เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 124 ฟังคุณปู่เล่าเรื่องราวในอดีต (1)

            เป็นวิสัยธรรมดาของปุถุชน ยิ่งเข้าวัยไม้ใกล้ฝั่งก็ยิ่งโหยหาความคึกครื้น ชอบการอยู่รวมกลุ่ม และเกลียดชังการพลัดพราก สำหรับปู่หวงและย่าหวงผู้ไร้ซึ่งลูกหลานสายตรงคอยดูแล ความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งกัดกินหัวใจรุนแรงเป็นทวีคูณ

            ในยามปกติ สองตายายยังพอประคับประคองดูแลกันไปตามอัตภาพได้ ทว่าเมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ช่วงเวลาอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการอยู่พร้อมหน้า ความเงียบเหงาอ้างว้างกลับถาโถมเข้าใส่จนรู้สึกปวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ

            การปรากฏตัวของทิงเสวี่ย ฉินหยวนเฟิง และผองเพื่อนเพื่อมาอวยพรปีใหม่ เปรียบเสมือนสายฝนชุ่มฉ่ำที่ทำให้ห้องโถงเล็กๆ กลับมามีชีวิตชีวาในชั่วพริบตา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาของสองผู้เฒ่าคลี่บานเป็นรอยยิ้ม สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่หาได้ยากยิ่ง

             ย่าหวงไม่รอช้า รีบกุลีกุจอขนของอร่อยทุกอย่างที่มีในบ้านออกมาต้อนรับเด็กๆ

            ทว่านอกจากทิงเสวี่ยและหลินฉางจื้อแล้ว เด็กคนอื่นๆ ต่างมีท่าทีเกรงอกเกรงใจ ไม่กล้าหยิบจับของกินมากนัก

            ทิงเสวี่ยผู้เข้าใจความรู้สึกของคนแก่เป็นอย่างดีจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า บ้าน ปู่หวงย่าหวง มีของอร่อยตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะทุกคน วันนี้พวกเราต้องช่วยกันกิน ให้เรียบเลย!

            ย่าหวงแย้มยิ้ม มองดูเด็กน้อยไร้เดียงสาเหล่านี้ด้วยความเอ็นดู ของที่เอาออกมาก็เพื่อให้พวกหนูกินกันทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ กินกันเยอะๆ นะ

            คุณปู่ครับ ทิงเสวี่ยบอกว่าคุณปู่เคยรบกับพวกญี่ปุ่นจริงๆ เหรอครับ หวังกังจ้องมอง คุณปู่ที่กำลังยกถ้วยชาเคลือบแบบทหารขึ้นจิบ แววตาของเด็กชายเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ ยามนี้ต่อให้มีขนมรสเลิศวางอยู่ตรงหน้า ก็ยังน่าสนใจไม่เท่าเรื่องราวในสนามรบ

            พอเอ่ยถึงความหลัง ดวงตาที่ฝ้าฟางของ คุณปู่พลันทอประกายเจิดจ้า ท่าทางกระฉับกระเฉงราวกับหนุ่มแน่นขึ้นหลายปี แน่นอนสิ! ปู่เคยฟาดฟันกับไอ้พวกยุ่นตัวเปี๊ยกนั่นมาแล้ว! ตอนนั้นปู่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าหนูฉางจื้อนี่แหละ ก็เริ่มเข้าเป็นกองกำลังชาวบ้านแล้ว พอสิบเจ็ดสิบแปดก็สมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการเต็มตัว

            เมื่อได้ยินว่าชายชราตรงหน้าคือวีรบุรุษตัวจริง หวังกังก็ยิ่งตื่นเต้น งั้นคุณปู่รีบเล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิครับ ว่าสู้กับพวกมันยังไง แล้วพวกทหารญี่ปุ่นตัวเตี้ยๆ นั่นหน้าตาเป็นแบบไหน มีสามหัวหกแขนเหมือนในนิทานหรือเปล่าครับ แล้วหมู่บ้านเราเคยมีพวกมันบุกเข้ามาไหม

            หลินฉางจื้อและฉินหยวนเฟิงเองก็สนใจเรื่องการทหารไม่แพ้กัน ต่างพากันยืดคอรอฟังอย่างตั้งใจ

