บทที่ 16 นะโม
“คุณชายรอง” เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยเรียกปลายฝนเมื่อพวกเขามาถึงบ้าน ที่จริงปลายฝนนั้นวางแผนเอาไว้ที่จะทำเซอร์ไพรส์พี่ชายตอนเย็น ใครจะไปคิดว่าเมื่อเขากลับมา เขาก็เจอป้านิ่มทำเซอร์ไพรส์เสียก่อน
หญิงวัยกลางคนยืนรออยู่หน้าบ้าน พร้อมกันนั้นก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กที่ดูจะอายุอานามพอๆกับเขา ข้างๆกันมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาจำได้ดีอย่าง “นุ่น” ลูกสาวของป้านิ่ม ทางนั้นแม้ว่าจะอายุค่อนข้างมากแล้ว แต่ก็ยังดูน่ารักเพราะรูปร่างเล็กๆของอีกฝ่าย รูปร่างหน้าตานั้นค่อนข้างเหมือนกับเด็กผู้ชายข้างๆเขา
เมื่อก่อนอีกฝ่ายก็มาแบบนี้ ตอนที่เขาถูกไล่ออกจากบ้านใหม่ๆก็ไปอยู่กับน้านุ่มคนนี้แหละ ตอนนั้นหลานชายของป้าที่ชื่อว่า “นะโม” มาทำงานอยู่ที่นี่ หลังจากที่เขาถูกไล่ออก อีกฝ่ายยังยื้อที่จะทำงานที่นี่ต่อให้ได้ สุดท้ายก็ถูกไล่ออกทั้งป้าทั้งหลาน แต่ไม่มีใครอยากจะกลับมาอยู่กับนุ่นเลย ทั้งคู่ไปอยู่ที่บ้านเช่าอื่น ทิ้งให้ปลายฝนอยู่กับนุ่นในเขตผู้ยากจน ไม่นานนุ่นก็ย้ายกลับไปบ้านเกิด ส่วนเขาก็เลยต้องไปหาคอนโดอยู่ ยังดีที่อายุครบ 18 ปีแล้วก็เลยได้เงินจากการขายหุ้นที่พ่อแม่ทิ้งไว้ไปซื้อคอนโดใจกลางเมือง ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะต้องระเห็จกลับไปหาพี่ชายแน่ๆ
กว่าเขาจะได้รู้ว่านุ่นถูกเรียกตัวมาเพื่อแสดงละครให้เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายนั้นยากจนเพื่อที่จะได้ให้เขากลับไปง้อพี่ชาย เพราะตอนนั้นป้านิ่มกับนะโมก็เดือดร้อนมาก ทุกคนเชื่อว่าถ้าเขาบากหน้ากลับไปขอดีกับพี่ชาย ทั้งสองก็จะมีความสุขอยู่ต่อไปได้
นุ่นนั้นเป็คนชนบทที่ยากจนอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงอยู่ในเขตสลัมได้ แต่ป้านิ่มกับนะโมอยู่ในเมืองจนชิน ทั้งสองไม่สามารถอยู่ในที่แห่งนั้นได้เลย นอกจากนี้สำหรับป้านิ่มแล้ว เธอไม่ชอบลูกสาวคนนี้นัก เพราะอีกฝ่ายนั้นโง่งม ไปมีคนรักเป็คนยากจนเหมือนกันแถวๆบ้าน เพราะลูกสาวชอบที่จะลำบาก เธอก็เลยไม่สนใจใยดี พาแค่ลูกชายและหลานชายมาอยู่ในเมืองด้วยกันเท่านั้น
ปลายฝนขมวดคิ้วแน่น มองครอบครัวที่แสนจะจริงใจพวกนี้ด้วยความรู้สึกอยากจะพ่นคำหยาบออกมา แม้ว่านุ่นจะเป็ผู้หญิงที่ค่อนข้างดี แต่เธอก็รู้ว่าแม่และหลานชายมีแผนจะทำอะไร ตอนที่อยู่ในเขตสลัมก็เป็นุ่นที่ทำให้เขาต้องลำบากมากขึ้นไปอีก ตอนนั้นเขาเองที่โง่งมอยู่ก็ไม่รู้ว่านี่คือแผนเพื่อที่จะทำให้เขาต้องลำบากแล้วอยู่ต่อไม่ได้ สองย่าหลานกลับไม่คิดเลยว่าเขาจะอดทนมาได้ จนทั้งสองนั้นเองที่เป็ฝ่ายทนไม่ได้อีกต่อไปแล้วก็ส่งนุ่นกลับบ้าน รอดูว่าปลายฝนจะทำอย่างไรต่อไป
