เช้าวันรุ่งขึ้น
แทบที่จะทั้งคืนที่หลินเอ๋อไม่ได้หลับตานอนหลังถูกฉางเฟยกระทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดกับตน หนำซ้ำในตอนนี้นางยังต้องนอนอยู่ภายใต้อ้อมกอดของบุรุษผู้ชั่วร้ายที่ยัดเยียดสิ่งที่นาง้ามาให้
“เช้าแล้วเหรอ”เสียงของชายหนุ่มเอ่ยถามหลังตื่นฟื้นคืนสติ เขาลุกขึ้นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องนอนก่อนจะหันกลับมามองร่างของหลินเอ๋อที่มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกคลุมอยู่เพียงเท่านั้น
“ออกไปจากบ้านข้า”เอ่ยปากไล่อย่างไม่ใยดีโดยที่ไม่หันมอง หลินเอ๋อข่มใจของนางเอาไว้เพื่อหวังที่จะไม่หันไปมองชายชั่ว
“ข้าจะไปได้ยังไง”ยังคงทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวฉางเฟยล้มตัวลงนอนอีกหันและหันไปหาร่างบางที่นอนกอดผ่าห่มแน่น ตวัดแขนกอดรัดเอวบางของนางทว่ากลับถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี”ใจร้ายจังนะ ข้าแค่จะกอด”
“ข้าไม่้า!!”หลินเอ๋อหันมาตวาดสุดเสียงพร้อมจ้องมองด้วยแววตาที่โกรธเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน”ออกไปจากบ้านของข้า!! ออกจากชีวิตของข้าไป!! แล้วอย่ากลับมาอีก!!”
ตึงงง!!
สิ้นเสียงตวาดไล่ตามมาด้วยเสียงทุบเตียงโดยฉางเฟยซึ่งเขาเองก็เหมือนจะรองรับอารมณ์ที่หญิงสาวประเคนใส่เขาไม่ไหว กลกายเป็ตอนนี้หลินเอ๋อถูกฝ่ายชายคร่อมร่างของนางไว้ มีเพียงผ้าห่มผืนบางกั้นกลางระหว่างนางและเขา
“ออกไป.... จากบ้านของข้า...”นางยังคงเอ่ยปากไล่แม้เสียงจะเบาลงทว่าแฝงไปด้วยความโกรธเคืองดังเดิม ฉางเฟยจ้องมองภายในตาของนางหวังจะทำให้นางกลัวและอ่อนอารมณ์ลง แต่กลับไม่เป็ไปเช่นนั้น
“เข้าใจเหตุการณ์อะไรบ้างไหมหลินเอ๋อ ตอนนี้เ้ากับข้าความสัมพันของเราไม่ใช่เพียงคนรู้จักกันแล้ว”พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเื
“ท่านจะคิดเช่นไรมันก็เื่ของท่าน แต่ระหว่างเรานับจากนี้ทั้งท่านและข้าจะเป็เพียงแค่คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”หลินเอ๋อตอบกลับพร้อมทั้งจ้องกลับคืนอย่างไม่เกรงกลัว
“หึ... เ้านี่ช่างหยิ่งพยองยิ่งนัก ข้าชอบนะ”พูดพร้อมใช้ปลายนิ้วัักับผิวแก้มของหลินเอ๋อเบาๆทว่าก็ถูกปัดทิ้งอยู่ดี”ข้าไปก็ได้ แต่... ไว้ข้าเสร็จธุระแล้วจะกลับมาหาเ้าอีกหน”พูดจบก็ลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อผ้าของตนมาสวมใส่ หลินเอ๋อหันทั้งร่างกายและใบหน้าไปอีกทางเพื่อหลีกหนีจากการเห็นหน้าของชายชั่ว
