อายขายขี้หน้าต่อทุกคนแน่ๆ จะไม่ให้เสียชื่อผู้จัดการฝ่ายหญิงหรอกไม่งั้นได้โดนหมอนั้นบ่นแน่ๆ....
"เดีย--"
"โอ้Fu*k!!" จู่ๆก็มีเสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้นทำให้ฉันที่กำลังยืนส่องกระจกใจหายวูบอย่างสุดขีดจนเผลอสบถคำหยาบออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ นั้นทำให้ทั้งฉันและคนที่เข้ามาใหม่ต่างสะดุ้งตกใจด้วยเช่นกันจนฝ่ายนั้นค่อยๆเดินเข้ามาหาทำให้ค่อยๆเห็นใบหน้าชายอาวุโสคนนั้นใกล้ๆ
"นะ นี้คุณมาได้ยังไงคะ!?" เมื่อเห็นว่าใครมาทำให้ฉันรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เป็นระเบียบเพื่อไม่ให้หมอนี้ดุด่าได้อีก เขาคนนี้คือ โอซุมะ เทนโซะ เป็นผู้จัดการนักแสดงฝ่ายชายและเป็นเพื่อนร่วมงานของฉันเอง ฉันเข้ามาทำงานที่นี่ประมาณสี่ปีที่แล้วช่วงนั้นมีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะการหานักแสดงหน้าใหม่ นั้นทำให้เวลาทำงานรู้สึกเหนื่อยมากจนเกือบขอลาออกแต่ก็สู้มาได้จนมีฉันอยู่ทุกวันนี้ ถึงแม้อายุของเราจะต่างกันแต่ประสบการณ์ด้านดูแลนักแสดงฉันเหนือกว่าเขาเยอะเพราะฉันเคยทำงานดูแลเน็ตไอดอลมาก่อนจึงได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย แต่ด้วยตำแหน่งที่เท่ากันทำให้ความคิดเห็นของเรามีกระทบกระทั้งกันบ้างโดยเฉพาะเรื่องหยุมหยิม
"เดินมาสิแม่คุณ (-_-)"
"ฉันหมายถึงทำไมคุณมาอยู่ที่นี้ได้ต่างหาก! คุณต้องอยู่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอคะ?"
"ออกมาแล้วไงเข้าใจยากตรงไหน (-*-)"
"(-^-)" เขามักเป็นแบบนี้กับฉันเสมอ เวลาคุยกับคนอื่นเขามักจะเข้มงวดมากจนดูน่ากลัวแต่ทำไมเวลาเขาคุยกับฉันถึงได้น่าถีบขนาดนี้! กวนส้น*ีนชะมัดเลยผู้ชายคนนี้!!
"แล้วมีอะไรคะถึงมาหาที่นี่?"
"มีเรื่องอยากปรึกษานิดหน่อย" เขาค่อยๆใช้ไม้เท้าเดินไปนั่งที่โต๊ะไม้ทรงกลมตัวนั้นอย่างนิ่งเฉยพร้อมนางพยาบาลเดินถือสายน้ำเกลือตามมาด้วยติดๆ เมื่อเห็นสภาพแบบนั้นทำให้ฉันรีบคัดค้านทันที
"เดี๋ยวเลยนะคะ! คุณพึ่งออกจากโรงพยาบาลก็ควรพักผ่อนสิคะ อย่าพึ่งทำงานเลยคะปล่อยพวกเด็กๆเขาจัดการเถอะนะ"
"ฉันไม่ได้มาคุยเรื่องงานหรอก"
"?" ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญทำให้โอซุมะโบกมือให้นางพยาบาลออกไปรอข้างนอกแต่นั้นกลับยิ่งทำให้ฉันรู้สึกตะหงิดใจอยู่เล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เรื่องงานแล้วมันเรื่องอะไร? นี้เขาจะว่าร้ายอะไรใส่กันอีกละ! แต่ยังไม่ทันคิดอะไรมากเมื่อนางพยาบาลพ้นประตูไปเขาก็เริ่มเข้าประเด็นทันที
"เธอรู้จักมาซาราดะสินะ?"