            เมื่อเห็นเหล่าต้นกล้าตัวน้อยสนใจอดีตอันรุ่งโรจน์ของตน เลือดลมในกาย คุณปู่ก็ยิ่งสูบฉีด

            ผู้เฒ่ากระดกชาจนหมดถ้วย ก่อนจะเริ่มเปิดตำนาน ในเมื่อพวกเธออยากฟัง ปู่ก็จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่มันคือประวัติศาสตร์ที่ปู่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ... ฉางจื้อถามว่าพวกมันมีสามหัวหกแขนไหม... จริงๆ แล้วไม่มีหรอก พวกมันน่ะ นอกจากจะไม่มีอิทธิฤทธิ์อะไรแล้ว ยังตัวเตี้ยม่อต้อ เป็นพวกคนแคระกันทั้งกองทัพ...

            จากนั้น คุณปู่ก็เริ่มถ่ายทอดเรื่องราวอันดุเดือดในยุคสมัยนั้น ตั้งแต่การเข้าร่วมกองโจรชาวบ้าน การสมัครเป็นทหารอาชีพ และการประจัญบานกับศัตรู

            ตั้งแต่สงครามต่อต้านญี่ปุ่นลากยาวไปจนถึงสงครามปลดแอก ทุกฉากทุกตอนถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีชีวิตชีวา ราวกับพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ยุคสมัยอันยากเข็ญที่คุกรุ่นไปด้วยควันปืนและวีรกรรมความกล้าหาญ

            คนเล่าเล่าอย่างออกรส คนฟังก็ฟังอย่างจดจ่อ

            เดิมทีหวังหย่าจิ้งไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นี้เท่าใดนัก เธอมัวแต่เพลิดเพลินกับคุกกี้และแอปเปิลแห้งฝีมือ ย่าหวง แต่โดยไม่รู้ตัว เธอกลับถูกดึงดูดเข้าไปในเรื่องราวอันเข้มข้นของคุณปู่เสียแล้ว

            ตลอดช่วงเช้า คุณปู่แบ่งปันเรื่องราวในอดีต ซึ่งไม่ได้มีเพียงเรื่องของตนเอง แต่ยังสดุดีไปถึงเหล่าสหายร่วมรบที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอีกมากมาย

            เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว เผลอประเดี๋ยวเดียวก็ถึงมื้อเที่ยง

             ย่าหวงนำเกี๊ยวที่เหลือจากมื้อเช้ามาอุ่น ก่อนเอ่ยชวน พวกหนูอยู่กินข้าวกลางวันด้วยกันนะ มีเด็กๆ อยู่เยอะๆ แบบนี้เจริญอาหารดี

            ทิงเสวี่ยตอบรับทันควัน ไม่มีปัญหาค่ะ! แต่คุณย่าคะ หนูไม่อยากกินเกี๊ยวนึ่งอุ่นซ้ำแล้ว หนูอยากกินเกี๊ยวทอดฝีมือคุณย่ามากกว่าค่ะ

             ย่าหวงยิ้มตาหยี ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวย่าแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งอุ่นกิน อีกส่วนทอดให้กรอบๆ เลย

             คุณปู่ครับ คุณปู่ผ่านศึกมาโชกโชนขนาดนี้ ผมเดาว่าคุณปู่ต้องเคยเป็นนายทหารยศใหญ่โตแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ ฉินหยวนเฟิงมองใบหน้าที่กรำศึกของผู้เฒ่าแล้วเอ่ยถามด้วยความศรัทธา

             คุณปู่โบกมือปฏิเสธ ยิ้มอย่างถ่อมตน ปู่ก็แค่ทหาร ธรรมดาคนหนึ่ง จะไปมียศใหญ่อะไร อีกอย่าง เป็นนายทหารมันเหนื่อยนะ ต้องแบกรับภาระสารพัด สู้เป็นพลทหารธรรมดาสบายใจกว่าเยอะ!

            ฉินหยวนเฟิงแย้งขึ้นทันที แต่นโปเลียนเคยกล่าวไว้นะครับว่า 'ทหารที่ไม่อยากเป็นนายพล คือทหารที่ไม่ได้เรื่อง'!