เมื่อฉางเฟยจากไป หลินเอ๋อก็ทำได้เพียงแต่นอนร้องไห้ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึน มันเลวร้ายและขื่นขมเพราะถูกชายชั่วข่มขืน หลินเอ๋อในตอนนี้มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ไม่ต่างจากวันที่ต้องเสียพ่อและแม่ของนางไปในเหตุการณ์ที่นางในตอนนั้นยังเด็กนัก
ณ ตลาดภายในหมู่บ้าน
หลินเอ๋อออกจากบ้านมาทำงานของตนเช่นเคยถึงแม้วันนี้นางอาจจะมาสายผิดปกติจนพ่อค้าแม่ขายในตลาดต่างพากันเป็ห่วงก็ตามที เพราะมีทั้งลูกค้าและเหล่าพ่อค้าแม่ขายถามนางถึงสาเหตุที่มาสายแต่นางก็ตอบปัดไปเพื่อไม่ให้ใครได้ล่วงรู้
เวลาล่วงเลยจนถึง่กลางวัน หลินเอ๋อนั่งพักกินมื้อเที่ยงของตนซึ่งเป็เื่ปกติที่นางจะทำเพียงแต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเมื่อปรากฏว่ามีแขกมาร่วมโต๊ะกินข้าวโดยที่นางไม่เต็มใจนัก
“อย่าเล่นตัวหน่อยเลย ข้าอุตส่าห์มาตามเ้าหลายต่อหลายหนแล้วเ้าก็น่าจะใจอ่อนให้กับข้าได้เสียทีนะหลินเอ๋อ”ลู่หยาง อันธพาลหนุ่มประจำหมู่บ้านพร้อมพวกพ้องลูกน้องมากมาย ต่างรู้กันดีว่าลู่หยางนั้นหลงรักหลินเอ๋อมากแค่ไหนเพราะถึงขั้นที่ว่าส่งคนมาคอยดูนางอยู่ตลอดเกือบจะทุกวัน
“ข้าบอกแล้วไง เ้าเลิกตามข้าเถอะเพราะมันเสียเวลาเปล่า”หลินเอ๋อยังคงยืนยันในคำตอบเดิม
“เฮ้อ...”ลู่หยางลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่”ถ้าข้าใช้ไม้อ่อนกับเ้าไม่ได้เช่นนั้น เห็นทีข้าคงต้องใช้ไม้แข็งกับเ้าแล้วล่ะ หลินเอ๋อ!!”
“ปล่อยนะ!!”ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวลู่หยางกระชากแขนทำเอาหลินเอ๋อที่ตัวเล็กกว่าถูกดึงเข้าไปหาตัวของเขาแทบจะในทันที กลายเป็จุดสนใจในบัดนั้นทั้งเหล่าพ่อค้าแม่ขายและผู้คนที่ผ่านไปมา
“ปล่อยข้านะลู่หยาง!”
“ปล่อยแน่! แต่ปล่อยบนเตียงโดยมีข้าเชยชมร่างกายของเ้านะหลินเอ๋อ ยอมเป็เมียข้าเถอะนะแล้วข้าจะให้เ้าทุกๆอย่าง ทุกๆอย่างที่เ้าอยากได้!”พูดจบก็ทำท่าจะพาหลินเอ๋อไปกับเขาด้วย
สึบบ!!!
ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากจุดนั้น กลับมีไม่ไผ่ลำยาวพุ่งมาเสียบดักทางของลู่หยางเอาไว้ทำเอาทั้งเขาและหลินเอ๋อพากันใ ก่อนจะปรากฏเ้าของผลงานซึ่งดูเหมือนพึ่งจะเดินทางมาถึง
“ปล่อยนาง แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”ไม่พูดอะไรมากนักฉางเฟยถอดหมวกของตนออกแล้วมองไปยังลู่หยางสลับกับหลินเอ๋อ
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายฉางเฟยคนดังนี่เอง...”
“ถ้ารู้ว่าข้าเป็ใครก็จงทำตามที่ข้าสั่ง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! เ้าไม่ใช่เ้านายข้า! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ข้าทำตาม”ฉางเฟยไม่พูดอะไรต่อเพียงแต่ใช้มือของตนจับที่ด้ามจับกระบี่ที่เขาถืออยู่ ก่อนจะค่อยๆชักมันออกมาช้าๆ
ย๊า!!!!