"ค่ะ ก็เคยร่วมงานอยู่นะคะแต่...บอกตามตรงไม่อยากไปบริษัทนั้นอีกเลย" เมื่อได้ยินชื่อมาซาราดะทำให้นึกถึงตอนไปร่วมงานกับทางนั้นเมื่อสามปีก่อน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีสาวๆหน้าใหม่เข้ามาในบริษัทของเราทางนั้นจึงส่งคำเชิญอยากร่วมงานเพื่อช่วยโปรโมทนักแสดงหน้าใหม่ให้อย่างเต็มที่แลกกับยืมตัวนักแสดงหน้าใหม่คนนั้นสามสัปดาห์ ด้วยความรีบร้อนทำให้ฝ่ายเราตอบตกลงโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเพราะเมื่อไปถึงจริงๆสิ่งแรกที่มาซาราดะถามนักแสดงหน้าใหม่ก็คือ
'เธอรับได้มากสุดกี่คน'
ตอนนั้นฉันรู้สึกโกรธอย่างมากที่เขาถามเด็กของฉันแบบนั้น เขาดูเหมือนไม่ให้เกียรตินักแสดงเลยทั้งที่เป็นนักแสดงเหมือนกันแท้ๆ แต่เมื่อลองสังเกตการทำงานภายในบริษัทก็พบว่าที่นี่มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก ดูได้จากการฝึกซ้อมบทอย่างเดียวก็ทำให้รู้สึกเครียดขึ้นมาเพราะพวกเขาจะถ่ายแค่เทคเดียว ไม่ว่าจะถ่ายออกมาแย่แค่ไหนจะไม่มีการตัดต่อหรือถ่ายใหม่ทั้งนั้น ฉันเคยถามผู้จัดการฝ่ายหญิงของทางนั้นว่าทำไมถึงถ่ายแค่เทคเดียวแต่เธอกลับตอบมาว่า
'เพราะที่นี่ถือคติเรื่องความสมจริงค่ะ เพื่อให้ดูเรียลดูมีชีวิตชีวาจึงไม่อยากให้นักแสดงเครียดค่ะ เหมือนถ่ายรายการเรียลลิตี้ไงคะ'
นั้นทำให้ฉันเริ่มเข้าใจแต่นักแสดงหน้าใหม่คนนั้นกลับตามวิธีการทำงานของที่นั้นไม่ทันทำให้หนังถ่ายออกมาไม่ดีจึงทำให้ชื่อเสียงของเธอไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่หลังจากนั้นเธอก็ขอลาออก ตั้งแต่วันนั้นฉันจึงคิดแล้วคิดอีกว่าจะส่งเด็กไปร่วมงานกับทางนั้นอีกดีมั้ยซึ่งคำตอบก็คือ ไม่
"แล้วทำไมเหรอคะ? หรืออยากให้ฉันส่งเด็กของฉันไปร่วมงานเหรอ!? ไม่เอาเด็ดขาดเลยนะ!"
"เปล่า ฉันส่งเด็กของฉันไปแล้ว"
"What? ทำไมไม่ปรึกษากันเลยละคะ! คุณจำเมื่อสามปีก่อนไม่ได้เหรอที่นักแสดงของฉันกลับมาก็ขอลาออกเลย นักแสดงฝ่ายชายยิ่งมีน้อยๆอยู่คุณจะส่งไปทำไม?" ฉันไม่เข้าใจเขาจริงๆว่าคิดอะไรอยู่ ยิ่งช่วงนี้ได้ข่าวว่าเขาจะกลับมาแสดงหนังด้วยทำให้ฉันยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนั้น เขาควรปั้นเจ้าเด็กที่เขาส่งมาให้เป็นผู้จัดการแทนสิหรือหาคนใหม่มาก็ได้ แล้วทำไม...
"ฉัน...กำลังทดสอบเขาอยู่"
"หืม?"
