พื้นที่ของสำนักเวิ่นซินนั้นกว้างขวางมาก เพียงแต่พลังิญญาไม่หนาแน่นนัก ในสายตาของสำนักอื่น ที่นี่จึงถูกมองว่าเป็พื้นที่ทุรกันดาร
ทว่าในความเป็จริง ที่นี่กลับมีูเาเขียวขจีและสายน้ำใสสะอาดจนแม้แต่เซิ่งซีที่ยังจมอยู่ในความทุกข์ระทมว่า์จงใจกลั่นแกล้ง เมื่อได้เห็นเทือกเขาที่ทอดยาวและขุนเขาที่สง่างามจากบนเรือเหาะ ความเศร้าสร้อยของนางก็เบาบางลงไปมาก
ตอนนี้นางมีพลังบำเพ็ญเพียงขั้นรวบรวมปราณระดับสอง อายุขัยจึงไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป หากมีชีวิตอยู่ได้ถึงร้อยปี ก็นับว่าอายุยืนมากแล้ว
คนเราอย่างไรก็ต้องตาย จะตายเพราะกินอิ่มเกินไป หิวตาย เจ็บป่วยตาย หรือแก่ตาย...
ถ้าได้ตายในสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามเช่นนี้ เซิ่งซีก็พอจะทำใจยอมรับได้
อีกอย่าง สุสานในฮวงจุ้ยที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ นางก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ปัดเศษไปมาก็ถือว่านางได้กำไรแล้ว
พอเปลี่ยนความคิดใหม่ เซิ่งซีก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาทันที ตราบใดที่นางนอนแผ่ได้ราบพอ ก็ไม่มีความยากลำบากใดทำลายนางได้!
"ศิษย์น้องเล็ก ยอดเขาข้างล่างนั่น นอกจากยอดเขาที่มีคนอยู่แล้ว ที่เหลือเ้าชอบยอดไหนก็เลือกได้ตามใจชอบเลยนะ" เซียวหลีลั่วยืนอยู่ข้างกายนาง แนะนำสำนักเวิ่นซินให้เซิ่งซีฟังอย่างกระตือรือร้น
เซิ่งซีประหลาดใจ "อยู่กันคนละยอดเขาเลยหรือเ้าคะ?"
"ใช่สิ ข้าอยู่ตรงนั้น" เซียวหลีลั่วไม่รู้เลยว่าเซิ่งซีกำลังใเื่อะไร เขาชี้ไปยังยอดเขาทางทิศเหนือที่มีรอยแหว่งเป็หย่อม ๆ ที่นั่นยังมีปราณกระบี่ของเขาหลงเหลืออยู่ เป็สถานที่ที่เขาใช้ฝึกกระบี่เป็ประจำ
เซิ่งซีทอดถอนใจด้วยความสุข
ต้องรู้ก่อนว่า ในสำนักลั่วเฟิงนั้น มีเพียงยอดฝีมือขั้นิญญาต้นกำเนิดขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมียอดเขาเป็ของตัวเอง
เดิมทีเซิ่งซีหวังเพียงแค่เรือนเล็ก ๆ สักหลัง คาดไม่ถึงว่านางจะได้ครองยอดเขาทั้งลูก!
ยอดเขาเหล่านี้ต่างก็มีทิวทัศน์งดงาม จะเลือกยอดไหนก็ได้ทั้งนั้น!
