ที่เธอถืออยู่คือตุ๊กตาตัวเล็กๆ สูงราวๆ สี่นิ้วมีผ้าแถบสีขาวพันรอบตัวคล้ายๆ มัมมี่ เพียงแต่พันมาไว้แค่ถึงคอส่วนหัว้าไม่ได้พัน ปล่อยโล่งไว้ โชว์เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงกลางหลังใบหน้าเหี่ยวย่นยู่ยี่เหมือนศพแห้งเหี่ยว ปากอ้าค้าง ดวงตามีเพียงเบ้าตาลึกกลวงโบ๋ดูน่าเกลียดน่ากลัวเมื่อนึกว่าของแบบนี้จะเอามาเป็แขวนเครื่องประดับกระเป๋าแบบเดียวกับที่แขวนเครื่องราง
“หน้าตาน่ากลัวอย่างที่เขาว่าจริงๆ เนาะ” แอมมี่ว่าพลางพินิจพิจารณาตุ๊กตาในมือของลินไปพร้อมๆกัน
“เธอเจอมันที่ไหนเนี่ย” ลินถาม
“เจอมันอยู่ในรองเท้านักเรียนของฉันที่วางอยู่บนชั้นหน้าบ้านน่ะแปลกมาก ไม่รู้มาได้ยังไง แต่พอเห็นแล้วฉันก็รู้แน่ว่าตุ๊กตาตัวนี้ถูกส่งมาให้ฉันโดยเฉพาะ ดูสิ สีผมเหมือนฉันเปี๊ยบเลยนะ”
จริงด้วยสินะ สีผมกับความยาวของเส้นผมเหมือนแอมมี่จริงๆแวบแรกที่เห็นลินยังนึกว่าคล้ายๆ แอมมี่เลยลินกำลังตั้งอกตั้งใจดูว่าิัที่บริเวณใบหน้าของตุ๊กตาตัวนี้ทำจากอะไรเพราะดูเหมือนเนืุ้์แห้งๆ จริงๆ มากจะว่าเป็ความตั้งใจของคนที่ทำตุ๊กตานี้ขึ้นมาเพื่อให้ดูสมจริงสมจังก็ดูจะแปลกไปหน่อยเพราะมันน่าเกลียดมากกว่าจะน่ามอง
เด็กสาวถือตุ๊กตาของเพื่อนได้พักหนึ่งก็รู้สึกแปลกๆเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง ใจสั่น หน้ามืด จู่ๆ ก็หูอื้อขึ้นมากะทันหัน
เสียงกระซิบกระซาบประหลาดดังลอยมาจากที่ไกลๆ อย่างหาที่มาไม่ได้จนลินรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตกลงในภวังค์ประหลาดบางอย่างที่กำลังจะควบคุมตัวเธออยู่
ตุ๊กตาในมือตัวนุ่มหยุ่นขึ้นและเตะขาเหวี่ยงแขนทุบตีผ่ามือของลินพยายามดิ้นออกจากมือเธอจนเธอสะดุ้งทิ้งตุ๊กตาตกลงกับพื้น
“อุ๊ยๆ” ลินอุทาน“ขอโทษทีนะแอมมี่” แต่เธอก็ไม่กล้าก้มลงไปเก็บมันมาเอง
แอมมี่ก้มลงไปเก็บตุ๊กตาขึ้นมาปัดฝุ่น “ตื่นเต้นจนมือไม้ไม่มีแรงเลยหรือไงลินฉันเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”
“ไม่นะ คือฉันรู้สึกว่ามันดิ้น...”
