บทที่ 31 เป็นศัตรูกันตลอดไป
อาจารย์ชิวได้มอบการบ้านเมื่อวานนี้ ให้ฝึกเขียนอักษรตัวใหญ่หนึ่งแผ่น
ซูจือจือจำคำกำชับของอู่อิงเหนียงได้ว่าต้องตั้งใจทำการบ้านให้ดี นางจึงตั้งอกตั้งใจเขียนจนเต็มหนึ่งแผ่น
อีกทั้งกู้ชิงหนิงยังบอกว่า หากอาจารย์ตรวจพบว่าไม่ได้ทำการบ้านจะต้องถูกลงโทษ
นางเดินเข้าหอเถาหลี่พร้อมกับกู้ชิงหนิง นำการบ้านออกมาเพื่อรอให้อาจารย์ตรวจ
ในตอนนั้น โจวเสี่ยวเมิ่งเดินเข้ามา ในมือถือจานน้ำหมึก เมื่อเดินมาถึงข้าง ๆ ซูจือจือ จู่ ๆ ก็เซถลาราวกับยืนไม่มั่นน้ำหมึกในมือสาดกระจายลงบนโต๊ะของซูจือจือทั้งหมด
ซูจือจือมือไวตาไวรีบดึงกู้ชิงหนิงถอยหลบ แต่เสื้อผ้าก็ยังถูกน้ำหมึกกระเด็นใส่
แผ่นอักษรที่เขียนเสร็จแล้วบนโต๊ะถูกน้ำหมึกชุ่มจนเละเป็นก้อน น้ำหมึกสีดำไหลหยดลงมาตามขอบโต๊ะ
"ซูจือจือ เมื่อครู่เจ้าเอาเท้าขัดข้าทำไม?"
โจวเสี่ยวเมิ่งกลับมาโทษนาง คางแหลมของนางดูราวกับจะแทงทะลุแขนคนได้
ซูจือจือหยิบมุมแผ่นอักษรขึ้นมา เห็นว่าตัวอักษรบนแผ่นถูกน้ำหมึกปกคลุมจนมองไม่เห็นสภาพเดิม
ซูจือจือ "ข้าไม่ได้ขัดขาเจ้า เจ้าต่างหากที่ตั้งใจสาดน้ำหมึกทำลายแผ่นอักษรของข้า"
โจวเสี่ยวเมิ่งเชิดคางสูงขึ้นไปอีก เสียงก็ดังขึ้นด้วย
"เจ้ามีหลักฐานหรือไม่? เมื่อครู่ผู้ใดเห็น?"
โจวเสี่ยวเมิ่งเอ่ยจบ เสียงหัวเราะของหลี่เสาเอ๋อร์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"พวกเราเห็นกันทั้งหมด ชัดเจนว่าซูจือจือยื่นขาออกมาขัดเสี่ยวเมิ่ง"
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ พากันเห็นด้วย
"ใช่แล้ว พวกเราเห็นชัดเจน"
"ซูจือจือ เจ้าไม่ได้ทำการบ้านใช่หรือไม่ จึงตั้งใจหาข้อแก้ตัวโยนความผิดให้เสี่ยวเมิ่ง"
"รีบขอโทษเสี่ยวเมิ่งเดี๋ยวนี้!"
หลี่เสาเอ๋อร์อายุเพียงเจ็ดขวบ แต่แววตาของเด็กเจ็ดขวบก็สามารถแสดงความยโสโอหังในยามรังแกผู้อื่นได้
นางจ้องมองซูจือจืออย่างท้าทาย
"หากเจ้ามีความสามารถ ก็ไปฟ้องอาจารย์สิ"
ซูจือจือกวาดตามองผู้คนที่อยู่ในที่นั้นรอบหนึ่ง นางหันไปถามกู้ชิงหนิงอย่างสงบ
"ชิงหนิง พวกนางรังแกเจ้าเช่นนี้มาตลอดหรือ?"
กู้ชิงหนิงจับมือซูจือจือไว้ กัดริมฝีปากจนซีดขาว สีหน้าก็ซีดเผือด
นางพยักหน้า ดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอ
"จือจือ บอกอาจารย์ไปก็ไร้ประโยชน์"
เพราะหลี่เสาเอ๋อร์กับพวกนางจะต้องรีบฟ้องร้องก่อน แสร้งทำตัวสุภาพเรียบร้อยต่อหน้าอาจารย์ แล้วกลับมากล่าวหากู้ชิงหนิงว่าไม่ทำการบ้าน ยังโกหกใส่ร้ายเพื่อนร่วมชั้นอีก
สุดท้ายก็จะถูกหลี่เสาเอ๋อร์กับพวกพ้องของนางรังแกหนักกว่าเดิม
ซูจือจือเข้าใจดี จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ
โจวเสี่ยวเมิ่งเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันอยู่ด้านหลัง
"นางคงจะร้องไห้ไปฟ้องอาจารย์แน่เลย ฮ่า ๆ ๆ..."
