บทที่ 14 ข้าใช้เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีได้เก้าเม็ด!
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงและสงสัยอยู่นั้น ลำแสงิญญาสายหนึ่งที่พุ่งเสียดฟ้าก็พลันทะยานขึ้นจากแท่นเทพโบราณ ตรงดิ่งหายลับไปในมวลเมฆ!
ในเวลาเดียวกัน แผ่นดินทั่วทั้งบริเวณก็เริ่มสั่นะเื
“แท่นเทพโบราณเปิดออก สนามรบวีรชนแห่งยุคดึกดำบรรพ์เริ่มต้น!”
เสียงแห่งวิถี์อันเกรียงไกรดังขึ้น แสงิญญาบนแท่นเทพโบราณเจิดจ้าขึ้นอย่างมหาศาล มันลอยตัวขึ้นจากพื้นดินและทะยานสู่ท้องฟ้าอย่างช้า ๆ
มันขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลายเป็สิ่งก่อสร้างขนาดั์หมื่นจั้งลอยล่องอยู่กลางอากาศ!
ผู้คนจำนวนมากพากันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว แต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับถูกความยิ่งใหญ่ของแท่นเทพโบราณที่ขยายร่างแล้วสยบจนตกตะลึง
ลานประลองที่เดิมทีเป็หิน บัดนี้กลับกลายเป็กระจกทองสัมฤทธิ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหมื่นจั้ง!
หรือว่า แท่นเทพโบราณที่สืบทอดมาหลายยุคสมัยนี้ แท้จริงแล้วจะเป็สมบัติวิเศษชิ้นหนึ่ง?!
มันต้องเป็ระดับไหนกัน อาวุธจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ?!
“ฮ่าฮ่า สองล้านปีแล้ว ในที่สุดก็มีรุ่นเยาว์ที่มีพร์เป็เลิศค้นพบที่นี่อีกครั้ง!”
น้ำเสียงที่ดังกังวานและแจ่มใสพรรณนาถึงความดีใจดังขึ้น ทุกคนพยายามมองหาไปรอบ ๆ แต่กลับไม่พบต้นตอของเสียงนั้น
“ไม่ต้องหาหรอก ข้าคือิญญาอาวุธของแท่นเทพโบราณ อยู่ในโลกภายในกระจกแห่งนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงหลิงเทียนก็แสดงสีหน้าครุ่นคิด ดูเหมือนว่าเขาจะไปกระตุ้นเงื่อนไขลับเข้าเสียแล้ว!
“การที่สามารถปลุกสนามรบวีรชนแห่งยุคดึกดำบรรพ์ได้ แสดงว่าแท่นเทพโบราณได้ยอมรับในพร์ของเ้าแล้ว”
“เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลาย วาสนาของพวกเ้ามาถึงแล้ว~”
“โลกภายในกระจกของข้า ได้เก็บรวบรวมร่างิญญาจำลองของผู้แข็งแกร่งที่สุด 100 อันดับแรกใน่สองล้านปีที่ผ่านมาเอาไว้ พวกเขาล้วนเคยต่อสู้บนแท่นเทพโบราณแห่งนี้ และหลายคนในนั้นเคยแม้กระทั่งก้าวเดินบนเส้นทางสู่การเป็จักรพรรดิ ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม ขอเพียงเอาชนะร่างจำลองนั้นได้ ก็จะได้รับสิ่งสืบทอดของฝ่ายตรงข้ามหนึ่งชิ้นเป็รางวัล ซึ่งรวมไปถึงเคล็ดวิชาลับอันสูงสุด ท่าไม้ตายระดับเทพ หรือแม้แต่เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิที่มีโอกาสสูงสุดในการบรรลุเป็มหาจักรพรรดิ!”
โลกภายในกระจก? ร่างิญญาจำลอง?
เคล็ดวิชาลับอันสูงสุด! เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิ?!