เหตุการณ์ดำเนินไปในทันทีเมื่อลูกน้องของลู่หยางต่างพากันกระโจนเข้าใส่ฉางเฟย เ้าตัวเอี่ยวตัวหลบการจู่โจมและไม่รอช้าที่จะตวัดกระบี่ในมือฟาดฟันด้วยท่วงท่าและลีลาที่ได้ฝึกฝนและร่ำเรียนมาอย่างชำนาญ เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ส่งลูกน้องของลู่หยางลงไปนอนจมกองเืของตนในทันที
“ข้าจะไม่พูดซ้ำสอง...”ยกกระบี่ขึ้นชี้ ลู่หยังขบกรามแน่นก่อนจะปล่อยหลินเอ๋อแล้วชักดาบของตนออกมาชี้กลับ
“ถ้าข้าสังหารเ้าได้ ข้าว่าพรรคมารคงให้รางวัลค่าหัวของเ้าไม่ใช่น้อยๆ เสร็จแล้วข้าจะได้....”หยุดพูดครู่หนึ่งพร้อมหันมองหลินเอ๋อที่ถอยหนีออกไป”เสพสมอารมณ์หมายกับหลินเอ๋อของข้าอย่างเต็มที่ เ้าว่ายังไง!!”ตะหวาดลั่นทิ้งท้ายก่อนจะพุ่งเข้าใส่ฉางเฟย อีกฝ่ายก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว คมดาบและคมกระบี่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดต่างฝ่ายต่างหมายปริดชีพของคู่ต่อสู้
ผู้คนจำนวนมากต่างพากันเข้ามามุงดูการต่อสู้กันอย่างดุเดือดเกิดเป็ศึกชิงนางที่ดูท่าแล้วจะไม่จบง่ายๆ ต่างฝ่ายต่างกันมีวิชาเป็ของตนเองและใช้มันกันอย่างเต็มที่ ไม่มีใครยอมใคร
“ดาบมารไร้รอย!!”ลู่หยางเปิดกระบวนท่าขั้นสูงสุดของตนพุ่งทะยานเข้าหาฉางเฟย อีกฝ่ายถอยห่างเว้นระยะก่อนจะเหน็บกระบี่ไว้ที่ข้างแขนยกอีกมือขึ้นมา
“พันธนาการวายุ!”รวบรวมลมปราณภายในกายแล้วปล่อยมันออกผ่านกระแสลมฉางเฟยสั่งสายลมอันแสนรุนแรงเข้าใส่ลู่หยางที่พุ่งเข้ามาหาตน ก่อเกิดพายุหมุนขนาดเล็กพัดพาร่างของลู่หยางลอยขึ้นทำให้อีกฝ่ายเสียการควบคุมและหมุนคว้างอยู่บนอากาศ”วิชากระบี่เพลิงสีชาติ! สะบั้นอสูร!!”พูดจบก็ตวัดกระบี่ผ่าอากาศก่อเกิดเป็คมกระบี่ที่รุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงทะยานเข้าใส่ร่างของลู่หยางไปในทันที
ตุ๊บบบ!!
เหตุการณ์ทุกอย่างจบลงเมื่อร่างไร้ิญญาของลู่หยางล่วงลงมานอนกองกับพื้น ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวหรือแม้แต่ลมหายใจ ในมือยังคงกำดาบเอาไว้แน่น
ฉางเฟยตวัดกระบี่เก็บเข้าฝักก่อนจะเงยหน้ามองหาหลินเอ๋อซึ่งนางยังคงยืนอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก ฉางเฟยไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปหานางทำเอาหลินเอ๋อที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถูกแรงดึงเข้าไปหาทำเอาหน้าของนางชนเข้ากับแผงอกของอีกฝ่าย
“ไม่เป็อะไรใช่มั้ย”ฉางเฟยเอ่ยถามแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากอีกฝ่าย”กลับกันเถอะ”ไม่รอคำตอบเพราะคิดว่านางคงไม่ตอบเขาแน่หรืออาจจะตอบแต่เป็การปฏิเสธ ฉางเฟยพานางขึ้นม้าก่อนจะควบออกมาจากตลาด
เมื่อกลับมาถึงยังบ้านหลินเอ๋อยังไม่พูดหรือโต้ตอบอะไร เพียงแต่นั่งมองฉางเฟยที่กำลังทายาให้กับนาง เนื่องด้วยเพราะถูกลู่หยางบีบข้อมือมาและฉางเฟยไม่้าให้มันทำให้นางต้องปวดในวันพรุ่งนี้
“ดีนะที่ข้ากลับมาทัน”ฉางเฟยกล่าวขึ้นในขณะยังคงทายาให้กับหลินเอ๋อ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบอะไรกลับมา”ว่าแต่เ้าน่ะ กินข้าวหรือยัง”เงยหน้ามองอีกฝ่าย หลินเอ๋อส่ายหน้าเบาๆ”ข้าก็เช่นกัน”
