กัญญาภัคเมินหน้าหนีไร้คำตอบ ยอมรับว่าสับสนไปหมด ขณะที่ร่างสูงก้าวอาดๆ มาใกล้ สบตาคนดื้อดึง ไม่ใช่ความโรแมนติกแต่เป็ความไม่เข้าใจทำไมเธอไม่ยอมให้เขาเป็พ่อของลูก
หญิงสาวขยับถอยห่างเธอไม่รู้ว่าเขามีนิสัยใจคอยังไง เพราะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งแต่ถ้าให้ตอบตามความรู้สึก เขาก็ไม่ใช่คนเลวกระนั้นการจะยอมรับเขาเข้ามาในชีวิตก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดมาก่อน เธอรู้ว่าเขาหล่อรวย มีสาวๆ ซึ่งอาจจะมีแฟนแล้ว เขาก็ต้องมีครอบครัวของเขา ต่อไปก็ต้องมีลูกแล้วจะมาเอาน้ำใสไปทำอะไร สู้ให้เธอเลี้ยงลูกไม่ดีกว่าเหรอ
“คุณไม่ได้มีอะไรไม่ดีค่ะแต่ฉันแค่รู้สึกว่าถ้าคุณ้าแสดงความรับผิดชอบ ฉันโอเคค่ะ ฉันยอมรับและขอขอบคุณมากนะคะเื่วันนั้นทั้งคุณและฉันเราป้องกันไม่ดีเอง ฉันไม่โทษคุณ เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไรก็ได้” กัญญาภัคอธิบายอย่างใจเย็น เพื่อให้เขาเลิกยุ่งกับเธอและลูก
“ผมไม่เข้าใจทำไมคุณไม่ให้ผมเป็พ่อน้ำใส”
“ฉันเคยบอกไปแล้วว่าฉันเลี้ยงลูกคนเดียวได้ต่อไปคุณก็ต้องมีครอบครัวใหม่ อีกไม่นานก็มีลูกใหม่ ดังนั้นน้ำใสควรอยู่กับแม่”
“แล้วคุณจะไม่แต่งงานใหม่ว่างั้น”เขาเลิกคิ้วถาม เธอสวย และรุจน์บอกว่ามีคนส่งดอกไม้มาจีบลูกสาวเขาก็ต้องมีพ่อใหม่เหมือนกัน ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้อย่างคุกคามทำให้กัญญาภัคก้าวเท้าถอยหนีจนหลังติดผนัง
“แต่งหรือไม่แต่งยังไงฉันก็รักลูกมากกว่าคุณแน่ๆ และดูแลลูกได้ดีกว่า”
คณินจ้องตาคนดื้อดึงเอ่ยย้ำหนักแน่น “ผมไม่ยอมให้น้ำใสเรียกแฟนใหม่คุณว่าพ่อหรอกนะ ลูกสาวของนายหัวคณินต้องมีพ่อชื่อคณินคนเดียวจำไว้นะคุณกั้งถ้าคุณยังมีความคิดจะแยกลูกกับพ่ออีก ผมก็จะมาตามทวงสิทธิ์ผมไม่เลิกเหมือนกัน”
“คุณ”
เขาจ้องตาเธอกลับกวาดมองใบหน้าสวยที่เหมือนมีมนตร์สะกดของเธออีกครั้ง หลังประกาศความ้าจบก็หันหลังกลับไปทิ้งให้กัญญาภัคกำมือแน่น เขาบอกว่าจะทวงสิทธิ์ความเป็พ่อประโยคนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยบีบรัด กังวล เขาจะทำอะไรเขาจะพรากน้ำใสไปจากเธอหรือไม่ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความหวาดวิตก กลัวว่าเขาจะมาเอาลูกไปจากเธอเพราะอำนาจเงินที่เขามีมากกว่า
