เป็เวลาเกือบสองเดือนแล้วที่วิทยาและอรณิชาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันซึ่งดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะไม่ได้พัฒนาขึ้นมามากนักการขัดคอทะเลาะเบาะแว้งยังมีกันอยู่เสมอๆแม้ว่าทุกวันนี้ชายหนุ่มจะเป็ฝ่ายไปรับไปส่งหญิงสาวถึงที่ทำงานก็ตาม
เช้านี้ก็เช่นกันที่วิทยาจะลงมาจากข้างบนในเวลาปกติเพื่อรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับอรณิชาแต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คืออาหารเช้าของเขาไม่ได้มีแค่กาแฟกับขนมปังเหมือนดังแต่ก่อนอีกแล้วหมอหนุ่มเริ่มที่จะทานข้าวต้มเป็อาหารเช้าร่วมกับหญิงสาวแล้วเสริมด้วยกาแฟเป็การตบท้าย
ร่างสูงเดินมาถึงที่โต๊ะอาหารก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นหญิงสาวที่มักจะตื่นมารอเขาก่อนเสมอเนื่องจากเธอกลัวคำขู่ที่เขาเคยบอกเอาไว้หากเธอลงมาช้ากว่าเขาเขาจะขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวให้เธอด้วยตัวเอง ดังนั้นตอนที่เขาลงมาจากข้างบนก็จะพบเธอนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้ว
“คุณหมอจะรับข้าวต้มเลยหรือเปล่าคะ” ชื่นเอ่ยถามเมื่อเห็นเ้านายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้แล้ว
“ยังครับ เดี๋ยวรอคุณอรก่อน” วิทยาบอกพลางหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลารอหญิงสาวจนเวลาผ่านไปเกือบสิบห้านาทีแล้ว คนที่ยังอยู่ข้างบนก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงมาง่ายๆชายหนุ่มจึงต้องหันไปเรียกถามกับพี่เลี้ยงของเธอ
“พี่ชื่น... วันนี้คุณหนูของพี่ชื่นจะไปทำงานหรือเปล่าทำไมป่านนี้ยังไม่ลงมาอีก”
“เอ... นั่นสิคะ ปกติคุณหนูจะลงมาแล้ว... งั้นเดี๋ยวพี่ชื่นขึ้นไปตามให้ค่ะ”คนเป็พี่เลี้ยงขมวดคิ้วมุ่นด้วยนึกกังวลถึงนายสาวเช่นกันจึงอาสาขึ้นไปตาม
“ขอบคุณครับ”
เมื่อได้ยินชายหนุ่มรับคำแล้วชื่นจึงเดินออกไปจากห้องอาหารเพื่อขึ้นไปตามนายสาวข้างบน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่กำลังนอนซมเพราะพิษไข้รู้สึกตัวเลยสักนิดคนเป็พี่เลี้ยงยืนรออยู่เพียงครู่ เมื่อเห็นว่าข้างในยังเงียบ เธอจึงค่อยๆเปิดเข้าไป แล้วรีบเดินดิ่งไปหานายสาวที่ยังนอนอยู่บนเตียง
“คุณหนูคะ... คุณหนูอร ว๊าย! ทำไมตัวร้อนอย่างนี้เนี่ย” ชื่นเรียกคนเป็เ้านายพร้อมทั้งยื่นมือเข้าไปจับตัวของหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าหวานมีเม็ดเหงื่อเกาะพราวจนเปียกชื้นแล้วต้องร้องออกมาด้วยความใเมื่อรู้สึกถึงไอร้อนจนถึงขั้นร้อนจัดจากคนที่ยังนอนซมอยู่บนเตียง
“พี่ชื่น...” เสียงหวานแหบพร่าเหมือนคนหมดแรงร้องหาคนเป็พี่เลี้ยงทั้งๆที่ยังไม่ลืมตา
“คุณหนู พี่ชื่นอยู่นี่ค่ะ คุณหนูเป็ยังไงบ้างคะ” ชื่นรีบคว้ามือบางของหญิงสาวมาจับไว้เพื่อให้เธอรู้สึกตัว
“อรปวดหัวค่ะพี่ชื่น” คนเป็ไข้สะลึมสะลือเอื้อนเอ่ยอาการของตัวเองออกมาแล้วก็นิ่งเงียบไป
“คุณหนู... คุณหนูอร” ชื่นร้องเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งไปเธอเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระวีกระวาดออกไปจากห้องเพื่อลงไปตามเ้านายหนุ่มให้ขึ้นมาดูอาการของนายสาวโดยเร็ว
“คุณหมอคะ!... คุณหมอ!”
เสียงแตกตื่นของสาวใช้ที่กำลังวิ่งลงมาจากข้างบนทำให้หมอหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ใรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วตรงดิ่งไปหาตามเสียงเรียกทันที
“มีอะไรพี่ชื่น”
“คุณหนูค่ะ คุณหนูอรตัวร้อนจี๋เลยค่ะ แล้วก็หมดสติไปแล้วด้วย พี่ชื่นเรียกก็ไม่รู้สึกตัว”ชื่นบอกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มที่เธอเรียกหาขณะกำลังก้าวเท้าลงจากบันได
“ครับๆ ผมจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละพี่ชื่นช่วยไปเอากระเป๋าเครื่องมือที่ห้องทำงานขึ้นไปให้ผมด้วยนะ” วิทยารับคำพร้อมทั้งออกคำสั่งกับสาวใช้ด้วยความรวดเร็วไม่แพ้กันจากนั้นก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องของหญิงสาวที่ตอนนี้เขารู้สึกเป็ห่วงเธอขึ้นมาจับใจ
ทันทีที่เท้าแกร่งก้าวเข้ามาในห้องของหญิงสาวหมอหนุ่มชะงักเล็กน้อยเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
แม้จะรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆแต่เขาก็ควบคุมตัวเองได้ดีร่างสูงรีบตรงดิ่งไปที่เตียงก็เห็นหญิงสาวเ้าของห้องกำลังนอนหมดสติอยู่บนนั้นใบหน้าหวานที่เคยสดใสตอนนี้กลับชื้นเหงื่อและซีดเซียวเหมือนไม่มีสีเืวิทยายื่นมือเข้าไปแตะที่หน้าผากเนียนของเธอก็ััได้ถึงความร้อนจนน่าใ
“อรณิชา... อร... คุณได้ยิมผมไหม” หมอหนุ่มร้องเรียกขณะทรุดตัวลงนั่งที่ข้างๆร่างบางของเธอหัวใจดวงแกร่งรู้สึกชาวาบเมื่อมองใบหน้าที่ไร้สีเืของหญิงสาวบนเตียงไม่นานสาวใช้ที่ให้ไปเอากระเป๋าเครื่องมือแพทย์ของเขาก็เข้ามาในห้อง
“ได้แล้วค่ะคุณหมอ” ชื่นวางกระเป๋าลงที่โต๊ะข้างๆ หัวเตียงแล้วรีบเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อดูอาการของนายสาวที่ยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง
“ครับ” วิทยารับคำแล้วรีบเปิดกระเป๋าหยิบอุปกรณ์การตรวจวัดในเบื้องต้นขึ้นมาจากนั้นก็ใส่หูฟังแล้วยื่นปลายอีกฝั่งที่จะััไปบนหน้าอกของหญิงสาวเพื่อฟังการเต้นของหัวใจแต่มือแกร่งกลับชะงักค้างไปชั่วขณะด้วยรู้สึกถึงอาการตื่นเต้นแปลกๆ ทั้งๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนั้แ่ตรวจคนไข้มา
“คุณหมอคะ” ชื่นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้องเรียกเ้านายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขานิ่งไปมือหนาที่ถือเครื่องมือไว้ก็ค้างอยู่ตรงบริเวณคอเสื้อของหญิงสาว
“เอ่อ... ครับ พี่ชื่นว่าอะไรนะครับ” วิทยาสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปถามสาวใช้ก่อนจะชักมือกลับมาไว้ที่ตักของตัวเอง
“เปล่าค่ะ พี่ชื่นเห็นคุณหมอนิ่งไปไม่ตรวจคุณหนูสักทีก็เลยเรียกน่ะค่ะ”ชื่นบอกอย่างงงๆ
“อ่อ ครับ... พี่ชื่นช่วยปลดกระดุมเสื้อของเธอให้ผมที เอ่อ... เม็ดเดียวก็พอครับ”หมอหนุ่มบอกเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกพลางนึกบ่นด่าตัวเองในใจ ‘เป็บ้าอะไรเนี่ยเราแค่ตรวจคนไข้ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้’
เมื่อคนเป็พี่เลี้ยงปลดกระดุมเสื้อของนายสาวตามคำสั่งแล้วชายหนุ่มก็ทำการตรวจวัดอาการของคนป่วยด้วยหัวใจที่ไม่ค่อยมั่นคงนักจากนั้นก็ขยับตัวออกมาเล็กน้อยเมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวไม่ได้มีอาการที่น่ากังวลอะไรมาก
