มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 167 บุกสังหาร

    บทที่167 บุกสังหาร

             

            กลางกระแสน้ำที่หมุนวนเชี่ยวกราก เรือลำใหญ่ที่ไม่ระบุตัวตนกำลังแล่นฝ่าบริเวณบนสันคลื่นบนเรือลำนี้อุดมไปด้วยเหล่ายอดฝีมือ แม้จะมีอสรพิษวารีโถมใส่ หมอกหนาพลางตา แท่งหินกั้นขวางพวกมันก็ยังคงรักษาเรือนี้ให้มุ่งขึ้นสู่ทิศเหนือของแม่น้ำร้อยลี้ต่อไปได้

             

            แม่น้ำร้อยลี้สมเป็นสถานที่มากด้วยปริศนาและความอันตรายขนาดแม้แต่พวกมันที่รวบรวมเหล่ายอดฝีมือมายังจวนเจียนที่จะสูญเสียเรือได้ทุกเมื่อ การเดินเรือบนแม่น้ำร้อยลี้ของพวกมันจึงค่อนข้างต้องใช้เวลากำลังพล รวมถึงทรัพยากรต่างๆ มากมาย ทว่าพอนึกถึงผลลัพธ์ที่รออยู่ สิ่งที่สูญเสียย่อมนับว่าคุ้มค่ากว่ามาก

             

            เรือลำนี้ก็คือเรือจากวิหารยุทธ์ พวกมันมาที่แม่น้ำร้อยลี้ตอนเหนือเพราะได้ข้อมูลจากอดีตประมุขและอาวุโสพรรคเอกยาจกที่เคยอยู่ภายใต้อาณัติของพวกมันครั้งหนึ่งการมาแม่น้ำร้อยลี้ของวิหารยุทธ์พลาดท่าให้แก่จอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุน มาครานี้พวกมันจึงได้เตรียมพร้อมเป็นอย่างดีต่อให้อวิ๋นเซี่ยวซุนร้ายกาจเพียงไหน พวกมันก็มิได้หวั่นเกรงอีกต่อไป

             

            ทว่าเดินเรือมาหลายสิบวันแล้ว เงาหัวของอวิ๋นเซี่ยวซุนก็ยังไม่มีแม้แต่ผู้ขัดขวางซักคนก็ยังไม่เจอ เป็นพวกมันต้องฝ่ากระแสธารและความยากลำบากในแม่น้ำร้อยลี้อีกนานัปการโดยไม่เห็นทีท่าผู้ขัดขวางซ้ำยังมิว่าพวกมันจะทุ่มพลังหรือใช้วิธีใดก็ไม่สามารถหาเมืองใต้น้ำตามคำบอกเล่าได้จิตใจของผู้คนที่อยู่บนเรือจึงเริ่มหนักอึ้ง โดยเฉพาะบุรุษตาเดียวเอี้ยงเซี่ยที่เป็นตัวตั้งตัวตีในครั้งนี้อดีตประมุขพรรคเอกยาจกเป็นคนของมัน ข้อมูลที่ได้ก็เป็นมันที่ยืนยันกับท่านธรรมบาลยุทธ์เป็นมันที่นำพานายน้อยแห่งวิหารยุทธ์มา หากข้อมูลที่ได้รับไม่เป็นความจริง มันที่มีความผิดติดตัวในเรื่องแดนตะวันตกอยู่แล้วมีหวังมิอาจมีอนาคตในวิหารยุทธ์อีกต่อไปแน่

             

