ตอนที่ 4 น้องเล็กกินซาลาเปา
“นี่ผัดผักอะไรกัน ทำไมอร่อยแบบนี้ ผักกรอบๆ มีรสหวานๆ"
ปู่มู่ที่กินผัดผักที่มู่หลินเก็บมาก็รู้สึกแปลกใจ เพราะไม่เคยกินผักผักชนิดนี้มาก่อน ก็ได้เอ่ยปากชมเพราะอร่อยจริงๆ
“เขาเรียกผักหวานป่าค่ะคุณปู่ หนูเก็บตอนที่ไปเก็บผักป่าแลกแต้มได้ค่ะ ถ้าคุณปู่ชอบเดี๋ยวตอนบ่ายจะเก็บกลับมาอีกค่ะ”
“อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะคุณพ่อ ตอนบ่ายเธอก็เก็บมาเยอะๆ ก็แล้วกัน อาตงกับอาจื้อจะได้กินด้วย” สะใภ้ใหญ่
“ใช่ๆ เก็บมาเยอะๆ เลย หาเก็บไข่มาเพิ่มด้วยนะจะได้เอามาผัดใส่ไข่แบบนี้อีก เฟยเทียนกับเฟยหง คงชอบมากแน่ๆ” สะใภ้รอง
มู่หลินได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองหน้าแม่และพี่ใหญ่ทันที ให้เก็บกลับมาเยอะๆ เพื่อให้ลูกตัวเองได้กินเยอะๆ แต่ไม่มีเอ่ยถึงคนของบ้านสามเลย ทั้งๆ ที่คนบ้านสาม เป็คนไปหาเก็บมาให้กินแท้ๆ
“ทำไมไม่ตอบล่ะ ไม่ได้ยินหรือยังไงว่าให้เก็บมาเยอะๆ” สะใภ้ใหญ่
“ได้ยินค่ะ หนูกำลังเคี้ยวอาหารอยู่ เลยยังไม่ได้ตอบตอนเย็นหนูจะเก็บมาเยอะๆ เลยค่ะ”
เมื่อกินอาหารกลางวันเสร็จ แม่ของเธอก็เก็บถ้วยชามไปล้างโดยที่ป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองไม่ได้เข้ามาช่วยเลย แต่กลับเดินเข้าห้องตัวเองเพื่อพักผ่อน ทั้งที่เวลาทำงานในคอมมูนแม่ของเธอก็ขยันกว่าจนได้แต้มงานเยอะกว่า ยังต้องรีบกลับมาทำอาหารให้กิน พอกินเสร็จก็ต้องมานั่งเก็บล้างเองคนเดียวอีก
“แม่คะทำไมถึงมีแต่เราที่ต้องทำงานบ้านล่ะคะ ทำไมป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองไม่มาช่วยแม่เลยล่ะ แล้วคุณย่าก็ไม่เห็นว่าอะไรทั้งสองคนด้วย แต่พอเป็เราที่ไม่ทำคุณย่ากับด่าเช้าด่าเย็น ไร้ประโยชน์บ้างล่ะ ตัวสิ้นเปลืองบ้างล่ะ ทำไมเราถึงถูกเอาเปรียบขนาดนี้กันคะ”
“หลินหลินลูกก็รู้ว่าคุณย่าไม่ค่อยชอบครอบครัวสามเรา อะไรที่เราพอทำได้เราก็ทำเถอะนะ แม่ทำได้อย่าได้เป็ห่วงเลย ลูกก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะตอนบ่ายยังต้องไปเก็บผักป่าแลกแต้มแล้วก็เก็บผักป่าหวานกลับมาทำอาหารอีก”
“ไม่เป็ไรค่ะ เราล้างถ้วยใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวพอเสร็จแล้วเราจะได้พักพร้อมกันนะคะ ให้หนูช่วยแม่เถอะ”
“ได้จ้ะ เด็กดีของแม่”
ั้แ่เด็กคนนี้หายป่วยเธอก็รู้สึกว่า ลูกสาวคนนี้แปลกไปมากแต่ก่อนเป็เด็กเงียบๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่ตอนนี้ลูกสาวของเธอกับพูดเยอะขึ้น เธอยังรู้สึกอีกว่าลูกสดใสร่าเริงมากกว่าเดิมด้วย แต่เธอก็ชอบที่ลูกของเธอเปลี่ยนแปลงไปนานในทางที่ดีขึ้นแบบนี้ด้วย
“พี่ใหญ่คะ กินซาลาเปาเพิ่มสักลูกเถอะค่ะ จะได้มีแรงทำงาน ผัดผักกับข้าวต้มที่มีแต่น้ำพี่ใหญ่ต้องไม่อิ่มแน่ๆ เลย”
“ขอบใจนะน้องรอง”
“พี่ใหญ่รีบกินเถอะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้า เดี๋ยวก็อดกินกันพอดี”
“ได้ๆ พี่ใหญ่จะรีบกิน”
เมื่อพี่ใหญ่รับซาลาเปาไปแล้ว ก็ได้รีบกินทันที ไม่นานแม่ของเธอก็เดินเข้ามาเธอจึงได้ถามแม่ด้วยความข้องใจในอะไรบางอย่าง
“แม่คะ แม่เคยคิดจะแยกบ้านบ้างไหมคะ”
ทั้งแม่และพี่ใหญ่เมื่อได้ยินหลินหลินถามออกไป ก็ใยิ่งนักมองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ใกล้ๆ และได้ยิน ก็โล่งอกขึ้นมาทันที
“ทำไมหลินหลินถามอย่างนั้นล่ะลูก คุณปู่เคยประกาศบอกแล้วว่าเราจะไม่มีการแยกบ้านเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“แล้วอย่าพูดเื่นี้ให้ใครได้ยินอีกนะ ไม่งั้นคุณย่าได้ตีตายแน่ๆ”