"ฮาจิมะไง ฉันอยากให้เขาเป็นผู้จัดการเต็มตัวไวๆแต่แค่การสอนของฉันคงช่วยได้ไม่มากเลยคิดว่าถ้าให้ลองเจอสถานการณ์จริงน่าจะพัฒนาได้เร็วกว่า เธอก็มาช่วยด้วยสิ"
"อะไรนะ! นี้คุณจะใช้ให้ฉันทำอะไรเสี่ยงๆอีกใช่มั้ย ไม่เอาแล้ว! (-*-)" พูดแล้วทำให้นึกถึงช่วงคริสต์มาสปีที่แล้วที่เขาวานให้ฉันช่วยตกแต่งต้นไม้รอบๆอาคาร ตอนนั้นตัวฉันทั้งโดนไฟดูด ยุงกัด ปีนขึ้นปีนลงจนได้แผลเต็มขาไปหมดแถมมีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยคอยจ้ะเอ๋อยู่ตลอด แค่คิดก็ไม่อยากให้ถึงคริสต์มาสเลย T.T
"ฟังก่อน แค่อยากให้ช่วยสอนเจ้าฮาจิมะให้หน่อย"
"สอน? ฉันจะไปสอนอะไรเขาได้คะแถมไม่ใช่หน้าที่ฉันสักหน่อย (-*-)"
"เธอไม่ใช่ผู้จัดการหรือไง (-_-)"
"ถึงฉันจะเป็นผู้จัดการแต่เรื่องของนักแสดงชายฉันไม่มีความรู้อะไรเลยนะคะ ถ้าสอนได้ก็แค่ความรู้ทั่วไปในการดูแลฝ่ายหญิงเท่านั้นเองแถมเขาไม่มีความจำเป็นต้องเรียนรู้ส่วนนั้นด้วย"
"จำเป็นสิ ฉันอยากให้เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับวงการนี้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องผู้หญิง ไม่งั้นฉันไม่ถ่อมาหาเธอถึงที่นี่หรอก" เขาพูดด้วยความมั่นใจขณะมองเข้ามาภายในดวงตาของฉันอย่างอ้อนวอน แต่นั้นทำให้ฉันกัดปากแน่นขณะค่อยๆคิดว่าจะตอบรับคำเชิญของเขาดีมั้ย แต่ถ้าสอนให้จริงๆแล้วเราจะได้อะไรตอบแทนละ? ฉันไม่ยอมทำงานให้ฟรีๆหรอกนะ
"แล้วดิฉันจะได้อะไรตอบแทนคะ?"
"เธออยากได้อะไร?"
"สามีค่ะ (*^*)"
"ยากไป"
"T^T" ด้วยการทำงานในสายนี้แถมวันๆเจอแต่ฝ่ายหญิงทำให้ยากต่อการหาแฟนอย่างมาก นั้นทำให้ฉันได้แต่นัดคู่เดทผ่านแอปหาคู่แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดสักทีจึงกลายเป็นโสดจนถึงตอนนี้ เฮ้อ...ชีวิตสาวสวยอย่างฉันจะได้แต่งงานตอนไหนกันหรือไม่ได้แต่งเลย...
"แต่...ฉันมีรุ่นน้องที่รู้จักอยู่หน้าตาดีด้วย ทำงานเป็นช่างภาพอิสระ อายุน่าจะมากกว่าเธอไม่กี่ปีนะลอง--"
"แต่งค่ะ! ฉันจะแต่งกับเขา (*^*)"
"เดี๋ยวสิยังไม่รู้จักกันเลยรีบหรือไง (-*-)"
"รีบสิคะไม่งั้นได้ขึ้นคานก่อนพอดี!"
"เฮ้อ...ผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวจริงๆ" แม้โอซุมะจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ส่งเบอร์ส่งไลน์และหน้าตาของชายหนุ่มคนนั้นให้ดูอย่างว่าง่าย ด้วยความตื่นเต้นฉันจึงรับมันมาไว้ในอ้อมกอดพร้อมหันไปแซวเขานิดหน่อย
"ว่าแต่คุณไม่คิดอยากมีแฟนบ้างเลยเหรอคะ? คุณหน้าตาดีขณะดีสาวๆรุ่นเล็กรุ่นใหญ่คงชายตามองเยอะแน่เลย (0_<)"
"ไม่ละ ฉันพอกับเรื่องความรักดีกว่า" เขาพูดแค่นั้นจบก็เงียบกริบไปอย่างกับถูกปิดสวิตซ์ไม่ให้พูดเรื่องนี้ ก็เคยได้ยินแหลว่าพูดเรื่องความรักกับโอซุมะเขาจะไม่ร่วมวงสนทนาเลยไม่ว่าคนๆนั้นจะสำคัญขนาดไหน ไม่รู้เขาไปเจออะไรมาแต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
"ฉันจะช่วยสอนเจ้าฮาจิมะให้ก็ได้ ตอบแทนที่คุณส่งสามีในอนาคตมาให้ (^^)" ด้วยความรู้สึกอึดอัดจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้เขาคิดมากไปกว่านี้ เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้โอซุมะกลับมายิ้มได้อีกครั้งก่อนจะใช้ไม้เท้าลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงพร้อมกล่าวลาสั้นๆตามสไตล์ของเขา
"ขอบใจนะ งั้นเดี๋ยวจะติดต่อไป"
"ได้ค่ะ" โอซุมะค่อยๆเดินไปที่ประตูอย่างเชื่องช้าจนแผ่นหลังของเขาพ้นประตูออกไป นั้นทำให้ฉันกลับมาสนใจหน้าตาของสามีในอนาคตต่อ
"รอก่อนนะพ่อหนุ่มเดี๋ยวเจอกัน (>3<)"
.
.
.