“คุณหนูอรเป็อะไรมากหรือเปล่าคะ” ชื่นเอ่ยถามเมื่อเห็นหมอหนุ่มตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เป็ไข้ครับ คงเป็ั้แ่เมื่อคืนทำให้อาการทรุดหนักจนหมดสติไปแบบนี้ผมคงต้องฉีดยาเข้าเส้นเืเพื่อลดไข้ให้ก่อนจากนั้นพอเธอตื่นขึ้นมาก็ค่อยให้ทานข้าวทานยาตามที่ผมจัดไว้ให้แล้วก็ให้พักผ่อนเยอะๆ” คนเป็หมอบอกเสียงเรียบพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเก้อเขินแปลกๆจนมิด
“ค่ะคุณหมอ” ชื่นรับคำอย่างโล่งอกโชคดีที่เ้านายหนุ่มเป็หมอ ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
“ผมขอผ้าชุบน้ำหน่อยครับ” วิทยาบอกสาวใช้ขณะที่ดวงตาคมยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานซีดเซียวของคนบนเตียงนิ่ง
“ค่ะๆ” คนรับคำสั่งรีบลุกออกไปหาสิ่งที่หมอหนุ่ม้าทันทีไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำแล้วผ้าขนหนูผืนเล็ก
“ขอบคุณครับ” เขาบอกเมื่อสาวใช้นำสิ่งที่้ามาวางให้ใกล้ๆจากนั้นก็จัดการถกแขกเสื้อของตัวเองขึ้นไปจนถึงข้อศอกแล้วจุ่มมือลงไปหยิบผ้าขนหนูที่แช่อยู่ในกะละมังขึ้นมาบิดพอหมาดๆ ก่อนจะค่อยๆลูบเช็ดไปตามใบหน้าหวานที่ชื้นเหงื่อและร้อนผ่าวเพราะพิษไข้
คนเป็พี่เลี้ยงยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มน้อยๆ อย่างปลื้มใจรู้สึกได้ถึงความห่วงใยและความอ่อนโยนทะนุถนอมที่ชายหนุ่มมีต่อหญิงสาวซึ่งกำลังนอนหลับสนิทอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวอยู่บนเตียง
วิทยาเช็ดหน้าให้หญิงสาวจนทั่วแล้วเลื่อนลงไปซับที่ลำคอขาวเนียนจากนั้นก็ผละออกเพื่อหันไปจุ่มผ้าลงในกะละมังใส่น้ำอีกครั้ง จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นทำให้มือหนาที่กำลังจะบิดผ้าขนหนูชะงักไปเล็กน้อยพลางหันไปมองที่มาของเสียงอย่างไม่ค่อยพอใจนักเพราะไม่อยากให้มีอะไรมารบกวนคนป่วยตอนนี้
“พี่ชื่นรับสายให้ดีกว่านะคะ จะได้ไม่ดังรบกวนอีก” ชื่นบอกหมอหนุ่มขณะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของนายสาวมาถือไว้
“เดี๋ยวผมคุยเองพี่ชื่นช่วยเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อยด้วยอีกสักครู่ผมจะเข้ามาฉีดยาให้”
“ค่ะ” สาวใช้รับคำก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือที่ยังส่งเสียงกรีดร้องไปให้คนเป็เ้านาย
วิทยารับโทรศัพท์จากสาวใช้มาถือไว้ในมือแล้วตรงดิ่งออกไปจากห้องทันทีเพื่อไม่ให้รบกวนคนที่ยังนอนป่วยอยู่บนเตียงเมื่อปิดประตูเรียบร้อยแล้วเขาจึงก้มมองโทรศัพท์ในมือที่ตอนนี้เสียงเรียกเข้าเงียบไปแล้วแต่ไม่นานก็ดังขึ้นมาใหม่อีกหมอหนุ่มมองชื่อที่หน้าจอก็คิดว่าต้องเป็เพื่อนสนิทของหญิงสาวอีกคนที่เคยได้ยินเธอพูดถึงบ่อยๆ
‘สวัสดีครับ’ วิทยากดรับสายแล้วกรอกเสียงเข้มลงไป
‘เอ่อ... ใช้เบอร์อรณิชาหรือเปล่าคะ’ กรรณิการ์ถามอย่างไม่แน่ใจพร้อมทั้งดึงโทรศัพท์ออกมาจากหูเพื่อดูเบอร์ว่าเธอไม่ได้โทรผิด
‘ใช่ครับ... ตอนนี้อรไม่สบายกำลังนอนหลับอยู่ ผมก็เลยรับสายแทน’ หมอหนุ่มบอกเสียงเรียบ
‘คุณหมอวิทยาใช่ไหมคะ’ ปลายสายถามอย่างกล้าๆ กลัวๆเพราะไม่เคยได้พูดคุยกับสามีของเพื่อนเลยสักครั้ง แม้อีกฝ่ายจะไปรับไปส่งเพื่อนรักของเธอทุกวันก็ตาม
‘ครับ... คุณก้อยมีอะไรจะฝากถึงอรหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมจะบอกพี่ชื่นไว้ให้’
‘ไม่มีอะไรค่ะคุณหมอ พอดีเช้านี้เรานัดกันจะไปซื้ออุปกรณ์เขียนแบบน่ะค่ะเห็นว่าอรยังไม่มาก็เลยลองโทรมาถาม คิดว่าอรกำลังแวะซื้ออยู่ ก้อยก็เลยจะฝากซื้อบ้าง’
‘อ่อ ครับ วันนี้อรคงไม่ได้ไปทำงานนะครับ พรุ่งนี้ก็คงไม่แน่ขอผมดูอาการของเธอก่อนก็แล้วกัน’ หมอหนุ่มบอกเสียงจริงจังแล้วเขาก็ตั้งใจแล้วว่าหากเธอยังไม่หายดียังไงซะเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอออกจากบ้านไปไหนเด็ดขาด
‘แล้วอรเป็อะไรมากหรือเปล่าคะ’ กรรณิการ์ถามถึงเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วง
‘เป็ไข้น่ะครับ พักสักวันสองวันก็คงดีขึ้น’
‘งั้น ก้อยขออนุญาตไปเยี่ยมอรที่บ้านได้ไหมคะ’
‘ครับ เชิญครับ แต่คงต้องเป็ตอนบ่ายหรือเย็นๆ หน่อยนะครับตอนนี้เธอยังไม่ฟื้นเท่าไร’ แม้จะไม่ค่อยพอใจนักแต่เขาก็บอกอนุญาตไปเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็คนใจแคบไม่ยอมให้เพื่อนของภรรยาเข้าบ้านทั้งที่อีกใจก็อดเป็กังวลไม่ได้ว่าหญิงสาวที่ขออนุญาตนั้นคงไม่ได้มาคนเดียวเป็แน่
‘ค่ะคุณหมอ ขอบคุณค่ะ’ ปลายสายกล่าวขอบคุณจากใจแล้วถามทางที่จะมาบ้านเขาอีกสองสามคำก่อนจะวางสายไป
วิทยายืนคิดทบทวนงานที่ตัวเองต้องทำในวันนี้เผื่อว่าเขาจะพอเลื่อนออกไปได้เพราะไม่อยากทิ้งหญิงสาวที่กำลังป่วยอยู่ให้คาดสายตาใจหนึ่งเขายอมรับกับตัวเองว่าเป็ห่วงเธอมากและอยากดูแลใกล้ๆส่วนอีกใจก็กลัวว่าคนที่มาเยี่ยมไข้จะพาแฟนหนุ่มของคนป่วยมาด้วยพอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แต่เมื่อคิดถึงงานที่ต้องทำในวันนี้แล้ว หมอหนุ่มก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะเขาก็ไม่อยากให้คนไข้ที่นัดเอาไว้ต้องเสียเวลามารอเก้อ ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับมาดูแลคนป่วยที่เขาแสนเป็ห่วงอยู่ขณะนี้
“เสร็จแล้วค่ะคุณหมอ” ชื่นออกมาเรียกชายหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าห้องระหว่างที่เธอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นายสาว
“ครับ” วิทยารับคำแล้วรีบก้าวเข้าไปในห้องเพื่อฉีดยาให้หญิงสาว
หลังจากตรวจรักษาคนป่วยในเบื้องต้นแล้ว หมอหนุ่มก็จัดยาไว้ให้หญิงสาวอีก 2 ชุด สำหรับทานหลังอาหารวันนี้แล้วตอนเย็นเขาจะเอายาชุดใหม่จากโรงพยาบาลมาให้
ร่างสูงยืนอ้อยอิ่งมองคนป่วยที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเป็นานสองนานดวงตาคู่คมฉายแววอ่อนโยนห่วงใยจนปิดไม่มิด ก่อนจะก้มลงแล้วยื่นมือไปแตะที่ใบหน้าเนียนนุ่มของหญิงสาวเบาๆเหมือนจะบอกกล่าวให้เธอหายจากอาการป่วยเร็วๆจากนั้นก็ขยับถอยหลังแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนนอน
“คุณหมอจะรับอาหารเช้าสักหน่อยไหมคะ เมื่อกี้ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ชื่นเข้ามาถามหลังจากเห็นเ้านายหนุ่มเดินลงมาจากข้างบน
“ไม่ละครับ ผมสายมากแล้วต้องรีบไป” วิทยาบอกพลางยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาที่บ่งบอกว่าเป็เวลาเก้าโมงครึ่งแล้วจากนั้นก็รีบตรงดิ่งไปที่ประตูบ้านทันที ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้เขาจึงหันมาบอกสาวใช้
“วันนี้เพื่อนคุณอรจะมาเยี่ยม ผมบอกให้เขามา่บ่ายๆ เย็นๆยังไงก็อย่าให้รบกวนคนป่วยมากเกินไป ผมอยากให้เธอพักผ่อนเยอะๆ” หมอหนุ่มออกคำสั่งเสียงเข้มแกมไม่พอใจเล็กน้อย
“ค่ะ... คงจะเป็คุณก้อย” ชื่นเปรยออกมาเรียบๆเพราะเพื่อนของนายสาวก็มีแต่กรรณิการ์คนเดียวเท่านั้นที่สนิทมากรวมถึงเพื่อนชายอีกคนด้วยซึ่งเธอไม่กล้าเอ่ยชื่อเพราะกลัวจะทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่พอใจ
“ครับใช่... ยังไงผมฝากด้วยนะครับ” คนสั่งไม่วายเป็ห่วง