“ท่านกลับมาทำไม.. ข้าบอกท่านแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ากลับมา”การเคลื่อนไหวทุกอย่างหยุดลง ฉางเฟยมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ”ข้าไม่้าเห็นหน้าท่านอีก”
“ถ้าข้าไม่กลับมา เ้าคิดว่าเ้าจะพาตัวเองหลุดพ้นจากคนพวกนั้นได้งั้นเหรอ?”ฉางเฟยถามกลับ
“ถึงท่านไม่กลับมาช่วข้า คนอื่นๆก็ย่อมต้องช่วยเหลือข้าอย่างแน่นอน”
“เ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียว”ฉางเฟยถามอีกพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปาก”แต่เท่าที่ข้าเห็น ไม่มีใครในที่นั้นมีท่าทีจะเข้าไปช่วยเ้าเลยซักคน ทำไมน่ะเหรอก็เพราะพวกเขาเกรงกลัวไง เหมือนที่เ้ากลัวข้า”
“ข้าไม่ได้กลัวท่าน!”หลินเอ๋อรีบตอบกลับไปในทันที ฉางเฟยปล่อยแขนนางก่อนจะลุกขึ้นยืนและค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหานาง
“แล้วไล่ข้าทำไม ถ้าเ้าไม่กลัว”
“ข้าแค่....”คำตอบนั้นไม่ออกจากปากของหลินเอ๋อในทันที ความโกรธที่มีต่อเขาตอนนี้มันเริ่มมีความสับสนเข้ามาทำให้ในหัวของนางคิดไม่ออกถึงความรู้สึก เขาทำร้ายนาง เขายัดเยียดสิ่งที่นางไม่้ามาให้ เขาทำให้นางต้องเจ็บช้ำน้ำใจใยต้องสนใจหรืออภัยให้เขาด้วย
การสนทนาในครั้งนี้จบลงด้วยความเงียบ หลินเอ๋อลุกขึ้นยืนและเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเพื่อหลีกหนีจากชายหนุ่มที่กำลังทำให้นางสับสนกับความรู้สึกของตนเอง ฉางเฟยได้แต่มองไล่หลังนางไป
พลบค่ำ
หลินเอ๋อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเผลอหลับไป นางมองรอบๆห้องเพื่อสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่ ฉางเฟยไม่ได้อยู่ในห้องของนาง เขาออาจจะกลับไปแล้วก็เป็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลินเอ๋อลุกขึ้นจากเตียงแล้วพาตนเองออกจากห้องนอน
ณ ระเบียงนอกตัวบ้านหลินเอ๋อพบว่าเวลานี้มันค่ำแล้วและบ้านของนางก็สว่างไปด้วยแสงเทียน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือฉางเฟยยังคงอยู่ที่บ้านของนาง เขาเพียงแต่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างอยู่
“ท่านยังไม่กลับบ้านไปอีกเหรอ”หลินเอ๋อเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ อีกฝ่ายละสายตาจากตัวหนังสือหันมามองร่างบางที่กำลังยืนมองเขาอยู่
“ข้าก็อยู่บ้านของข้าแล้วนี่ไง”คำตอบนั้นทำเอาหลินเอ๋อต้องขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ”เ้าตื่นแล้วก็ดี ข้าทำอาหารไว้เรียบร้อย รีบเข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวอาหารจะเย็นไม่อร่อย”พูดพร้อมถือวิสาสะลุกขึ้นโอบเอวบางพาเดินเข้าบ้านทันทีทำเอาหญิงสาวที่ไม่ทันตั้งตัวถูกพาเข้าบ้านไปในที่สุด
หลังกินข้าวกินปลาเสร็จเป็ที่เรียบร้อยโดยไร้ซึ่งการสนทนาใดๆ หลินเอ๋อตัดสินใจที่จะบอกกับเขาตรงๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็การเสียมารยาทไปหน่อยก็ตาม
