จันทรานิรันดร์ ฮูหยินสองภพ

    13 นัดพบ

    โหลวอี้หยางตื่นขึ้นมาได้รับข่าวแจ้งจากสาวใช้ทันทีว่าวันนี้ยามเที่ยง ฉีหวังโม่๻้๵๹๠า๱นัดพบนางไปทานอาหารที่ร้านหล่าวต่าน โหลวอี้หยางรู้ได้ทันทีว่าชายผู้นั้น๻้๵๹๠า๱หว่านเสน่ห์นางอีกครั้ง ช่างเป็๲คนที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเสียจริง ผลประโยชน์ที่ได้จากตัวนางดูแล้วก็มีไม่เบาทีเดียว ความรักที่นางมีให้เขานั้นดูไปแล้วก็ไร้สาระสิ้นดี เขาถึงเพียรพยายามถึงเพียงนี้ แต่ภพนี้นางมีโอกาสอีกครั้งอย่าหวังว่าจะมาหลอกลวงนางอีก โหลวอี้หยางเดินออกไปออกจากเรือนแล้วจึงไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวน

    โหลวอี้หยางนั่งรถม้าไปถึงร้านหล่าวต่านด้วยจิตใจสงบยิ่ง การได้พบเขาในภพนี้ช่างแตกต่างจากนางในภพที่แล้วมากเสียเหลือเกิน หัวใจที่คล้ายด้านชาไปแล้วของนางคงจะยากที่จะเกิดความหวั่นไหวให้ผู้ใดอีกเพราะเขา ฉีหวังโม่ บุรุษผู้ทำร้ายหัวใจนางต้องแหลกสลายคนนั้น

    โหลวอี้หยางเดินออกจากรถม้าก็พบเข้ากับคนของฉีหวังโม่มารอต้อนรับนางคล้ายดูแลกีเสียเหลือเกิน โหลวอี้หยางมีเพียงสายตาเรียบนิ่งที่เจอการดูแลเช่นนี้ นางเดินตามเขาไปอย่างไม่ได้รู้สึกว่าตนเป็๲หญิงพิเศษอันใดที่ได้เห็นเขาใส่ใจนางเกินปกติ

    "เชิญ ขอรับ"

    โหลวอี้หยางเดินเข้าห้องอาหารที่ฉีหวังโม่จองเตรียมไว้นัดพบนาง

    "แม่นางโหลว มื้อนี้ข้าขอเป็๞คนเลี้ยงเ๯้าที่นี่ดีหรือไม่"

    โหลวอี้หยางเหยียดยิ้มมุมปากให้กับวาจาของฉีหวังโม่

    "นานแล้วที่ข้าไม่ได้นัดหญิงสาวออกมาทานอาหารข้างนอก ร้านอาหารนี้มีแต่อาหารขึ้นชื่อของเมืองหลวง ข้าหวังอยากมาทานกับเ๯้าเท่านั้น"

    "ท่านรู้สึกเหนื่อยหรือไม่ คุณชายฉีหวังโม่"

    "ไม่เหนื่อยเลยสักนิด ข้ารู้สึกจิตใจเป็๞สุขเมื่ออยู่ต่อหน้าเ๯้า อี้หยางเ๯้าชอบหรือไม่"

    "เราสนิทสนมกันถึงขั้นเรียกขานชื่อกันได้แล้วหรือ ข้ารู้สึกว่าท่านปรับเปลี่ยนได้ไวทีเดียว"

    "เราเป็๞คู่หมั้นหมายกันมีอะไรไม่สนิทสนมได้อีกกัน"

    ฉีหวังโม่ลอบมองสีหน้าของโหลวอี้หยางที่ยามนี้มีแต่เพียงความเฉยชาบนใบหน้า ไม่มีอาการเขินอายในวาจาหวานของเขาเลยสักนิด

    "เช่นนั้นตามใจท่าน แต่ข้าขอเรียกท่านเช่นเดิม"

    "อี้หยาง เ๽้าชอบทานชาที่ปลูกจากทางเหนือเป็๲ที่สุด วันนี้ข้าสั่งมาให้เ๽้าด้วย เ๽้าชอบหรือไม่ ลองดื่มดูสิ"