            ขณะที่เอี้ยงเซี่ยร้อนรนใจถึงขีดสุด ขณะที่สามอาวุโสผู้คุมกฎแห่งวิหารยุทธ์กำลังใช้พลังปาฏิหาริย์ทุกวิถีทางเพื่อค้นหาบึงลี้ลับและก็เป็นจังหวะที่หัวหน้าสูงสุดหรือก็คือนายน้อยแห่งวิหารยุทธ์อย่าง ฉานหลงกำลังจะพิโรธเนื่องเพราะสิ่งที่พบเจอมีแต่อันตรายกับความว่างเปล่า ไม่เจอเมืองแห่งผู้ฝึกญาณอย่างที่วาดหวังเลยซักนิดตอนนั้นเองที่หลุมน้ำตกกลางแม่น้ำร้อยลี้กลับมีภาพของกระแสธารที่แหวกออก ที่ผิวน้ำเสมือนมีมัจฉาที่แหวกว่ายเป็นทางยาวคนบนเรือพบเห็นเรื่องพิสดารมามาก อันตรายก็ประสบมาหลายรูปแบบ พอเจอกระแสน้ำที่แหวกออกเช่นนั้นจึงไม่มีใครที่ไม่เตรียมตัวจะลงมือแต่มิทันจะได้ปลดปล่อยพลังหรือสิ่งใด กลิ่นฉุนก็เจือมาตามหมอกขาว กลิ่นนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่กระตุกเกร็งผู้มีพลังอ่อนด้อยคล้ายถูกพันธนาการ ส่วนผู้ที่แข็งแกร่งเพียงถูกรั้งตัวได้ชั่วขณะก่อนที่พวกมันจะทำลายสิ่งที่คุกคามร่างนี้ได้

             

            “หมอกมีพิษ อย่าสูดดม"

             

            เสียงชราดังก้องบนเรือ พร้อมกับกระแสน้ำเชี่ยวที่กระเซ็นซ่านทางน้ำที่แหวกออกเมื่อครู่มีเงาร่างหนึ่งวูบไหวขึ้นมากลางอากาศก่อนทิ้งตัวลงสู่เรืออย่างรวดเร็วพอมันเหยียบยืนบนเรือ เงาร่างที่วูบไหวจึงเด่นชัด สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของผู้คนกลับคล้ายเป็นตัวประหลาดผิวหนังดูเรียบลื่นราวพืชน้ำ ดวงตากลมโต ที่กลางหลังมีลักษณะคล้ายครีบปลาติดห้อย รูปร่างมีความคล้ายคลึงมนุษย์แต่ลักษณะภายนอกกลับไม่เหมือนมนุษย์

             

            “ตัวประหลาดอันใด!”

             

            ในขณะที่หลายผู้กำลังตะลึงงันอยู่ สามอาวุโสผู้คุมกฎแห่งวิหารยุทธ์ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้มีฝีมือมากที่สุดก็ชิงเคลื่อนไหวก่อนพวกมันเตรียมจัดการตัวประหลาด ตัวประหลาดนั่นก็มิใช่ครู่มือของพวกมัน เพียงแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทำให้สามอาวุโสผู้คุมกฎต้องชะงักฝีเท้า

             

            “หากไม่ต้องการเข้าสู่บึงลี้ลับก็รีบสังหารข้า"

             

            ได้ยินน้ำเสียงอันเพราะพริ้งจากตัวประหลาดซึ่งนับเป็นเสียงของสตรีที่น่าฟัง แต่สิ่งที่ชวนให้ผู้คนสนใจและอยากฟังต่อมากที่สุดกลับมิใช่น้ำเสียงแต่เป็นทางเข้าสู่บึงลี้ลับที่นางเอ่ยออกมาต่างหาก

             

            ฉานหลง หัวหน้าสูงสุดหรือนายน้อยแห่งวิหารยุทธ์จึงกล่าวขึ้นในทันที

            “ผู้อาวุโสทั้งสามโปรดช้าก่อน"

            แล้วมันค่อยก้าวเดินออกมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของตัวประหลาดมองอย่างพินิจพิเคราะห์ค่อยกล่าวถาม

            “เจ้าเป็นใคร รู้เรื่องบึงลี้ลับได้อย่างไร"

             

            ตัวประหลาดผู้นั้นตอบว่า

            “ข้าเป็นใครนั้นไม่สำคัญ แต่รู้เรื่องบึงลี้ลับนั้นจึงสำคัญส่วนเหตุผลเดียวที่ข้ารู้ นั่นเพราะข้าเองก็อยู่ที่นั่น"

             

            ฉานหลงหรี่ตา

            “เจ้าไม่รู้ว่าพวกข้าเป็นใคร?”

