ลองคิดดูความเป็มนุษย์ที่อ่อนแอมีโรคภัยไข้เจ็บ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อันตรายจากสัตว์ร้ายที่ร้ายที่สุดคืุ์ด้วยกันหากความบังเอิญเป็เื่ที่มีอยู่ทั่วไปแต่จะเพราะชะตาลิขิตหรือ์ขีดเส้นทางเอาไว้ก็มิอาจบอกได้ทำให้เรารู้สึกจนหนทาง หมดเรี่ยวจนอยากวิ่งหนี เ้าจะทำอย่างไร
ในหนองน้ำที่ดูรกร้างต้นไม้รอบๆก็ดูรกครึ้มบ้างต้นก็ยืนต้นตายเหลือเพียงลำต้นกับกิ่งขนาดใหญ่ที่แห้งเหี่ยวบางต้นก็เจริญงอกงามสูงใหญ่มีดอกผลเป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด กระรอก นก งูแมลง มีเศษกิ่งไม้ทับถมกลิ่นหญ้าที่เน่าเพราะแช่อยู่ในน้ำนานๆครั้งจะมีคลื่นเป็วงเล็กๆไหวกระเพื่อมตามการขยับตัวของปลาในหนอง มีลมโชยพัดเสียงนกตัวเล็กๆ เบาๆ เงียบสงบเหมาะกับการหลบมานอนอย่างยิ่งที่นี่ห่างออกมาจากเมืองรอบๆ เพียงห้าสิบลี้แต่กลับไม่มีมนุษย์คนใดเคยเข้ามาถึง
เมืองอวิ๋นเป็เมืองขนาดเล็กเมืองหนี่งที่อยู่รอบหนองน้ำแห่งนี้ในอาณาเขตเมืองก็มีหมู่บ้านยากจนมากอยู่หลายหมู่บ้านกระจายอยู่รอบๆนอกกำแพงเมือง พื้นที่มีก้อนหินกระจายมากกว่าพื้นดินที่ขาดแคลนคือขาดความอุดมสมบูรณ์บางปีแห้งแล้งหนักผู้คนในหมู่บ้านเหล่านี้ก็ล้มตายไปเป็จำนวนมาก ทำให้แต่ละหมู่บ้านมีคนไม่มากนัก
หมู่บ้านเซ่อจี้เป็หนึ่งในหมู่บ้านยากจน(ที่สุด) ทั้งหมู่บ้านมีเพียงสี่สิบหลังคาเรือนรวมทั้งหมู่บ้านมีคนเพียงร้อยกว่าคนเท่านั้นส่วนใหญ่เป็สตรี เด็กและคนชราโดยมาชายหนุ่มมักเข้าไปหางานทำในเมืองที่ห่างไปถึงยี่สิบลี้หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับแนวเขาขนาดใหญ่ที่มองไปมีเพียงก้อนหินและต้นไม้บางตาขึ้นอยู่กระจัดกระจาย
เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีเดินออกจากบ้านอย่างไร้ทิศไร้ทางชีวิตนี้ตนอยู่รอดได้อย่างยากลำบากนักเติบโตมาด้วยเพราะแม่บุญธรรมจิตใจดีเก็บเขามาเลี้ยง เดิมที่อาศัยอยู่ในครอบครัวเศรษฐีในเมืองซวี่หลวนแต่ถูกขับไล่ออกมา
หญิงสาวอายุสิบห้าที่ยังไม่ออกเรือนกับเด็กทารกอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านร้างเขาและแม่บุญธรรมถูกชาวบ้านว่าร้ายรังเกียจบางครั้งก็ด่าทอ