“ค่ะ คุณหมอไม่ต้องห่วงนะคะ พี่ชื่นจะให้คุณหนูพักผ่อนให้มากที่สุดค่ะ”คนรับคำสั่งให้คำมั่น
“ดีครับ” วิทยารับคำเสียงหนักๆ จากนั้นก็เดินตรงดิ่งไปที่รถแล้วขับออกไปจากบ้านทันทีด้วยความรวดเร็วเมื่อขับรถออกมาได้สักระยะเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรไปแจ้งกับทางโรงพยาบาลในแผนกที่เขาประจำอยู่ว่าเขากำลังเดินทางไปขอให้คนไข้ที่นัดเอาไว้รออีกสักครู่
ไม่นานวิทยาก็มาถึงห้องตรวจของตัวเองร่างสูงรีบเดินไปคว้าเสื้อกาวน์ที่แขวนอยู่หลังเก้าอี้มาสวมใส่อย่างเร่งรีบแล้วหันไปบอกพยาบาลสาวผู้ช่วยประจำตัวที่เดินตามมาให้เรียกคนไข้รายแรกเข้ามาพบได้เลย
เวลานี้จะพร้อมหรือไม่พร้อมมันไม่สำคัญสำหรับเขาอีกแล้วคนไข้ที่นั่งรอเขาั้แ่ชั่วโมงก่อนมีความสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดมากนัก
วิทยาตรวจคนไข้ในรอบเช้าทั้งหมดกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายโมงแล้วชายหนุ่มไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เช้า ท้องไส้ร้องประท้วงอยู่หลายครั้งแต่เขาก็อดทนเพราะคนไข้ที่มีอาการเจ็บป่วยมานั้นต้องอดทนมากกว่าเขาอีกหลายเท่า ดังนั้น เมื่อตรวจคนไข้คนสุดท้ายเสร็จหมอหนุ่มก็แทบจะหมดแรงเลยทีเดียว
แต่ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยสักแค่ไหนชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะโทรไปถามอาการป่วยของหญิงสาวที่บ้านและได้รับคำตอบจากพี่เลี้ยงของเธอว่าเธองัวเงียขึ้นมาตอนสิบโมงจากนั้นก็หลับไปอีกแล้วตอนนี้ก็ยังไม่ตื่น ส่วนอาการตัวร้อนนั้นได้ทุเลาลงแล้ววิทยาจึงรู้สึกกังวลน้อยลงแต่ก็ยังเป็ห่วงเธออยู่มากจึงสั่งให้คนเป็พี่เลี้ยงคอยเฝ้าดูเธอไว้พอตื่นเมื่อไรให้กินข้าวต้มแล้วกินยาที่เขาจัดไว้ให้ทันที
“คุณหมอเป็อะไรหรือเปล่าคะ” ขนิษฐาเอ่ยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆแล้วเอนหลังไปกับพนักเก้าอี้
“อ่อ เปล่าครับแค่รู้สึกหิวเท่านั้นเอง... ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณขิมไม่ได้พักตรงเวลา”วิทยาบอกอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรค่ะ ขิมเต็มใจช่วยคุณหมอ อีกอย่างก็เป็หน้าที่ของขิมด้วย”พยาบาลสาวยิ้มหวานให้ด้วยความดีใจที่หมอหนุ่มพูดเหมือนห่วงใยเธอ
“งั้นเราไปทานข้าวกันดีกว่าครับ” ว่าจบร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปที่ประตูทันที
“ค่ะคุณหมอ” คนถูกชวนรีบตอบรับทันทีเพราะน้อยครั้งที่ชายหนุ่มในดวงใจจะยอมชวนเธอไปนั่งกินข้าวด้วยปกติเขาจะไปพักไม่ตรงกับเธอเท่าไรนัก หรือไม่ก็มีนัดกับเพื่อนแล้วออกไปทานข้างนอกมากกว่า
ภายในโรงอาหารของโรงพยาบาลที่ผู้คนเริ่มบางตาลงมากเพราะเลยเวลาเที่ยงมาแล้วนั่นเองหมอหนุ่มและพยาบาลสาวผู้ช่วยต่างก็แยกย้ายกันไปหาซื้ออาหารของตัวเองแล้วกลับมานั่งทานด้วยกันเสมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
“อ้าว ไอ้หมอ ทำไมเพิ่งมากินข้าววะ” ก้องเกียรติร้องทักขณะเดินมานั่งลงข้างๆกับหมอหนุ่มเพื่อนรักที่เขากำลังจะไปหา แต่ยังไม่ทันจะไปถึงห้องก็เห็นคนเป็เพื่อนนั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้าพอดีแถมหญิงสาวที่เขาอยากเจอก็นั่งอยู่ด้วย
“อือ เพิ่งตรวจเสร็จน่ะ... เมื่อเช้ามาสาย” วิทยาตอบเสียงเรียบพร้อมทั้งตักข้าวใส่ปากไปด้วย
“ห๊า! อะไรนะ หมออย่างแกเนี่ยนะมาสาย” คนถามทำท่าใจนหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมคนที่รักษาเวลายอดเยี่ยมอย่างหมอวิทยาถึงมาสายได้
“ก็เออน่ะสิ แปลกตรงไหนวะ” คนกำลังกินข้าวพูดเรื่อยๆเหมือนไม่ใช่เื่แปลก
“แปลก แปลกมากด้วย แกเคยมาสายซะที่ไหนกันล่ะ” ก้องเกียรติไม่วายสงสัย
“คุณอรเธอไม่สบายน่ะ เมื่อเช้าก็เลย...” หมอหนุ่มบอกอย่างไม่ปิดบังแต่พูดไม่ทันจบประโยค คนฟังก็รีบขัดขึ้นมาก่อน
“อ่อ ป้อนข้าวป้อนยาให้เมียก่อนว่างั้น” คนขัดพูดเสียงดังเหมือนจงใจพลางเหลือบตาไปมองพยาบาลสาวที่นั่งชะงักงันไปชั่วขณะเหมือนได้ยินสิ่งที่ไม่คาดคิด
“ฮึย แกก็พูดไป เมื่อเช้าเธอไข้ขึ้นสูงจนไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ” วิทยาบอกเสียงจริงจังแววตาแฝงไปด้วยความกังวลอยู่ไม่น้อย
“อ้าว เป็อะไรมากรึเปล่าวะ ไม่พามานอนดูอาการที่นี่ล่ะ” คราวนี้คนสงสัยรีบบอกด้วยความเป็ห่วงทันที
“ฉันฉีดยาลดไข้ให้ไปแล้วหละ รอดูอาการก่อน... แล้วนี่แกจะไปไหน” วิทยาถามคนเป็เพื่อนพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหลังจากกินข้าวอิ่มแล้ว
“ก็ไปหาแกนั่นแหละ” ตอบเสร็จก็ปรายตาไปมองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเหมือนกันโดยไม่สนใจจะมองหน้าเขาสักนิด
“มีอะไร?”
“ผู้ใหญ่เรียกแกไปพบน่ะ อยากให้แกเข้าประชุมตอนบ่ายสองนี้ด้วย แกว่างป่ะล่ะ”ก้องเกียรติตอบนิ่งๆ ก่อนจะถามถึงเวลาว่างของอีกฝ่ายในตอนท้ายเพราะเขารู้ดีว่าคนเป็เพื่อนนั้นเวลาว่างไม่ค่อยมีเท่าไรนัก
“ผมไม่มีคนไข้แล้วใช่ไหมครับคุณขิม” วิทยาหันไปถามพยาบาลสาวที่เป็ผู้ช่วยของเขา
“ไม่มีแล้วค่ะ” ขนิษฐาบอกพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจจนคนมองรู้สึกขนลุกเกรียว‘เมื่อไรเธอจะเลิกยิ้มแบบนี้ให้เขาสักทีนะ’ หมอหนุ่มบ่นในใจอย่างนึกระอา
“อือ งั้นเดี๋ยวฉันไปเอาเอกสารที่ห้องก่อน แล้วจะตามไป” วิทยาบอกก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วตรงดิ่งกลับไปที่ห้องทันทีโดยไม่ได้เหลียวมองพยาบาลสาวผู้ช่วยที่เธอก็รีบลุกขึ้นจากโต๊ะด้วยเหมือนกัน
“ไม่คิดจะทักทายพี่ก้องสักคำหรืองไงจ๊ะน้องขิม” ก้องเกียรติรีบลุกขึ้นขวางทางหญิงสาวเอาไว้
“ไม่! แล้วก็หลีกทางด้วย ฉันจะรีบไปช่วยคุณหมอ” ขนิษฐาตวัดเสียงใส่พลางขยับตัวออกห่างเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น
“ไอ้หมอน่ะ มันไม่มีอะไรให้เธอช่วยแล้ว แต่พี่ก้องสิ ที่มี” คนอยากให้ช่วยส่งเสียงออดอ้อน ยื่นมือหนาเข้าไปหมายจะจับที่ข้อมือบางของเธอ
“มีอะไร!” ร่างบางตะคอกใส่แล้วรีบไขว้มือไปข้างหลังทันทีอย่างรู้ทัน
“มีหัวใจมาให้น้องขิมช่วยเก็บมันไว้น่ะสิ” ก้องเกียรติพูดยิ้มๆแววตาวาววับเ้าเล่ห์มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเชิญชวนเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็เื่ล้อเล่นแต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็ความจริงที่ออกมาจากหัวใจของเขาต่างหากล่ะ
“อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ” พยาบาลสาวสวนกลับทันควันหัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อเห็นแววตาของเขา ร่างบางค่อยๆถอยหลังออกห่างด้วยหวั่นเกรงว่าเขาจะทำอะไรบ้าๆ กับเธออีกคราวที่แล้วเธอเสียจูบให้เขาโดยไม่ทันตั้งตัววันนี้เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกเด็ดขาด