             

            ตัวประหลาดมองไปที่สามอาวุโส สัมผัสถึงพลังปาฏิหาริย์แห่งวจนะที่ยากหาผู้ใดเปรียบแม้บนเรือไม่มีธงสัญลักษณ์ นางก็พอคาดเดาตัวตนของพวกมันได้

            “เพราะรู้ข้าถึงต้องเสี่ยงมา"

             

            ฉานหลงยกมือลูบปลายคาง

            “เจ้าต้องการสิ่งใด"

             

            ตัวประหลาดก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เครียดแค้นออกมา

            “ท่านจะสังหารผู้ใดในบึงลี้ลับก็ได้ สังหารให้หมดยิ่งดีแต่ข้าขอเพียงให้พวกท่านละเว้นข้ากับคนผู้หนึ่ง"

             

            “ใคร?”

             

            “ซุนซวี่ฉี”

             

            “ดูเจ้าจะโกรธแค้นคนในบึงลี้ลับมาก"

             

            “พวกมันพรากทุกสิ่งไปจากข้า”

             

            “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามิใช่แผนของพวกเจ้าอีกทั้งตัวประหลาดเช่นเจ้าข้าจะไว้ใจได้หรือ"

             

            ตัวประหลาดยื่นมือกระชากใบหน้าที่เรียบลื่นราวพืชน้ำนั่นออกเผยให้เห็นวงหน้าที่สะคราญโฉมครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งกลับดำเมี่ยมเต็มไปด้วยเส้นเลือดเขียวคล้ำดูสยดสยองราวกับว่าถูกพิษร้ายกัดกินดวงตาข้างนั้นก็แดงก่ำปูดโปนราวกับจะถลน

             “พวกมันทำให้ข้าต้องมีชีวิตเสมือนคนที่ตายไปแล้ว ในชีวิตนี้ข้าคงมิอาจทำอะไรพวกมันได้อีกและก็ไม่มีใครเข้าไปทำอะไรพวกมันได้เช่นเดียวกัน ข้ามิอาจแก้แค้นพวกมัน พวกท่านก็มิอาจเข้าไปโดยอาศัยพลังที่มีเช่นนั้นต่างช่วยกันในสิ่งที่ทำได้ ข้าเปิดทาง ท่านฆ่าคน… อยู่ที่พวกท่านแล้วว่าจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่"

     

            สตรีนางนี้แม้นดูแทบจะมิต่างจากตัวประหลาดคนบนเรือก็ไม่รู้จักว่านางเป็นใคร แต่หากมีคนจากบึงลี้ลับได้เห็นนาง พวกมันย่อมจดจำนางได้อย่างแน่นนอนสตรีที่ผู้คนในบึงลี้ลับเข้าใจว่านางถูกพิษของตนเองจนตกตายไปแล้ว

             

            ซุนเล่อเหยียน บุตรีของฉุนซวี่ฉี นางยังไม่ตาย!

             

            “ถ้าหากไม่ไว้ใจ ท่านจะสังหารข้าตรงนี้ก็เชิญชีวิตข้าเหมือนคนก็มิใช่ เหมือนปีศาจก็มิเชิง หากแก้แค้นมิได้ ตายไปก็นับว่าประเสริฐที่สุด"

             

            สามอาวุโสผู้คุมกฎจับสังเกตสตรีนางนี้เห็นว่าล้วนเป็นวาจาที่เกิดจากใจจริงไม่มีพิรุธใดที่แสดงออกถึงการเล่นลิ้นหลอกลวง พวกมันจึงต่างหันมาสบสายตาให้แก่ฉานหลงฉานหลงจึงเอ่ยว่า