"อู้ฮู...น่าสงสารจริงๆ ฮ่าๆๆ..."
เสียงหัวเราะของนางยังไม่ทันจบ ก็เห็นซูจือจือพุ่งเข้ามาจากนอกประตู เร็วจนเห็นเพียงเงาร่างพร่าเลือน
โครม!
น้ำสกปรกครึ่งถังสาดลงบนโต๊ะของโจวเสี่ยวเมิ่ง แผ่นฝึกคัดอักษรของนางเละเทะในพริบตา
โจวเสี่ยวเมิ่งไม่ทันตั้งตัว อาภรณ์และรองเท้าถูกน้ำกระเซ็นจนเปียกโชกไปทั้งตัว
ถังน้ำใบนี้เป็นน้ำที่ผู้รับใช้เช็ดถูพื้นในสำนักศึกษามาแล้ว มีกลิ่นเหม็น ทั้งยังมีเศษฝุ่นลอยอยู่ในนั้น
หลี่เสาเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลังต่างตกใจ
แม้พวกนางจะเคยรังแกผู้อื่นมามากมาย แต่ก็ไม่เคยเห็นเพื่อนร่วมชั้นคนใดกล้าหยิบถังน้ำมาสาดใส่ผู้อื่นในโรงเรียน
ตั้งแต่โจวเสี่ยวเมิ่งติดตามหลี่เสาเอ๋อร์มา นางมีแต่รังแกผู้อื่นไม่เคยถูกรังแกเลยสักครั้ง
นางใช้มือปาดน้ำบนโต๊ะ โกรธจนตาแดงก่ำ
"ซูจือจือ เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสาดน้ำใส่โต๊ะข้า?!"
ซูจือจือยังคงสีหน้าเรียบเฉย
"ตอนนี้พวกเราไม่มีการบ้านส่ง ทุกคนต้องถูกลงโทษแล้ว"
โจวเสี่ยวเมิ่งร้องเสียงแหลม "เจ้าพูดเหลวไหล! ข้าเขียนมาแล้ว"
"พวกนางเป็นพยานได้!" โจวเสี่ยวเมิ่งหันไปมองหลี่เสาเอ๋อร์ขอความช่วยเหลือ
หลี่เสาเอ๋อร์เพิ่งได้สติจากความตกตะลึง ร้องตะโกนขึ้นว่า
"ใช่! พวกเราเป็นพยานได้!"
ซูจือจือ "แม้จะมีพยานก็ไร้ประโยชน์ เมื่อท่านอาจารย์มาตรวจสอบ หากไม่มีก็คือไม่มี"
โจวเสี่ยวเมิ่งทั้งโกรธทั้งตกใจ รีบเข้ามาจะคว้าตัวซูจือจือ
แม้ซูจือจือจะดูตัวเล็กแต่กลับมีแรงมาก เพียงเตะเท้าเดียวก็ส่งโจวเสี่ยวเมิ่งล้มลงกับพื้น
"เจ้าอยากต่อสู้กับข้าหรือ?"
โจวเสี่ยวเมิ่งนั่งอยู่บนพื้นร้องไห้โฮออกมา
"ฮือ...เจ็บ...ข้าจะไปฟ้องท่านอาจารย์..."
ซูจือจือเห็นชายเสื้อปรากฏที่ประตูจากหางตา
"ท่านอาจารย์มาแล้ว เจ้าสามารถฟ้องได้เดี๋ยวนี้เลย"
อาจารย์ชิวเพิ่งมาถึงประตูโรงเรียน ก็ได้ยินเสียงร้องไห้อึกทึก ภายในห้องวุ่นวายไปหมด
"เกิดอะไรขึ้น?"
หลี่เสาเอ๋อร์ฉวยโอกาสชี้ไปที่ซูจือจือ
"ท่านอาจารย์ชิว ซูจือจือสาดน้ำใส่ผู้อื่นแถมยังตีคน ทำให้โจวเสี่ยวเมิ่งร้องไห้"
ท่านอาจารย์ชิวขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึม
"ซูจือ เจ้าสาดน้ำใส่ผู้อื่นหรือไม่?"
ซูจือจือเดินไปหน้าอาจารย์ชิว
"ท่านอาจารย์ชิว ข้าสาดน้ำจริง และต่อไปข้าก็อาจจะสาดอีก"
อาจารย์ชิวเอ่ยถาม "เหตุใดเจ้าจึงสาดน้ำใส่เพื่อนร่วมชั้น?"