สิ่งที่ทั้งสองไม่คิดก็คือปลายฝนออกจากบ้านนั้นแล้วก็ขาดการติดต่อไป เขาไปซื้อคอนโดหรูอยู่ด้วยตนเอง เป็่เวลาพอดีกับที่นะโมนั้นก็เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงเหมือนกัน อีกฝ่ายเข้าวงการบันเทิงก่อนเขา จึงเหมือนมีชื่อเสียงก่อน แต่เพราะเขาเป็คนหน้าตาดีอยู่แล้ว ดังนั้นแม้จะเข้าวงการบันเทิงทีหลัง เขาก็ยังกลายเป็ที่โด่งดังมากกว่า สองป้าหลานที่คิดจะทิ้งเขาแล้วก็กลับมา ขอให้เขาช่วยเหลือในการดันนะโมเข้าสู่แวดวงที่สูงขึ้น
คิดถึง่เวลาที่ยากลำบากนั่น เขาก็พลอยนึกถึงการกระทำของนุ่นไปด้วย ไม่ว่าจะใครในสามคนนี้ ล้วนแต่มีความแค้นส่วนตัวกับเขา
“มีอะไร” ต้นหนาวที่มองดูอยู่ก่อนแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม เป็เพราะปลายฝนยังไม่ได้ร้องขอพี่ชายเื่นี้ ดังนั้นเขาจึงทำสีหน้าไม่ถูกเหมือนกัน
คนเป็แม่บ้านเมื่อได้ยินคำถามนั้นก็เกือบจะถลึงตาใส่คุณชายรองของบ้านไปแล้ว หากอยู่กันสองคนเธอย่อมทำเช่นนั้นแน่ๆ เพียงแต่ครั้งนี้ต่อหน้าคุณชายใหญ่ เธอไม่กล้าทำจริงๆ
นะโมหลานชายของป้านิ่มก้มหน้าก้มตา แอบมองทั้งสองคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากเขาเป็ผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน ตอนที่เห็นนายใหญ่ของบ้าน หัวใจของเขาก็มอบให้อีกฝ่ายไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ ผู้ชายที่หน้าตาดี มีอำนาจและเงินทอง ใครบ้างไม่อยากจะได้ใจเขาล่ะ
“เอ่อ คุณชายใหญ่คะ คุณชายรองอนุญาตให้ป้าพาหลานชายมาอยู่ที่นี่ด้วย ป้าก็เลย....” ป้านิ่มเห็นปลายฝนเงียบก็เลยพูดขึ้นมาแทน เด็กน้อยข้างกายของต้นหนาวขมวดคิ้วเล็กน้อย สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
“พี่ ป้านิ่มบอกว่าลูกชายของเธอชอบทำร้ายหลานคนนี้ ก็เลยอยากจะพามาฝากที่บ้านเราน่ะครับ พี่ชายคิดว่ายังไงดีครับ” ต้นหนาวได้ยินคำถามของน้องชาย เขาก็จับจ้องไปยังป้านิ่มก่อนจะมองไปที่นะโมซึ่งแสร้งเหลือบมองพร้อมสบสายตาโดยบังเอิญ เด็กหนุ่มทำท่าทางเชื้อเชิญอย่างจงใจ ท่าทางเช่นนั้นทำให้ต้นหนาวรู้สึกรังเกียจอย่างมาก
เขาใช่ว่าจะไม่เคยเจอคนประเภทนี้น้อยเสียเมื่อไร พอเห็นคนที่กล้าเอาความสงสารของน้องชายมาเพื่อเข้าหาตนเองแบบนี้ เขาอยากจะจัดการฆ่าคนนัก!
