แทนเดินตามไปจนกระทั่งเห็นผู้ชายคนนั้นเข้าไปในร้านที่ขึ้นป้ายว่า‘ขายการ์ดพยัคฆ์เผือก’เ้าคนที่แทนตามมาเดินเข้าไปในร้านทันที และไม่นานนักเขาก็ออกมาจากร้านสเฟียร์รูปร่างทรงกลมโปร่งใสปิดลงหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีแทนรอให้เอ็ดเวิร์ดเดินออกไปก่อนจึงเข้าไปถามเ้าของร้านที่ปิดร้านไปแล้ว
“โอ๊ย!แย่เลยครับ...ผมว่าจะมาถามเื่การ์ดเสือเผือกอยู่เลย” แทนแกล้งเข้าไปคุยเสือผ่งเสือเผือกอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ที่ถามไปนั่นโกหกล้วนๆแต่ถ้าเป็ ‘ปลุกใจเสือป่า’ ล่ะก็ไม่แน่
“ขายไปแล้วครับพี่” ผู้เล่นท่าทางจะอายุยังน้อยตอบกลับมา
“ขายไปเท่าไรครับขอโทษนะครับถ้าไม่สะดวกบอกก็ไม่เป็ไร” แทนตีหน้าเป็คนสุภาพ
“สองแสนครับพี่ เดี๋ยวผมจะรีบไปซื้อการ์ดแม่ม่ายแมงมุมดำครับ” ผู้เล่นคนนั้นบอกกับแทน “พี่มีไหมครับการ์ดแม่ม่ายแมงมุมดำระดับเจ็ดดาว”
แทนส่ายหัวพร้อมกับยกมือขอบใจข้อมูลที่ได้เขาหันหลังกลับไปแล้วเดินตามหาเอ็ดเวิร์ด และไม่นานนักเขาก็เจอกับเป้าหมาย
แทนตามสะกดรอยอยู่เกือบชั่วโมงหลังจากนั้นก็พบว่าผู้ชายที่เขาตามอยู่เดินเข้าไปยังร้านหนึ่งแต่ร้านนี้ไม่เหมือนร้านอื่น รายการของที่จะขายไม่มีสักชิ้น แถมไม่มีคนอยู่อีกด้วยแต่เมื่อเอ็ดเวิร์ดเดินเข้าไปแล้วเขากำลังยุ่งอยู่กับอะไรบางอย่างหลังจากนั้นไม่นานรายการของต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในรายการขาย
หนึ่งในนั้นเป็การ์ดพยัคฆ์เผือกราคา 350,000 กิล
“ตบเด็กนิ่มเชียวนะเ้าเอ็ดเวิร์ด” แทนพูดพร้อมกับแตะยิ้ม
เขาเปิดประตูเดินเข้าไปในร้านของเอ็ดเวิร์ดทันทีชายเ้าของร้านมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจแต่ด้วยความมีพร์ด้านมนุษยสัมพันธ์ทำให้รีบยิ้มให้แทนทันที
“อ่าว...นายนั่นเอง มาคุยราคาของกันเถอะ ถ้าให้ได้พี่จะให้”
“ราคาของไม่ต้องคุยหรอก มาคุยราคาอนาคตกันดีกว่า” แทนพูดขึ้นมันทำให้คิ้วของคนที่อยู่ตรงหน้าขมวดนิดๆ
“ไม่ธรรมดาเลยนะนายน่ะ...” เขาว่า “มีอะไรมาเสนอล่ะ” เอ็ดเวิร์ดรู้ทันทีว่าเจอพวกที่มีฝีมือด้านนี้ด้วยกันเข้าแล้ว
“จากที่ผมดู พี่น่าจะเป็คนเก็บของถูกมาขายแพงใช่ไหมล่ะอย่างการ์ดพยัคฆ์ขาวนั่นก็ได้มาแค่ราคาสองแสนอย่างการ์ดแมงมุมของผมพี่ซื้อแสนหนึ่งน่าจะปล่อยได้แสนห้า” แทนเริ่ม