เดี๋ยวนะ เขาบอกว่าไม่ว่าเป็ใครก็ตามอย่างนั้นรึ?!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ นั่นหมายความว่าพวกเขาก็สามารถเข้าไปท้าทายได้เช่นกัน!
บุตรจักรพรรดิหลิงเทียน ได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้แก่พวกเขาแล้ว!
ในพริบตานั้น แผ่นดินก็สั่นะเืขึ้นอีกครั้ง ตรงจุดที่เคยเป็ที่ตั้งของแท่นเทพโบราณ มีศิลาจารึกั์ผุดขึ้นมาจากดิน! บนศิลาจารึกั์นั้น มีชื่อ 100 ชื่อที่สลักเอาไว้อย่างสว่างไสว
ทว่าในตอนนี้ สามารถมองเห็นได้เพียงไม่กี่ชื่อที่อยู่ด้านล่างสุดเท่านั้น
อันดับที่ 100: เผ่าวานรั์พลังเทพ, หร่านจื้อไจ้, บรรลุขอบเขตะขั้นที่เก้า
อันดับที่ 99: เผ่าอวิ๋นเชวี่ยกลืนนภา, ม่ออิ่น, บรรลุขอบเขตะขั้นที่เก้า
อันดับที่ 98...
“เหล่านี้คือ... ผู้แข็งแกร่งั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์ ขอบเขตะขั้นที่เก้ากลับเป็ได้เพียงอันดับท้าย ๆ ของทำเนียบอย่างนั้นรึ?!”
“ช่างเป็การกระทำที่ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก! ถึงกับสามารถจำลองร่างของผู้แข็งแกร่งยุคดึกดำบรรพ์ออกมาได้มากมายขนาดนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
ถึงอย่างนั้น หลังจากที่ได้เห็นรายชื่อนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างพากันใจสั่นขวัญผวา ต้องรู้ก่อนว่า จินอู๋จี๋ประมุขแห่งพันธมิตรอวิ๋นฮวง และเจียงิบรรพชนสกุลเจียงที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในขณะนี้ ล้วนอยู่ในขอบเขตะขั้นที่สามเท่านั้น
แม้จะเป็เพียงขั้นที่สาม ก็เพียงพอที่จะปกครองทั่วทั้งพันธมิตรอวิ๋นฮวงได้แล้ว แต่ในทำเนียบผู้แข็งแกร่งั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์นี้ ขอบเขตะขั้นที่เก้ากลับเป็ได้แค่ผู้อยู่อันดับรั้งท้าย
มิน่าเล่ารางวัลถึงได้ล้ำค่าเพียงนี้ หากสามารถเอาชนะได้จริง ๆ นั่นจะไม่ใช่เป็การพิสูจน์หรอกหรือว่าตนเองก็มีคุณสมบัติแห่งมหาจักรพรรดิเช่นกัน!?
ทว่า ใครจะไปสู้ไหวกันล่ะ~~
“สนามรบวีรชน เนื่องจากผู้เปิดใช้งานคือเจียงหลิงเทียนซึ่งอยู่ในขอบเขตหลอมเทพ ร่างจำลองภายในจึงถูกจำกัดไว้ที่ขอบเขตหลอมเทพด้วย ผู้บำเพ็ญในขอบเขตหลอมเทพทุกคนสามารถเข้ามาท้าทายได้” เสียงของิญญาอาวุธดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าอัจฉริยะที่เดิมทีคิดจะถอยทัพก็พลันเกิดความกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เพราะรางวัลของสนามรบวีรชนแห่งยุคดึกดำบรรพ์นี้มันช่างยั่วน้ำลายยิ่งนัก!
ต้องรู้ว่าวิชาของยอดฝีมือยุคดึกดำบรรพ์นั้น อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่ในตระกูละของพวกเขาก็ยังไม่มี
โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิ นั่นคือเมล็ดพันธุ์ที่เล่าขานกันว่ามีเพียงยอดฝีมือขอบเขตว่าที่จักรพรรดิเท่านั้นถึงจะได้รับมา เป็สิ่งที่ให้ความหวังในการเป็มหาจักรพรรดิมากที่สุด!