“พี่ครับ?” แต่แน่นอนว่าต้นหนาวได้แค่คิดเท่านั้น เขารู้ว่าเด็กน้อยของเขานั้นสนิทกับป้านิ่มคนนี้แต่เด็ก จะโทษใครก็ไม่ได้ด้วย นี่เป็เพราะเขาเองที่ไม่ได้เอาใจใส่น้องน้อยอย่างดีจนอีกฝ่ายหลงผิดคิดว่าป้านิ่มคนนี้จริงใจกับตนเอง นอกจากนี้เขาก็ไม่อยากจะขัดใจน้องชายเพียงเพราะมีผู้ชายคนหนึ่งอยากจะยั่วยวนเขาด้วย
“ตามใจเราเลย แต่ถ้าจะมาอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานของตนเอง ที่บ้านนี้ไม่ใช่สถานสงเคราะห์” ต้นหนาวมองไปยังป้านิ่ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเข้มงวดและไม่ชอบใจ ทำเอาหญิงวัยกลางคนสะดุ้งใอย่างมาก
“ครับคุณชายใหญ่ ผมจะทำงานบ้านด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณนะครับที่ใจดีกับผม หากว่าตอบแทนคุณชายใหญ่ได้ ผมจะตอบแทน “ทุกอย่าง” เลยครับ” นะโมพูดออกมาเหมือนกับเด็กดี แต่คำพูดของเขานั้นสื่อความหมายเื่นั้นอยู่บ้าง
หากว่าอีกฝ่ายทำเื่อย่างว่ากับน้องชายไม่ได้ ก็แค่ให้เอามาระบายที่เขาก็พอ ขอเพียงได้ปรนนิบัติคนแค่คืนเดียว เขาจะทำให้ติดใจจนไม่สามารถมองใครได้อีกเลย
และนี่ก็คือแผนของเขา
นะโมไม่เหมือนป้านิ่ม เขาเติบโตมาอย่างยากลำบาก พ่อแม่ของเขาอยู่ต่างจังหวัดและเป็หนี้สิน เขาที่กล้าทิ้งทั้งสองมาอย่างไม่ใยดีนี่ต้องบ่งบอกนิสัยบางอย่างของเขาได้แล้ว ยิ่งเมื่อเข้าเมืองมาเขาก็ย่อมรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของตนเองมีประโยชน์อย่างไร ดังนั้นที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่เคยใช้ร่างกายตนเองตอบสนองผู้อื่นเพื่อเงินทองเสียเมื่อไร
เขาไม่ได้คาดหวังจะทำให้คุณชายของบ้านค่อยๆรักตนเอง หลังจากที่ยายของเขาเล่าเื่วุ่นวายในบ้านหลังนี้ เขาก็คาดเดาได้เลยว่าคุณชายรองบ้านไม่มีทางที่จะไปรักคนอื่น แต่มีโอกาสที่จะเกิดความรู้สึกเช่นนั้นได้ในสักคืนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็จะได้กลายเป็ที่ระบายของอีกฝ่าย นานวันเข้าก็จะกลายเป็อะไรที่ทางนั้นขาดไม่ได้
ยิ่งถ้าคุณชายรองของบ้านไม่ได้คิดเช่นเดียวกับคุณชายใหญ่ นี่ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เขาเสนอตนเองแทนไปตลอดกาลใช่ไหม?
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เห็นความสนิทสนมของคุณชายทั้งสองคน นะโมก็เริ่มรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาแล้ว
อะไรคือการบอกว่าทั้งสองคนไม่ค่อยจะลงรอยกัน? คุณชายรองไม่มีวันที่จะรับรักพี่ชายตนเอง?