เอ็ดเวิร์ดเลิกคิ้วสูง “โอ้...ขยันหาข้อมูลนะ”
“ผมมีข้อเสนอ” แทนพูดพร้อมหยิบการ์ดใบหนึ่งยื่นให้เอ็ดเวิร์ดดู...การ์ดระดับ10 ดาว ัมิติไอเซนเกอร์
“ไม่ธรรมดาจริงๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับใช้มือลูบไปที่ปลายคางตัวเอง
“ปาร์ตี้ผมกับเพื่อนจะลุยกันจนได้ของหายากกว่านี้อีก” แทนพูด
“แล้ว...?” คู่สนทนาถามกลับ
“เรา้าคนปล่อย และซื้อของ เพราะพวกเราไม่ว่างมาตั้งร้าน อย่างพี่นี่น่าจะชอบค้าขายมากกว่าชอบมองดูเลเวลจำนวนเงินมากกว่าจำนวนเลเวลจริง ตอนนี้น่าจะเลเวลไม่เกินสิบห้าแถมที่สำคัญไอ้สิบห้าเลเวลที่ได้มาก็เพราะพาสาวไปเก็บเลเวล” แทนพูดวิเคราะห์เป็ฉากๆ
คราวนี้เอ็ดเวิร์ดถึงกับตาโตถึงมันจะไม่ถูกไปเสียหมดก็เถอะ แต่ก็มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ตรงเผง “โฮะ...มีสกิลหมอดูเรอะ...แม่นนี่”เขาพูดกลั้วหัวเราะ “จริงๆ ต้องเน้นว่าสาวสวยพาสาวสวยไปเก็บเลเวล ถ้าสวยนะ...เท่าไรเอ็ดเวิร์ดก็ทุ่ม”
“เอางี้สิ...ต่อไปพวกผมส่งของให้พี่ไปปล่อยต่อ ราคาเราจะมาตกลงกันแล้วทุกอย่าง...ย้ำว่าทุกอย่างที่จะขายให้พี่จัดการพวกการ์ดราคาธรรมดาขายแล้วค่อยจัดการเงินมา ส่วนการ์ดที่หรูมากจริงๆเราคุยกันอีกที” แทนบอกข้อตกลงที่อยู่ในใจเขาออกมา
คู่สนทนาของเขาดูท่าจะสนใจอยู่ไม่น้อย “นายเชื่อใจฉันเรอะถ้าล๊อตแรกฉันชิ่งนายจะทำยังไง” เขาถาม
“พี่ก็แค่จะอดการ์ดที่หรูกว่าในล๊อตต่อไปของแค่นี้ถ้าซื้อความเป็พ่อค่ามือโปรของคนคนหนึ่งได้ผมก็ยอมไม่ได้มากมายอะไรถ้าเทียบกับอนาคตข้างหน้า” ชายหนุ่มตอบเสียงเข้ม
เอ็ดเวิร์ดนิ่งไปพักหนึ่งแต่ในที่สุดเขาก็ยื่นมือออกมา “ตกลง...” เขายิ้ม
แทนกระตุกยิ้มก่อนจะเดินไปจับมือกับเขา “ยินดีที่ได้ร่วมมือกันผมสัญญาว่าพี่จะได้เลื่อนเข้าไปค้าขายในเมืองใหญ่ๆ สาวเยอะๆและแน่นอนพี่จะไปไหนที่โหดๆ พวกผมจะจัดการพาไป”
“ได้ใจว่ะไอ้น้อง” เอ็ดเวิร์ดว่า “ใช้อาวุธสายไหนล่ะ” เขาถาม
แทนขมวดคิ้วแต่ก็ตอบออกไป “หน้าไม้กับธนู”เขาพูด
“แป๊บ...! แป๊บ...!” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมยกนิ้วชี้ขึ้น้าเขาเปิดหาของอะไรสักอย่างที่อยู่ในที่เก็บของและเมื่อเขาหาเจอก็ยื่นมันออกมาให้แทน
การ์ดคันศรแห่งเทพา...