“ต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า... ไม่ต้องกลัวหรอก...แต่ถ้าในที่ลับตาล่ะก็ ไม่แน่” ก้องเกียรติกลั้นยิ้มนึกชอบใจในอาการหวาดกลัวของหญิงสาวจากนั้นก็หันหลังแล้วเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ใครได้ยินจะต้องรู้สึกวูบวาบเหมือนที่พยาบาลสาวกำลังรู้สึกอยู่เป็แน่
ขนิษฐาเดินกลับมาที่ห้องทำงานของนายแพทย์ใหญ่แผนกศัลยกรรมที่เธอเป็ผู้ช่วยประจำตัวของเขาเผื่อว่าเขาจะมีอะไรให้เธอช่วยทำใน่ที่เขาไปประชุม
จะว่าไปคุณหมอก็ไม่เคยให้เธอช่วยเหลืออะไรนอกเหนือจากงานในหน้าที่เลยสักครั้งเกือบสองเดือนแล้วที่เธอมาทำงานกับเขา ทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็คนมีความรับผิดชอบสูงขยันมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานไม่เคยวอกแวก และมีความเป็สุภาพบุรุษมากยิ่งอยู่ใกล้เธอก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลในตัวเขามากขึ้นทุกวันจนยากจะถอนตัว
“คุณหมอมีอะไรให้ขิมช่วยไหมคะ” พยาบาลสาวเปิดเข้ามาเงียบๆหลังจากเคาะประตูห้องให้ชายหนุ่มข้างในรู้ตัวแล้ว
“เอ่อ... ผมมีเื่จะรบกวนคุณขิมอยู่พอดี เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ” วิทยาบอกหญิงสาวก่อนจะรีบหันไปหยิบปากกาขึ้นมาจดรายชื่อยาที่เขา้าลงไปในใบสั่ง
“ช่วยไปรับยาตามนี้ให้ผมที แล้วเอามาวางไว้ที่โต๊ะนี่ก็ได้ครับผมออกมาจากห้องประชุมแล้วจะกลับบ้านเลย” หมอหนุ่มพูดขณะยื่นใบสั่งยาในมือให้หญิงสาวตอนแรกเขาว่าจะไปรับด้วยตัวเองแต่เพราะมีประชุมด่วนเขาเลยต้องรบกวนพยาบาลสาวซึ่งถือเป็ครั้งแรกที่เขาให้เธอช่วยในเื่ที่เป็ส่วนตัวของเขาแบบนี้
“ค่ะ... เอ่อ... คุณหมอจะเอาไปให้ภรรยาหรือคะ” มือบางรับใบสั่งยาจากชายหนุ่มมาถือไว้และเอ่ยถามในสิ่งที่ไม่น่าถามออกไป ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังจะถามให้แทงใจเจ็บไปอย่างนั้นเอง
“ครับ... คุณขิมมีอะไรหรือเปล่าครับ” วิทยาถามกลับด้วยความสงสัยในท่าทีเหมือนคนกำลังผิดหวังของอีกฝ่าย
“ปะ เปล่าค่ะ เดี๋ยวขิมจัดการให้นะคะ” พยาบาลสาวรีบรับคำแล้วฝืนยิ้มให้หมอหนุ่มภายในใจคิดอิจฉาภรรยาหน้าใสของเขาไม่น้อยที่ได้ชายหนุ่มเป็สามีเพราะเขาดูจะเอาใจใส่มากเป็พิเศษขนาดยอมมาทำงานสายเพื่อจะดูแลภรรยาที่กำลังป่วยอยู่ที่บ้าน
“ขอบคุณครับ” วิทยากล่าวขอบคุณจากนั้นก็หยิบเอกสารบนโต๊ะแล้วเดินออกไปจากห้องทันทีเพื่อจะไปถามก้องเกียรติถึงเื่ที่จะประชุมกันในวันนี้เพราะเขาไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าจะต้องเข้าประชุมด้วย ทั้งๆที่คิดเอาไว้แล้วว่าหลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จจะเคลียร์งานสักพักหากไม่มีคนไข้เขาก็จะไปรับยาให้อรณิชาแล้วตรงกลับบ้านทันทีแต่ในเมื่อมีประชุมด่วนแบบนี้ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะกลับไปทันอาหารเย็นเพื่อจะได้เอายาให้หญิงสาวกินตรงตามเวลาอย่างไม่คลาดเคลื่อนมากนัก
อรณิชารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายหลังจากหลับไปยาวนานั้แ่เช้าดวงตาหวานที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นมาอย่างอ่อนล้าแล้วเริ่มรับรู้ถึงอาการปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามร่างกายขึ้นมาอย่างหนักร่างบางพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งแต่ก็ทำได้เพียงพลิกตัวไปมาเท่านั้น
“คุณหนู... ตื่นแล้วหรือคะ” ชื่นร้องทักเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นคนป่วยกำลังขยับตัวไปมาบนเตียง
“พี่ชื่น... อรเป็อะไรไปเนี่ย” คนไม่มีแรงถามเสียงอ่อน
“คุณหนูเป็ไข้ค่ะ หนักมากด้วย เมื่อเช้าไม่รู้สึกตัวเลย” คนเป็พี่เลี้ยงเดินเข้ามาใกล้แล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆกับร่างบางที่ตอนนี้ใบหน้าหวานเริ่มมีสีเืขึ้นบ้างแล้ว
“แล้ว...” อรณิชารู้สึกเจ็บๆที่แขนจึงยกขึ้นดูอย่างงงๆ เมื่อพบว่ามีสำลีแปะไว้หลวมๆเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองพี่เลี้ยงเป็เชิงถาม
“คุณหมอฉีดยาให้ค่ะ เนี่ยเมื่อกี้ก็โทรมาถามว่าคุณหนูตื่นหรือยังคุณหมอเธอเป็ห่วงคุณหนูมากนะคะ” ชื่นบอกพลางยื่นมือเข้าไปจับเนื้อจับตัวนายสาวเพื่อวัดไข้พลางยิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อรู้สึกว่าคนป่วยตัวไม่ร้อนแล้ว
“เขาเนี่ยนะเป็ห่วงอร วันๆ มีแต่ดุใส่และก็ขู่บังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้สารพัด”เสียงหวานบอกอย่างดื้อรั้นไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างเขาจะเป็ห่วงเธอได้
“โธ่... นั่นแหละค่ะ เขาเรียกว่าเป็ห่วง” ชื่นพูดยิ้มๆมองนายสาวอย่างนึกเอ็นดู เพราะไม่ว่ายังไงหญิงสาวที่เลี้ยงดูมาั้แ่เล็กๆก็ยังน่ารักสำหรับเธอเสมอ
“แค่ไม่กี่เดือนพี่ชื่นก็หลงรักอีตาหมอผีดิบนั่นอีกคนแล้วหรือไงคะเนี่ย”คนป่วยทำเสียงงอนๆ เหมือนน้อยใจใส่พี่เลี้ยงสาวจนได้รับสายตาดุๆแกมเอ็นดูกลับมา จะไม่ให้เธอน้อยใจได้อย่างไรในเมื่อแค่ไม่กี่เดือนคุณแม่ก็เข้าข้างชายหนุ่มสามีในนามของเธอจนเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยทั้งๆ ที่เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
“หือ... ไม่พูดแล้วค่ะคุณหนู แล้วก็ไม่ต้องพยายามลุกด้วย นอนนิ่งๆเนี่ยแหละ เดี๋ยวพี่ชื่นไปเอาข้าวต้มมาให้” คนเป็พี่เลี้ยงบอกเสียงนุ่มแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องเพื่อไปเตรียมข้าวต้มที่อุ่นรอไว้แล้วพร้อมกับยาที่เ้านายหนุ่มจัดไว้ให้
ไม่นานชื่นก็กลับเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้มและถ้วยเล็กๆที่มียาสองสามเม็ดในนั้น จากนั้นก็จัดการป้อนข้าวป้อนยาให้นายสาวแล้วก็เช็ดตัวให้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคนป่วยก็หลับไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา
นนท์ประวิทและกรรณิการ์มาเยี่ยมอาการป่วยของอรณิชาที่บ้านในเวลาบ่ายสามโมงทันทีที่รู้ข่าวว่าหญิงสาวในดวงใจป่วยหนักถึงขนาดไม่รู้สึกตัว
นนท์ประวิธก็แทบจะละทิ้งงานทุกอย่างเพื่อมาดูแลเธอให้ได้แต่เพราะเพื่อนสาวรั้งเอาไว้ก่อน และบอกว่าหญิงสาวที่ป่วยนั้นมีหมออยู่ใกล้ๆซึ่งเขาเกือบลืมไปเสียสนิทว่าอรณิชาแต่งงานกับหมอหนุ่มที่มากความสามารถและฝ่ายนั้นก็คงไม่ปล่อยให้ภรรยาเป็อะไรไปมากกว่านี้แน่ๆอีกทั้งยังมีพี่เลี้ยงอีกคนคอยดูแลอยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะคุณนนท์ คุณก้อย เชิญนั่งก่อนค่ะ เดี๋ยวพี่ชื่นไปเอาน้ำมาให้”ชื่นบอกเพื่อนสนิทของนายสาวที่คุ้นเคยกันดีเพราะไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆตอนอยู่ที่บ้านเรือนไทย
“ค่ะพี่ชื่น ขอบคุณค่ะ” กรรณิการ์พูดก่อนจะวางกระเช้าผลไม้บนโต๊ะรับแขกตรงหน้าแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาโดยชายหนุ่มที่มาด้วยไม่ยอมเข้าไปนั่งและทำท่าลุกลี้ลุกลนเหมือนจะขึ้นไปหาคนป่วยให้ได้