“เด็กไม่มีพ่อแม่เป็คนไม่ดี”
“หญิงชั่ว ไร้ยางอาย”
“มาเ้าเป็นังผู้หญิงย๋ำฉานางคนหน้าไม่อาย”
นี่คือคำล้อเลียนที่เด็กในหมู่บ้าน คำด่าทอของสตรีปากร้ายที่ชอบจับกลุ่มนินทาจะพูดให้ได้ยินเป็ประจำยามที่เขาเดินผ่านในหมู่บ้านนี้คนที่ยินดีกับการมีตัวตนของเขานับได้ไม่เกินนิ้วในมือ ป้าเฉิน ลุงลู่ปู่เหยา หมอซิ่ว คือคนที่ค่อยช่วยเหลือครอบครัวเขาได้เป็บางครั้งเพราะทุกบ้านล้วนยากจน
มารดาบุญธรรมไม่มีทรัพย์สินเงินทองติดตัวมาต้องดูแลเด็กทารกทั้งยังต้องเก็บของป่ามาขายหาเลี้ยงตนวันเวลาที่ยากลำบากทำให้มารดาที่มีอายุเพียงสามสิบปีดูแก่ราวคนอายุสี่สิบกว่าปีทรุดโทรมกว่าป้าเฉินที่อยู่ข้างบ้านเสียอีกมารดาตนป่วยแต่ยังต้องทนฝืนโดยที่เด็กชายตัวเล็กเช่นเขาช่วยได้เพียงดูแลบ้าน ยกของทำอาหารซักเสื้อผ้าสี่ห้าปีมานี้ตนจึงเริ่มออกหางานนอกบ้านและหาของป่ามาขายเพื่อแลกอาหารและยามารักษามารดา
วันนี้เขาตั้งใจจะหาผักสดๆ เพื่อทำโจ๊กใส่ไข่นก(หาจากป่าทั้งสองอย่าง) เขาหวังว่าตนจะมีดวงมากพอเพราะป่ารอบๆหมู่บ้านชาวบ้านแทบจะทุกบ้านต่างออกมาหาของป่ากันทั้งสิ้นท่อนไม้ที่หักมาใช้กวัดแกว่งไปข้างหน้าเพราะป่าบริเวณที่เดินมาถึงนี้ลึกจากบริเวณเดิมที่เคยเดินยังไม่มีทางหรือรอยเท้าคนเดินการใช้ไม้ก็เพื่อทำเสียงดังให้สัตว์ร้ายหลบหนีไปก่อนจะได้ไม่เป็อันตรายกับเขา
พรึบๆมีเสียงตีปีกของนก วันนี้เขาคงโชคดีได้ไข่นกกลับไปให้ท่านแม่รอบด้านต้นหญ้าเริ่มมีสีเขียวเข้มไม่แห้งเหลืองกรอบเหมือนที่เดินผ่านมา
แกว๊กๆ
เขาเอาไม้แหวกกอหญ้าด้านหน้าออกดูเป็งูตัวเท่าแขนของเขากำลังพันรัดนกขนาดตัวเท่าแม่ไก่ขนของมันเป็สีแดงมีหงอนบนหัวสีเหลืองนกพยายามดิ้นรนระหว่างนั้นเขาได้สบสายตาของมันโดยบังเอิญทำให้เขาคิดไปเองว่ามันกำลังขอร้องให้เขาช่วยชีวิตมันมือเขาก็ไวกว่าความคิด หวดลงไปที่คองูที่กำลังผงกหัวขึ้นจ้องจะฉกลงไปที่นกพอดีครั้งเดียวหัวงูก็พับลงไปลำตัวที่รัดอยู่ก็คลายออก นกรอดแต่ยังนอนนิ่งอยู่ในกองงูดูท่าวันนี้จะเป็ซุปงูก็ดีบำรุงเื (เขาเคยได้ยินหมอซิ่วเอ่ยกับปู่เหยา)แต่เขาทำไม่เป็คงต้องเอาไปให้ท่านป้าเฉินข้างบ้านช่วยบอกวิธีการทำให้