“หนูก็แค่ลองถามดูเท่านั้นเองค่ะ เห็นทุกคนเขาเอาเปรียบครอบครัวเราขนาดนี้ แล้วจะทนไปได้อีกนานแค่ไหนกันคะ”
“งานที่เราทำทั้งหมดมันก็เป็งานที่เราต้องทำนะหลินหลิน ไม่มีใครเอาเปรียบใครหรอก”
“แล้วทำไมต้องมีแต่แม่ทำล่ะคะ หนูเห็นหลายอย่างเลยนะ ทั้งต้องทำงานที่แปลงนาแม่ก็ยังต้องรีบกลับมาทำอาหารให้ทุกคนกินอีก แถมทำช้าก็ด่าเอาด่าเอา พอกินเสร็จก็เป็แม่ที่ต้องเก็บล้างคนเดียวอีก พี่ใหญ่ว่าจริงไหมคะ”
มู่เจียวลู่เมื่อได้ยินน้องสาวพูดออกมา ก็ทำให้เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้จริงๆ ด้วยเพราะเขาเห็นแม่ทำงานพวกนี้ั้แ่เขาเกิดแล้ว ก็เลยไม่คิดอะไรแต่มาคิดอีกทีเขาก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมต้องเป็แม่ของเขาคนเดียวที่ต้องทำคนอื่นไม่เห็นต้องทำอะไร
“พี่ใหญ่เห็นด้วยกับน้องรอง แม่ครับทำไมต้องมีแต่แม่ล่ะครับที่ทำทุกอย่างั้แ่ผมเกิดมาผมยังไม่เห็นป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองทำงานบ้านเลย นอกจากซักเสื้อผ้าของครอบครัวตนเอง”
“ลูกใหญ่ ลูกรองแม่ว่าเราไม่ต้องพูดถึงเื่นี้แล้วล่ะนะ เราไปเตรียมตัวทำงานกันเถอะนี่ก็ใกล้เวลาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปปลุกพ่อก่อนนะ”
เมื่อแม่พูดเสร็จก็เดินออกไปทันทีสองพี่น้องก็ได้แต่มองหน้ากันแบบไม่มีอะไรจะพูด
“พี่ใหญ่เคยพูดเื่แยกบ้านกับพ่อบ้างหรือเปล่า”
“พี่ใหญ่ไม่เคยถามเลย กลัวว่าพ่อจะโมโหเอา หาว่าเราอกตัญญูเอาน่ะ”
“พี่ใหญ่ลองถามพ่อดูได้ไหมแค่ค่อยๆ เรียบๆ เคียงๆ ถามดูเพียงเท่านั้น หนูอยากรู้ความเห็นของคุณพ่อว่าพ่อรู้สึกอย่างไรที่ครอบครัวเราถูกเอาเปรียบแบบนี้”
“ได้น้องรองพี่จะลองถามพ่อดูนะ ถ้าได้ความว่ายังไงพี่ใหญ่จะมาเล่าให้ฟังอาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้พี่ต้องหาจังหวะเหมาะๆ ก่อน”
“ได้ค่ะพี่ใหญ่ หนูรอได้ยังไงก็ยังดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย แล้วต้องทำงานให้คนอื่นเอาเปรียบเราชั่วชีวิต”
เมื่อได้เวลาทำงานมู่หลินก็เดินขึ้นูเาไปเก็บผักเหมือนเดิมหลังจากผ่านไปราวๆ 2 ชั่วโมงน้องเล็กของเธอก็ตามมาช่วยเก็บผักป่ากลับบ้านด้วย เพราะต้องเอากลับไปให้อาหารหมูที่เลี้ยงไว้ที่บ้านนั่นเอง
“พี่รองครับ เหนื่อยไหมครับพี่เพิ่งหายป่วยไม่ต้องหักโหมมากก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเก็บเองพี่ไปนั่งพักก่อนเถอะ”
“พี่หายดีแล้วน้องเล็ก เพิ่งเลิกเรียนมาเป็ยังไงบ้าง วันนี้โดนลูกๆ ของลุงใหญ่กับลุงรองแกล้งไหม”
“ไม่โดนแกล้งครับ เพราะผมไปเดินรวมกับเด็กคนอื่นๆ ไม่มีทางเข้าใกล้พวกเขาเด็ดขาด พอผมกลับมาถึงบ้านก็รีบเปลี่ยนชุด แล้วมาเก็บผักเลยก็เลยไม่ได้เจอกันเลยครับ”
“น้องหิวหรือเปล่าน้องเล็ก”
“ก็หิวนิดหน่อยครับ แต่ผมทนได้อยู่แล้ว ลูกผู้ชายต้องมีความอดทนครับ”
“เอานี่พี่ให้ซาลาเปาไส้หมู เอาไปกินเถอะ”
“หา.... ซาลาเปาไส้หมูพี่รองเอามาจากไหนกันครับ ลูกใหญ่มากเลยแต่พี่รองกินเถอะครับ ผมทนได้พี่รองเพิ่งหายป่วยต้องบำรุงเยอะๆ นะครับ”
มู่หลินที่เอาซาลาเปาไส้หมูออกมาจากมิติ 1 ลูก แล้วยื่นให้น้องเล็กของเธอก็เห็นน้องชายมองซาลาเปาด้วยสายตาละห้อย แต่ปากก็พูดออกมาด้วยความเป็ห่วง น้องเล็กของเธอช่างเป็เด็กดีจริงๆ พี่จะทำยังไงให้เธอได้กินอิ่ม นอนหลับเหมือนเด็กคนอื่นๆ เขากันนะ
“งั้นเรามาแบ่งกันนะน้องเล็ก”