เด็กสาวลูกครึ่งหัวเราะออกมาทันที “จะบ้าเหรอ เธอนี่ประสาทใหญ่แล้ว ว่าแต่นี่ฉันยังไม่ได้เขียนคำอธิษฐานเลยละ ตื่นเต้นจังเธอมาเป็พยานคำอธิษฐานของฉันแล้วกันนะลิน”
แอมมี่หยิบปากกาหมึกซึมสีดำขึ้นมา ดึงปลอกออกแล้วเริ่มจรดปลายปากกาเขียนลงบนลำตัวที่พันด้วยผ้าสีขาวของตุ๊กตาในมือ
“ได้เป็แฟนกับพี่นิว”
เขียนเสร็จแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ลินพลอยตื่นเต้นไปด้วย
“หลังจากนั้นก็ต้องพกติดตัวไปอีก 49 วันสินะ ตามรายละเอียดที่เพจนั้นบอกมา”ลินว่า
แอมมี่พยักหน้าอมยิ้ม หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วก้มลงค่อยๆร้อยห่วงพวงกุญแจของตุ๊กตาจอมคาถาเข้ากับซิปของกระเป๋าสตางค์ของเธอเอง
“กระเป๋าสตางค์เลยเหรอ ฮิฮิเห็นคนอื่นนักเรียนโรงเรียนอื่นเขาห้อยกับกระเป๋านักเรียนกันนะ” ลินแย้ง
“กระเป๋าสตางค์ดีแล้ว ติดตัวตลอดกระเป๋านักเรียนยังถอดวางโน่นนี่บ้าง ฉันอยากให้มันได้ผลชัวร์ๆ น่ะ แล้วอีกอย่าง”แอมมี่ยิ้มเขินๆ “ถ้าใครเห็นว่าฉันเขียนอะไรลงในตุ๊กตาฉันก็อายเป็เหมือนกันนะ”
เด็กสาวผมดำยิ้มร่าเริง รู้สึกตื่นเต้นไปกับแอมมี่ด้วยราวกับเป็เื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง“ดีจังเลยนะเธอทำยังไงถึงได้มาน่ะแอมมี่ ต้องอธิษฐาน ต้องเรียกให้มันมาหา หรือทำอะไรยังไงบอกกันบ้างสิ”
แอมมี่ส่ายหน้า “ก็ไม่ได้ทำอะไรนะไม่ได้ท่องคาถา ไม่ได้เรียก ไม่ได้อะไร แต่คิดว่าอยากได้น่ะใครเขาก็อยากได้กันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ”
ลินพยักหน้า “นั่นสิแต่แปลกนะ ฉันเห็นตุ๊กตานี่ทีแรก ก็รู้สึกว่ามันคล้ายๆ เธอเลยแอมมี่มันคงต้องมีอะไรบางอย่างแปลกๆ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าคืออะไร”
แต่ดูเหมือนจิตใจแอมมี่ตอนนี้จะไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้วเด็กสาวลูกครึ่งนั่งตาลอย “มายบอย.. พี่นิวของฉัน เพี้ยงขอให้ได้ผลทีเถ๊อะเพี้ยงๆๆๆ”
ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินตัวปลิวไปเข้าห้องเรียนเหลือเพียงลินที่มองตามหลังเพื่อนไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูก
เด็กสาวผมดำสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาดำรางๆประหลาดๆพุ่งอย่างรวดเร็วเข้าไปเกาะอยู่ที่กระเป๋านักเรียนของแอมมี่ เธอพยายามขยี้ตาดูอีกสองสามครั้งแต่ก็ไม่เห็นเงานั้นอีก
ต่อจากนั้นดูเหมือนนักเรียนในโรงเรียนหลายสิบคนต่างก็ทยอยได้รับตุ๊กตาจอมคาถากันจนดูเหมือนเป็เื่ปกติไม่ตื่นเต้นกันแล้ว
“ยัยหน้าจืดยังได้”
“เจี๊ยบก็ได้”
“พี่ศรบอกว่าวางอยู่หน้าประตูบ้านตอนเปิดเลย เกือบจะเหยียบด้วยซ้ำ”
“น้องมอสองคนนึง ตลกกว่าอีก แขวนในตู้เสื้อผ้าด้วยซ้ำ”