และเพราะเจียงหลิงเทียน ทำให้พวกเขาทุกคนมีโอกาสที่จะััความฝันที่ไกลเกินเอื้อมนี้แล้ว แต่ในขณะนี้ เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายยังไม่มีใครพุ่งเข้าไปท้าทาย เพราะเจียงหลิงเทียนยังคงยืนอยู่นิ่ง ๆ ไม่ขยับเขยื้อน
“วาสนาครั้งใหญ่เช่นนี้ ทำไมบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนถึงไม่พุ่งเข้าไป หรือว่าจะมีกับดักอะไรซ่อนอยู่?”
“พวกเ้าลืมไปแล้วหรือ เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีน่ะ แต่ละคนสามารถปลูกได้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น”
“ข้าเข้าใจแล้ว บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนเพิ่งจะได้รับเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิไป นั่นคือเมล็ดพันธุ์ของจักรพรรดิชิงแห่งยุคโบราณเชียวนะ รางวัลในโลกกระจกนี้ดูเหมือนจะไม่มีแรงดึงดูดสำหรับเขาเลยสักนิด”
หลังจากที่ทุกคนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ต่างพากันส่ายหน้าและถอนหายใจ โลกของผู้ที่มีคุณสมบัติแห่งมหาจักรพรรดินั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก กระทั่งวาสนาในโบราณสถานสองล้านปีก็ยังกลายเป็ของไร้ค่าสำหรับเขาไปได้
“กลับกันเถอะ หลิงเทียน” บรรพชนเจียงิปรากฏตัวขึ้น พร้อมสีหน้าที่ซับซ้อนเล็กน้อย
แต่เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย ด้วยพร์และความแข็งแกร่งของเจียงหลิงเทียน ต่อให้เหล่าอัจฉริยะจากเผ่าต่าง ๆ จะได้รับของวิเศษไปมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับเขาได้
อย่างไรก็ตาม เจียงหลิงเทียนกลับรู้สึกหดหู่ใจจริง ๆ
ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน ทั้งที่มีเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิอยู่ตรงหน้า แต่กลับใช้งานไม่ได้แล้ว...
นี่คือโบราณสถานที่เขาเป็คนเปิดขึ้นเองแท้ ๆ สิ่งสืบทอดมากมายจากสองล้านปี~
หรือว่าจะต้องปล่อยให้มันสูญเปล่าไปเฉย ๆ แบบนี้?
มันน่าเสียดายเกินไปแล้ว!
เมื่อมองดูเหล่าอัจฉริยะที่ทยอยเข้าสู่โลกภายในกระจกไปทีละคน เจียงหลิงเทียนก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“ระบบ ข้าอยากแก้ไขข้อจำกัดเื่จำนวนเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถี เื่นี้คงไม่ยากเกินไปใช่ไหม?”
[ติ๊ง! ระบบกำลังตรวจสอบ... Σ(゚д゚lll)]
[ทะเลิญญาโกลาหล โอกาสเกิดขึ้น 0% แก้ไขเป็ 100%!]
[ทำการแก้ไขทะเลจิตของโฮสต์ให้กลายเป็ทะเลิญญาโกลาหลสำเร็จ! สามารถรองรับเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีได้เก้าเม็ด ซึ่งเป็ขีดจำกัดสูงสุดของโลกใบนี้!]
เจียงหลิงเทียนกะพริบตาปริบ ๆ มันทำได้จริง ๆ ด้วย
จากนั้น เขาจึงหันไปมองบรรพชนเจียงิที่อยู่ข้างกาย แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า “ท่านบรรพชน ข้าจะเข้าไปข้างในสักหน่อย”
“เ้าจะเข้าไปทำไมกัน??”
“ข้าใช้เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีได้เก้าเม็ดขอรับ”
เจียงิ: “......”