เธอที่ผมเริ่มมอง โดยไม่รู้ตัว

    บทที่ 7: มื้อเล็ก ๆ กับความรู้สึกที่มากขึ้น

    ผ่านมาหนึ่งวันหลังจากทั้งสองได้ไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าด้วยกันในเย็นวันหยุดผมที่กำลังดูทีวีก็มีกลิ่นหอมของชีสและแป้งอบที่ลอยเข้ามาแตะจมูกจนทำให้อยากอาหารเลย ผมนั่งดูรายการทำอาหารในทีวีอย่างเหม่อลอย พลางคิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี 
    ข้าวกล่องจากร้านเดิมอีกแล้วเหรอ... มันก็โอเค แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกพิเศษอะไร 

    ขณะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์เพื่อสั่งอาหาร กลิ่นหอมของชีสละลายและแป้งอบก็ลอยมาตามลม 
    กลิ่นนั้นชัดเจนจนผมต้องหยุดทุกการเคลื่อนไหว 

    “พิซซ่าเหรอ... ใครทำกันนะ?” 

    หรือว่าผมจะสั่งพิซซ่ากินดีน่ะ ไม่ทันไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ ทำให้ฮารุกิ๻๷ใ๯เล็กน้อยเพราะเขาที่กำลังจะกดสั่งพิซซ่าในมือถืออยู่นั้นและคิดในใจว่าอยู่ที่นี้คนเดี่ยวไม่ค่อยมีใครมาหาเขาเท่าไหรนักนอกเสียจากเพื่อนสนิทอย่างเคนตะและมิซากิคงจะเคาะผิดห้องแหละแต่ก็มีเสียงหนึ่งที่ทำให้ผมสะดุ้งโหย่ง 

    “ฮารุกิคุง... อยู่ไหมคะ?” 

    เสียงที่คุ้นเคยทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ผมรีบลุกไปเปิดประตู 

    ซาโยะยืนอยู่ตรงนั้น ถือกล่องอาหารไว้ในมือ พร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ 

    “คือว่า... ฉันลองทำพิซซ่าเองน่ะค่ะ แต่เผลอทำเยอะไปหน่อย เลยคิดว่า... ถ้าฮารุกิคุงไม่รังเกียจ...” 

    ผมรับกล่องมาอย่างงง ๆ แต่ก็ยิ้มตอบกลับไป 

    “ไม่รังเกียจเลยครับ! กลิ่นหอมมากเลยนะครับ ทำเองเหรอ?” 

    “ค่ะ... ถึงจะไม่สวยเท่าในร้าน แต่ฉันตั้งใจทำมากเลยนะคะ” 

    ซาโยะที่ทำท่าทีจะกลับไปที่ห้องของตัวเองนั้นก็ถูกฮารุกิหยุดไว้ก่อน ผมเชิญเธอเข้ามานั่งในห้อง  

    “งั้น... มาทานด้วยกันไหมครับ?” ผมถามออกไปโดยไม่ทันคิด 

    ซาโยะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ 

    “ก็ได้ค่ะ... ถ้าไม่รบกวน” 

     

    เรานั่งบนโซฟา ซาโยะได้เปิดกล่องอาหารออก กลิ่นหอมของชีสละลาย ผสมกับกลิ่นหวานๆของข้าวโพดลอยขึ้นมา นี่แหละใช้เลยกลิ่นที่ผม๼ั๬๶ั๼ได้๻ั้๹แ๻่ตอนบ่าย 

    “ว้าว... หน้าชีสกับข้าวโพดเหรอครับ?” 

    “ใช่ค่ะ เป็๲สูตรที่ฉันคิดเองเลยนะคะ” 

    “น่ากินมากเลย” 

    ก่อนที่ผมหยิบพิซซ่าซาโยะเธอยื่นพิซซ่ามาให้ พร้อมรอยยิ้มที่ดูทั้งเขินและภูมิใจเล็ก ๆ ผมรับมาด้วยความตื่นเต้นพลางคิดถึงความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัว 

    “พิซซ่านี่... รสชาติดีมากเลยครับ ซาโยะทำเองจริง ๆ เหรอ?” 