เซิ่งซีกำลังมีความสุขจนตัวลอย จนกระทั่งผู้าุโกุยถือกล่องหยกเดินเข้ามา เขามองพิจารณาเซิ่งซีแล้วถามว่า "ยังไม่ได้ถามเลยว่าเ้าเป็คนที่ไหน"
เซียวหลีลั่วจึงเล่าเื่ราวที่พบกับเซิ่งซีให้ผู้าุโกุยฟังคร่าว ๆ
ผู้าุโกุยถอนหายใจยาว "ผู้ฝึกตนอิสระนั้นลำบากนัก เ้าไม่ถูกคนตีตายก็นับว่าดวงดีแล้ว ต่อไปก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียร อย่าเอาแต่คิดจะเล่นเหมือนศิษย์พี่ของเ้าล่ะ รับนี่ไปสิ"
เซิ่งซีรับกล่องหยกมา เห็นข้างในมีหญ้าน้ำยาว ๆ สองต้น สีเขียวสดใสราวกับยังเติบโตอยู่ในน้ำ
"ว้าว หญ้าสุยซีนี่นา กินหญ้าสุยซีเข้าไปต้นหนึ่ง จะสามารถเพิ่มพลังต่อสู้ในน้ำได้เท่าตัวเป็เวลาหนึ่งชั่วยาม!"*[1]
เซียวหลีลั่วตาเป็ประกาย เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็อยากได้ของสิ่งนี้เหมือนกัน
"ขอบคุณผู้าุโกุยเ้าค่ะ" เซิ่งซีขอบคุณผู้าุโกุยผู้ปากร้ายแต่ใจดี เมื่อเขากลับไปแล้ว นางจึงแอบแบ่งหญ้าสุยซีต้นหนึ่งให้เซียวหลีลั่ว
เซียวหลีลั่วพลันมีความสุขยิ่งกว่านางเสียอีก
ในนิยายต้นฉบับ เซียวหลีลั่วเคยประสบอันตรายในน้ำครั้งหนึ่งเพื่อช่วยเซิ่งหรูเยว่ จนทำให้รากฐานาเ็และไม่สามารถทะลวงขั้นได้อีกเลย เซิ่งซีหวังว่าหญ้าสุยซีต้นนี้จะช่วยเขาได้
ท่ามกลางความสุขของสองศิษย์พี่ศิษย์น้อง เรือเหาะขนาดเล็กก็มาจอดเทียบหน้าโถงหลักของสำนักเวิ่นซิน จิ้งเฉินหยวนจวินแนะนำสถานการณ์ของสำนักคร่าว ๆ แล้วฝากให้ผู้าุโกุยเป็คนจัดการที่พักให้เซิ่งซี
"ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่สี่ออกไปทำธุระข้างนอก ไม่ได้อยู่ในสำนัก ศิษย์พี่รองกำลังหลอมโอสถ ศิษย์พี่สามกำลังเก็บตัวบำเพ็ญเพียร รอพวกเขาออกมาแล้วข้าจะแนะนำให้เ้ารู้จัก วันนี้ไปเลือกยอดเขาก่อนเถอะ"
เซียวหลีลั่วพาเซิ่งซีเดินเข้าไปในโถงหลัก ซึ่งผู้าุโกุยเตรียมการไว้พร้อมแล้ว
"ป้ายประจำตัวและของรับขวัญศิษย์ใหม่อื่น ๆ อยู่ในนี้หมดแล้ว" ผู้าุโกุยยื่นแหวนมิติให้เซิ่งซี และกำชับให้นางประทับตราจิตหยั่งรู้ลงไป เพื่อให้มีเพียงเซิ่งซีคนเดียวที่สามารถเอาของข้างในออกมาได้
จากนั้น ผู้าุโกุยก็หยิบเรือนเล็ก ๆ ขนาดเท่าฝ่ามือออกมา "นี่คือเรือนของเ้า ของใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ข้างในนั้นหมดแล้ว แค่โยนลงบนที่ว่างแล้วเติมพลังิญญาเข้าไปมันก็จะขยายใหญ่ขึ้น มาเลือกยอดเขาเถอะ ต่อไปเ้าต้องไปอยู่ที่นั่น"
ผู้าุโกุยเรียกกระบะทรายจำลองที่เป็แผนที่ภูมิประเทศของสำนักเวิ่นซินออกมา
บนยอดเขาแต่ละลูกจะมีแผ่นไม้เล็ก ๆ ที่สลักชื่อยอดเขาเอาไว้ หากสนใจยอดไหนก็ให้หยิบแผ่นไม้บนนั้น แล้วจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่นั้นทันที
เซิ่งซีตั้งใจจะมาเป็ปลาเค็ม นางจึงไม่เลือกยอดเขาที่อยู่ตรงกลางซึ่งมีทำเลดี ๆ แต่กลับเลือกยอดเขาที่ห่างไกลที่สุดลูกหนึ่ง
"เอาที่นี่แหละเ้าค่ะ" นางเพิ่งจะหยิบแผ่นไม้ที่สลักคำว่า 'ยอดเขาอันเต้า' ร่างของนางก็หายไปจากโถงหลักทันที
ผู้าุโกุยกำลังคุยกับเซียวหลีลั่วอยู่ จึงไม่ได้ทันสังเกตว่านางเลือกยอดเขาไหน "นางเลือกที่ไหนไปน่ะ?"
"ไม่ได้มองเลยขอรับ ไว้พรุ่งนี้ค่อยถามนางละกัน ข้าไปก่อนนะขอรับ วันนี้เหนื่อยชะมัด" เซียวหลีลั่วหาวออกมาทีหนึ่ง แล้วใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายในโถงหลักกลับไปยังยอดเขาของตัวเองทันที
สำนักเวิ่นซินมีคนอยู่เพียงไม่กี่คน แถมเซิ่งซีก็มีป้ายประจำตัวแล้ว ผู้าุโกุยคาดว่าคงไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น จึงกลับไปยังที่พักของตัวเองเช่นกัน
...
ณ ยอดเขาอันเต้า
ร่างของเซิ่งซีร่วงหล่นลงมาจากค่ายกลเคลื่อนย้าย
ความรู้สึกตอนใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นย่ำแย่พอ ๆ กับตอนที่นางเหินกระบี่เมื่อบ่ายไม่มีผิด นอกจากเวียนหัวแล้วก็ยังเวียนหัวสุด ๆ
แต่ความดีใจที่จะได้ครองยอดเขาเพียงลำพังก็ช่วยทำให้ความไม่สบายตัวนั้นจางหายไปอย่างรวดเร็ว เซิ่งซีลุกขึ้นอย่างมึน ๆ เห็นว่าไม่ไกลจากค่ายกลเคลื่อนย้ายมีเรือนหลังเล็กตั้งอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับเรือนหลิงหลงในมือนางเป๊ะ
โฮ่... แม้แต่พลังิญญาที่จะใช้กางเรือนออกมาก็ยังประหยัดไปได้อีก
เซิ่งซีผลักประตูเข้าไป ภายในเรือนสะอาดสะอ้าน มีการต่อน้ำจากน้ำตกบนเขาเข้ามาในเรือนด้วย ช่างเป็สถานที่ที่เหมาะแก่การเป็ปลาเค็มเสียจริง
วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เซิ่งซีล้าเต็มที เมื่อเห็นว่าบนเตียงมีฟูกและผ้าห่มเตรียมไว้พร้อมสรรพ นางจึงล้มตัวลงนอนทันที และจมดิ่งสู่การหลับใหลอย่างรวดเร็ว
...