ฟากของคณิน เขาต้องบอกตัวเองให้ใจเย็นลงขณะเดินกลับออกมาขึ้นรถ ยังไงน้ำใสต้องได้ใช้นามสกุลกุลธรวรวิทย์ของเขาเร็วๆ นี้ไม่ว่าจะถูกกีดกันอย่างไรเขาก็ต้องได้สิทธิ์ความเป็พ่อที่กัญญาภัคปกปิดไว้กลับคืนมา รวมทั้งแม่ของลูกด้วยก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเขาเช่นกัน
ั้แ่วันที่คณินเหยียบเท้าเข้ามาในรั้วบ้านทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด กัญญาภัคพยายามควบคุมทุกอย่างให้เป็เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือหัวใจของเธอ เพราะเขายังส่งของใช้เด็กมาที่บ้านทุกวันนี่เป็วันที่สิบแล้วที่คณินส่งของมาให้น้ำใส และเธอก็ปฏิเสธไปเหมือนทุกครั้ง
“คุณกั้งคะแพมเพิร์สน้องน้ำใสหมด คุณกั้งซื้อมาหรือยังคะ”
กัญญาภัคที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานตอนเช้าถึงกับวางแก้วนมลงแล้วเลิกคิ้วถาม“กั้งเห็นมีอีกลังไม่ใช่หรือคะ”
ครั้งนี้เป็แพรวที่ทำหน้าเจื่อนแววตาสำนึกผิด “ลังนั้นเป็กล่องเปล่าค่ะ พี่ลืมหยิบออกไปทิ้ง”
“อ้าว เหรอคะ”กัญญาภัคขมวดคิ้ว ที่จริงพี่แพรวบอกให้เธอซื้อแพมเพิร์สมาเติมสต๊อกไว้หลายวันแล้วแต่งานยุ่งมากเลยลืมอีกทั้งจิตใต้สำนึกคงนึกว่ามีสต๊อกอีกลังเลยไม่ได้รีบ
“ไม่เป็ไรค่ะกั้งจะไปซื้อให้เลย ตอนนี้เหลืออีกกี่ชิ้นคะ”
“เหลืออีกสองชิ้นค่ะ”
“เดี๋ยวกั้งไปซื้อให้ตอนนี้เลยนะคะ”
กัญญาภัคลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายแนบข้างลำตัวแล้วเดินเร็วๆไปที่รถ
“คุณกั้งคะลืมกุญแจรถ”
กัญญาภัคถอนใจกับความโก๊ะของตัวเองรับกุญแจจากมือของแพรวที่รีบวิ่งเอามาให้ “ขอบคุณนะคะ พี่แพรวไปดูน้ำใสเถอะค่ะ” กัญญาภัคพูดไม่ทันจบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอเห็นชื่อคนที่โทร.มาก็รีบกดรับ
“ค่ะ พ่อ มีอะไรคะ” กัญญาภัคพูดไปก็สอดตัวเข้าไปนั่งในรถโยนกระเป๋าสะพายไว้ที่เบาะคนนั่งข้าง
“รีบมาหน่อยนะกั้งลูกค้าชาวจีนมาถึงแล้ว เขาอยากคุยกับกั้งตอนนี้เพราะมีนัดต้องไปที่อื่นต่อ”
กัญญาภัคขมวดคิ้วเข้าหากันลูกค้าชาวจีนบอกว่าจะมาสิบโมง เธอตั้งใจว่าจะไปก่อนเวลาด้วยซ้ำแต่นี่มาั้แ่แปดโมงเช้า แถมเป็ลูกค้าสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ด้วย “กั้งจะไปช้าหน่อยค่ะพอดีว่าต้องไปซื้อของ”
“ลูกค้ามาถึงแล้วไม่มีใครพูดจีนได้ กั้งรีบมาไม่ได้หรือลูก ว่าแต่กั้งจะไปซื้ออะไรให้แพรวหรือพิณไปแทนได้ไหม”