ที่เขาเห็น แม้ว่าสายตาของคุณชายรองจะไม่ได้เต็มไปด้วยความรักใคร่เหมือนกับคุณชายใหญ่ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทางรังเกียจเลยนี่ นอกจากนี้ยังดูเต็มไปด้วยความเอาใจใส่ เหมือนภรรยาที่ชอบดูสีหน้าของสามี แล้วแบบนี้....เขาจะมีโอกาสทำหน้าที่เป็ที่ระบายได้นานขนาดไหนกัน
เื่นี้ทำให้นะโมตัดสินใจรีบลงมือ เขาไม่ค่อยเป็ค่อยไป แต่พูดเสนอตนเองขึ้นมาตรงๆ แม้ว่าใครบางคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่เขารู้ดีว่าคนเจนโลกอย่างคุณชายใหญ่จะต้องเข้าใจที่เขาเสนออย่างแน่นอน
“นะโมเป็คนดีจังเลยนะครับ” ปลายฝนเห็นท่าทางยั่วยวนของอีกฝ่ายเอ่ยทักขึ้นด้วยความใสซื่อ ต้นหนาวมองดูน้องชายของตนเองที่ไม่ได้รู้เลยว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังวางแผนจะยั่วยวนพี่ชาย เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอ็นดูเท่านั้น
“เข้าบ้าน” ต้นหนาวไม่อยากให้ปลายฝนเสวนากับคนหน้าไหว้หลังหลอกพวกนี้ เขาจึงจับแขนเด็กน้อยให้เดินตามไป ปลายฝนยื้อตัวเองเอาไว้เล็กน้อยทำให้คนเป็พี่ขมวดคิ้วมองอย่างไม่พอใจ แต่มันก็แค่ไม่นาน ปลายฝนที่ดึงแขนตัวเองกลับมาะโเข้าไปกอดพี่ชายแทน แขนแกร่งของอีกฝ่ายถูกร่างกายนุ่มนิ่มกอดรัดเอาไว้ก็ทำให้รู้สึกปั่นป่วนอย่างช่วยไม่ได้
“พี่ชอบบีบแขน ผมไม่ชอบเลย มันเจ็บ ถ้าผมรัดพี่แบบนี้ พี่จะเจ็บไหม” ปลายฝนมุ่ยหน้าพร้อมกับใช้แขนสองข้างรัดแขนข้างหนึ่งของต้นหนาว ลำตัวของเขาเหยียดตรงเหมือนอยากจะช่วยกันทำให้พี่ชายเจ็บ แต่มันกลับทำให้ต้นหนาวรู้สึกจักจี้มากกว่า
นอกจากนี้ไม่ว่าจะหน้าอกของเด็กน้อยไปจนถึงหน้าท้อง กลายเป็ต้นหนาวได้แตะต้องมันอย่างบังเอิญไปเสียอย่างนั้น คนเป็พี่ก้มลงมองลำคอขาวนั้นด้วยความหมันเขี้ยว อยากจะก้มลงไปจูบให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อน้องชายตัวดีรัดจนแขนของเขาเปลี่ยนเป็สีแดง อีกฝ่ายก็ยกหัวทุยๆมองเขาด้วยรอยยิ้มสะใจ
“เป็ไงล่ะ ทีหลังก็อย่าบีบแขนผมแรงอีกล่ะ” ปลายฝนพูดอย่างผู้ชนะ แขนของต้นหนาวแดงขึ้นเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อยจริงๆ มันทำให้เขารู้สึกอยากจะจับอีกฝ่ายมานอนพาดบนตัวแล้วตีให้หลาบจำที่คิดจะเอาคืนพี่ชายของตน นอกจากนี้ต้นหนาวเองก็ไม่เคยรับรู้ว่าตนเองไปบีบแขนอีกฝ่ายเมื่อไร เขาเพียงจับและดึงน้องน้อย ใครจะคิดว่าเ้าตัวน้อยของเขานั้นบอบบางกว่าที่คิดเอาไว้มาก
“ค่อยๆเดิน อย่าวิ่ง” เห็นท่าทางงอนตุบป่องของน้องชาย ต้นหนาวก็อดที่จะยกยิ้มขึ้นไม่ได้ เขาเห็นเด็กน้อยะโกระเด้งเข้าบ้านก็พูดออกมาอย่างเป็ห่วง ใครจะคิดว่าปลายฝนไม่เพียงไม่สนใจ ยังหันมามองเขาแล้วก็สะบัดหน้าใส่อีกครั้งด้วย
