วันที่เก้าเดือนสาม กลางสายฝน
ที่เชิงเขาไท่เมืองซินไท่ โรงเรียนมัธยมซินเหวิน
เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นทั่วทุกมุมของโรงเรียนโรงเรียนที่เงียบสงัดก็ถูกกลบด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมทันที
กลุ่มนักเรียนสามถึงห้าคนทยอยกันออกจากห้องเรียนเดินไปที่ประตูโรงเรียนพร้อมพูดคุยและหัวเราะ
หลัวเลี่ยเดินถือร่มท่ามกลางกลุ่มนักเรียนที่เดินไปมาใบหน้ามีความกังวล เมื่อมาถึงประตูโรงเรียนก็เห็นหลิวชิงิคุณครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ วางกระเป๋าเอกสารบนหัวเพื่อกันฝนอีกมือก็โบกรถแท็กซี่ให้จอดและเตรียมขึ้นรถ
“ครูครับ”
หลัวเลี่ยวิ่งเหยาะๆเข้าไปหา และกางร่มให้หลิวชิงิ
“หลัวเลี่ยเองหรือ”
หลิวชิงิหันกลับมาเมื่อเห็นว่าเป็หลัวเลี่ยบนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้ม
“ครูครับครูจะเปียกเอานะครับ” หลัวเลี่ยยัดร่มใส่มือหลิวชิงิ
“ฝนตกแรงเลยเธอเอาร่มให้ครู แล้วตัวเธอเองล่ะ” หลิวชิงิถาม
หลัวเลี่ยยิ้มพร้อมหันข้างแล้วเข้าไปในรถแท็กซี่ “ผมเรียกรถแล้วครับ”
หลิวชิงิตกตะลึง
หลังจากปิดประตูและลดกระจกรถลงหลัวเลี่ยก็พูดว่า “ครูครับ ผมคิดว่าครูควรคิดอีกทีนะครับคะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษของผมได้ใกล้เคียงกับที่หนึ่งของห้อง 145 คะแนน แต่ครูวิจารณ์ผมว่าผมไร้ค่าต่อหน้าเพื่อนในชั้นเรียนบอกว่าผมสอบได้คะแนนไม่ดี บอกว่าผมทำครูเสียหน้า ผมละแปลกใจผมมีตรงไหนเทียบที่หนึ่งไม่ได้ 14.5 คะแนนนะครับที่หนึ่งยังได้น้อยกว่าผมไปตั้งจุดหนึ่ง ผมไม่ได้ไม่ชอบเขา ได้ใกล้เคียงที่หนึ่งครูยังว่าผม ครูรู้ไหมครับ ถ้าไม่ใช่เพราะผมจิตใจแข็งแกร่งผมคงปีนขอบตึกะโลงมาแล้ว”
หลังเขาพูดจบเขาก็เลื่อนกระจกขึ้น บอกที่อยู่กับคนขับ แล้วแท็กซี่ก็ขับออกไป
หลิวชิงิถือร่มยืนกลางสายฝน มองตามรถแท็กซี่ที่แล่นไกลออกไปจากนั้นมองไปยังขอบถนนที่สั้นกว่าส้นเท้าของครูผู้หญิงบางคนเขาอยากปีนขอบตึกะโลงมา
มองผ่านกระจกหลังเห็นสีหน้ายุ่งเหยิงของหลิวชิงิหลัวเลี่ยหัวเราะออกมา พิงหลังกับที่นั่ง สองตาหลับลง แล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่แกล้งหลับแต่หลับจริง แล้วยังหลับลึกเหมือนตาย
เพียงเพราะเสียงเรียกลึกลับที่ติดตามเขามาตลอดหนึ่งปีดังขึ้นตอนที่เสียงกริ่งโรงเรียนดังและเกิดอีกครั้งภายในหัว
เมื่อใดก็ตามที่สิ่งนี้เกิดขึ้นหลัวเลี่ยจะหลับลึกไปโดยไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะใดไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม ล้วนหลับไปในเวลาอันสั้น
เช่นครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งระยะทางสามพันเมตรในงานกีฬาและผล็อยหลับกลางทาง
เผลอหลับตอนสอบปลายภาค
เผลอหลับตอนเข้าห้องน้ำ
ประสบการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ช้าหลัวเลี่ยก็เตรียมใจไว้แล้ว ทุกๆครั้งที่เสียงเรียกลึกลับดังขึ้นในหัวของเขา เขาจะรีบหาที่หลับให้เร็วที่สุด
เช่นครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
เสียงกรนเล็กน้อยดังออกมาจากปากและจมูกของหลัวเลี่ยและฉากความฝันที่คุ้นเคยซึ่งเหมือนไม่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ในความว่างเปล่าและโกลาหลมีร่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
คนผู้นี้สวมมงกุฎสีม่วงทองผิวพรรณมีสีดุจแสงอาทิตย์อัสดง เครายาวสามเส้นกระพืออยู่บนหน้าอกสวมเสื้อคลุมสีเหลืองพลิ้วไหวตามสายลมเหมือนเทพเซียน
ด้วยการปรากฏตัวของคนผู้นี้ดอกบัวสีขาวผุดขึ้นบนพื้นดินว่างเปล่า เมฆเปล่งแสงบนท้องฟ้าและมีเสียงเซียนเลือนรางดังมากยิ่งขึ้น
ในหัวของหลัวเลี่ยก็ปรากฏสองคำขึ้นอีกครั้ง
ทุกครั้งที่เขาเห็นฉากนี้ในหัวสมองของเขาก็จะมีคำสองคำนี้ปรากฏขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!
ความแตกต่างจากอดีตคือเมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้น ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพียงปรากฏเงียบๆอยู่หน้าหลัวเลี่ย แต่ครั้งนี้หลัวเลี่ยพบการเปลี่ยนแปลงจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็มีเสียง ‘ปัง’ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สลายไปกลายเป็อนุภาคละเอียดสีขาวราวหิมะจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลัวเลี่ย
หลัวเลี่ยที่กำลังหลับลึกอยู่รู้สึกเ็ปอย่างรุนแรงร่างกายของเขาราวกับว่าถูกฉีกเป็ชิ้นๆ แล้วประกอบกลับเข้ามาใหม่
ความเ็ปทำให้เขาตื่นขึ้นและเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ได้อยู่บนรถแท็กซี่อีกต่อไป