ไม่ใช่เพียงท่านมหาเทพทั้งสามเท่านั้นที่ตกอกใกับความพร้อมใจโดยไม่ได้นัดหมายของเซียนหนุ่มสาวเหล่านี้ เทพหรือเซียนส่วนใหญ่ต่างก็พากันงุนงงกับความคิดจะลงโทษตัวเองครั้งใหญ่ของเซียนหนุ่มสาวเยาว์วัยกันทั้งสิ้น
“พวกเ้าจะถูกริบเอาการบำเพ็ญเพียรทั้งหมดแล้วกลายเป็มนุษย์ปุถุชนธรรมดากันนะ ์กับมนุษย์ตัดขาดกันไปแล้ว หากเราส่งพวกเ้าลงไปทั้งที่ยังคงสภาพเป็เซียนอาจสร้างความปั่นป่วนในแดนมนุษย์เบื้องล่างให้กลับคืนมา ตัดสินใจให้ดีก่อน” มหาเทพฮ่าวเทียนจำต้องเตือนสติเหล่าเซียนหนุ่มสาวอีกรอบ
“เช่นนั้นข้าขอถามคำถามหนึ่งขอรับ หากว่าเราสามารถบ่มเพาะพลังและบำเพ็ญตนจนได้เป็เซียนกันอีกครั้งเล่า? พวกเรายังจะมีโอกาสกลับมายังแดน์ได้หรือไม่ขอรับ” หลวนหลงเอ่ยถามอย่างชาญฉลาด
“นั่นมัน..” มหาเทพทั้งสามรีบหันหน้าเข้ามาประชุมกันโดยเร็ว
ครั้งก่อนที่์ มนุษย์และปีศาจแยกออกจากกันก็เพราะาการแย่งชิงอำนาจในสามภพอันยาวนาน การสูญเสียไพร่พลทั้งสามดินแดน ทำให้ต่างฝ่ายต่างเลิกรากันไปเองและแยกกันอยู่อย่างสงบมาหลายหมื่นปีโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ
ทางแดนมนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดนั้นย่อมไม่ใช่ปัญหา เมื่อแดน์ไม่ส่งเทพหรือเซียนลงไปให้ความหวังพวกเขาก็ใช้ชีวิตกันตามปกติไป ส่วนแดนปีศาจเมื่อไม่เห็นว่าฝ่ายตนถูกคุกคาม หรือถูกแย่งชิงพื้นที่ตรงกลางในแดนมนุษย์ก็ไม่เข้ามาวุ่นวายเช่นกัน
“เราไม่ได้ส่งเทพลงไป พวกเขาจะกลายเป็มนุษย์ธรรมดา เช่นนี้แดนปีศาจก็ไม่มีข้ออ้างจะเข้ามารุกรานแดนมนุษย์เพื่อแย่งชิงพื้นที่ แต่หากคนเหล่านี้สามารถบ่มเพาะจนถึงระดับเซียนได้ก็ไม่ผิดหากเราจะรับเขากลับมาแดน์มิใช่หรือ” มหาเทพฮ่าวเทียนออกความเห็น
“เวลาผ่านมาเนิ่นนานแดนมนุษย์ดำเนินชีวิตกันอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ บางทีกาลเวลาคงทำให้มนุษย์หลงลืมไปแล้วว่าเคยมีเทพมีปีศาจ ตำราหรือหนทางจะฝึกฝนบ่มเพาะพลังอาจจะเสียหายและถูกลบเลือนจากความทรงจำไปจนหมดสิ้นแล้วก็เป็ได้ ข้าว่าการกลับมาแดน์ของพวกเขาเป็เื่ยาก หรือหากมันจะเกิดขึ้นก็คงอีกนานเลยทีเดียว” มหาเทพมู่ซีมองไม่เห็นความสำเร็จของเหล่าเซียนที่กำลังจะลงไปเลยสักทาง
“อีกนานหรือ? ข้าว่าเื่นี้น่าสนใจ” ใบหน้าและถ้อยคำที่แฝงไว้ด้วยความเ้าเล่ห์ของมหาเทพสิงเทียนทำให้สองมหาเทพต้องเบิกตาโพลง
“ใช่แล้ว ปัญหาของพวกเราก็คือบนแดน์มีเซียนอาศัยอยู่มากเกินไป เมื่อพวกเขาสำเร็จบรรลุเข้าสู่ขั้นเทพพวกเราก็รับมือเอาไว้ได้ไม่หมด ไม่สู้ปล่อยให้พวกเขาไปใช้เวลาบ่มเพาะในแดนมนุษย์ให้นานสักหน่อย พวกเราจะได้มีเวลาได้จัดการระเบียบบนแดน์กันอีกสักรอบ!!!”
