บทที่ 8 อสรพิษ พาร์ท 1
มีตำนานเล่าเอาไว้ว่าก่อนที่เหล่าัจะผงาดค้ำฟ้าในดินแดนมาโทรเดียพวกัมีศัตรูตามธรรมชาติในดินแดนแห่งนี้ ศัตรูคู่อาฆาตที่มีพลังพอๆกับพวกั เหล่า อสรพิษ
พวกอสรพิษนั้นเป็ใหญ่ในดินแดนแห่งนี้มาก่อนอย่างไรก็ตามด้วยการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วของเหล่าัทำให้จำนวนของเหล่าันั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในดินแดนมาโทรเดียจนถึงจุดๆหนึ่งที่เหล่าัใช้จำนวนที่มากกว่าในการพิชิตเหล่าอสรพิษจนเกือบสิ้นซาก
น่าขำที่สถานการณ์ในปัจจุบันของเหล่าัก็ไม่ต่างกันเท่าใดนักกับเหล่าอสรพิษแต่กระนั้นเหล่าัก็ยังคงมีจำนวนมากกว่าอยู่ดีเพราะนอกจากการทดลองที่อัคนีทิ้งไว้ให้กับเหล่าทายาทัเพื่อให้เหล่าัได้สร้างสายพันธุ์ัสังเคราะห์พวกัก็ยังคงสืบเชื้อสายกันมาและยังคงเป็สายเืชั้นสูงที่ผู้คนยังคงเคารพและเป็ที่้าทำให้พวกัหาคู่ครองได้ไม่ยาก ผิดกับเหล่าอสรพิษที่หยิ่งทระนงในสายเืของตนและจะเลือกคู่ครองที่ดีพอเท่านั้นนั่นจึงทำให้เป็ไปได้ยากอย่างมากที่จะหาคู่ชีวิตได้ในดินแดนป่าเถื่อนเช่นมาโทรเดีย
ในความเป็จริงแล้วในตอนที่อัคนีสู้กับอาคอนเขาเกือบสังหารอาคอนไปแล้วอย่างไรก็ตามเป็เผ่าอสรพิษคนหนึ่งที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออาคอนไว้ชายชราที่ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออาคอนโดยการช่วยรับและป้องกันการโจมตีจากอัคนีอย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเขาาเ็สาหัสจากการที่ช่วยอาคอน ทำใหัทั้งคู่อยู่ในสถานการณ์ที่แทบจะไม่สามารถขัดขืนได้ในตอนนั้นเองที่เขาได้รู้ถึงบุคลิกจริงๆของอัคนี ชายที่เขาเรียกว่า madalchemist
เขาไม่ได้ลงมือสังหารอาคอนและชายชราในขณะนั้นเพราะเขาััได้ถึงกลิ่นบางอย่างจากชายชรา เขารู้สึกได้ว่าชายชรานั้นอยู่กับเด็กคนหนึ่งกลิ่นของเด็กนั้นทำให้อัคนีเลือกที่จะละทิ้งพวกเขาไปโดยไม่ได้ดำเนินการใดๆต่อ นั่นจึงทำให้เขาค่อนข้างมั่นใจในตอนที่บอกกับอาเรียว่าชายคนนี้จะไม่ทำร้ายเธอ
ย้อนกลับไปในตอนนั้นอาคอนถูกขอให้ไปทำภารกิจปราบทายาทัแต่หากอ้างอิงจากสิ่งที่อันนา ผู้นำตระกูลนิวาเรีย กล่าว เขานั้นถูกจัดฉากให้ไปพบกับอัคนีต่างหากโชคดีที่ได้ชายชราจากเผ่าพันธุ์อสรพิษช่วยไว้ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องตายไปแล้วอาคอนที่าเ็ลากร่างของชายชราที่อาการหนักยิ่งกว่า เพื่อไปที่หลบซ่อนของชายชราตามที่ชายชราขอ มันเป็เพียงเพิงพักเล็กๆที่ถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ลำธารและป่าและที่นั่นเขาก็ได้พบกับหลานสาวของชายชราเธอเป็เพียงเด็กอายุประมาณ 13 ถึง 14 ปีในตอนนั้น
เธอมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวงระคนกลัวอย่างไรก็ตามเธอก็ยังพุ่งเข้าหาปู่ของเธอที่สภาพย่ำแย่ในทันทีทั้งอาคอนและชายชราหมดสติไปในตอนนั้นและเมื่อตื่นขึ้นมาแผลของพวกเขาก็หายดีเป็ปลิดทิ้งไปแล้วนั่นทำให้อาคอนและชายชราประหลาดใจอย่างมาก และสงสัยว่าตนอาจจะหลับไปนาน