ซูจือจือหยิบแผ่นฝึกคัดอักษรที่เปื้อนน้ำหมึกของตนให้อาจารย์ชิวดู
"โบราณกล่าวไว้ว่า มารยาทต้องตอบแทน โจวเสี่ยวเมิ่งสาดน้ำหมึกใส่ข้า ข้าก็สาดน้ำใส่นาง นางจะตีข้า ข้าก็ตีนางคืน"
"ต่อไป ใครในโรงเรียนกล้ารังแกข้า ข้าก็จะรังแกกลับ"
นางพูดตรงไปตรงมา ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกหรือละอายแต่อย่างใด
นางเติบโตบนภูเขา แต่ก่อนนอกจากขงหวู่และเซวียเช่อก็ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ไม่มีใครเคยสอนนางว่าควรทำอย่างไรเมื่อถูกเพื่อนรังแก
แต่ซูจือจือเคยเห็นชาวบ้านฆ่าสัตว์ป่าและจับโจรร้าย
นางจดจำหลักการหนึ่งได้ ใครก่อเรื่องคนนั้นต้องรับผล
นางที่อยู่เชิงเขาเฮยเฝ่ยยังกล้าขวางโจรใหญ่ จะกลัวอะไรกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ตรงหน้า
เหล่าศิษย์ร่วมชั้นในโรงเรียนต่างตะลึงงันราวกับรูปปั้น
อาจารย์ชิวจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ถอนหายใจแล้วกล่าว
"จือจือ 'มารยาทต้องตอบแทน' ไม่ได้ใช้เช่นนี้ สิ่งนี้เรียกว่า 'ยืมหอกสนองคืน'"
ซูจือจือเงยหน้ามองด้วยความสับสน
อาจารย์ชิวทำหน้าเคร่งขรึมมองไปที่ซูจือจือและโจวเสี่ยวเมิ่งที่กำลังร้องไห้โฮ แล้วกล่าวว่า
"วันนี้พวกเจ้าทั้งสองก่อความวุ่นวาย ต้องไปยืนทบทวนความผิดหน้าประตู"
"เจ้าค่ะ"
กล้าทำกล้ารับ ซูจือจือหยิบข้าวของเดินออกไปและยังไม่ลืมที่จะลากโจวเสี่ยวเมิ่งที่กำลังสะอื้นไห้ขึ้นมาจากพื้นแล้วลากออกไปด้วย
แม้โจวเสี่ยวเมิ่งจะสูงกว่าซูจือจือครึ่งศีรษะ แต่ต่อให้ดิ้นรนเท่าไหร่ก็สู้ซูจือจือไม่ได้
แสงอาทิตย์ยามเที่ยงจ้าจนแสบตา
ป้ายชื่อหอเถาหลี่ถูกแสงส่องจนเป็นประกาย
ใต้ป้ายชื่อนั้นมีซูจือจือที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นยืนอยู่ พร้อมกับโจวเสี่ยวเมิ่งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา
โจวเสี่ยวเมิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงแค้นเคืองอย่างแผ่วเบา
"ซูจือจือ พวกข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ พวกข้ามีคนมากกว่าและยังมีหลี่เสาเอ๋อร์อีก ต้องมีสักวันที่เจ้าต้องร้องไห้"
ซูจือจือชำเลืองมองนางด้วยหางตา
"ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ปล่อยพวกเจ้าเช่นกัน ในหมู่บ้านของพวกข้ามีคนมากกว่า อีกทั้งยังมีเหยี่ยว มีงู มีเสือ มีเห็ดพิษและแมลงมีพิษ แค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ทำให้เจ้าตายได้แล้ว"
มุมปากของโจวเสี่ยวเมิ่งเบะคว่ำลง กลัวจนร้องไห้อีกครั้ง
เสียงอ่านหนังสือดังมาจากด้านในประตู
เหล่าศิษย์กำลังอ่านบทกวี 'มู่กวา' เสียงดัง
"ท่านมอบลูกท้อแก่ข้า ข้าตอบแทนด้วยหยกอันล้ำค่า มิใช่เพียงตอบแทนแต่เพื่อเป็นมิตรตลอดไป"
"ท่านให้ลูกพลัมแก่ข้า ข้าตอบแทนด้วยหยกเนื้อดี มิใช่เพียงตอบแทนแต่เพื่อเป็นมิตรตลอดไป..."
กู้ชิงหนิงที่ข้างหน้าต่างฉวยจังหวะที่อาจารย์ไม่ทันสังเกต แอบส่งลูกอมชิ้นเล็กให้ซูจือจือ
"จือจือ เจ้าเก่งจริง ๆ"
นางทำปากขมุบขมิบพูดโดยไม่มีเสียง ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
ซูจือจือรับลูกอมใส่ลงในกระเป๋าเสื้อ เงยหน้ามองดอกท้อที่ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากต้นที่อยู่หน้าประตู
กลีบดอกไม้ปลิวมาติดเส้นผมของนาง นางส่ายหน้าไปมาพลางแต่งบทกวีขึ้นมา
"เจ้าสาดน้ำหมึกใส่ข้า ข้าจะตอบกลับด้วยน้ำสกปรก มิใช่เพียงการแก้แค้นแต่จะเป็นศัตรูกันตลอดไป"