“ช้าก่อน! เช่นนี้เท่ากับเราผลักไสพวกเขาไปหรือไม่ ข้ากำลังรู้สึกผิดอยู่นะ"
“เราบอกความจริงพวกเขาไปแล้วนี่นา การตัดสินใจของพวกเขาหาใช่พวกเราบังคับ”
ปรึกษากันอยู่นานในที่สุดมหาเทพทั้งสามก็ตัดสินใจได้
“เราสามคนยังยืนยันคำเดิม เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงกฎในการยึดพลังของพวกท่าน แต่หากพวกท่านสามารถบ่มเพาะจนถึงขั้นเซียนได้ แดน์ก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกท่านให้กลับมาเสมอ”
ได้ยินการยืนยันเช่นนี้เหล่าเซียนทั้งหลายก็ยิ่งมีความมั่นใจยิ่งกว่าเดิม พวกเขาจะไม่ถูกลบความทรงจำนั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถเริ่มการบำเพ็ญเพียรและฝึกฝนกันได้ใหม่โดยไม่ต้องมีผู้ใดสอนสั่งแม้จะถูกส่งลงไปอยู่ในแดนทุรกันดารไร้ญาติขาดมิตรก็ตามที
“อีกอย่างที่ข้าต้องเตือนพวกเ้า” มหาเทพมู่ซีตั้งใจจะประกาศคำเตือนสุดท้าย
“พวกเ้าคงมีความหวังว่าเหยาจีจะเพาะเมล็ดพันธุ์ท้อ์ที่แดนมนุษย์ได้สำเร็จสินะถึงได้กล้าที่จะเสี่ยง ข้าบอกไว้ก่อนว่า เมล็ดพันธุ์ท้อ์มิใช่ว่าอยากจะปลูกเมื่อใดก็ทำได้ ไม่เช่นนั้นบนเกาะแก้วของข้าคงมีท้อ์ขึ้นอยู่เต็มเกาะไปแล้ว แล้วหากมันจะสุกทุก 3,000 ปีตามเดิม ด้วยอายุขัยของมนุษย์ที่พวกเ้ามี ลงไปก็ยังไม่ได้กิน!"
คำกล่าวนี้สร้างความแตกตื่นให้ฝูงเซียนกลุ่มใหญ่ต้องถอยหลังกลับไปยืนที่เดิมของตน พวกเขาลืมคิดไปว่าท้อ์จะสุกทุก 3,000 ปีมิใช่หรือ!
แต่สำหรับหลวนหลง ผู้ที่คิดอยากจะไปเผชิญหน้ากับความท้าทายย่อมไม่ถอยหลังกลับอยู่แล้ว เขาหันมองไปรอบตัวก็ยังมีเซียนที่คุ้นหน้าคุ้นตาหลากหลายเพศและวัยที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเหมือนกับตนอีกนับ 1,000 คน คาดเดาว่าคนกลุ่มนี้ก็คงจะเบื่อหน่ายการบำเพ็ญเพียรเพิ่มอายุขัยเช่นเดียวกับตนเป็แน่
“หากพวกเ้าตัดสินใจกันดีแล้ว เราสามก็จะไม่รั้งเอาไว้ หลวนหลง! ข้าขอมอบเื่การตามหาเมล็ดพันธุ์ท้อ์ไว้กับเ้า ไม่ว่าภายหน้าจะเกิดเหตุการณ์เช่นไรก็ขอให้การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่เ้า ท่านเซียนทุกคนที่จะลงไปต้องสาบานยอมรับคำสั่งเสียนี้เพราะเดิมทีท้อ์ผลนั้นก็สมควรเป็ของหลวนหลงั้แ่ต้น”
มหาเทพมู่ซี้าผู้นำในการตัดสินใจ เพราะนางไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าหากเหยาจีเพาะปลูกท้อ์บนแดนมนุษย์ได้สำเร็จจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรกับผลท้อบ้าง มันอาจจะสุกเร็วให้ผลทุกวัน หรืออาจจะไม่มีผลออกมาเลย ทุกอย่างเป็ไปได้ทั้งหมด การป้องกันการแก่งแย่งทะเลาะกันเองควรจัดการเสียั้แ่แรก
“ตกลง พวกเรายินยอมให้คำสาบานขอรับ/เ้าค่ะ”