“ท่านควรกลับบ้านของท่านไปได้แล้ว นี่มันดึกมากแล้ว”
“บอกแล้วไง”พูดพร้อมหันมองหลินเอ๋อ”ข้าอยู่บ้านแล้ว”
“ข้าหมายถึงบ้านของท่าน บ้านที่ท่านจากมา คนที่บ้านของท่านอาจจะกำลังออกตามหาท่านอยู่ก็ได้”ฉางเฟยเมื่อได้ฟังแบบนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังทำเอาหลินเอ๋อต้องชะงักไป
“ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าบอกกับที่บ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้วว่าจะย้ายมาอยู่กับภรรยาของข้า”ประโยคท้ายทำเอาหลินเอ๋อเกิดร้อนฉ่าขึ้นมาบนใบหน้าของนาง
“พ.. พูดบ้าอะไรของท่าน! ใครเป็ภรรยาของท่านกันอย่ามาพูดจาไร้สาระเช่นนี้นะ!”ท่าทางของนางยิ่งทำให้ฉางเฟยชอบใจเข้าไปใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปหาหญิงสาวที่กำลังมีท่าทีหัวฟัดหัวเหวี่ยงก่อนจะจับไหล่ทั้งสองของนางเบาๆ
“ลืมไปแล้วเหรอ ว่าเราสงคนทำอะไรกันเอาไว้”ยิ่งลื้อฟื้นความจำยิ่งทำให้หลินเอ๋อยิ่งหน้าแดงเข้าไปอีก นางออกแรงผลักฉางเฟยให้ออกห่างจากตัวแต่คนมือไว้คว้าเอวนางกระชับเข้ามากอดไว้ได้ทัน
“ไม่เอาน่า... ความจริงก็คือความจริง เ้าเป็เมียข้าแล้วหลินเอ๋อ”
“ข้าไม่ใช่....”คำพูดของนางถูกกลืนหายไปหลังริมฝีปากหนาถูกประทับลงบนริมฝีปากบางของนาง ทำเอาหญิงสาวดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว จู่ๆก็ถูกคนฉวยโอกาสขโมยจูบไปอย่างหน้าด้านๆโดยที่นางไม่เต็มใจ เมื่อละจากริมฝีปากอันแสนเย้ายวนเกินห้ามใจ ฉางเฟยสบตากับหลินเอ๋อเพื่อแสดงความรู้สึกที่ตนมีต่อนางอีกหน
หลินเอ๋อพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองตาอีกฝ่าย ความรู้สึกโกรธเกลียดที่นางเคยมีต่อเขาบัดนี้มันเริ่มจางลงและมีความรู้สึกอื่นมาทดแทน
“ข้ารักเ้าั้แ่พบพานในคราแรก และมันเป็แบบนั้นมาโดยตลอด ยามที่ได้เห็นเ้า ได้เห็นรอยยิ้มอันแสนอ่อนหวาน ได้ฟังน้ำเสียงอันแสนไพเราะ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่ข้ามีต่อเ้ามากขึ้นไปอีก ข้าพยายามแล้วหลินเอ๋อ พยายามที่จะลบหรือลืมมันแต่ยิ่งทำยิ่งเหมือนตอกย้ำความรู้สึกเดิมของข้าที่มีต่อเ้า”
“อึก....”
“เพราะฉะนั้น ข้าขอร้องต่อเ้า ได้โปรดอย่าขับไล่ข้าออกไปจากชีวิตของเ้า อย่าให้ข้าลบเ้าออกจากความทรงจำ เพราะมันจะเป็การฆ่าข้าให้ตายทั้งเป็...”
“ข.. ข้า”หลินเอ๋อเมื่อเจอคำกล่าวของฉางเฟยซึ่งนางไม่เคยได้ยินมาก่อน ผสมไปกับความอ่อนต่อเื่พวกนี้ยิ่งทำให้ในหัวของนางคิดคำพูดหรือประติดประต่อเื่ราวไม่ถูก
“ข้ารักเ้าหลินเอ๋อ...”พูดจบก็ค่อยๆโน้มใบหน้าลงมาหา หลินเอ๋อที่สติกำลังจะหลุดออกจากร่างปากก็พยายามจะพูดอะไรซักอย่าง
“ข.. ข้า ข้า อุ๊บบ..”แต่แล้วคำพูดที่นางคิดก็ได้หายไปเมื่อถูกประกบจูบอีกครั้ง และครั้งนี้มันได้ดูดเอากำลังกายของนางหายไปจนหมด ไร้ซึ่งกำลังร่างกายของนางถูกฉางเฟยประคองไว้ทั้งหมด ก่อนจะถูกรวบขึ้นเหนือพื้นดิน หลินเอ๋อได้แต่มองหน้าของชายที่กำลังอุ้มร่างของนางเดินเข้ามายังห้องนอนของนางเอง
“เป็เมียของข้านะ.. หลินเอ๋อ...”