จากเื่ราวที่ได้พบเห็นจากเพื่อนหลายๆคนและรวมถึงแอมมี่เพื่อนสนิทของเธอ ทุกคนที่ได้และห้อยตุ๊กตาจอมคาถาติดตัวดูเหมือนจะสมหวังตามคำขอกันทุกคนโดยที่ไม่มีผลเสียอะไรเลย ทำให้เด็กสาวผมดำยิ่งเพิ่มความรู้สึกอยากได้ตุ๊กตาจอมคาถามาไว้ในมากเหลือเกิน
ความฝันที่จะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นของเธอดูห่างไกล เมื่อคิดถึงผลการเรียนเทอมที่ผ่านๆมาของเธอ แม้ว่าผลคะแนนภาษาญี่ปุ่นของเธอจะดีกว่าใครๆ ในโรงเรียนแต่ก็ต้องอาศัยเกรดของวิชาอื่นๆ ประกอบด้วย กติกาการรับสมัครของทางโรงเรียนติดประกาศไว้อย่างนั้น
เย็นวันนั้นลินเดินกลับบ้านด้วยความกระวนกระวายใจ คนอื่นๆทำไมถึงได้โชคดีกันนัก ได้ตุ๊กตาจอมคาถามาง่ายๆ ต้องไปที่ไหนต้องทำอย่างไร ต้องบนบานศาลกล่าวขอกับใคร ทำไมเธอถึงไม่ได้รับเลือกเสียทีนะ
ลินเปิดไลน์ ได้แต่คุยกับคนที่ไม่สนิทเพราะไม่เจอแอมมี่ออนอยู่พักนี้เวลาเหงาๆ เบื่อๆ จะโทรคุย ไลน์คุยกับแอมมี่บ้าง แอมมี่ก็ไม่เคยว่างเลยคงเพราะกำลังเห่ออยู่กับพี่นิวนั่นแหละ นึกแล้วมันน่าน้อยใจจริงๆ
ลินเข้าเฟซบุ้กส่งข้อความคุยกับแอมมี่ แอมมี่ตอบสั้นๆ แล้วเฉยไป แต่ถ้าคุยเื่พี่นิวล่ะก็ยาวเป็ชั่วโมงๆ แต่แอมมี่คุยคนเดียวนะ ถ้าพี่นิวออนไลน์หรือเข้าเฟซบุ้กไม่ต้องล่ะ แอมมี่จะรีบตัดการสนทนากับลินอย่างรวดเร็ว
่นี้แอมมี่หายใจเข้าออกเป็พี่นิวไปหมด น่าแปลกใจจริงๆเลยนะที่มันเกิดขึ้นได้ เพราะพี่นิวดูเหมือนจะไม่เคยมองแอมมี่เลย แต่อยู่ดีๆก็มาขอคบกับแอมมี่โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จนคนทั้งโรงเรียนพากันอิจฉาไม่เว้นแม้กระทั่งลินเอง
ตุ๊กตาจอมคาถานี่เทพจริงๆ ลินคิด
ขณะนั้นเด็กสาวเดินมาถึงหน้าบ้านตัวเองพอดี ลมที่พัดโกรกเย็นสบายมาตลอดทาง จู่ๆ ก็หายไปเสียดื้อๆ ลินรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แปลกไปราวกับว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เธอจากมุมที่ไม่น่าจะมีใครอยู่นั่นคือที่หัวเสารั้วบ้าน รู้สึกใจคอไม่สู้ดี
สักพักลินค่อยๆ ชำเลืองตาไปมอง คาดเดาว่าอาจจะมีแมวตัวโตๆขี้ตื่นที่กำลังจะพุ่งใส่หน้าเธออยู่หรือเปล่า ใจเต้นไม่เป็ส่ำ
แต่เธอก็เดาผิดสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงนั้นเป็อะไรที่เธอไม่ทันได้คาดคิด ทันใดลมก็พัดมาอย่างแรงวูบใหญ่เธอเห็นบางอย่างเคลื่อนไหว โยกไปโยกมา
เมื่อเพ่งสายตามองเธอก็เห็นเป็ตุ๊กตาจอมคาถาตัวหนึ่งแขวนอยู่ตรงนั้น ลมหยุดพัดทันทีตุ๊กตาก็หยุดไหวเช่นกัน มันค่อยๆพลิกเอี้ยวมาทางเธอ ลินรู้สึกว่ามันมองมาและราวกับว่ามันรอเธออยู่ตรงนั้นมาตั้งนานแล้ว
เด็กสาวรีบะโเอื้อมมือคว้าตุ๊กตาตัวนั้นลงมาดูทันทีมันเป็ตุ๊กตาผมสีดำสั้นเหมือนกับลินพอดีใบหน้าแห้งเหี่ยวเหมือนที่เคยเห็นจากของแอมมี่
ลินเห็นเพียงแค่นั้นก็รีบเก็บมันใส่ไว้ในกระเป๋านักเรียนแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านขึ้นไปบนห้องส่วนตัวแล้วค่อยๆเอาออกมาดูอย่างละเอียดอีกทีด้วยมืออันสั่นเทาและใจสั่นไหว