    “จริงสิคะ ฉันไม่ได้ซื้อมาแน่นอน ถึงหน้าจะไม่สวยเท่าในร้านก็เถอะ...” 

    “ไม่หรอกครับ หน้าตาก็ดี แถมรสชาติก็... อื้ม... เหมือนมีเวทมนตร์เลย” 

    ซาโยะหัวเราะเบา ๆ แล้วหยิบชิ้นของเธอขึ้นมาบ้าง 

    “พูดแบบนี้ ฉันก็เขินแย่เลยค่ะ” 

    ผมชมเธอจนหน้าแดง หรือบางที... เธออาจไม่คุ้นกับการทานอาหารทำมือกับใครแบบนี้ก็ได้ แต่ผมก็จะไม่ถามล่วงลํ้าพื้นที่ส่วนตัวของเธอหรอกน่ะจากนั้น 

    ผมสังเกตว่าเธอชอบกินขอบพิซซ่าก่อน เหมือนกับผมที่มักจะกินในส่วนนั้นก่อน 

    “ซาโยะชอบกินขอบก่อนเหรอครับ?” 

    “อื้ม... เพราะมันกรอบดีค่ะ แล้วก็... เหมือนเก็บของอร่อยไว้ตอนท้ายไม่ได้ ฮะ ๆ” 

    ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า 
    “งั้นเราคงเข้ากันได้ดีนะครับ ผมชอบกินขอบทีก่อนเหมือนกัน” 

    แปลกดีน่ะ... หลายอย่างที่ซาโยะทำ มันเหมือนกับผมไม่มีผิด




    “ปกติฮารุกิทานขนมไหมค่ะ” 

    “ผมทานได้ทุกอย่างเลยแล้วก็ค่อนข้างชอบมากด้วย” ขอแค่เธอเป็๲คนทำผมชอบหมดนั้นแหละ ฮารุกิคิดในใจ 

    “แล้วตอนเด็กๆ ฮารุกิชอบกินขนมอะไรบ้างหรอค่ะ” ซาโยะถามด้วยความสงสัยแต่ก็ตั้งใจฟังคำตอบของฮารุกิมาก 

    “ฉันชอบกินคุกกี้น่ะ ในตอนเด็กนะน่ะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้กินแล้วละ” 

    “ฉันอยากลองทำคุกกี้ดูบ้างค่ะ แต่กลัวจะไหม้ก่อนจะสุก...” 
    “งั้นวันหยุดครั้งหน้า... ลองทำด้วยกันไหมครับ?” 

    เธอหันมามองผม ดวงตาเป็๲ประกายเล็กน้อย 

    “จริงเหรอคะ?” 

    “อื้ม... ผมไม่เก่งหรอก แต่อย่างน้อยอุปกรณ์ในห้องผมน่าจะทำคุกกี้ได้น่ะแต่ถ้าได้ทำด้วยกันก็น่าจะสนุกดี” 

    ระหว่างที่เราทานกัน ผมกับเธอก็คุยกันเ๹ื่๪๫เล็ก ๆ น้อย ๆ เสียงแห่งความสุขที่ออกมาจากทั้งสองคนนั้นทำให้ห้องที่ดูไม่มีอะไรรู้สึกสดใสขึ้นมาอย่างมาก ผมน่ะชอบบรรยากาศที่สบายและสงบแบบนี้มากๆเลย 

     

    หลังจากทานเสร็จ เราช่วยกันเก็บกล่องและล้างจานในครัวเล็ก ๆ ของผม 

    “ปกติฮารุกิคุงทำอาหารเองบ้างไหมคะ?” 

    “ก็... พอทำได้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะง่าย ๆ อย่างข้าวผัด ข้าวไข่ข้น” 

    “งั้นคราวหน้าฉันจะลองสอนเมนูง่าย ๆ ให้ไหมคะ?” 

    “ดีเลยครับ... แต่ขอเตือนก่อนนะ ผมอาจจะทำครัวเละ” 

    “ไม่เป็๲ไรค่ะ ไว้ทำความสะอาดด้วยกันก็ได้ค่ะ” 

    ผมที่ยืนล้างจานข้างๆ ซาโยะก็รู้สึกตัวว่าบทสนทนาของผมกับซาโยะเหมือนกับคู่สามีภรรยาเลย ผมหน้าแดงและร้องเตือนสติตัวเองภายในใจไม่ให้คิดฟุ้งซ่านมากกว่านั้นเพราะมันเสียมารยาทต่อซาโยะด้วย 

    บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด 

    ขณะที่เธอกำลังเช็ดจาน ผมแอบมองใบหน้าของเธอ แล้วคิดในใจว่า... 

    บางที... ความสุขอาจไม่ได้๻้๵๹๠า๱อะไรมากไปกว่าการได้ใช้เวลาธรรมดา ๆ กับใครบางคนแบบนี้ 

    ผมหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านเข้ามา 

    “แปลกดีนะครับ... แค่ได้ทานข้าวกับใครสักคนในวันหยุด มันก็รู้สึกพิเศษขึ้นมาเฉยเลย” 

    ซาโยะยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับเบา ๆ 

    “ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันค่ะ... ขอบคุณนะคะ ที่ให้ฉันเข้ามาทานอาหารด้วยกัน” 

    ผมยิ้มตอบกลับไป โดยไม่ต้องพูดอะไร เพราะหัวใจมันพูดแทนหมดแล้ว 

    เมื่อล้างจานเสร็จ เราก็นั่งพักกันเงียบ ๆ บนโซฟา รายการทีวียังเปิดอยู่ แต่ไม่มีใครสนใจ เสียงหัวใจของผมดังชัดเจนกว่ารายการในทีวีเสียอีก 

    ผมเหลือบมองเธอที่นั่งข้าง ๆ เธอดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกมาก 

    “ถ้าเป็๲ไปได้... ผมอยากมีวันแบบนี้อีกนะครับ” 

    เธอหันมามองผม ดวงตาอ่อนโยน 

    “ฉันก็เหมือนกันค่ะ... มันรู้สึกสบายใจดี” 

    ซาโยะหันมาตอบผมด้วยรอยยิ้มที่ยากจะลืมเลื่อน ผมแก้มแดงและพลางคิดในใจว่า ใช่นี้คือ ชอบ..สินะผมคิดถึงแต่ใบหน้าของซาโยะทุกวันทุกเวลาเลยแต่ผมน่ะไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้นผมจะทำอย่างไรดี 

     

    หลังจากล้างจานและจัดห้องเรียบร้อย ซาโยะก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย 

    ผมเดินไปส่งเธอถึงหน้าห้อง 

    “วันนี้สนุกมากเลยครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับพิซซ่า” 

    “ฉันเองก็สนุกมากค่ะ... ขอบคุณที่ให้ฉันเข้ามาในวันแบบนี้” 

    เธอยิ้มให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูห้องของเธอ 

    ผมยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง 

    แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างตกอยู่ใกล้ประตู... 

    “หือ...?” 

    ผมก้มลงเก็บสิ่งนั้นขึ้นมา มันคือบัตรนักเรียนของซาโยะ 

    “เธอลืมไว้เหรอเนี่ย...” 

    ผมกำลังจะเดินไปคืนให้ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อมูลบนบัตรโดยไม่ตั้งใจ 

    ชื่อ: ซาโยะ มิซากิ 
    วันเกิด: 12 มิถุนายน 

    ผมหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง 

    “วันเกิด... อีกไม่กี่วันเองนี่นา...” 

    หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความคิดมากมายเริ่มผุดขึ้นในหัว 

    ควรทำอะไรให้เธอดีไหมนะ... หรือแค่บอกสุขสันต์วันเกิดก็พอแล้ว? 

    ผมยิ้มบาง ๆ ขณะถือบัตรไว้ในมือ 

    “อย่างน้อย... ฉันก็รู้แล้วล่ะ ว่าวันไหนคือวันที่สำคัญของเธอ” 

    ผมมองบัตรนักเรียนในมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองประตูห้องของเธอ... บางที วันเกิดของเธอ อาจเป็๞โอกาสที่ผมรอคอยก็ได้