“แลกกับการ์ดแมงมุม” เอ็ดเวิร์ดพูดติดยิ้ม
แทนมองดูการ์ดที่ยื่นมาแล้วก็ต้องประหลาดใจ “พี่! ของผมมันเจ็ดดาวเอง แต่การ์ดธนูนี่มันการ์ดแปดดาวนะพี่แล้วดูจากเอฟเฟคก็ไม่น่าจะราคาถูก” แทนพูดเสียงดัง
“ถ้าไม่มีของดีๆ ใช้ แล้วน้องจะหาของจากที่โหดๆ มาให้พี่ได้ยังไงกัน”เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมรอบยิ้ม
แทนยื่นมือไปจับกับคนที่ให้อาวุธใหม่กับเขามา “รับรองว่าการลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่า”เสียงเขาหนักแน่น และหลังจากนั้นก็มีข้อความแจ้งมาที่ด้านหน้าของแทน
ผู้เล่น สมโชค้าเป็เพื่อนกับคุณ...
แทนหันไปมองข้างหลังว่าใครกันแน่ที่กำลังยื่นขอเป็เพื่อนกับเขาแต่ก็มองไม่เห็นใคร แต่เมื่อเขาหันกลับมาก็เห็นเอ็ดเวิร์ดยืนยิ้มแห้งๆ อยู่
“อย่าบอกนะว่าสมโชคนี่...” แทนเอื้อนเสียง
“ก็เกมนี้มันดันเปลี่ยนชื่อไม่ได้นี่นา...” เสียงตอบกลับมาแบบเซ็งๆแทนหัวเราะออกมาก่อนจะกดยอมรับ หลังจากนั้นทั้งสองก็โบกมือลาแทนออกมาจากร้านของเอ็ดเวิร์ด เขามุ่งหน้ากลับไปหาบลานซ์
แทนเดินหน้ายิ้มกลับไปยังสเฟียร์ที่บลานซ์รออยู่ แต่เมื่อเขามาถึงก็เห็นนิกกี้เข้ามาในเกมอีกครั้งเธอกำลังดูของที่แทนตั้งขาย
“นายนี่ก็หาของได้เร็วเหมือนกันนะ” เธอทักขึ้นส่วนแทนพยักหน้า“ฉันมีของอีกเพียบเลยแต่ไม่มีเวลาขาย เอ่อ...เอาจริงๆ ดีกว่าฉันี้เีขายน่ะ”
“ชอบสร้างแต่ไม่ชอบขายว่างั้น” แทนว่า
“ตามนั้น” นิกกี้พูดพร้อมทำมือรูปปืนเล็งมาที่แทน
“ของขายได้สองสามใบนะหลังจากนายไป” บลานซ์บอกกับแทน
“ฉันมีคนจัดการขายของให้แล้วล่ะ พวกเราไม่ต้องมานั่งเสียเวลา ฉันรู้ว่าไม่มีใครชอบการขายของ”แทนพูด “แถมบางคนยังไม่มีพร์ด้านนี้สุดๆ”เขามองไปที่บลานซ์ ซึ่งถูกตอบกลับมาด้วยสายตาไม่ยอมรับ
“ใคร...” นิกกี้ถามอย่างสงสัย “ไว้ใจได้ไหม”
“เอ็ดเวิร์ด” แทนตอบสั้นๆ
“เอ็ดเวิร์ด!?” บลานซ์ทำตาโต “ผู้ชายแต่งตัวหรูๆคนนั้นน่ะนะ ท่าทางไม่น่าไว้ใจ”
“ถ้าเป็เอ็ดเวิร์ดที่ฉันคิดนี่...เื่นี้ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”นิกกี้พูดพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด “คนใสชุดหรูๆเดินดูของไปมาในตลาดนี่ใช่ไหมล่ะ”
“เธอรู้จัก?” แทนเลิกคิ้วสูง