“คุณกั้งคะ”พี่แพรวเรียก
วันนี้มีรถมาส่งของเหมือนทุกวันแพรวเห็นกล่องแพมเพิร์สรุ่นเดียวกับที่น้ำใสใช้ เลยวิ่งกลับมาบอก “นายหัวคณินสั่งแพมเพิร์สมาส่งให้ค่ะ”
“มีแพมเพิร์สหรือคะพี่แพรว”กัญญาภัคเอามือปิดโทรศัพท์แล้วถามพี่เลี้ยงสาว
“ใช่ค่ะมีมาตั้งห้าลังแน่ะ”
กัญญาภัคได้ฟังแล้วจึงตอบบิดา“กั้ง ไม่ไปซื้อแล้วค่ะ เดี๋ยวจะรีบเข้าไปที่รีสอร์ตเลย แค่นี้นะคะคุณพ่อ กั้งจะรีบไป”
กัญญาภัควางสายแล้วลุกออกมาจากรถเดินไปที่รถส่งของที่มาทุกวันและเธอก็ไล่กลับไปทุกวันเช่นกันร่างเพรียวระหงในชุดทำงานสูทแบบเสื้อกับกระโปรงสั้นเหนือเข่าก้าวฉับๆ ไปมองหลังรถของกองอยู่ในนั้นเต็มพื้นที่ไม่รู้ว่าเขาขนซื้ออะไรมาให้นักหนาราวกับจะยกห้างมาไว้ที่บ้าน
“ให้ผมเอากลับใช่ไหมครับ”คนขับรถถาม
เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วครู่หนึ่งก่อนที่กัญญาภัคจะหันไปหาพี่เลี้ยงสาว “พี่แพรวคะ ให้เขายกลังแพมเพิร์สเข้าบ้านค่ะกั้งไม่มีเวลาไปซื้อ พี่แพรวช่วยจัดการทีนะคะ”
“แล้วของอื่นๆล่ะคะ”
กัญญาภัคนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนตอบไหนๆ ก็รับแพมเพิร์สเขาแล้ว ของอย่างอื่นคงต้องรับมาด้วยเช่นกัน“เอาเข้าบ้านด้วยค่ะ”
“ค่ะ คุณกั้งพี่แพรวจะจัดการให้เองค่ะ” แพรวยิ้มออกมาเธอเห็นใจคนที่สั่งของมาให้แต่ต้องตีกลับทุกวันเพราะเ้านายสาวไม่ยอมรับวันนี้นับว่าโชคดีที่แพมเพิร์สขาดพอดี
กัญญาภัคยืนมองคนส่งของทยอยเอาของเข้าบ้านด้วยสีหน้านิ่งเรียบเขาสั่งนมแพะ นมวัว ของใช้เด็กที่จำเป็ต้องใช้มาให้ทุกวันไม่ขาด กวาดซื้อมาทุกอย่างที่เด็กวัยสองเดือนต้องกินต้องใช้เขาเลือกยี่ห้อที่น้ำใสใช้มาให้อย่างพอดิบพอดีราวกับนกรู้ ไม่รู้ว่าใครบอกส่วนของใช้อย่างอื่นเท่าที่แพรวมารายงาน คณินก็จะซื้อของแบรนด์หรูราคาแพงมาให้บางอย่างยี่ห้อดีกว่าที่เธอซื้อให้น้ำใสใช้เสียอีกคิดมาถึงตรงนี้ก็อดหมั่นไส้คนใจป๋าไม่ได้เขามีสิทธิ์ที่จะซื้อมาให้น้ำใสแต่ว่าเธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาคณิน้าลูกไปทำไมในเมื่อเขามีเข็มจิรา อีกอย่างเขารักน้ำใสจริงเหรอไม่ใช่แค่้าแสดงความรับผิดชอบอย่างนั้นใช่ไหมซึ่งถ้าเป็อย่างหลังเธอไม่้า เธอเลี้ยงลูกเองได้ ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาเงินเขา