ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจออกมาแ่เบาอีกครั้งนางมองไปยังมือที่เหี่ยวย่นของตนเองที่วางอยู่บนผ้าห่มอย่างเงียบๆความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง มีเพียงเสียงไอแห้งๆ ของนางเป็ระยะที่ดังขึ้นมาทำลายความเงียบนั้น
"ท่าน...ท่านคิดดีแล้วหรือ... ที่ตัดสินใจเช่นนี้?"นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่ก็แฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างชัดเจน "การรับอนุเข้ามาในจวน...มันไม่ใช่เื่เล็กน้อย... มันอาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวาย...และความไม่พอใจของคนอื่นๆ ในจวนได้..."
นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "และที่สำคัญ...ท่านแน่ใจหรือว่าเด็กสาวผู้นั้น... จะเป็คนดี...และจะไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเราในภายหลัง?"
นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงมองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยความรู้สึกหนักใจเขาเข้าใจถึงความกังวลของภรรยาเป็อย่างดีการรับอนุภรรยาเข้ามาในจวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ใช่เื่ที่ราบรื่นอย่างแน่นอน
"ข้ารู้..."เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลง "ข้ารู้ว่ามันอาจจะนำมาซึ่งปัญหามากมาย...แต่ในสถานการณ์เช่นนั้น... ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้อีก...ข้าทำร้ายนางไปแล้ว... ข้าต้องรับผิดชอบ..."
เขาหยุดไปครู่หนึ่งราวกับกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม "ส่วนเื่ที่ว่านางจะเป็คนดีหรือไม่...ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ... แต่ข้าจะพยายามดูแลนางให้ดีที่สุด...และจะคอยจับตาดูพฤติกรรมของนางอย่างใกล้ชิด...ข้าจะไม่ปล่อยให้นางสร้างความเดือดร้อนให้กับจวนของเราอย่างแน่นอน"
นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงมองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยแววตาที่จริงจัง"ข้าขอให้เ้าเชื่อใจข้า... ข้าจะพยายามทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยที่สุด...และข้าหวังว่าเ้าจะเข้าใจ... ในสิ่งที่ข้าจำเป็ต้องทำ"
ฮูหยินผู้เฒ่ามองสามีด้วยสายตาที่ลึกซึ้งนางพิจารณาความรู้สึกผิด ความรับผิดชอบ และความกังวลที่ฉายออกมาจากแววตาของเขานางเข้าใจดีว่าสถานการณ์ที่สามีเผชิญนั้นยากลำบากเพียงใดและการตัดสินใจรับเด็กสาวเข้ามาในจวนอาจเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานั้นแม้ในใจจะยังคงมีความกังวลอยู่บ้างก็ตาม
นางถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างแ่เบาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง
"ข้าเข้าใจท่าน...ท่านทำในสิ่งที่ท่านคิดว่าถูกต้องแล้ว... ข้าจะไม่ขัดขวาง... แต่ท่านต้องสัญญา...ว่าท่านจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด...และจะไม่ทำให้เื่นี้ส่งผลกระทบต่อความเป็อยู่ของคนในจวนของเรา..."
นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินคำพูดที่แสดงความเข้าใจของภรรยาเขารู้สึกขอบคุณในความเมตตาและความอดทนของนางอย่างสุดซึ้ง
"ข้าสัญญา...ข้าจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด...ข้าจะไม่ทำให้เื่นี้ส่งผลกระทบต่อความเป็อยู่ของทุกคนในจวนอย่างแน่นอน... ขอบใจเ้า...ฮูหยิน... ขอบใจที่เ้าเข้าใจข้า"นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าจับมือสามีไว้แน่นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและอ่อนโยน"ข้าขอโทษท่าน... ที่ผ่านมาข้าควรจะหาอนุภรรยาไว้คอยปรนนิบัติท่าน...แต่ก่อนข้าหึงหวงมากเกินไป... จนละเลยความรู้สึกของท่านมาโดยตลอด...ต่อไปนี้ข้าจะไม่เห็นแก่ตัวอีกแล้ว... ท่านรับนางเข้ามาเถิด...ข้าหวังเพียงแต่นางจะไม่ก่อเื่ราวอันใดให้กับเจิ๋นเอ๋อร์และหยางเออร์ในอนาคต..."
นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงบีบมือภรรยาเบาๆเขารับรู้ถึงความรู้สึกผิดและความห่วงใยที่แฝงอยู่ในคำพูดของนางเขาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ "เ้าไม่ต้องคิดมาก...เจิ๋นเอ๋อร์เขาอายุสี่สิบแล้ว... ไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งของเขาได้หรอก..."
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรงแล้วไอออกมาอีกครั้ง "ท่านไปเถิด... ข้าอยากพักผ่อนแล้ว..."
นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงลุกขึ้นยืนมองภรรยาด้วยความรักและความสงสาร เขาตบมือนางเบาๆก่อนจะเดินออกไป
นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงตบมือภรรยาเบาๆอย่างปลอบประโลมและแสดงความขอบคุณอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบทิ้งให้ฮูหยินผู้เฒ่านอนพักผ่อนอยู่บนเตียงแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อพ่อบ้านมู่จัดการเื่ราวต่างๆที่บ้านเดิมของอนุภรรยาคนใหม่ของนายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงเสร็จสิ้นเวลาก็ล่วงเลยไปจนเย็นย่ำ การเจรจาและการจัดการเื่สินสอดทองหมั้นรวมถึงการทำความเข้าใจกับทั้งสองครอบครัว ทั้งฝ่ายบิดาและมารดาของเด็กสาวเป็ไปอย่างยากลำบากและใช้เวลานานกว่าที่คาดคิด
ในที่สุดพ่อบ้านมู่ก็สามารถพาตัวอนุภรรยาคนใหม่และครอบครัวของนางอีกสี่คน รวมเป็ห้าชีวิตขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ พวกเขาทั้งหมดต่างเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการพูดคุยที่ยาวนานรถมาเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็สีส้มและสีม่วง บ่งบอกถึงการสิ้นสุดของวัน
หลังจากที่นายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงรับอนุภรรยาคนใหม่เข้ามาในจวนข่าวลือเกี่ยวกับเื่นี้ก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งบรรดาบ่าวไพร่ต่างซุบซิบนินทากันไปทั่วทุกซอกทุกมุมของจวนและเื่ราวก็ถูกเล่าขานต่อไปยังเรือนต่างๆ ภายในจวนกั๋วกงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่เรือนของหลิวฮูหยินภรรยาของแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดหลิวฮูหยินเป็สตรีที่เข้มแข็งและมีศักดิ์ศรีเมื่อได้ยินข่าวเื่อนุภรรยาใหม่ของบิดาสามี นางรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมากแม้จะไม่แสดงออกอย่างโจ่งครึ่ม แต่สีหน้าของนางก็บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนบ่าวรับใช้ในเรือนต่างพากันระมัดระวังคำพูดและการกระทำ เกรงว่าจะทำให้ฮูหยินไม่พอใจ
ในเรือนนอนของหลานสะใภ้ภรรยาของฮวาหยาง หลานชายคนโตของนายท่านผู้เฒ่ากั๋วกง บรรยากาศก็ไม่แตกต่างกันนักภรรยาของฮวาหยางเป็สตรีที่อ่อนหวานและเก็บความรู้สึกเก่ง เมื่อได้ยินข่าวลือนางรู้สึกใและเป็ห่วงความรู้สึกของฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็ย่าของสามี นางได้แต่เก็บความสงสัยและความกังวลไว้ในใจคอยสังเกตท่าทีของคนในจวนอย่างเงียบๆ
ส่วนที่เรือนนอนของฮวาเหลียนและภรรยาหวังซูอิงบรรยากาศค่อนข้างจะแตกต่างออกไป หวังซูอิงเป็สตรีที่เปิดเผยและตรงไปตรงมาเมื่อได้ยินข่าวเื่อนุภรรยาใหม่นางถึงกับแสดงความใและวิพากษ์วิจารณ์เื่นี้อย่างตรงไปตรงมากับสามีฮวาเหลียนเองก็รู้สึกประหลาดใจกับเื่ที่เกิดขึ้นแต่ด้วยความที่เป็คนสุขุมและไม่ชอบยุ่งเื่ของผู้ใหญ่เขาจึงเพียงแค่รับฟังภรรยา "ท่านพี่ท่านได้ยินเื่ที่ท่านปู่รับอนุคนใหม่แล้วใช่หรือไม่?" หวังซูอิงเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เห็นด้วยนางเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องด้วยท่าทางกระวนกระวาย "ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าท่านปู่คิดอะไรอยู่ ท่านย่าก็ป่วยอยู่แท้ๆ ทำไมถึงได้..."นางส่ายหน้าอย่างระอา
ฮวาเหลียนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย"ข้าได้ยินมาบ้างแล้ว" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลตามปกติ
"แล้วท่านคิดอย่างไรกับเื่นี้?"หวังซูอิงถามต่อด้วยความอยากรู้ "เราต้องทำอย่างไรหรือไม่?เราควรจะไปเยี่ยมท่านย่าหรือไม่? หรือว่าเราควรจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น?"นางรัวคำถามออกมาอย่างรวดเร็ว
ฮวาเหลียนวางหนังสือลงบนโต๊ะช้าๆแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ภรรยา เขายื่นมือไปจับมือของนางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"อิงเอ๋อร์...เื่ของผู้ใหญ่เราในฐานะหลานก็คงทำได้เพียงแค่รับฟังและเคารพการตัดสินใจของท่าน"เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแต่ก็อ่อนโยน "ท่านปู่ย่อมมีเหตุผลของท่านและท่านย่าเองก็คงเข้าใจ... สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือการอยู่เคียงข้างท่านย่าคอยดูแลและให้กำลังใจท่าน"
ฮวาเหลียนลูบมือภรรยาเบาๆ"ส่วนเื่อนุคนใหม่... เราก็เพียงแค่ให้ความเคารพตามสมควรไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแสดงความคิดเห็นใดๆที่อาจจะทำให้เกิดความไม่สบายใจแก่ผู้ใหญ่จะดีกว่า"เขากล่าวสรุปด้วยท่าทีที่สุขุมและรอบคอบ
หวังซูอิงพยักหน้าช้าๆด้วยสีหน้าที่ยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะคล้อยตามคำพูดของสามีนางรู้ดีว่าฮวาเหลียนเป็คนสุขุมและมีเหตุผลและคำแนะนำของเขามักจะเป็สิ่งที่ถูกต้องเสมอ
"ท่านพี่พูดก็มีเหตุผล..."นางเอ่ยเสียงเบา "ข้าเพียงแต่รู้สึก... เป็ห่วงท่านย่า..."
ฮวาเหลียนโอบไหล่ภรรยาเบาๆ"ข้ารู้... พวกเราจะไปเยี่ยมท่านย่าบ่อยๆ นะ" เขากล่าวปลอบ"ท่านย่าเข้มแข็งกว่าที่เราคิดเยอะ"
ข่าวลือเื่อนุภรรยาใหม่ของนายท่านผู้เฒ่ากั๋วกงได้สร้างความกระเพื่อมไปทั่วทั้งจวนบรรดาภรรยาและหลานสะใภ้ต่างจับกลุ่มพูดคุยและคาดเดาถึงผลกระทบที่จะตามมาไม่มีใครรู้ว่าการมาของอนุภรรยาคนใหม่นี้จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงใดๆในจวนกั๋วกงบ้าง