มีดเล็กในมือค่อยๆตัดเถาวัลย์ออกมาแล้วมัดคองูที่ตายผูกเข้ากับปลายไม้ให้แน่น(เขาทุบหัวมันด้วยหินแถวนั้นอีกหลายทีเพื่อความปลอดภัย) นกยังอยู่ที่เดิมแต่มันดูสวยเกินกว่าที่เขาจะกินมันลงเลยคิดจะปล่อยมันไว้แล้วก็เดินหาผัก หาเห็ดที่อาจจะขึ้นแถวโคนไม้ที่ผุๆ ด้านข้างหรือตามโคนไม้ใหญ่เ้านกตัวนั้นมันเดินกระย่องกระแย่งตามมาห่างๆเขาก็เห็นมันทางหางตาแต่ก็มิได้สนใจมันอีก
“เห็ด ผักโขม นั่นๆหน่อไม้ ดีจังเลย”
ถุงผ้าที่พับเหน็บเอวเอาไว้ตอนออกจากบ้านด้วยความเคยชิน(ที่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้) ตอนนี้ถูกกางออกนำผักที่เด็ดได้ เห็ดกำมือใหญ่ต่อไปเขาก็พยายามใช้ไม้ในมือขุดดินรอบๆหน่อไม้ออกแล้วใช้มีดในมือค่อยๆปาดจนหน่อไม้หลุดออกมากค่อยบรรจงปัดดินออกแม้มันจะไม่อวบนักแต่ก็สามารถใช้เป็อาหารสำหรับสองคนแม่ลูกได้หลายมื้อเชียวแหล่ะ
วันนี้โชคดีต้องลองเดินหารังนก สายตาเหลือบไปดูเ้านกสีแดงมันหันข้างให้เขาหัวไซร้ปีกอย่างสบายใจ เขาลองออกวิ่งไปทางซ้ายแล้วหยุดลงหันไปมองเ้านกประหลาดนี่ก็มาหยุดห่างออกไปเช่นเดิม
“เ้าไปซะวันนี้ข้าไม่อยากกินนก”
เขาโบกมือไล่มันก่อนจะหันเดินต่อไป
“ไข่นกก็ต้องมองหารังนก อ๊า! นั่นไง"
ต้นไม้ด้านหน้าขนาดรอบต้นเท่าเอวเด็กหนุ่มกิ่งก้านสมบูรณ์กิ่งที่สูงเหนือศรีษะเขาเพียงเล็กน้อยมีรังนกอยู่ เด็กหนุ่มวางของในมือลงหาก้อนหินขนาดพอรับน้ำหนักเขาได้กลิ้งมาไว้แล้วค่อยๆก้าวขึ้นไปหนึ่งข้างเขย่งขึ้นมองดูในรังนก
“สี่ ห้า หกเอาไปสักสามใบเหลือไว้ให้แม่นกสามใบแล้วกัน”
ในมือเขายามนี้นับว่าหาของป่าได้จำนวนมากหากนำไปขายก็ได้หลายเหวินแต่ร่างกายของมารดาที่นอนอยู่ที่บ้านผอมบางมองเห็นกระดูกที่โปนออกมาทำให้เขาทำใจนำไปขายไม่ได้จริงๆของที่มีอยู่นี้ต้องนำกลับไปบำรุงท่านแม่ เขาย้อนเดินกลับบ้านด้วยความสุข
แต่ยามนี้เริ่มทุกข์ใจบ้างด้วยเ้านกตัวนั้นยังเดินบ้างบินบ้างตามอยู่ข้างหลังถ้าตามจนถึงในหมู่บ้านคงไม่รอดได้กลายเป็อาหารของใครสักคน
เด็กหนุ่มตัดสินใจหยุดคุยกับมัน(หวังว่ามันจะเข้าใจ)
“เ้าาเ็หรือไหนให้ข้าดูหน่อยซิ”
มันหยุดห่างจากเขาเพียง่มือเอื้อมถึงเขายื่นมือออกไปหา มันยืนขา(ตีนนก) มาให้ อ่า มันเข้าใจที่เขาพูด