กลางดึก เงาร่างสีดำสายหนึ่งร่อนลงหน้าเรือนเล็กบนยอดเขาอันเต้าอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาก็ขมวดคิ้วแน่น มือกระชับกระบี่ยาวในมือ แล้วเดินเข้าไปในเรือนด้วยท่าทีระแวดระวัง
สายตาของเขาจับจ้องไปยังรอยนูนบนเตียง เขาใช้ฝักกระบี่เขี่ยปลายผ้าห่มที่ปิดหน้าออก และเห็นเซิ่งซีที่กำลังนอนหลับปุ๋ย
"เคร้ง!" เสียงกระบี่ออกจากฝัก
เซิ่งซีสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที อาศัยแสงจันทร์เห็นกระบี่อันคมกริบสะท้อนแสงเย็นเยียบ นางรีบหยิบยันต์ตรึงร่างออกมาจากแหวนมิติแล้วขว้างใส่อีกฝ่ายทันที
ชายหนุ่มหลบยันต์ของนางได้อย่างง่ายดาย กระบี่ยาวที่เดิมทีออกจากฝักเพียงนิด ตอนนี้ได้ถูกดึงออกมาถือไว้ในมือแล้ว
จิตหยั่งรู้อันทรงพลังของชายหนุ่มครอบคลุมไปทั่วทั้งในและนอกเรือน ทำให้เซิ่งซีไม่สามารถใช้เคล็ดวิชากระบี่เข้าโจมตีได้เลย นางทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับยันต์คุ้มกายที่สำนักให้มาในแหวนมิติเท่านั้น
ทว่าของพวกนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับชายหนุ่มเลย ในความลนลาน เซิ่งซีถึงกับขว้างป้ายหยกประจำตัวของนางออกไป
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับ กวาดตามองแวบหนึ่ง กลิ่นอายอันน่าหวาดกลัวที่ปกคลุมอยู่รอบ ๆ ก็หายวับไปทันที "เ้าคือศิษย์น้องเล็กที่อาจารย์เพิ่งรับเข้ามาใหม่หรือ?"
เซิ่งซีชะงักไป เมื่อรู้สึกว่าจิตสังหารหายไปแล้ว นางจึงค่อย ๆ เงยหน้ามองใบหน้าของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มผู้นี้มีหน้าตาหล่อเหลา ทว่าผิวพรรณซีดเซียวราวกับไม่ใช่คนเป็ ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นสะท้อนภาพของนางที่กำลังตื่นตระหนก
เมื่อเห็นดวงตาคู่นี้ เซิ่งซีก็พลันนึกถึงฐานะของเขาขึ้นมาได้ทันที
ยวนเซี่ยน ศิษย์เอกสำนักเวิ่นซิน
และในขณะเดียวกัน เขาก็เป็บุตรชายของอดีตจอมมารด้วย
ในนิยายต้นฉบับ ยวนเซี่ยนถูกควักหัวใจไปส่วนหนึ่งและถูกผนึกร่างมารเอาไว้ เขาเติบโตขึ้นในสำนักเวิ่นซินด้วยร่างกายของมนุษย์ธรรมดา
ต่อมาเซิ่งหรูเยว่ค้นพบหัวใจส่วนที่หายไปของเขา และใช้มันเข้าควบคุมยวนเซี่ยน เปิดโปงฐานะเผ่ามารของเขาต่อหน้าสาธารณชน จนทำให้ยวนเซี่ยนถูกฝ่ายธรรมะล้อมโจมตี บังคับให้เขาต้องกลับไปยังแดนมาร และสุดท้ายก็ตายภายใต้คมกระบี่ของเซิ่งหรูเยว่
หลังจากนั้น เซิ่งหรูเยว่ก็กลายเป็วีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่กอบกู้มนุษยชาติ
ส่วนยวนเซี่ยนเคยทำร้ายคนหรือไม่?
นั่นไม่สำคัญหรอก ใครจะไปสนใจอดีตของหินรองเท้ากันล่ะ?
นี่มันช่างน่าเวทนาจนถึงที่สุดจริง ๆ
ทั้งที่ในตอนนี้คนที่เสียเปรียบคือเซิ่งซี แต่ยวนเซี่ยนกลับเห็นความสงสารอย่างสุดซึ้งในดวงตาของนาง
ยวนเซี่ยน "..."
ดูเหมือนสมองของศิษย์น้องเล็กคนนี้จะผิดปกตินิดหน่อยนะ
[1] 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง