ผ่านมาหนึ่งวันหลังจากทั้งสองได้ไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าด้วยกันในเย็นวันหยุดผมที่กำลังดูทีวีก็มีกลิ่นหอมของชีสและแป้งอบที่ลอยเข้ามาแตะจมูกจนทำให้อยากอาหารเลย ผมนั่งดูรายการทำอาหารในทีวีอย่างเหม่อลอย พลางคิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี
ข้าวกล่องจากร้านเดิมอีกแล้วเหรอ... มันก็โอเค แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกพิเศษอะไร
ขณะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์เพื่อสั่งอาหาร กลิ่นหอมของชีสละลายและแป้งอบก็ลอยมาตามลม
กลิ่นนั้นชัดเจนจนผมต้องหยุดทุกการเคลื่อนไหว
“พิซซ่าเหรอ... ใครทำกันนะ?”
หรือว่าผมจะสั่งพิซซ่ากินดีน่ะ ไม่ทันไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ ทำให้ฮารุกิใเล็กน้อยเพราะเขาที่กำลังจะกดสั่งพิซซ่าในมือถืออยู่นั้นและคิดในใจว่าอยู่ที่นี้คนเดี่ยวไม่ค่อยมีใครมาหาเขาเท่าไหรนักนอกเสียจากเพื่อนสนิทอย่างเคนตะและมิซากิคงจะเคาะผิดห้องแหละแต่ก็มีเสียงหนึ่งที่ทำให้ผมสะดุ้งโหย่ง
“ฮารุกิคุง... อยู่ไหมคะ?”
เสียงที่คุ้นเคยทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ผมรีบลุกไปเปิดประตู
ซาโยะยืนอยู่ตรงนั้น ถือกล่องอาหารไว้ในมือ พร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ
“คือว่า... ฉันลองทำพิซซ่าเองน่ะค่ะ แต่เผลอทำเยอะไปหน่อย เลยคิดว่า... ถ้าฮารุกิคุงไม่รังเกียจ...”
ผมรับกล่องมาอย่างงง ๆ แต่ก็ยิ้มตอบกลับไป
“ไม่รังเกียจเลยครับ! กลิ่นหอมมากเลยนะครับ ทำเองเหรอ?”
“ค่ะ... ถึงจะไม่สวยเท่าในร้าน แต่ฉันตั้งใจทำมากเลยนะคะ”
ซาโยะที่ทำท่าทีจะกลับไปที่ห้องของตัวเองนั้นก็ถูกฮารุกิหยุดไว้ก่อน ผมเชิญเธอเข้ามานั่งในห้อง
“งั้น... มาทานด้วยกันไหมครับ?” ผมถามออกไปโดยไม่ทันคิด
ซาโยะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ก็ได้ค่ะ... ถ้าไม่รบกวน”
เรานั่งบนโซฟา ซาโยะได้เปิดกล่องอาหารออก กลิ่นหอมของชีสละลาย ผสมกับกลิ่นหวานๆของข้าวโพดลอยขึ้นมา นี่แหละใช้เลยกลิ่นที่ผมััได้ั้แ่ตอนบ่าย
“ว้าว... หน้าชีสกับข้าวโพดเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ เป็สูตรที่ฉันคิดเองเลยนะคะ”
“น่ากินมากเลย”
ก่อนที่ผมหยิบพิซซ่าซาโยะเธอยื่นพิซซ่ามาให้ พร้อมรอยยิ้มที่ดูทั้งเขินและภูมิใจเล็ก ๆ ผมรับมาด้วยความตื่นเต้นพลางคิดถึงความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัว
“พิซซ่านี่... รสชาติดีมากเลยครับ ซาโยะทำเองจริง ๆ เหรอ?”
“จริงสิคะ ฉันไม่ได้ซื้อมาแน่นอน ถึงหน้าจะไม่สวยเท่าในร้านก็เถอะ...”
“ไม่หรอกครับ หน้าตาก็ดี แถมรสชาติก็... อื้ม... เหมือนมีเวทมนตร์เลย”
ซาโยะหัวเราะเบา ๆ แล้วหยิบชิ้นของเธอขึ้นมาบ้าง
“พูดแบบนี้ ฉันก็เขินแย่เลยค่ะ”
ผมชมเธอจนหน้าแดง หรือบางที... เธออาจไม่คุ้นกับการทานอาหารทำมือกับใครแบบนี้ก็ได้ แต่ผมก็จะไม่ถามล่วงลํ้าพื้นที่ส่วนตัวของเธอหรอกน่ะจากนั้น
ผมสังเกตว่าเธอชอบกินขอบพิซซ่าก่อน เหมือนกับผมที่มักจะกินในส่วนนั้นก่อน
“ซาโยะชอบกินขอบก่อนเหรอครับ?”
“อื้ม... เพราะมันกรอบดีค่ะ แล้วก็... เหมือนเก็บของอร่อยไว้ตอนท้ายไม่ได้ ฮะ ๆ”
ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า
“งั้นเราคงเข้ากันได้ดีนะครับ ผมชอบกินขอบทีก่อนเหมือนกัน”
แปลกดีน่ะ... หลายอย่างที่ซาโยะทำ มันเหมือนกับผมไม่มีผิด

“ปกติฮารุกิทานขนมไหมค่ะ”
“ผมทานได้ทุกอย่างเลยแล้วก็ค่อนข้างชอบมากด้วย” ขอแค่เธอเป็คนทำผมชอบหมดนั้นแหละ ฮารุกิคิดในใจ
“แล้วตอนเด็กๆ ฮารุกิชอบกินขนมอะไรบ้างหรอค่ะ” ซาโยะถามด้วยความสงสัยแต่ก็ตั้งใจฟังคำตอบของฮารุกิมาก
“ฉันชอบกินคุกกี้น่ะ ในตอนเด็กนะน่ะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้กินแล้วละ”
“ฉันอยากลองทำคุกกี้ดูบ้างค่ะ แต่กลัวจะไหม้ก่อนจะสุก...”