ทว่าเมื่ออาคอนเดินออกจากเพิงเขาก็ได้พบกับชายที่ทำให้เขาหมดสภาพนั่งอยู่กับสาวน้อยที่เขายังไม่ทันจะถามชื่อเขารีบกระโจนเพื่อดึงเธอออกมาทันที
ชายชราเผ่าอสรพิษหลังจากที่ตื่นนอนเขาก็ยังไม่ได้รีบออกไปนอกเพิงเช่นอาคอนเพราะที่นี่คือที่อยู่ของเขามานานแสนนานและมันก็เป็ความคุ้นชินที่จะงีบอยู่ในเพิงนี้อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้ยินเสียงกรีดร้องของหลานสาวเขาก็ต้องพุ่งออกมาจากเพิงด้วยความเป็ห่วงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ
เมื่อเขาออกมาเขาก็อดประหลาดใจไม่ได้กับภาพชายที่อยู่ตรงหน้าเขาเขารีบเปลี่ยนสายตาเพื่อมองหาหลานสาวของตนทันทีหลังจากนั้นอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอจะปลอดภัยดีและไม่ได้าเ็อะไรชายชราขอให้เด็กหญิงวิ่งหนีไปและเขากับอาคอนจะคอยถ่วงเวลาไว้ให้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอพูดต่อจากนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องประหลาดใจ
เธอใอย่างมากที่เมื่อคนที่พาปู่ที่ร่างกายย่ำแย่มาหาเธอตื่นขึ้นแล้วกระโจนเพื่อดึงตัวเธอมาในลักษณะนั้นอย่างไรก็ตามเมื่อปู่ของเธอออกมาจากเพิงพักเขาก็ยังแนะนำให้เธอวิ่งหนีเธอจึงกล่าวออกไปว่า ’ไม่เห็นจำเป็จะต้องวิ่งหนีคนที่ช่วยพวกท่านไว้เลย’นั่นทำให้ปู่ของเธอและอาคอนต่างก็สับสนไม่แพ้กัน
หลังจากนั้นอัคนีก็ชี้แจงเื่ราวทั้งหมดให้ฟังซึ่งก็ปรากฏว่าที่อัคนีจากไปในตอนนั้นเพราะตั้งใจว่าจะให้ทั้งคู่นั้นกลับมาพบกับเด็กน้อยคนนี้เพราะเขาได้กลิ่นของเธอจากชายชราเขาต้องปล่อยให้ทั้งคู่กลับมาถึงและหลับไปก่อนเพื่อที่จะได้รักษาทั้งคู่ได้เนื่องจากทั้งคู่จะระแวงแม้อัคนีจะพยายามช่วยเหลือในยามที่ทั้งคู่ยังได้สติคนที่หลับนั้นขัดขืนไม่ได้มันจึงง่ายกว่าสำหรับอัคนีที่จะทำอะไรเช่นนั้น
วิธีการรักษาแบบของอัคนีนั้นไม่ได้เป็แบบฮีลเลอร์ที่ใช้เวทมนตร์ในการรักษาและซ่อมแซมร่างกายแต่มันรักษาด้วยการปรุงยาในแบบของนักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งนอกจากอาการาเ็ต่างๆจะหายดีแล้วมันยังเสริมสร้างพละกำลังให้กับผู้ที่เข้ารับการรักษาได้อีกด้วย อัคนีเรียกมันว่า ’การแปรธาตุร่างกาย’ และด้วยความที่ในขณะนั้นอัคนีไม่เคยพูดถึงชื่อของตนประกอบกับที่ชายชราเผ่าอสรพิษรู้สึกว่ามันฟังดูบ้ามากกับการแปรธาตุกับร่างกายมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตเขาจึงถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่าmad alchemist นับจากนั้นเป็ต้นมา
อัคนีได้ให้ของบางอย่างกับหลานสาวของชายชรามันคือแหวนที่กลั่นจากเืของัและมีพลังมากพอที่จะช่วยให้เธอพิชิตัได้อย่างง่ายดายและเขายังบอกอีกด้วยว่า เขาได้กลั่นแหวนนี้ไว้กับจอมปราชญ์ของราชวงศ์ัคนหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในเทือกเขาแบล็คเคิร์สพร้อมกับแนะนำพิธีแปรธาตุที่สามารถสกัดคำสาปัให้กับอาคอนจากนั้นเขาก็จากไป
แน่นอนว่าในตอนแรกอาคอนก็รู้สึกโกรธแค้นหวาดกลัว และหวาดระแวงชายคนนี้ไม่น้อยแต่เมื่อเขาได้มีเวลาคิดมากพอเขาจึงเริ่มเข้าใจความสมเหตุสมผลในสิ่งที่อัคนีทำ อาคอนตระหนักว่าตนยืนอยู่คนละฝั่งกับอัคนีมาั้แ่ต้นจึงไม่แปลกที่เขาจะโหดร้ายกับอาคอน การปราณีศัตรูนั้นถือเป็ความผิดพลาดซึ่งอาคอนรู้ดีกว่าใครจากสายงานที่เขาทำกระนั้นชายคนนี้ก็ยังคงทำเช่นนั้นเพราะเห็นแก่เด็กคนหนึ่งหากเขาไม่ได้เป็คนดีเขาก็คงเป็คนแปลกๆ
ผ่านไปหลายปีในที่สุดอาคอนก็ได้กลับมาที่กระท่อมแห่งนี้อีกครั้งกลิ่นของธรรมชาติ กลิ่นใบไม้และเศษไม้แห้งๆนั้นยังคงเตะจมูกทำให้เขานึกถึงวันเก่าๆวันที่ตัวเองหยิ่งผยองมากพอที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง วันที่เขาต้องเกือบเอาชีวิตมาทิ้ง กลิ่นไม้เก่าและเสียงนกเจื้อยแจ้วยังคงลอยผ่านหูของเขาพร้อมกับภาพความทรงจำที่ทั้งดีและแย่ที่ไหลเข้ามาใยหัว
“ตาแก่..เพื่อนเก่าต่างวัยของท่านมาหา” อาคอนเอ่ยเสียงเรียกเบาๆ
“ท่านอาคอนเหรอคะ??ฮ่าๆๆ ..ว้าว...เอ่อ ..คือ..ท่านปู่ตอนนี้ไม่อยู่ค่ะ เห็นว่าออกไปสำรวจใกล้ๆแถวนี้..เพราะรู้สึกเหมือนว่าตอนนี้เ้าป่าเขาหงุดหงิดอะไรสักอย่าง..เลยต้องไปคอยแก้ปัญหาให้”สาวน้อยคนหนึ่งโผล่ออกมาจากกระท่อมหลังจากที่อาคอนเรียกหาชายชรา
เธอดูเหมือนเด็กหญิงน่ารักทั่วๆไปอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี ผมของเธอนั้นเป็สีขาวเหมือนหิมะและผิวของเธอก็ค่อนข้างซีดและบอบบางเธอมีลักษณะเหมือนหญิงสาวในแดนหนาว มีเพียงรอยสักหรือรอยแผลเป็สองรอยตรงหน้าผากเท่านั้นที่ทำให้เธอดูแตกต่างจากหญิงสาวสวยคนอื่นๆมันเป็รอยขีดสองขีดประกบกันเป็รูปทรงประหลาด(ý) ซึ่งเป็สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสายเือันสูงส่งของอสรพิษและยังถือเป็ลวดลายที่ยืนยันตัวตนของเหล่าอสรพิษเช่นเดียวกับลายนิ้วมือของผู้คนเพราะอสรพิษแต่ละคนนั้นไม่ได้มีลวดลายแบบเดียวกันปู่ของเธอก็มีลวดลายอีกแบบหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็วงกลมรูปทรงประหลาดที่มีขีดรอบๆสี่ขีด(¤)อยู่ตรงศีรษะของเขา
“ไวพิเรสโตขึ้นเยอะเลยนะเด็กน้อยตอนนั้น ...พอจะตามเขากลับมาได้มั้ยข้าค่อนข้างรีบ”อาคอนกล่าวกับเด็กสาว
“ได้ค่ะ”สาวน้อยตอบจากนั้นั์ตาที่สวยงามของเธอก็เปลี่ยนเป็แววตาที่ดุร้ายและเืเย็นเช่นอสรพิษลิ้นของเธอยื่นยาวออกมาจากปากที่ฉีกออกไปเกือบจะถึงหูในปัจจุบันและแลบเข้าออกเช่นอสรพิษร้าย
นี่คือสุดยอดทักษะการตรวจจับของเผ่าอสรพิษแตกต่างจากเผ่าพันธุ์ัที่มีร่างกายที่ทรงพลังเป็ต้นทุน เผ่าอสรพิษนั้นนั่นมีทักษะแปลกประหลาดมากมายซึ่งนั่นมันทำให้พวกเขาอันตรายอย่างมากเช่นกันอาคอนเชื่อมั่นว่า หากัเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับอสรพิษพวกัจะไม่สามารถต้านทานเหล่าอสรพิษได้เลยเพราะทักษะความสามารถที่หลากหลายเช่นนี้มันยากที่จะรับมือเขาลองจินตนาการตัวเองถึงการต่อสู้กับเหล่าอสรพิษในวันที่พวกเขารุ่งโรจน์ แต่มันยังยากเกินไปสำหรับอาคอนที่จะนึกถึงชัยชนะ
“พบแล้วค่ะ”รูปร่างของเธอกลับมาเป็สาวน้อยน่ารักเช่นเดิมก่อนที่เธอจะนำทางอาคอนให้ไปพบกับปู่ของเธอเธอใช้ทักษะบางอย่างในการเคลื่อนที่นั่นทำให้เธอมีการเคลื่อนที่ที่แปลกมากๆมันคล้ายกับการเลื้อยของงูที่โย้ไปซ้ายทีขวาที อย่างไรก็ตามมันเร็วมากจนเหลือเป็ภาพติดตาที่ทิ้งไว้ข้างหลังเป็แนวจนดูคล้ายกับว่าตัวเธอนั้นยืดออกและเลื้อยคล้ายกับงูจริงๆ