“ใครๆ ก็รู้จักตาลุงนั่น”
“ลุงกันเลยทีเดียว...” แทนว่า
“แก่กว่าพวกเราเกือบสิบปี แถมยังกวนประสาทอีก” นิกกี้พูด
“เขาเป็ใคร” บลานซ์กอดอกถาม
“พ่อค้ามีชื่อของเมืองนี้แหละ ชอบจีบสาว ไม่สนเลเวล ไม่สนการต่อสู้ชอบแต่ค้าขาย ว่ากันว่าตานี่ตอนนี้น่าจะรวยที่สุดในเมืองนี้” นิกกี้อธิบาย “และเื่ขึ้นชื่อของเขาเลยก็คือ...คำไหนคำนั้น”
“ถ้าจริงนี่เยี่ยมเลย” บลานซ์ว่า “เอ๊ะ...แล้วอยู่แต่เมืองนี้ก็มีแค่ของระดับเริ่มต้นสิ ถ้านานๆ ไปเวลาเราต้องใช้ของแพงๆหรือจะขายของแพงๆ ล่ะ”
“เดี๋ยวตานั่นก็ไปเมืองใหญ่ ที่นั่นสาวๆ เยอะจะตาย” นิกกี้พูดพร้อมกับส่ายหัวไปมา“ไอ้เ้านี่ขี้หลีสุดๆ ชอบมาจีบฉันด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขี้หลีสุดๆ จริงๆ แล้วล่ะ ขนาดเธอก็ไม่เว้นเนี่ย” แทนแกล้งพูดพร้อมกับมองไปที่นิกกี้
“ระดับฉันนี่หนุ่มเข้าแถวรุมจีบย่ะ” หญิงสาวกระแทกเสียงหลังจากนั้นทั้งสามก็คุยกันสนุกสนาน ตามด้วยจัดเด็คของตัวเองให้พร้อมที่สุดสำหรับวันพรุ่งนี้และเมื่อเวลาผ่านไป ก่อนจะออกจากเกมเสียงหนึ่งก็พูดขึ้น
“แหม...พวกเรานี่ท่าจะเป็แก๊งว่างงานนะ ว่าจะออกไปนานๆ แต่แป็บเดียวก็กลับมากันละ”บลานซ์พูดขึ้น ทำให้นิกกี้กับแทนยิ้มให้เขา
ในที่สุดเช้าวันรุ่งขึ้นก็มาถึง...
เมื่อแทนเข้าเกมมาก็พบว่าบลานซ์กับนิกกี้รออยู่ที่ร้านของนิกกี้แล้ว
“นึกว่าจะมาสายอีก” นิกกี้ทักขึ้น
แทนเดินสบายอารมณ์เข้ามาทักเพื่อนของเขา “ก็วันนี้จะได้เข้างานประลองตื่นเต้นๆแล้วนี่ น่าสนุกจะตาย” เขาว่า
“แต่ต้องระวังเื่แพ้นะ” นิกกี้พูดต่อ
“ทำไมล่ะ” แทนถาม
“ครั้งนี้การประลองใช้กฎถ้าแพ้ยกทีมเมื่อไรฝ่ายที่ชนะจะได้เลือกการ์ดสามใบจากเด็คของทีมที่แพ้” นิกกี้ว่า
แทนตาโตเมื่อได้ยิน “สามใบ!” เขาเสียงดัง“แหม...จะเลือกใบไหนดีน้า” เขาทำหน้าดีใจ
นิกกี้มองแทนอย่างขำๆ “นี่นายไม่คิดถึงแพ้เลยรึไง” เธอถาม
แทนส่ายหัวไปมาหลายรอบ “ไม่อ้ะ...” เขาตอบอย่างมั่นใจ
บลานซ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ไปที่สนามกันเถอะน่าจะอีกไม่นานแล้วล่ะ”
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ออกเดินไปยังโคลอสเซียมสถานที่ซึ่งจะเกิดศึกชิงการ์ดแอเรียของปราสาทแห่งมหานครคัลเดีย..