“เ้าเด็กคนนี้” ต้นหนาวพึมพำกับตนเอง แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข
หลังจากที่คนเป็นายเข้าไปในบ้านแล้ว นะโมก็มองหน้ายายของตนเองด้วยความประหลาดใจ
“ยายนิ่ม นี่คือการทะเลาะที่ยายพูดถึงหรอ” เขาถอนหายใจก่อนจะเดินตามทั้งสองเข้าไปในบ้าน เห็นทีเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงแผนของตนเองอีกครั้งแล้ว ถ้าอยากเป็คุณนายของบ้านมันจะต้องใช้แผนที่ลึกล้ำกว่านี้
ปลายฝนแง่งอนกับพี่ชายอยู่นานก่อนจะได้เวลา 18.00 นาฬิกา เขาก็ไปหาพี่ชายที่ห้องทำงาน แม้ว่าวันนี้ลูกน้องจะหยุดงานกันแล้ว แต่พี่ชายของเขายังสาละวนกับงานอยู่เลย คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้าไป แม้ว่าจะทำแก้มป่องเพราะงอนพี่ชายอยู่ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเอ่ยเรียกพี่ชายของตนเองอยู่ดี
“พี่ เลิกทำงานได้หรือยังครับ” เด็กน้อยไม่ยอมเข้าไปข้างใน เพียงยื่นหัวเข้ามาเอ่ยถามเท่านั้น
ต้นหนาวที่อยากจะหัวเราะก็ได้แต่เก็บเสียงของตนเองลงคอไปเท่านั้น เขารู้ก่อนแล้วว่าน้องชายเตรียมจัดเซอร์ไพรส์ให้ตนเอง ดังนั้นจึงแกล้งยื้อเวลา อยากรู้ว่าน้องชายจะทำหน้าอย่างไรต่อ
“อีกหน่อย”
“ค่อยกลับมาทำได้ไหม”
“จะให้ไปไหนล่ะ” ต้นหนาวพับแฟ้มลง แสร้งถามปลายฝนอย่างจริงจัง
“ไปไหนก็....ไปนั่นแหละ พี่จะไปไหม ถ้าพี่ไม่ไปผมจะได้ชวนคนอื่น” ปลายฝนรู้ว่าตนเองโดนแกล้ง เขาก็เลยทำหน้าบึ้งตึงแทน คนตัวเล็กปิดประตูเสียงดัง กำลังจะเดินหนีไปแล้ว แต่ยังไม่ทันจะเดินไปได้ 3 ก้าว ร่างของเขาก็ถูกอุ้มขึ้นเสียแล้ว
“อ๊ะ พี่” ปลายฝนตีไหล่คนอายุมากกว่าด้วยความใ ท่าทางเหมือนสาวน้อยที่กำลังถูกรังแกนั้นทำให้ต้นหนาวรู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจ
“ถ้าพี่ไม่ไปจะชวนคนอื่นงั้นหรอ? ชวนใครล่ะ” ต้นหนาวถามอย่างเอาเื่ ไหนเ้าตัวเล็กบอกว่ากับคนชื่อคีย์นั้นไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แล้วตอนนี้จะกลับไปชวนมันงั้นหรอ
“ชวนใครก็ได้ ชวนนะโมก็ได้ ชวนป้านิ่มก็ได้” ปลายฝนไม่ยอมแพ้ เขาดิ้นไปมาจะลงจากการอุ้มของพี่ชายให้ได้ ต้นหนาวหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ไม่ใช่ว่าจะไปชวนคนชื่อคีย์อะไรนั่นหรอ?”
“จะไปชวนเขาทำไม แค่เขาไม่ไล่เตะก็บุญแล้ว นี่ผมดันไปใช้เขาเพื่อทำเื่ตลกอะไรอีก ดีนะที่เขาชอบอิมน่ะ ถ้าเกิดว่าเขาชอบผมขึ้นมาจริงๆ ผมล่ะสงสารเขาแน่เลย” ปลายฝนพูดขึ้นมา ลงท้ายด้วยท่าทางหงอยๆเหมือนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไป
“แล้วถ้ามันบอกว่าชอบเราจริงๆ ปลายฝนก็จะรับผิดชอบด้วยการคบกับมันต่อ?”