อาคอนรีบร่ายเวทเสริมความเร็วและใช้เวทลมพยุงร่างกายของตัวเองให้เคลื่อนที่จนทำให้ความเร็วของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นจนน่ากลัวที่เขารับความเร็วในระดับนี้ได้ส่วนหนึ่งคงต้องขอบคุณการรักษาในแบบของ madalchemist ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขา กระนั้นมันก็ยังยากที่ไล่ตามไวพิเรสดูเหมือนว่าเธอจะชะลอความเร็วลงเล็กน้อยด้วยเช่นกันเพื่อให้เขาตามทันจนในที่สุดพวกเขาก็ไปพบกับชายชราที่จ้องศพของลิงั์สีขาวตัวหนึ่งอยู่
“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ.. ตาแก่”อาคอนเดินลงมาเพื่อทักทายชายชรา เขาก็คือ ไพธอน วิริดิสทายาทแห่งตระกูลไพธอนที่เลื่องชื่อในเื่ความแข็งแกร่งของเหล่าอสรพิษหากสังเกตจากชื่อของชายชราก็ทำให้พอจะเดาได้ไม่ยากว่าไวพิเรสนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชายชรา เธออาจจะอยู่ในตระกูล ไวเปอร์และถูกชายชรารับมาเลี้ยงและให้ชื่อเธอว่าไวพิเรส นั่นคือสิ่งที่อาคอนคาดเดา อย่างไรก็ตามอาคอนไม่ได้ตั้งคำถามหรือคาดคั้นอะไรเื่นี้จากชายชราเพราะมันดูเป็การละลาบละล้วงเกินไปที่จะถาม
“แถวนี้คงอยู่ยากแล้วล่ะสำหรับพวกข้า”ชายชราตอบวิริดิสนั้นมีร่างกายที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งแม้ว่าเขาจะเป็เพียงชายชราก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่เขาได้รับการรักษาโดยการแปรธาตุร่างกายจากอัคนีนั่นช่วยกู้ความแข็งแกร่งของเขาคืนมาทำให้เขาในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับสมัยหนุ่มๆ
“ทำไมเหรอคะ”ไวพิเรสถามชายชรา
“เหมือนมีคนเข้ามาสังหาร ’เ้าป่า’เมื่อเ้าป่าถูกสังหารแล้วเช่นนี้อีกไม่นานแถวนี้ก็คงมีผู้คนเข้ามาพลุกพล่านเราคงไม่ได้อยู่อย่างสงบๆอีกแล้ว” ชายชรากล่าว
“ก็พอดีเลยมีภัยคุกคามใหม่สำหรับสมาคมนักล่าและเท่าที่ข้ารู้นี่คือภัยคุกคามที่ ชายที่ชื่อ อัคนี หรือที่ท่านเรียกว่าmad alchemist ตั้งตารอคอยเรื่อยมา ไม่แน่เ้าป่าที่ถูกสังหารเช่นนี้ก็อาจจะเป็ฝีมือพวกมันเช่นกัน”
“!!...เ้ารู้อะไรเพิ่มสินะ??!!”
“ข้าถูกเรียกให้ไปพบกับผู้นำตัวจริงที่คอยชักใยสมาคมอยู่เื้ัแล้วเราก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันนิดหน่อย..นั่นทำให้ข้ารู้เพิ่มอีกหลายเื่เลยละ..เขาชื่ออัคนี และเป็คนของชนเผ่าอสูร..และดูเหมือนว่าแผนระยะยาวที่เขาวางไว้กำลังจะได้ใช้แล้ว..”
หลังจากนั้นอัคนีจึงเล่าเื่ทั้งหมดที่เขาได้รู้มาให้กับชายชราฟังเขาไม่ได้ปิดบังอะไรเลย เขายังเล่าถึงลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาอาเรีย และเล่าเื่เกี่ยวกับการมอบคำสาปัให้ชายอีกคนที่ชื่อสแลชและเล่าพันธมิตรที่เชื่อใจได้ของเขา คาลี่ย์
“แล้วที่บอกว่าพอดีนี่คืออะไร เ้ามีแผนจะทำอะไรต่อจากนี้”ชายชราถามอาคอน
“ข้าจะไปตกลงกับกลุ่มทายาทั...”อาคอนกล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์