             เจ้าหนูตัวแค่นี้รู้จักนโปเลียนแล้ว เหรอ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ฮ่าๆๆ! คุณปู่มองฉินหยวนเฟิงด้วยแววตาชื่นชมระคนประหลาดใจ

             นโปเลียนคือใครเหรอครับ ชื่อแปลกจัง หวังกังถามแทรกขึ้น

            ฉินหยวนเฟิงรีบอธิบาย นโปเลียนเป็นชาวต่างชาติ เป็นนายพลที่เก่งกาจมาก คุณปู่ฉันบอกว่าต่อมาเขาได้เป็นถึงจักรพรรดิฝรั่งเศสด้วยนะ! ประโยคที่ว่า 'ทหารที่ไม่อยากเป็นนายพล คือทหารที่ไม่ได้เรื่อง' ก็มาจากเขานี่แหละ

             คุณปู่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงเห็นด้วย

            ไม่นานนัก เกี๊ยวร้อนๆ ทั้งแบบนึ่งและแบบทอดเหลืองกรอบก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

            หลังจากคลุกคลีกันมาทั้งเช้า ความเกร็งของเด็กๆ ก็มลายหายไป เมื่ออาหารวางลงตรงหน้า พวกเขาก็คว้าตะเกียบขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง

             ใครจะกินกระเทียมแนมบ้างจ๊ะ ย่าหวงถาม

            หวังกังรีบชูมือ ผมขอหัวหนึ่งครับ!

            นอกจากหวังกังแล้ว คนอื่นๆ ต่างส่ายหน้า

            เมื่อเห็นหวังกังเคี้ยวระเทียมคำโต หวังหย่าจิ้งก็ทำหน้ามุ้ยด้วยความรังเกียจ นายกินกระเทียมแล้วต้องไปแปรงฟันบ้วนปากให้สะอาดเลยนะ ไม่งั้นกลิ่นติดตัวเหม็นตายชัก ฉันไม่เล่นด้วยแน่

            หลินฉางจื้อปรายตามองหวังหย่าจิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ เธอนี่มันเรื่องมากจริง

            พูดจบ เขาก็คว้ากระเทียมตรงหน้าหวังกังมาแกะกลีบหนึ่งแล้วโยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างจงใจ

            หวังหย่าจิ้งแว้ดใส่ทันที เจ้าหลานชาย! ฉันไม่ได้คุยกับนายสักหน่อย นายจะมาสอดทำไมมิทราบ

            หลินฉางจื้อมองดวงตากลมโตดุจไข่มุกดำของเด็กหญิงพลางเอ่ยเสียงเข้ม ถ้าเธอกล้าเรียกฉันว่า ' เจ้าหลานชาย' อีกคำเดียว ฉันจะอัดเธอให้น่วม คอยดู

            หวังหย่าจิ้งเบ้ปาก ไม่สะทกสะท้าน ฉันจะเรียก! เจ้าหลานชาย! เจ้าหลานชาย! แน่จริงก็เข้ามาสิ!

            ว่าแล้วแม่ตัวดีก็เลิกคิ้วท้าทาย พร้อมแลบลิ้นปลิ้นตาใส่

            หลินฉางจื้อได้แต่หน้าบึ้งตึง ทำอะไรไม่ได้ เพราะขืนลงไม้ลงมือไปก็เสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายหมด

            เมื่อเห็นเด็กทั้งสองฮึ่มฮั่มใส่กัน ย่าหวงก็อดหัวเราะไม่ได้ ช่างเป็นคู่กัดคู่กรรมกันจริงๆ นะสองคนนี้!

            เมื่อได้ยินคำว่าคู่กัด ทิงเสวี่ยก็นึกถึงประโยคในวรรณกรรมเรื่อง 'ความฝันในหอแดง' ที่ยายเจี่ยกล่าวถึงเป่าอวี้กับไต้อวี้ว่า หากมิใช่คู่เวรคู่กรรม ย่อมมิได้พานพบ

            แวบหนึ่ง เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความรู้สึกบางอย่างที่คลุมเครือระหว่างหวังหย่าจิ้งและหลินฉางจื้อ

            แต่เธอก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้ง... สงสัยเธอจะคิดมากไปเอง พวกเขายังเป็นแค่เด็กกะโปโล จะไปมีความรู้สึกซับซ้อนอะไรแบบนั้นได้ยังไงกัน!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577