“ช้าก่อน!!” ผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวใหญ่มหึมากลายร่างเป็บุรุษหนุ่มใหญ่ผิวสีเข้มรูปร่างแข็งแรงกำยำ
ภาพนี้กระทบกระเทือนหัวใจของบรรดาท่านเซียนเข้าอย่างจัง ก่อนหน้านี้มีผีเสื้อเกล็ดแก้วสี่เสินกลายร่างเป็เด็กหนุ่มรูปงามสง่าผ่าเผยราวกับเทพบุตรมาคนหนึ่งแล้ว ต่อมาก็เป็ผีเสื้อสาวที่งดงามไร้ที่ติผู้มาแจ้งข่าว พวกเขาจับคู่ผีเสื้อเกล็ดแก้วแววใสกับบุรุษร่างั์ใบหน้าเหี้ยมเกรียมตรงหน้าผู้นี้ไม่ได้แม้แต่น้อย
“ข้าเชื่อว่าข้าจะหาทางตามหากับสี่เสินและเหยาจีได้ดีกว่าผู้อื่น ข้าสนิทสนมและจดจำกลิ่นอายของทั้งคู่ได้แม่นยำ อีกอย่างข้าเป็ผู้คัดเลือกท่านเซียนหลวนหลงมาด้วยตนเอง ข้าสมควรติดตามไปช่วยเหลือเขาขอรับท่านมหาเทพสิงเทียน” ฝูซีขยับขาเล็กน้อยครู่หนึ่งก็มายืนอยู่เื้ัหลวนหลงทำหน้าที่เป็ผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์
มหาเทพสิงเทียนนึกเสียดายทูต์ชั้นยอดอย่างฝูซีไม่น้อย แต่นั่นก็เป็ธรรมชาติของผีเสื้อเกล็ดแก้ว พวกเขาจงรักภักดีกับผู้ใดแล้วก็มักจะไม่เปลี่ยนแปลง
“ได้ ข้าอนุญาต ฝูซีเป็ทูต์อายุหลายหมื่นปีเลยทีเดียว เื่ราวอันใดในแดนมนุษย์ที่พวกเ้าไม่เคยรู้ก็ให้ถามจากเขา เซียนหลวนหลงเ้ามีทูต์ที่เยี่ยมยอดอยู่กับตัวแล้ว หวังว่าเ้าจะประสบความสำเร็จกับการตามหาเมล็ดพันธุ์ก็แล้วกันนะ”
ร่างของเซียนที่อาสาสมัคร ยืนล้อมรอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่เอาไว้ พวกเขาจำเป็ต้องแยกย้ายกันออกไปทั่วแดนมนุษย์และตกลงกันไว้ว่าหากผู้ใดพบเจอเหยาจีก็จะหาทางส่งสัญญาณถึงกัน มีเพียงทูต์ฝูซีคนเดียวเท่านั้นที่เกาะติดอยู่กับหลวนหลงไม่ห่างกาย
หลังจากหลวนหลงและฝูซีะโลงล่อเป็คู่แรก คนอื่น ๆ ก็พร้อมใจะโตามลงไปพร้อมกัน
……….
แดนมนุษย์
“เราสองคนดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดผิดแปลกไปจากเดิมแม้แต่น้อยเลยนี่นา” เหยาจีเดินหมุนไปรอบตัวสี่เสิน พร้อมกับก้มมองดูไปที่ร่างของตน แม้แต่ชุดสีชมพูกรุยกรายที่นางสวมใส่อยู่ก็ยังคงเป็ชุดเดิม
“แสดงว่าเราคงเริ่มต้นอายุขัยตามแบบของมนุษย์นับั้แ่ตอนนี้แล้วล่ะ” สี่เสินคาดเดาว่าตนเองน่าจะมีอายุราว 14 ปี ส่วนเหยาจีก็คงจะราว 12 ปี เท่านั้น
“ข้าบินไม่ได้แล้ว ท่านเล่าท่านกลับไปเป็ผีเสื้อได้หรือไม่?”
"ไม่ได้ ก็เราเป็มนุษย์แล้วนี่เหยาจี จากนี้ไปเ้าต้องจำไว้ว่าข้าเป็พี่ชายของเ้า หากพบเจุ์คนใดต้องบอกพวกเขาเช่นนั้นข้าจะได้ปกป้องเ้าได้”
สี่เสินอายุบนแดนสุขาวดีก็ราว 3 หมื่นปีเศษ แม้จะไม่รู้ว่าดินแดนมนุษย์ยามนี้เป็ไปอย่างไรบ้างแล้ว แต่เื่ราวของมนุษย์ที่เคยได้ยินได้ฟังมาจากท่านเทพทั้งหลาย ที่เล่าเื่ราวเมื่อครั้งที่แดน์และแดนมนุษย์ยังไปมาหาสู่กันได้อยู่ให้ตนฟังก็มีไม่น้อย