    "ความชอบของข้านั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอถึงจะเคยชอบมากแต่เมื่อรู้สึกไม่ชอบแล้วก็คือไม่อีก"

    โหลวอี้หยางกล่าวพลางเลื่อนน้ำชาที่อยู่ตรงหน้านางออกห่างจากตนแล้วส่งสายตาคมกริบไปให้ฉีหวังโม่

    "แต่ของที่เคยชอบถ้าได้ลองเปิดใจอีกครั้งก็จะชอบง่ายกว่าเดิม"

    "คนผู้นั้นคงไม่ใช้ข้า"

    "ฮาฮ่าฮ่า ได้ งั้นก็เปลี่ยนชาเสีย"

    ฉีหวังโม่มองเข้าไปในดวงตาของโหลวอี้หยางอย่างค้นหา เหตุใดถึงได้เปลี่ยนแปลงคล้ายกับว่าไม่เคยมีใจชอบเขามาก่อนทั้งที่ก่อนหน้ายอมทำเ๱ื่๵๹ตั้งมากมายให้ได้เป็๲คู่หมั้นเขา

    ระหว่างทานอาหารมื้อนี้ทั้งคู่ไม่มีบทสนทนาใดต่อกันอีกคล้ายจะรอดูท่าทีของฝ่ายตรงข้าม แต่แล้วฉีหวังโม่ก็ต้องทำหน้าที่ของตนต่อไป

    "อี้หยางข้าหวังมอบของเล็กน้อยให้เ๽้า หวังว่าเ๽้าจะพอใจ"

    "ท่านไม่จำเป็๞ต้องมอบให้ข้าหรอก ข้ามีมากพอแล้ว"

    "รับไว้เถอะ อาจจะถูกใจเ๽้า"

    ฉีหวังโม่หยิบบางสิ่งออกจากอกเสื้อของเขา สิ่งนั้นคือของเล่นที่ต่อกันเป็๞รูปร่างได้แล้วเหมือนจะแกะออกมาอีกได้ เขายื่นมาให้นาง 

    "สิ่งนี้คืออะไร"

    "ของเล่นตัวต่อน่ะ"

    โหลวอี้หยางยามแรกไม่สนใจเท่าใดนึกว่าเป็๲พวกเครื่องประดับมีค่า แต่ตอนนี้ของเล่นนั้นน่าสนใจยิ่งนัก ช่างเป็๲ชายที่จับจุดอ่อนคนได้ดีเสียจริง รู้ว่านางกับเด็กกำพร้าทำอะไรบ้างก็เข้าทางเขาเสียแล้ว ดีที่เมื่อวานต้าเกอรู้ตัวคนที่แอบเฝ้าพวกเขาแล้วจึงไม่ได้รับรู้เ๱ื่๵๹เมื่อวาน

    "น่าสนใจจริงเสียด้วย ถ้าท่านให้ข้าก็จะรับไว้"

    โหลวอี้หยางยืนมือไปหยิบของสิ่งนั้นบนโต๊ะอย่างไม่รีบไม่ร้อนทั้งยังหมดความสนใจกับการอยู่ในห้องกับฉีหวังโม่แล้ว

    "เช่นนั้น ข้าขอตัวลา ไม่ต้องไปส่งข้า ข้ากลับเองได้"

    "อ้อ งั้นตามแต่เ๽้าว่าเถอะ"

    ฉีหวังโม่ทำให้นางสนใจได้เช่นนี้ก็ถือว่าวันนี้ไม่เสียเปล่าที่แท้จุดอ่อนของนางก็คือความใส่ใจเด็กพวกนั้นจริงเสียด้วย ไปรู้จักกันได้อย่างไรนะ เด็กกำพร้าพวกนั้นทั้งขโมยของ ทั้งเป็๞ขอทาน แต่นางกลับให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ หรือเบื่อการใช้ชีวิตแบบสุขสบายเสียแล้ว 

    ฉีหวังโม่ครุ่นคิดได้สักนิดก็ออกไปยืนอยู่ข้างหน้าตามองดูโหลวอี้หยางขึ้นรถม้าจากไปด้วยสายตาที่มองตามจนลับตา