“หือ? พี่รู้ได้ยังไง อ๊ะ!” ปลายฝนมองต้นหนาวอย่างใ ก่อนที่เขาจะถูกกัดเข้าที่แก้มเบาๆหนึ่งครั้ง
“เด็กโง่”
“พี่! พี่ว่าผมโง่ทำไม แล้วนี่พี่กัดแก้มผมทำไม” ปลายฝนกุมแก้มของตนเองที่เห่อร้อนขึ้น มันเปลี่ยนเป็สีแดงแล้ว เขาไม่ได้เจ็บ แต่มันอายนี่นา ั้แ่ชีวิตที่แล้ว เขาเคยถูกคนกัดแบบนี้ที่ไหนกัน
“ห้ามกลับไปคบกัน เข้าใจไหม” ต้นหนาวไม่สนใจ เขาขู่น้องชายออกมาอีกคำ
“เกี่ยวอะไรกับพี่กันเล่า!” ปลายฝนพูดอย่างไม่พอใจ เขาสะบัดหน้าหนีที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ต้นหนาวไม่ได้มองว่ามันเป็เื่ตลก เขาเอ่ยอีกครั้งอย่างจริงจัง
“ถ้ายังไปคบกับผู้ชายคนอื่น พี่จะกัดเราไปเรื่อยๆ ต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่แก้มก็ได้”
“เอ๊ะ นี่ นี่พี่! พี่จะรังแกกันเกินไปแล้วนะ! พี่คิดว่ากัดผมได้คนเดียวหรอ นี่แน่ะ!” ปลายฝนหันสู้ เขากระชากคอพี่ชาย เนื่องจากตนเองอยู่ในท่าเ้าหญิง ดังนั้นเขาจึงใช้สองมือรวบคอของพี่ชายเข้ามาได้
คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้าใกล้ก่อนจะกัดไปที่คอของพี่ชายอย่างแรงทีหนึ่ง
ต้นหนาวไม่ได้รู้สึกเจ็บ เขาเพียงมองเห็นภาพน้องชายตัวน้อยค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาหาตนเอง ดวงตาเล็กนั่นปิดลงเมื่อใกล้จะถึงเขา ดูแล้วน่ารังแกบนเตียงนอนอย่างมาก กลิ่นหอมของน้องชายทำให้น้องชายที่ตัวของเขาตื่นขึ้นมาอย่างหยุดไม่ได้ แก้มเนียนผ่านปากของเขาไปก่อนจะขบกัดไปที่ซอกคอของเขา
มันให้ความรู้สึกขนลุกและเสียวสันหลังอย่างมาก ไหนจะดวงตาของเขาที่ตกอยู่ที่ซอกคอของอีกฝ่ายเหมือนกันอีก ดวงตาของคนอายุมากกว่าหรี่ลงอย่างน่าอันตราย เขาสูดดมกลิ่นหอมจากคอขาวๆของน้องชายที่กำลังง่วนกับการกัดคอของเขาอย่าง้าเอาคืน
โดยไม่รู้ตัว คนที่กำลังถูกลวนลามอยู่ตอนนี้ก็คือตนเองต่างหาก
ลิ้นหนาของคนอายุมากกว่าได้แต่เลียรอบๆริมฝีปากของตนเอง เขาอยากจะเลียไปที่ซอกคอขาวแต่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือขนาดนั้น ไม่รู้ว่าถ้าน้องชายเห็นเขาในสภาพนี้จะหวาดกลัวหรือไม่ เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้คิดอะไรเลย ทั้งๆที่เขาแตะอั๋งด้วยการกัดที่แก้มก็ยังคิดว่าเขากลั่นแกล้งอีก
ใจจริงแล้วเขาไม่ได้อยากกลั่นแกล้งเลยแม้แต่น้อย แต่อยาก “ได้” น้องชายคนนี้มากกว่า
..........................