ตุ๊กตาตัวสูงราวฝ่ามือ หน้าตาน่ากลัวเหมือนศพแห้งๆที่เคยเห็นในสารคดีมัมมี่ ลำตัวพันด้วยผ้าแถบสีขาวเนื้อหยาบหม่นๆ เหมือนผ้าดิบั้แ่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงลำคอ เหลือแต่ใบหน้าและส่วนหัวที่เปลือยไว้รูจมูกและดวงตาลึกกลวงโบ๋ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ปากอ้าค้างเห็นฟันซี่เล็กๆ แหลมๆเรียงราย
เนื้อผ้าสีขาวที่พันตัวตุ๊กตายังสะอาดสะอ้านไม่มีร่องรอยการเขียนใดๆเด็กสาวสำรวจมันจนทั่ว ใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น เธอเผลอบีบตุ๊กตาโดยไม่รู้ตัวจนรู้สึกถึงชีพจรในเส้นเืของตัวเองที่เต้นตุบๆอยู่ในฝ่ามือ
เอ...หรือว่าจะเป็ชีพจรของตุ๊กตานี่กันแน่นะ
นึกได้ถึงตรงนั้นเด็กสาวก็รู้สึกเหมือนกับว่าตุ๊กตาดิ้นอยู่ในมืออีกครั้งคราวนี้เธอใจนต้องสะบัดมันออก แต่เมื่อตุ๊กตาตกลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นก็ไม่กระดุกกระดิกหรือมีปฏิกิริยาอะไรอีกเธอจึงตกลงใจที่จะเชื่อว่าเธอคงคิดไปเองอีกเช่นเคย
อารามดีใจ เด็กหญิงรีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปตั้งใจว่าจะโพสขึ้นเฟซบุ๊กแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เธอเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ เข้าเว็บไซต์เฟซบุ้ก คลิกเปิดโปรแกรมแชทขึ้นมามองหาชื่อของแอมมี่ว่าออนอยู่หรือเปล่า
(ทำบอลลูนแชทเลียนแบบกล่องแชทในเฟสบุ๊ค)
ลิน :แอมมี่ กลับถึงบ้านหรือยัง ขอกล้องหน่อยด่วนๆ มีอะไรจะอวด
แอมมี่: เพิ่งกลับมาถึงบ้านเดี๋ยวนี้เอง มีอะไรหรือเปล่ายังไม่ได้อาบน้ำเลย
ลิน : อย่าเพิ่งอาบ เปิดกล้องเร็วเข้าด่วนๆ
แอมมี่เปิดสัญญาณกล้องปรากฏภาพเด็กสาวลูกครึ่งในชุดนักเรียนกำลังเอาหูฟังครอบหู อ้าปากพูดอะไรพะงาบๆ
ลินรีบเอาหูฟังครอบหูได้ยินแอมมี่โวยวายแว่วๆ ว่ามีอะไรก็ให้รีบบอกจะไปอาบน้ำ เหนียวตัวแย่แล้ว
เด็กสาวไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป เธอรีบหยิบเอาตุ๊กตาจอมคาถาที่เพิ่งได้รับชูไปที่หน้ากล้อง“นี่ไงแอมมี่ ฉันได้มันมาแล้วดูสิ ดูทรงผมของมัน เหมือนฉันเปี๊ยบเลย”
เด็กสาวในหน้าจอตาลุกวาว “ว้าว เยี่ยมเลยลิน ขอดูใกล้ๆ หน่อยสิ”
ลินยื่นตุ๊กตาอยู่หน้ากล้อง
แอมมี่ร้อง “ให้ตายสิลิน ดูสิ ทรงผมของมันทรงเดียวกับเธอเลย เข้ากับเธอมากเลยดีใจด้วยนะ”
“จ๊ะ แอมมี่ ฉันก็ดีใจมาก”
“อืม เห็นปุ๊บก็นึกถึงเธอทันทีดูเหมือนตุ๊กตาวิเศษพวกนี้ทำมาเฉพาะเจาะจงนะ ว่ามันจะต้องไปเป็ตุ๊กตาของใครแบบว่า คนทำทำขึ้นมาให้ใครคนใดคนนึงโดยเฉพาะน่ะ”
ลินเริ่มสงสัยตาม “นั่นสิแล้วใครกันที่จะมานั่งทำเื่แบบนี้ แถมไม่คิดเงินอีกด้วยเขาทำแบบนี้แล้วจะได้อะไรตอบแทนกันนะ”