            “หากพาข้าเข้าสู่สถานที่อันเป็นปริศนานั่นได้ข้ายินดีรับข้อเสนอ”

             

            ซุนเล่อเหยียนฉีกยิ้มที่มุมปาก ครึ่งหนึ่งดูงดงามอีกครึ่งก็ดูสยดสยองชวนขัดตายิ่งนัก นางหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมา

            “นี่คือหมุดประตูรองที่ข้าลอบชิงมา เป็นหมุดค่ายกลใช้สำหรับเข้าออกทางเชื่อมสู่บึงลี้ลับสามารถนำคนเข้าออกสถานที่ที่เป็นปริศนาได้ แต่การเข้าออกผ่านหมุดประตูรองนี้มีการตรวจสอบแลจำกัดจำนวนครั้งและจำนวนคนด้วยค่ายกลพลังญาณข้าใช้เมื่อตอนออกมาแล้วหนึ่งครั้ง เหลืออีกเพียงหนึ่งครั้งคือการใช้เพื่อเข้าไป เช่นนั้นจึงมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและใช้คนไม่เกินสิบคน"

             

            คนบนเรือมองหน้ากัน สีหน้าไม่วางใจเจือออกมาให้เห็นฉานหลงจึงกล่าวว่า

            “สิ่งสำคัญคือการเข้าสู่บึงลี้ลับ มาที่นี่ก็ต้องการสู้กับพวกมารนอกรีตอยู่แล้วเช่นนั้นจะกลัวสิ่งใดกับมุสิกที่อยู่ในนั้น วิหารยุทธ์ใช้คนเพียงสิบคนก็เกินพอแล้ว"

             

            ในที่นี้มีสามอาวุโสผู้คุมกฎที่เป็นรองเพียงธรรมบาลยุทธ์อยู่ด้วยขอเพียงคนทั้งสามอยู่ข้างกายยังจะเป็นกังวลอันใด จอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุนแม้ร้ายกาจ แต่มันก็บาดเจ็บอยู่สู้สามอาวุโสด้วยตัวคนเดียวย่อมต้องมีพลาดพลั้ง

             

            เมื่อตัดสินใจดีแล้ว ฉานหลงก็เป็นผู้นำขบวนติดตามซุนเล่อเหยียนไปโดยมีสามอาวุโสผู้คุมกฎเคียงข้าง มีบุรุษตาเดียวเอี้ยงเซี่ยตามหลัง พร้อมด้วยยอดฝีมือที่แกร่งที่สุดบนเรืออีกสี่คนปิดท้ายคนที่เหลือก็เฝ้าเรือและเตรียมปิดทางออกป้องกันมิให้มีปลาเล็กหลุดรอดออกมา

             

            ตลอดเวลาที่พวกมันระกำลำบากและฝ่าอันตรายนานัปการในแม่น้ำร้อยลี้แห่งนี้เสียกำลังใจ ทรัพยากร และพลังจำนวนมากในการค้นหาสถานที่อันเป็นปริศนา พวกมันเกือบถอดใจและมาเสียเปล่าแล้วทว่าสวรรค์กลับประทานโอกาสอันดีให้แก่พวกมัน สตรีปริศนานางหนึ่งกลับยื่นข้อเสนอ ข้อเสนอที่แสนง่ายดายแต่กลับพาพวกมันเข้าสู่บึงลี้ลับอันเป็นปริศนาได้!

             

            ใช้เวลาเพียงไม่นานหลังตกลงสู่หลุมลึกกลางแม่น้ำร้อยลี้ร่างของคนทั้งสิบที่ลอยเคว้งกลางธาราก็ไปปรากฏอยู่บนผืนปฐพีที่งดงามแปลกตาราวกับดินแดนแห่งความฝันบึงบัวสุดลูกตา แมกไม้ออกดอกนานาพันธุ์ กลิ่นหอมจรุ่งของบุปผาแลบึงบัว เหล่านี้แทบมิใช่แดนมนุษย์ที่ทุกผู้รู้จักแล้ว

             

            ภาพที่งดงาม ทิวทัศน์อันสดใส เหล่านี้กลับมีภาพที่ไม่ชวนมองปรากฏอย่างระเกะระกะอยู่นั่นก็คือร่างอันไร้ชีวิตของตัวประหลาดจำนวนเก้าคนที่ถูกพิษจนตกตาย ตัวประหลาดเหล่านี้ก็คือคนของพรรคปธุมอัคคีที่สวมชุดสำหรับการเคลื่อนไหวทางน้ำพวกมันวางแผนที่จะมาดักทำลายเรือผู้บุกรุกน่านน้ำ เพียงแต่ว่าพวกมันกลับถูกแผนของซุนเล่อเหยียนที่แอบแฝงตัวภายใต้ชุดประหลาดนี้แพร่พิษสังหารซุนเล่อเหยียนสังหารเก้าคนเพราะนางรู้ว่าสามารถนำคนเข้าออกได้สิบคนรวมนาง เช่นนั้นนางจึงสังหารเท่าที่จำเป็นชิงหมุดประตูรองตามความจำเป็น ป้องกันเรื่องวุ่นวายใหญ่โตที่จะทำให้คนของพรรคปธุมอัคคีรู้ตัว

             

            สามอาวุโสมองศพที่ถูกซ่อนอย่างระเกะระกะเหล่านั้นพร้อมกับมองซุนเล่อเหยียนด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ สตรีนางนี้นอกจากอำมหิตแล้ว นางก็ช่างเลือกลงมือได้อย่างแยบยลบนแผนการที่แยบคายเหมาะเจาะยิ่งนัก

             

            ด้านฉานหลงยังคงกวาดสายตามองไปทั่วดินแดนที่ราวกับความฝันนี้มันรู้สึกกกระหยิ่มยิ้มย่องที่ตนเป็นบุคคลแรกที่สามารถค้นหาสถานที่อันเป็นปริศนาที่ใครก็มิอาจค้นพบ

            “นี่น่ะหรือบึงลี้ลับ มุสิกเหล่านี้กลับเลือกที่ได้ประเสริฐจริงๆ"

            ฉานหลงกล่าวไปพลางแสยะยิ้มไปพลาง

            “แต่คนบาปอย่างพวกเจ้าใช้ชีวิตสงบสุขมาเกินพอแล้วถึงคราวบอกลาสถานที่แห่งความฝันนี้ไปสู่ประตูแห่งอดีตเสียเถิด"

             

            รอยยิ้มของบุรุษหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เหี้ยมเกรียมโหดร้ายมันล้วงเอาคันฉ่องหยกขาวที่แกะสลักรูปโครงกระดูกมังกรออกมา อันเป็นคันฉ่องประจำตัวของเหล่าธรรมบาลและเหล่าตัวตนสำคัญแห่งนิกายเทวะวจนะเป็นคันฉ่องที่ใช้สำหรับกลืนวิญญาณ ทุกชีวิต ทุกวิญญาณของเหล่าผู้ฝึกญาณ หลังจากตายไปพวกมันจะถูกดูดกลืนมาที่คันฉ่องนี้

             

            สังหารมารนอกรีตตามคำสอนแห่งเทวะวจนะคือขจัดวิถีมารคืนแสงสว่างแก่ปฐพี แต่ความนัยซ่อนแฝงกลับต้องการวิญญาณของผู้ฝึกญาณ ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งพลังญาณสูงล้ำ ยิ่งเป็นที่ต้องการของมหาเทวะเทียนหมิง

             

            “ฆ่าพวกมันให้หมด!”

             

            เสียงคำรามสั่งการดังก้องอาณาบริเวณ สายลมหลายสายพัดผ่านแผ่วเบาคนจากวิหารยุทธ์จำนวนแปดคนที่เบื้องหลังมันได้ลงมือแล้ว!

     

     

     

     

     

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258