ผู้คนมากมายมาที่โคลอสเซียม ส่วนใหญ่ก็เป็ผู้ชมและมีจำนวนสามสิบสองทีมหรือเก้าสิบหกคนที่เป็ผู้เข้าแข่งขันการประลองที่ทีมของผู้แพ้จะถูกยึดการ์ดไปถึงสามใบ...
พวกของแทนไปยืนยันการลงแข่งอีกครั้งและก็มีคำถามจากผู้ดำเนินการแข่งขัน “พวกคุณจะใช้ชื่อทีมอะไรคะ” พนักงานหน้าตาระเบียบจัดสวมแว่นทรงรีถาม
พวกแทนหันมองหน้ากันทันที “อะไรดีล่ะ” แทนถามขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว “เซนต์การตั้งชื่อฉันไม่ค่อยจะดีเท่าไร”แทนพูดเมื่อนึกถึงครั้งที่โดน Npc เข้าเกมว่าตอนจะตั้งชื่อ
“ฉันก็ไม่รู้แฮะ...” บลานซ์ว่า
“ต้องมีชื่อทีมนะคะ” พนักงานเร่ง
“เอาอะไรดีล่ะ... ฉันก็ยังนึกไม่ออก” นิกกี้ทำท่าครุ่นคิด
“ไอ...” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของแทน“ไอเซนเกอร์ไงคะมาสเตอร์ ชื่อแอเรียของเรา” เสียงของไอ ภูตประจำแอเรียของแทนปรากฏตัวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไอเซน...เกอร์” เสียงแทนพูดขึ้นทั้งนิกกี้และบลานซ์หันมามองพร้อมทำหน้าพอใจ
“ไอเซนเกอร์รึ ฉันชอบนะ มีชื่อไอด้วย เธอก็เป็หนึ่งในทีมของเรา” บลานซ์พูดพร้อมกับยิ้มให้ไอภูตประจำการ์ดแอเรียที่มีเพียงคนในปาร์ตี้เท่านั้นที่จะมองเห็น
“ฉันก็ชอบ...” นิกกี้พยักหน้า
“ไอเซนเกอร์ครับ” แทนหันไปย้ำกับพนักงาน
“ช่วยเขียนด้วยค่ะ” เธอพูดพร้อมเรียกหน้าจอใส่ข้อมูลออกมาให้แทนและเมื่อแทนใส่ชื่อเรียบร้อยแล้ว เธอก็บอกหมายเลขทีมในที่สุด
ทีมที่ 31...ทีมก่อนทีมสุดท้ายหนึ่งทีม...
“กลุ่มดี” พนักงานหญิงคนนั้นว่า “กรุณาตามดิฉันมาที่ห้องพักผู้เข้าแข่งขันค่ะ” เธอพูดพร้อมกับเดินนำและเมื่อถึงห้องพักที่ว่า พวกของแทนก็เข้าไปเตรียมตัวอยู่ในนั้น
“เราจะขอเริ่มการแข่งขันในไม่ช้า!” เสียงประกาศดังขึ้นการต่อสู่ในโคลอสเซียมขนาดใหญ่จะเริ่มรอบแรกโดยแข่งพร้อมกันทีละสี่คู่และในรอบสองจะแข่งขันทีละสองคู่ ส่วนรอบต่อๆไปจนกระทั่งรอบชิงชนะเลิศจะแข่งกันทีละหนึ่งคู่เท่านั้น
เวลาผ่านไป...สามกลุ่มแรกได้ผู้เข้ารอบไปเรียบร้อยในที่สุดก็มีถึงกลุ่มดี กลุ่มของแทนและพรรคพวก รายชื่อทีมที่จะต้องลงสนามถูกประกาศและชื่อที่ดังขึ้นในตอนนี้ก็ทำให้พวกแทนลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“ไอ...เซน....เกอร์!” เสียงเรียกชื่อทีมของพวกเขาดังก้อง...