“อรเป็ยังไงบ้างครับ” นนท์ประวิธถามทันทีที่เห็นคนเป็พี่เลี้ยงเดินออกมาจากในครัว
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ตื่นมากินข้าวกินยาตอนบ่ายโมง แล้วก็หลับไปอีก” ชื่นบอกขณะวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะรับแขก
“อ้าว นี่แสดงว่าเพิ่งหลับไปเองสิคะเนี่ย” กรรณิการ์เปรยออกมาอย่างนึกเสียดายเพราะหากคนป่วยเพิ่งหลับไปแค่ไม่นานก็คงกำลังหลับลึกแน่ๆจะปลุกตอนนี้ก็คงเป็การรบกวนเปล่าๆ
“งั้นเดี๋ยวผมจะอยู่รอจนกว่าอรจะตื่นก็แล้วกันครับ” นนท์ประวิธว่าพลางก้าวเข้าไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับเพื่อนสาวอีกคน
“แต่พี่ชื่นก็ไม่รู้ว่าคุณหนูจะตื่นกี่โมงนะคะ” ชื่นบอกอย่างนึกกังวลเพราะไม่รู้ว่าคนป่วยจะตื่นขึ้นมาตอนไหนแล้วคนรอจะต้องรออีกนานหรือเปล่า
“ไม่เป็ไรครับ ผมรอได้” คนอยากรอบอกเสียงหนักแน่น
“พี่ชื่นคะ เอ่อ... ก้อยอยากจะขอขึ้นไปดูอรได้ไหมคะ” กรรณิการ์บอกด้วยน้ำเสียงเกรงใจเพราะเธอเข้าใจว่าห้องของอรณิชาก็คือห้องของชายหนุ่มเ้าของบ้านด้วยแน่ๆ
ซึ่งคำขอของเพื่อนสาวทำให้นนท์ประวิธหันไปสบตาอย่างนึกขอบคุณเพราะเขาก็อยากจะขอแบบนั้นเหมือนกันแต่ก็ไม่กล้าด้วยความไม่เหมาะสมหลายๆ อย่าง
“เอ่อ... อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่อย่านานนะคะ พี่ชื่นกลัวว่าคุณหมอกลับมาแล้วจะไม่พอใจน่ะค่ะ”ชื่นบอกอย่างกล้าๆ กลัวๆใจหนึ่งก็เห็นใจเพื่อนรักของนายสาวที่อุตส่าห์มาเยี่ยมก็คงอยากจะไปดูคนป่วยให้เห็นกับตา อีกใจก็หวั่นเกรงชายหนุ่มเ้าของบ้าน
“ขอบคุณค่ะ ก้อยขอไปดูยัยอรแค่แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ” กรรณิการ์ยิ้มน้อยๆพร้อมกับรับคำเป็มั่นเป็เหมาะ
“ผมขอขึ้นไปด้วยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มเพียงคนเดียวรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นคนดูแลบ้านบอกอนุญาต
“งั้นก็ไปด้วยกันหมดนี่เลยค่ะ ไปเร็วๆ ค่ะ” ชื่นคิดอยู่เพียงครู่แล้วรีบตัดสินใจพาหนุ่มสาวทั้งสองขึ้นไปบนห้องของคนเป็เ้านายทันทีเพราะหากยิ่งช้าก็ยิ่งเสียเวลาและก็ยิ่งใกล้เวลาที่หมอหนุ่มจะกลับบ้านด้วย
ชื่นพานนท์ประวิธและกรรณิการ์เข้ามาในห้องนอนของนายสาวทั้งหมดพยายามเงียบเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากรบกวนคนป่วยที่กำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง
คนเป็แขกมองไปรอบๆ ห้องด้วยความสงสัยโดยเฉพาะนนท์ประวิธที่ตอนแรกเขาก็รู้สึกเ็ปไม่น้อยหากต้องเข้ามาในห้องนอนของหญิงสาวคนรักที่เขาคิดว่าเป็ห้องหอของเธอกับสามีแต่กลับต้องแปลกใจเมื่อพบว่าห้องนอนที่น่าจะเป็ห้องนอนใหญ่กลับไม่ใหญ่อย่างที่คิดที่สำคัญข้าวของเครื่องใช้ก็มีแต่ของหญิงสาวเท่านั้นดูยังไงก็ไม่เหมือนห้องของสามีภรรยาทั่วๆ ไป
“เอ่อ... คือ คุณหมอกับคุณอรแยกห้องกันอยู่น่ะค่ะ” ชื่นบอกเบาๆเมื่อเห็นอาการสงสัยของแขกทั้งสอง ซึ่งคำตอบของพี่เลี้ยงสาวทำให้นนท์ประวิธยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีส่วนกรรณิการ์เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอแอบชอบออกอาการดีใจขนาดนั้นเธอก็พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกน้อยใจเอาไว้จนมิดแล้วหันไปสนใจกับคนป่วยที่นอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงแทน
“อร... ก้อยกับนนท์มาเยี่ยมนะ” กรรณิการ์พูดเสียงเบาพร้อมกับขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆกับคนป่วยเมื่อเห็นนนท์ประวิธทำท่าจะเข้ามาด้วยเธอจึงลุกขึ้นแล้วเลี่ยงออกไปยืนมองอยู่ข้างหลัง
“หายไวๆ นะอร” นนท์ประวิธหยิบมือบางของคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงขึ้นมาจูบแ่เบาหวังถ่ายทอดความห่วงใยให้คนป่วยรับรู้ ว่าเขาทั้งรักและเป็ห่วงเธอมากแค่ไหน
กรรณิการ์ยืนมองภาพนั้นผ่านม่านน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเต็มหน่วงทั้งสองข้างก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไปเงียบๆ เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าส่วนนนท์ประวิธนั่งมองอรณิชาที่หลับสนิทอยู่บนเตียงสักครู่จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วตามเพื่อนสาวอีกคนลงไปข้างล่าง ความกังวลที่มีในตอนแรกลดลงไปบ้างแล้วเหลือแต่ความห่วงใยและภาวนาขอให้หญิงสาวอันเป็ที่รักหายจากอาการป่วยในเร็ววัน
“งั้นผมกลับก่อนนะครับพี่ชื่น” นนท์ประวิธบอกคนเป็พี่เลี้ยงหลังจากเดินลงมาถึงข้างล่างแล้ว
“ฝากผลไม้ให้อรด้วยนะคะ แล้วพรุ่งนี้เราจะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ” กรรณิการ์กล่าวฝากพร้อมกับมองกระเช้าผลไม้ที่เธอถือมาวางไว้ให้
“ขอบคุณค่ะคุณก้อยคุณนนท์แล้วพี่ชื่นจะบอกคุณหนูอรให้นะคะ” ชื่นรับปากด้วยรอยยิ้มแล้วเดินออกไปส่งเพื่อนรักของนายสาวที่รถ
เมื่อส่งแขกเรียบร้อยแล้วชื่นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ชายหนุ่มเ้าของบ้านยังไม่กลับมาตอนนี้เพราะไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันหากหมอหนุ่มรู้ว่าเธอให้เพื่อนสนิทของนายสาวทั้งชายหญิงขึ้นไปเยี่ยมถึงบนห้องนอนแถมยังรู้ความลับว่าทั้งสองคนแยกห้องกันอยู่อีกด้วย
“ฮึ้ย... หากคุณหมอรู้เข้า พี่ชื่นตายแน่ๆ เลย” ชื่นบ่นพึมพำออกมาขณะถือกระเช้าผลไม้เดินเข้าไปในห้องครัว
“บ่นอะไรคนเดียวพี่ชื่น” สายใจที่กำลังง่วนกับการทำอาหารเย็นร้องถามเมื่อเห็นสาวใช้รุ่นพี่พูดอะไรคนเดียว
“ก็เมื่อกี้น่ะสิ พี่ให้เพื่อนคุณอรขึ้นไปเยี่ยมเธอข้างบน” ชื่นบอกเสียงอ่อยอย่างเป็กังวล
“ห๊า! พี่ชื่น” สาวใช้รุ่นน้องยืนอ้าปากค้างด้วยความใมือที่กำลังหั่นผักสำหรับอาหารมื้อเย็นหยุดชะงักไปทันที
“เบาๆ สิ สายใจ พี่ยิ่งกลัวๆ อยู่” คนกังวลรีบปรามเสียงเขียว
“อย่าได้ให้คุณหมอรู้เชียวค่ะ ไม่งั้นพวกเราตายแน่ๆ เลย” สายใจกระซิบกระซาบอย่างนึกหวั่น
“ก็นั่นสิ... ยังไงสายใจก็อย่าหลุดปากเชียว” ชื่นบอกกำชับแกมขอร้องอีกฝ่าย
“จ้ะๆ พี่ชื่น สายใจจะปิดปากเงียบ” คนอายุน้อยกว่ารีบรับคำอย่างหนักแน่นเพราะหากเ้านายหนุ่มรู้ก็คงเดือดร้อนด้วยกันทั้งคู่
“อืม... เดี๋ยวพี่ขึ้นไปดูคุณอรก่อน เผื่อเธอตื่นน่ะ” สาวใช้รุ่นพี่บอกก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากห้องครัวไป
“จ้ะพี่” คนมีหน้าที่ทำอาหารบอกเสียงหวานจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากับงานของตัวเองต่อไปแม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นานแต่เธอก็นับถือสาวใช้รุ่นพี่คนนี้มากด้วยความที่อีกฝ่ายเป็คนดีมีน้ำใจและช่วยเหลืองานในบ้านทุกๆ อย่างเหมือนกับเธออะไรที่เธอทำไม่ถูกต้อง ชื่นก็จะสอนจะบอกเสมอ
วิทยาออกจากห้องประชุมเป็เวลาเกือบสี่โมงครึ่งแล้วหมอหนุ่มรีบกลับไปที่ห้องทำงานทันทีเพื่อเก็บข้าวของพร้อมทั้งไปเอายาที่ฝากให้พยาบาลสาวเตรียมไว้ให้จากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่รถทันที แต่แล้วเหตุการณ์เดิมๆที่เขาเจอเป็ประจำก็เกิดขึ้นอีกครั้งในวันนี้