“มีาแเล็กน้อยเ้ากลับเข้าป่าไปเถอะ ไปกับข้าอันตราย”
“แกว๊กๆ ”
“ไปซะ”
“แกว๊กๆ”
ไอ้นกบ้าไล่ก็ไม่ไป
“ไปอยู่บ้านข้าไหม”
“แกว๊ก”
มันก้าวเข้ามาอีกก้าวเขาลองเอามือยื่นเข้าไปมันตีปีกบินขึ้นมาเกาะบนแขนเล็กๆผอมๆ ของเขางั้นก็เอามันกลับไปด้วยหวังว่ามันจะหากินเองได้นะ ลำพังสองคนกับแม่ข้าก็ลำบากมากแล้ว
เปิดรั้วไม้ไผ่ที่ปิดไว้เข้าไปเสียงไอเบาๆ ถี่ๆ ดังจากห้องด้านในเขารีบวางของไว้บนโต๊ะตัวเดียวของห้องเปิดผ้าม่านเข้าไปในห้องนอนรินน้ำใส่ถ้วยค่อยๆประคองร่างบนเตียงขึ้นจ่อถ้วยน้ำที่ริมปากบางซีด
“ท่านแม่ทานน้ำหน่อยจะได้หายคอแห้ง ท่านไอมานานแล้วใช่ไหม”
“เสี่ยวอี้แม่ไม่เป็ไร เ้ากลับมาแล้วหรือ”
“ท่านแม่วันนี้ข้าโชคดีได้ผัก ได้เห็ด ได้หน่อไม้ มีงูและไข่นกวันนี้ข้าจะทำโจ๊กใส่ไข่ให้ท่านทานนะขอรับ”
“เ้าเจองูมันทำร้ายเ้าหรือไม่”
“ไม่ๆท่านแม่ไม่ต้องกังวล งูตัวนั้นมันรัดนกอยู่ข้าบังเอิญไปเจอจึงเอาไม้เหวี่ยงไปไม่คิดว่าจะโดนพอดีไว้ท่านทานโจ๊กแล้วข้าจะไปหาป้าเฉินให้บอกวิธีจัดการกับงูตัวนั้น"
“อันตรายเกินไปเ้ายังเด็กคราวหลังพบเห็นงูให้ถอยห่างอย่างเข้าไปใกล้ครั้งนี้เ้าโชคดีครั้งน่าอาจจะถูกกัดเอาได้”
“ขอรับ ท่านเอนตัวนอนต่อเถอะ”
หลังจากป้อนโจ๊กให้มารดาเรียบร้อยเด็กหนุ่มก็ยกงูใส่ตะกร้าไม้สานปิดผาแล้ววิ่งไปบ้านป้าเฉินให้สอนวิธีแล้วก็ให้ป้าเฉินแบ่งงูออกเป็สามส่วนให้
เขาจะนำไปให้ท่านหมอซิ่วที่ช่วยจัดยามาให้เขาต้มให้มารดาในราคาถูกบ้างครั้งก็ไม่คิดเงินหนึ่งส่วนให้ป้าเฉินที่ค่อยช่วยดูแลมารดายามเขาออกไปหางานทำไกลบ้าน
ส่วนสุดท้ายสำหรับต้มบำรุงให้ท่านแม่วิ่งไปวิ่งมาก็ครึ่งชั่วยามผ่านไป เมื่อกลับมาถึงบ้านจุดเทียนแล้วเตรียมไปอาบน้ำ มองเห็นนกตัวอ้วนที่อยู่บนเก้าอี้จึงนึกได้ว่านำมันกลับมาด้วย
เขาเลี้ยงนกกันอย่างไรที่บ้านไม่มีกรงต้องนอนกรงไหมแต่นกในป่าคงเกาะกิ่งไม้ที่บ้านไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้มันเกาะอีกจะทำอย่างไรหล่ะที่นี้จึงหาตะกร้าขนาดไม่ใหญ่นักนำผ้าปูรองก้นแล้วยกเข้าไปในห้องนอนของตนเองที่อยู่อีกฝากหนึ่งของบ้าน
“คืนนี้เ้าไปนอนในห้องข้าละกัน”