“งั้นวันหยุดครั้งหน้า... ลองทำด้วยกันไหมครับ?”
เธอหันมามองผม ดวงตาเป็ประกายเล็กน้อย
“จริงเหรอคะ?”
“อื้ม... ผมไม่เก่งหรอก แต่อย่างน้อยอุปกรณ์ในห้องผมน่าจะทำคุกกี้ได้น่ะแต่ถ้าได้ทำด้วยกันก็น่าจะสนุกดี”
ระหว่างที่เราทานกัน ผมกับเธอก็คุยกันเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เสียงแห่งความสุขที่ออกมาจากทั้งสองคนนั้นทำให้ห้องที่ดูไม่มีอะไรรู้สึกสดใสขึ้นมาอย่างมาก ผมน่ะชอบบรรยากาศที่สบายและสงบแบบนี้มากๆเลย
หลังจากทานเสร็จ เราช่วยกันเก็บกล่องและล้างจานในครัวเล็ก ๆ ของผม
“ปกติฮารุกิคุงทำอาหารเองบ้างไหมคะ?”
“ก็... พอทำได้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะง่าย ๆ อย่างข้าวผัด ข้าวไข่ข้น”
“งั้นคราวหน้าฉันจะลองสอนเมนูง่าย ๆ ให้ไหมคะ?”
“ดีเลยครับ... แต่ขอเตือนก่อนนะ ผมอาจจะทำครัวเละ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไว้ทำความสะอาดด้วยกันก็ได้ค่ะ”
ผมที่ยืนล้างจานข้างๆ ซาโยะก็รู้สึกตัวว่าบทสนทนาของผมกับซาโยะเหมือนกับคู่สามีภรรยาเลย ผมหน้าแดงและร้องเตือนสติตัวเองภายในใจไม่ให้คิดฟุ้งซ่านมากกว่านั้นเพราะมันเสียมารยาทต่อซาโยะด้วย
บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
ขณะที่เธอกำลังเช็ดจาน ผมแอบมองใบหน้าของเธอ แล้วคิดในใจว่า...
บางที... ความสุขอาจไม่ได้้าอะไรมากไปกว่าการได้ใช้เวลาธรรมดา ๆ กับใครบางคนแบบนี้
ผมหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านเข้ามา
“แปลกดีนะครับ... แค่ได้ทานข้าวกับใครสักคนในวันหยุด มันก็รู้สึกพิเศษขึ้นมาเฉยเลย”
ซาโยะยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับเบา ๆ
“ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันค่ะ... ขอบคุณนะคะ ที่ให้ฉันเข้ามาทานอาหารด้วยกัน”
ผมยิ้มตอบกลับไป โดยไม่ต้องพูดอะไร เพราะหัวใจมันพูดแทนหมดแล้ว
เมื่อล้างจานเสร็จ เราก็นั่งพักกันเงียบ ๆ บนโซฟา รายการทีวียังเปิดอยู่ แต่ไม่มีใครสนใจ เสียงหัวใจของผมดังชัดเจนกว่ารายการในทีวีเสียอีก
ผมเหลือบมองเธอที่นั่งข้าง ๆ เธอดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกมาก
“ถ้าเป็ไปได้... ผมอยากมีวันแบบนี้อีกนะครับ”
เธอหันมามองผม ดวงตาอ่อนโยน
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ... มันรู้สึกสบายใจดี”
ซาโยะหันมาตอบผมด้วยรอยยิ้มที่ยากจะลืมเลื่อน ผมแก้มแดงและพลางคิดในใจว่า ใช่นี้คือ ชอบ..สินะผมคิดถึงแต่ใบหน้าของซาโยะทุกวันทุกเวลาเลยแต่ผมน่ะไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้นผมจะทำอย่างไรดี
หลังจากล้างจานและจัดห้องเรียบร้อย ซาโยะก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย
ผมเดินไปส่งเธอถึงหน้าห้อง
“วันนี้สนุกมากเลยครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับพิซซ่า”
“ฉันเองก็สนุกมากค่ะ... ขอบคุณที่ให้ฉันเข้ามาในวันแบบนี้”
เธอยิ้มให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูห้องของเธอ
ผมยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง
แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างตกอยู่ใกล้ประตู...
“หือ...?”
ผมก้มลงเก็บสิ่งนั้นขึ้นมา มันคือบัตรนักเรียนของซาโยะ
“เธอลืมไว้เหรอเนี่ย...”
ผมกำลังจะเดินไปคืนให้ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อมูลบนบัตรโดยไม่ตั้งใจ
ชื่อ: ซาโยะ มิซากิ
วันเกิด: 12 มิถุนายน
ผมหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง
“วันเกิด... อีกไม่กี่วันเองนี่นา...”
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความคิดมากมายเริ่มผุดขึ้นในหัว
ควรทำอะไรให้เธอดีไหมนะ... หรือแค่บอกสุขสันต์วันเกิดก็พอแล้ว?
ผมยิ้มบาง ๆ ขณะถือบัตรไว้ในมือ
“อย่างน้อย... ฉันก็รู้แล้วล่ะ ว่าวันไหนคือวันที่สำคัญของเธอ”
ผมมองบัตรนักเรียนในมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองประตูห้องของเธอ... บางที วันเกิดของเธอ อาจเป็โอกาสที่ผมรอคอยก็ได้