“คุณหมอคะ คุณหมอ” ขนิษฐาร้องเรียกหมอหนุ่มในดวงใจขณะวิ่งเข้ามาหาอย่างรีบร้อน
“ครับ” วิทยาฝืนยิ้มให้เธอเขารู้ดีว่าพยาบาลสาว้าอะไรเพราะตลอด่สองเดือนที่ผ่านมาเธอมักจะขอติดรถไปลงที่ซูเปอร์ฯ บ้าง ที่ถนนสายหลักหน้าโรงพยาบาลบ้างคือไม่ว่ายังไงเธอก็จะขอนั่งรถเขาออกไปว่างั้นเถอะ
“ขิมขอไปด้วยค่ะ” คนดักรอรีบบอกพร้อมกับส่งยิ้มหวานละลายใจมาให้
“เอ่อ... ครับ เชิญครับ” และก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่สุภาพบุรุษอย่างเขาไม่อาจปฏิเสธหรือไม่หยิบยื่นน้ำใจให้เธอได้
ขนิษฐายิ้มร่าด้วยความดีใจจนปิดไม่มิดแล้วรีบเดินเข้าไปเปิดประตูรถฝั่งข้างๆ คนขับ แต่ยังไม่ทันจะก้าวขึ้นไปนั่งเสียงเข้มๆ ที่คุ้นหูของใครบางคนก็ดังขัดขึ้นมาจากข้างหลังเสียก่อน
“น้องขิมคนสวยจะไปไหนจ๊ะ” ก้องเกียรติเข้ามาขัดจังหวะเหมือนรู้ทันพลางหันไปสบตาคนเป็เพื่อนก็เห็นฝ่ายนั้นส่งยิ้มขอบคุณมาให้เขารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังรีบร้อนเพื่อจะกลับไปดูแลภรรยาที่กำลังป่วยอยู่และคงไม่เต็มใจที่จะให้พยาบาลสาวติดรถไปด้วยเท่าไรนัก แม้จะแค่ทางผ่านก็เถอะ
“ขิมจะขอติดรถคุณหมอไปลงที่ถนนใหญ่ค่ะ” ขนิษฐาถลึงตาใส่อย่างนึกไม่พอใจแต่ก็ยอมพูดดีๆเพราะอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มในดวงใจของเธอ
“งั้นก็ไปกับพี่ก้องได้สิ พี่ก้องก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” ก้องเกียรติแสดงความมีน้ำใจด้วยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์พร้อมทั้งเดินเข้าไปใกล้ๆ พยาบาลสาวที่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างๆ ประตูรถของหมอวิทยา
“ไม่มีทางน่ะ ขิมไม่ไปกับคุณเด็ดขาด” ขนิษฐาบอกเสียงแข็งปนสั่นเล็กน้อยด้วยนึกหวั่นเกรงกับชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
“เถอะน่า... แค่หน้าถนนใหญ่ พี่ก้องไม่ทันได้ทำอะไรนักหนาหรอกน่า มาเถอะ”ว่าจบร่างสูงก็ไม่รอช้าคว้าหมับที่ข้อมือบางของหญิงสาวจากนั้นก็ฉุดรั้งให้เธอเดินออกมาห่างๆจากรถของเพื่อนรัก
“ว๊าย!” คนไม่ทันตั้งตัวร้องเสียงหลงด้วยความใแล้วหันไปมองหมอหนุ่มที่ยืนอยู่อีกฝั่งเหมือนจะขอความช่วยเหลือ
“แกรีบไปเถอะไอ้หมอ เดี๋ยวฉันแวะส่งคุณขิมเอง” ก้องเกียรติบอกเพื่อนรักด้วยความเต็มใจ
“อืม... ขอบใจ ผมไปก่อนนะครับคุณขิม” วิทยารีบตอบรับความช่วยเหลือของเพื่อนทันทีพร้อมทั้งหันไปบอกลาพยาบาลสาว จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยนะ! อีตาผู้จัดการบ้า! ปล่อยสิ!” ขนิษฐาทั้งร้องทั้งสะบัดมือดีดดิ้นสุดชีวิตเมื่อก้องเกียรติลากตัวเธอมาที่รถของเขา
“นี่แม่คุณ... ดิ้นเข้าไป ถ้าแขนคุณหลุดจากมือผมเมื่อไรผมรับรองว่าคุณไม่ได้ไปแค่ถนนใหญ่นี้แน่ๆ หึ” ก้องเกียรติหยุดเดินแล้วหันมาขู่เสียงเข้มพร้อมทั้งใช้สายตาโลมเลียมองหญิงสาวอย่างโจ่งแจ้ง
“คุณจะพาฉันไปไหน” เสียงสั่นๆ ร้องถามทันควัน
“อยากรู้ก็ดิ้นดูสิ” เ้าของมือแกร่งบอกยียวน
“ไม่!” คนถูกฉุดสะบัดหน้าพรืดแล้วกระแทกเท้าเดินตามเขาไปด้วยอาการฮึดฮัดขัดใจ
“ก็แค่นั้น... ไอ้หมอมันจะรีบกลับไปดูเมียมัน เธอจะไปรบกวนมันทำไมนักหนาหะ”ก้องเกียรติพูดขึ้นขณะพาหญิงสาวเข้ามานั่งในรถของเขาเรียบร้อยแล้ว
“เื่ของฉัน” คนถูกบังคับตะคอกใส่แล้วมองเขาตาขวาง
“สักวันมันจะเป็เื่ของผม... คอยดูสิ” เ้าของรถบอกอย่างหมายมั่นปรายตามองคนข้างๆ ที่ทำท่าเหมือนกับจะขย้ำเขาให้แหลกคามืออย่างอารมณ์ดีจากนั้นก็หันไปสตาร์ทรถแล้วขับออกไปด้วยรอยยิ้มที่กระจายเต็มวงหน้าหล่อเหลาของเขา
นนท์ประวิธขับรถมาส่งกรรณิการ์ที่คอนโดเหมือนเช่นทุกครั้งระยะหลังมานี้ชายหนุ่มมักจะมาส่งหญิงสาวเพื่อนรักเสมอๆ หรือแทบจะทุกวันก็ว่าได้
อาจเป็เพราะ่หลังมานี้เขาไม่ต้องไปรับไปส่งแฟนสาวของเขาแล้วเพราะั้แ่เธอแต่งงานสามีของเธอก็เทียวรับเทียวส่งจนเขาแทบไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ประจำเลยด้วยซ้ำ
แม้จะอยู่ใน่เวลาทำใจแต่เขาก็อดไม่ได้ที่อยากจะใกล้ชิดกับหญิงสาวอันเป็ที่รักเหมือนเช่นที่ผ่านๆมาบ้าง แต่ดูเหมือนหมอหนุ่มรูปหล่อสามีของเธอจะคอยขัดขวางเขาตลอดเวลาซึ่งนั่นก็ทำให้เขาเ็ปทุกครั้งไปถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะได้รับรู้มาว่าอรณิชาแยกห้องนอนกับผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วยแต่เขากลับไม่รู้สึกดีใจอย่างที่ควรจะเป็ตรงกันข้ามเขากลับนึกชื่นชมในความเป็สุภาพบุรุษของหมอวิทยาด้วยซ้ำที่ไม่เห็นแก่ตัวเอาการแต่งงานมาบีบบังคับให้หญิงสาวยอมเป็ภรรยาและสิ่งที่เขากำลังสับสนกับตัวเองอีกอย่างก็คือ ทุกครั้งที่เสียใจหรือรู้สึกท้อแท้เขามักจะ้าให้หญิงสาวเพื่อนสนิทคนนี้อยู่ใกล้ๆ
“ก้อย...” ชายหนุ่มเรียกเอาไว้ก่อนที่เธอจะก้าวลงไปจากรถ
“มีอะไรเหรอนนท์” กรรณิการ์หันมาถามด้วยความสงสัย
“นนท์... เอ่อ... อยากกินสปาเกตตี้ฝีมือก้อยน่ะ ก้อยพอจะทำให้นนท์กินได้ไหม”นนท์ประวิธอึกอักบอกอย่างเขินๆไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องเขินด้วย ทั้งๆที่เมื่อก่อนเขากับเธอและอรณิชาก็เคยทำอาหารกินกันบ่อยๆ
“ดะ ได้สิ” แม่ครัวตอบรับเสียงตะกุกตะกักเพราะไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มที่เธอแอบรักจะชวนให้เธอทำอาหารให้กิน
“งั้นเรารีบขึ้นไปกันเถอะ นนท์จะช่วยก้อยทำด้วยนะ” คนอยากกินพูดยิ้มๆแล้วเปิดประตูรถก้าวลงไปด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย จู่ๆเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“อะ อือๆ ไปสิ” กรรณิการ์พยักหน้ารับแล้วรีบก้าวลงไปจากรถเช่นกันจากนั้นก็เดินนำชายหนุ่มไปที่ลิฟต์แล้วขึ้นไปที่ห้องของเธอเหมือนเป็เื่ปกติแต่วันนี้หัวใจดวงน้อยกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกให้ได้ ‘เป็อะไรของเขานะ ถึงอยากจะกินอาหารฝีมือเธอขึ้นมา’ หญิงสาวบ่นกับตัวเองในใจอย่างมีความสุขก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อจัดเตรียมทำสปาเกตตี้อย่างที่ชายหนุ่มบอกโดยมีเขาคอยวนเวียนช่วยหยิบจับนั่นนี่ส่งให้จนเธอรู้สึกมือไม้สั่นไปหมดแต่ก็อิ่มเอมใจจนบอกไม่ถูก
วิทยามาถึงบ้านในเวลาใกล้ค่ำเพราะการจราจรในตอนเย็นนั้นติดขัดแออัดไปด้วยรถเต็มท้องถนนทำให้เขาเสียเวลาอยู่บนรถไปมากทีเดียว
ดังนั้นเมื่อเขากลับมาถึงบ้านหญิงสาวที่ป่วยอยู่ก็กินข้าวและกินยาอีกชุดที่เขาเตรียมไว้ให้ไปเรียบร้อยแล้ว
“คุณอรเป็ยังไงบ้าง” หมอหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน
“ดีขึ้นแล้วค่ะ เมื่อเย็นลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาแล้วก็หลับไปอีกค่ะ” สายใจบอกขณะเดินเข้าไปรับหนังสือและเอกสารจากเ้านายหนุ่มมาถือไว้เพื่อนำไปเก็บที่ห้องทำงาน
“แล้วพี่ชื่นล่ะ” ชายหนุ่มถามพลางกวาดตามองไปด้วย
“อยู่ข้างบนค่ะ” สาวใช้ตอบเรียบๆก่อนจะถามในสิ่งที่ต้องทำเป็ประจำ
“คุณหมอจะให้ตั้งโต๊ะอาหารเลยหรือเปล่าคะ”
“อืม ตั้งเลย เดี๋ยวฉันลงมา” ว่าจบร่างสูงก็เดินขึ้นไปข้างบนทันทีในมือมีถุงยาสีขาวที่เขาเตรียมมาให้หญิงสาวที่กำลังเป็ห่วงอยู่ด้วย
วิทยาเคาะประตูห้องเบาๆ ก่อนจะเปิดแล้วก้าวเข้าไปเงียบๆชื่นรีบขยับตัวออกมายืนข้างเตียงเพื่อให้หมอหนุ่มเข้ามาดูคนป่วยใกล้ๆ
“หลับไปนานหรือยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเบาแล้วยื่นมือไปวางถุงยาลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง
“สักครู่เองค่ะ” พี่เลี้ยงสาวตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบาไม่แพ้กัน
“อืม... ตัวไม่ร้อนแล้วนี่ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ต้องหมั่นเช็ดตัวเรื่อยๆ”คนเป็หมอบอกขณะใช้หลังมือััวัดอุณหภูมิที่หน้าผากเนียนของหญิงสาว
“ค่ะ” ชื่นรับคำแล้วยิ้มออกมาน้อยๆอดจะนึกชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ที่เขาทั้งดูแลเอาใจใส่ห่วงใยนายสาวของเธอเสมือนคู่ชีวิตที่รักกันมานานก่อนรอยยิ้มนั้นจะหุบฉับทันทีเมื่อเจอคำถามต่อไปของหมอหนุ่ม
“แล้ววันนี้เพื่อนคุณอรมาเยี่ยมหรือเปล่า”
“มาค่ะ คุณก้อยกับคุณนนท์” ชื่นพยายามปรับเสียงให้เป็ปกติแม้ภายในใจจะแอบหวั่นอยู่ไม่น้อยก็ตาม
“คุณอรรู้สึกตัวหรือเปล่า” เ้าของบ้านยังคงถามเรื่อยๆรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาตงิดๆ ที่รู้ว่าแฟนหนุ่มของคนป่วยมาเยี่ยมด้วย
“คุณอรหลับน่ะค่ะ คุณก้อยกับคุณนนท์ก็เลยฝากผลไม้เยี่ยมไว้ให้แล้วก็กลับไปค่ะ” คนเป็พี่เลี้ยงโกหกคำโตพยายามก้มหน้าหลบซ่อนสายตาคมของชายหนุ่มเ้าของบ้าน
“แค่นั้น...” คนถามย้อนกลับเหมือนไม่ค่อยมั่นใจ
“ค่ะ... แค่นั้น” ชื่นยังคงยืนยันหมอหนุ่มจึงพยักหน้าให้เป็การรับรู้ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
พอประตูปิดลงชื่นก็รีบเดินเข้าไปแล้วเอาหูแนบฟังเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามปิดลงแล้ว เธอก็เป่าลมออกมาจากปากทันทีอย่างโล่งอกเพราะกลัวชายหนุ่มจะจับได้ว่าเธอโกหก ‘ถ้าถูกจับได้นี่พี่ชื่นจะโดนไล่ออกหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะคุณหนู’ ชื่นเปรยบอกนายสาวเบาๆ
หลังจากกินข้าวเย็นและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ววิทยาก็เดินออกมาจากห้องเพื่อหวังจะเข้าไปนอนเฝ้าหญิงสาวคนป่วยด้วยตัวเองในคืนนี้
“คุณหมอมีอะไรหรือเปล่าคะ” ชื่นร้องถามเมื่อเห็นเ้านายหนุ่มเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับหนังสือเล่มใหญ่ในมือ
“พี่ชื่นไปนอนที่ห้องเถอะ เดี๋ยวผมจะเฝ้าคุณอรเอง” วิทยาบอกเสียงเข้มเหมือนเป็คำสั่งมากกว่าจะแสดงน้ำใจ
“จะดีหรือคะ” คนมีหน้าที่ดูแลนายสาวออกอาการลังเล
“แล้วทำไมจะไม่ดี” เสียงเข้มฟังดูแข็งขึ้นเหมือนไม่้าให้ใครขัด
“เอ่อ... คือ...”
“ผมสั่ง...” คราวนี้น้ำเสียงเปลี่ยนเป็ดุดันขึ้นมาทันที
“ค่ะๆ อย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ชื่นรับคำแล้วรีบลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันทีอย่างรวดเร็วในใจก็ได้แต่ภาวนาว่าหากคนป่วยตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเจอชายหนุ่มเข้าคงจะไม่ถึงขั้นทะเลาะกันหรอกนะ
ลับหลังพี่เลี้ยงไปแล้ว หมอหนุ่มก็เดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆร่างบางบนเตียง ที่ตอนนี้ใบหน้าหวานเริ่มซับสีเืขึ้นมากแล้ว แม้ตัวจะยังอุ่นๆอยู่ก็ตาม เขาคิดว่าจะนั่งอ่านหนังสือเพื่อรอให้เธอตื่นขึ้นมาแล้วจะได้กินยาอีกครั้งในรอบดึกเขาอยากให้เธอลุกขึ้นมาพูดคุยต่อปากต่อคำกับเขาเหมือนอย่างเคยเธอคงไม่รู้หรอกว่าวันนี้เขาคิดถึงเสียงหวานๆ ของเธอทั้งวันจนแทบไม่เป็อันทำอะไรและนั่นก็เป็เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาอยากมานอน
เฝ้าเธอ
มือหนายื่นไปหยิบมือบางมากุมไว้หลวมๆดวงตาคมจับจ้องที่ใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวนิ่งนาน อรณิชา...ผู้หญิงที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันหวั่นไหวกับเธอได้แต่นับวันที่เขาได้อยู่ร่วมบ้านกับเธอ ได้ใกล้ชิดเธอ ความคิดนั้นของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป
หลายครั้งที่เขาปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสุขเหลือเกินที่ได้อยู่ใกล้ชิดได้พูดคุย ทะเลาะ หรือแม้แต่ได้เห็นเธอเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านเดียวกับเขาความรู้สึกที่เขามีตอนนี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
จู่ๆ คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงก็เพ้อขึ้นมาเพราะเริ่มหมดฤทธิ์ยาหมอหนุ่มพยายามเพ่งฟังอย่างใช้สมาธิว่าหญิงสาว้าอะไรแต่แล้วมือบางที่คิดว่าไม่มีแรงนั้นกลับดึงรั้งลำแขนแกร่งของเขาเข้ามาชิดแนบอกด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
“เห้ย!...” วิทยาอุทานด้วยความใเมื่อแขนของเขาถูกกระชากเข้ามาใกล้ร่างบางโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ชิดติดกับใบหน้าหวานจนััได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเธอ
“คุณแม่ขา... อรหนาว” เสียงหวานละเมอออกมาเบาๆแล้วกระชับแขนเรียวทั้งสองข้างกอดรัดมือแกร่งของชายหนุ่มไว้แน่น
“หมดกัน... ยัยตัวแสบ แล้วทีนี้ฉันจะลุกไปนั่งอ่านหนังสือได้ไหมเนี่ย”หมอหนุ่มต่อว่าหญิงสาวอย่างไม่จริงจังนักแต่ก็ไม่กล้าปลุกเธอให้รู้สึกตัว
วิทยาจ้องมองวงหน้าหวานของอรณิชาใกล้ๆ ด้วยความหลงใหลก่อนจะกดจมูกโด่งลงไปที่หน้าผากเนียนอย่างหักห้ามใจไม่อยู่จากนั้นก็พรมจูบไปตามพวงแก้มนุ่มทั้งสองข้าง แล้วสุดท้ายที่เรียวปากอวบอิ่ม ซึ่งชายหนุ่มััเพียงแ่เบาในตอนแรกเมื่อผละออกก็ต้องกดริมฝีปากหยักสวยกลับลงไปอีกครั้งอย่างอดใจไม่ไหวแต่คราวนี้เนิ่นนานและดื่มด่ำมากยิ่งขึ้น
หมอหนุ่มจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกโหยหาและเรียกร้องนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ลิ้มรสความหอมหวานจากโพรงปากนุ่มของเธอซึ่งเขาเฝ้าฝันถึงมาตลอดรสจูบที่อ่อนหวานทำให้คนถูกจูบวาบลึกลงไปที่กลางใจจนเผลอครางออกมาโดยไม่รู้ตัวและนั่นยิ่งเป็การเติมเชื้อไฟให้ชายหนุ่มเกิดความปรารถนามากขึ้น ‘ฮึย... จะยั่วกันหรือไงยัยตัวแสบ’ วิทยากัดกรามแน่นเพื่อข่มความ้าพร้อมทั้งถอนจูบออกมาและพูดเบาๆใส่คนที่ยังนอนหลับตาพริ้มอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวส่วนแขนเรียวก็ยังกอดรัดมือเขาไว้แน่น
เมื่อไม่มีทีท่าว่าคนป่วยจะลืมตาขึ้นมาง่ายๆชายหนุ่มจึงจำเป็ต้องยกตัวขึ้นแล้วข้ามไปนอนอีกฝั่งข้างๆ ร่างบางเหมือนกับว่าเขากำลังนอนกอดหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วกดจมูกหนักๆลงไปที่พวงแก้มนุ่มของเธออย่างมันเขี้ยวจากนั้นเขาก็นอนมองเธอจนเผลอหลับตามไปอีกคน
อรณิชาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการเมื่อยขบตามร่างกายดวงตาหวานปรือกระพริบถี่ๆ พยายามเพ่งมองผ่านแสงไฟในห้องที่ยังสว่างจ้า
จนเมื่อปรับสภาพได้แล้วภาพแรกที่ฉายชัดให้เห็นก็คือมีแขนของใครบางคนมาทาบทับอยู่บนตัวเธอ หญิงสาวใรีบหันไปมองทันควันก็พบว่าคนที่นอนกอดเธอไว้คือชายหนุ่มห้องตรงข้าม ไม่ใช่คุณแม่อย่างที่เธอฝันถึง
“อ๊าย!... อีตาหมอลามก มานอนที่นี่ได้ยังไงห๊า!...” อรณิชาร้องลั่นแม้จะไม่ดังมากนักเพราะยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไรมือบางรีบสะบัดโยนแขนของชายหนุ่มออกไปให้พ้นตัวพร้อมทั้งลุกขึ้นนั่งแล้วทุบตีไปที่ไหล่กว้างของคนที่นอนอยู่ข้างๆทันที
“โอ๊ย!ๆ อะไรกันคุณ... จะโวยวายทำไมเนี่ย” วิทยาใตื่นเพราะรู้สึกถึงแรงฝ่ามือของหญิงสาวที่ฟาดลงมาที่ตัวเขาร่างสูงรีบลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกตีเหมือนกับว่ามันเจ็บนักหนา
“แล้วคุณมานอนที่นี่ได้ยังไง แถมยังมากอดอรไว้อีก” คนถูกกอดฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียด
“ฮึย... ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เชียว ไอ้เรารึก็เป็ห่วงอุตส่าห์มานอนเฝ้า จู่ๆก็มาคว้ามือเขาเข้าไปกอดจนกระดิกไม่ได้ พอตื่นขึ้นมากลับโดนซัดซะน่วมเลย” หมอหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดทำหน้ายุ่งเหยิงอย่างไม่จริงจังนัก
“ไม่จริงอ่ะ อรไม่เคยทำแบบนั้น” เสียงหวานเถียงข้างๆคูๆ เหมือนไม่ค่อยมั่นใจเพราะเธอจำได้ว่ากำลังฝันถึงคุณแม่แล้วคุณแม่ก็เข้ามากอดเธอไว้
“ก็คุณหลับอยู่จะไปรู้เื่อะไร ถ้ารู้สิ... ผมคงโดนหนักกว่านี้อีก”วิทยาทำเสียงบ่นหญิงสาวแต่ปลายประโยคกลับพึมพำเบาๆพลางนึกถึงตอนที่เขาแอบจูบเธอตอนหลับ เพราะถ้าเธอรู้เธอคงอาละวาดบ้านแตกแน่ๆ
“อะไรนะ” อรณิชาย้อนถามเหมือนได้ยินไม่ถนัด
“เปล๊า...” หมอหนุ่มตอบเสียงสูงแล้วเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาของเธอ
“คุณทำอะไรอรหรือเปล่า” คนตัวเล็กเริ่มระแวงจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ
“ไม่ได้ทำ... ผมก็เคยบอกไปแล้วไงว่าคนอย่างคุณน่ะ ยั่วผมไม่ได้หรอก”คนแก้ตัวพูดเสียงหนักแน่นทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แม้จะเป็ความจริงแค่บางส่วนก็ตามไม่อยากจะบอกหรอกว่า ‘ถึงเธอจะไม่ยั่วแต่เขาก็หลวมตัวไปไม่ใช่น้อยเชียว’
“ชิ! จำคำพูดของคุณเอาไว้เถอะ” อรณิชาย่นจมูกแล้วสะบัดหน้าใส่เขาอย่างน่าหยิกจนคนมองต้องอมยิ้มออกมา
“ไหนมาดูซิ๊... ตัวหายร้อนหรือยัง แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างปวดหัวหรือเปล่าครับ” หมอหนุ่มจับที่แขนเรียวเบาๆให้เธอขยับมาใกล้จากนั้นก็แตะหลังมือไปที่หน้าผากเนียนพร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มไพเราะจนคนป่วยต้องก้มหน้าอมยิ้มเอียงอายแล้วส่ายหน้าเป็คำตอบให้เขา
“หิวไหม” เสียงนุ่มยังถามคนป่วยเรื่อยๆแล้วก็ได้รับคำตอบจากหญิงสาวเป็การส่ายหน้าให้เหมือนเดิม
“งั้นก็เช็ดตัวหน่อยนะ แล้วก็กินยาอีกชุดทีนี้จะได้หลับถึงเช้าเลย...อาการดีขึ้นมากแล้วหละ” หมอหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อหาอุปกรณ์ในการเช็ดตัวให้เธอ
“อรจะอาบน้ำ” เสียงหวานบอกเรียบๆเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินถือกะละมังใส่น้ำมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็ก
“ไม่ได้ครับ อาการดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายแล้วนะต้องเช็ดตัวไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยอาบ” คุณหมอใจดีพูดปลอบพลางหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆกับหญิงสาวแล้ววางอุปกรณ์การเช็ดตัวไว้บนโต๊ะข้างเตียง
“งั้นให้อรเช็ดเอง... นะคะ” คนดื้อขอต่อรองแล้วทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนิดๆ
“ก็ได้ครับ บิดผ้าให้หมาดๆ นะ อย่าให้ชุ่มน้ำ เดี๋ยวจะจับไข้เข้าไปอีก”ชายหนุ่มเอ่ยเตือนจากนั้นก็หยิบถุงยาแล้วเดินหันหลังไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อจัดยาให้หญิงสาว
หมอหนุ่มนั่งรอในท่าหันหลังให้เพราะรู้ว่าเธอกำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวอยู่คงไม่สะดวกนักหากเขาจะหันไปมองแล้วก็ถือว่าโชคดีที่หญิงสาวไม่ไล่เขาออกไปจากห้อง...ไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานร้องบอก
“เสร็จแล้วค่ะ”
จากนั้นชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปรินน้ำใส่แก้วนำมายื่นให้คนป่วยพร้อมกับยาสองสามเม็ดในถ้วยเล็กอรณิชารับน้ำกับยามากินอย่างไม่เกี่ยงงอนเพราะตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆ แล้ว
หลังจากยืนดูจนหญิงสาวกินยาเสร็จเรียบร้อยวิทยาก็รับแก้วน้ำมาจากเธอแล้วช่วยขยับร่างบางให้นอนราบไปกับที่นอนจากนั้นก็ดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมให้หญิงสาวก่อนจะหยิบกะละมังที่เธอเช็ดตัวเสร็จแล้วไปไว้ในห้องน้ำ แล้วก็เดินกลับออกมา
อรณิชามองการกระทำของชายหนุ่มด้วยแววตาขอบคุณก่อนจะเปลี่ยนเป็เครียดขึงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเขาเดินไปปิดไฟแล้วทำท่าจะขึ้นมานอนกับเธอ
“คุณจะทำอะไรน่ะ” คนตัวเล็กขึ้นเสียงถามจนเกือบเป็ตะคอก
“ก็นอนเฝ้าคุณไง” หมอหนุ่มทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเอนตัวลงนอนข้างๆเธอ
“ไม่ต้องแล้ว อรไม่ได้เป็อะไรมากสักหน่อย” ร่างบางบอกเสียงติดจะรำคาญน้อยๆแล้วดีดตัวลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ ถ้าเขานอนเธอก็จะไม่นอนคอยดูสิ
“น่า... อย่าเื่มาก อีกไม่กี่ชั่วโมงผมก็ต้องลุกไปทำงานแล้ว นอนเฝ้าคุณได้ไม่นานหรอก”วิทยาบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจแล้วยกแขนขึ้นมากอดอกนอนนิ่งเหมือนคนกำลังจะหลับ
“ฮึย!... อีตาหมอบ้า” คนตัวเล็กกระฟัดกระเฟียดเสียงเขียวนั่งมองชายหนุ่มที่นอนหลับตานิ่งจนเธอรู้สึกง่วงขึ้นมาบ้างเมื่อทนไม่ไหวร่างบางจึงค่อยๆ ล้มตัวลงนอนแล้วหันหลังให้เขาสักพักก็ผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ยาและความง่วงงุนอย่างไม่รู้ตัว
วิทยาลืมตาโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืดพร้อมกับรอยยิ้มกระจ่างเต็มวงหน้าจริงๆ เขาไม่ได้หลับเลยสักนิด แต่อยากแกล้งเธอมากกว่าจึงทำทีเป็ว่าหลับแล้วสุดท้ายคนดื้อก็ต้องยอมให้เขานอนด้วย หมอหนุ่มก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องอยากนอนเฝ้าเธอทั้งๆ ที่อาการป่วยของเธอก็ทุเลาลงมากแล้ว แทนที่เขาจะกลับไปนอนพักผ่อนให้สบายๆที่ห้องของตัวเอง คนตัวโตคิดด้วยใจสับสนไม่นานก็ผล็อยหลับตามหญิงสาวไปอีกคน
..........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
