ระเบียงบ้านเขาใหญ่ยามบ่าย มิวยกถาดขนมและน้ำชาออกมาวางที่โต๊ะ
นลในชุดวิ่ง เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบ เดินออกมา
"พี่นล จะไปไหนอีกมิวเตรียมขนมน้ำชาไว้เผื่อพี่นลด้วยนะคะ" มิวเรียก
นลส่ายหน้า "พี่ไม่หิว" แล้วเดินออกไปทันที
"พี่นล" มิวถลันจะตามไป
คุณนิลนภาดึงมือหลานสาวไว้ ส่ายหน้าเป็เชิงห้าม
____________________
"เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้านับวันพี่นลยิ่งพูดน้อยจนนับคำได้ ข้าวปลาอาหารไม่สนใจเอาแต่วิ่งเหมือนแก้บนอะไรสักอย่าง อาทิตย์นี้ยิ่งหนักกว่าอาทิตย์ที่แล้ว"
มิวบ่น ขณะรินน้ำชาใส่ถ้วยให้ผู้เป็ป้า
"ริต้าตัวจริงกลับมาแล้ว" คุณนิลนภายกชาขึ้นจิบ
"มายก็อด!" มิวอุทาน"แล้วพี่นลว่ายังไงคะ คงโกรธน่าดูชม"
"ตรงกันข้าม เขาไม่แคร์ริต้าเลยสักนิด"ผู้สูงวัยกว่าพูดด้วยเสียงราบเรียบ
"ไม่แคร์แล้วทำไมพี่นลถึงทำท่ายังกะคนอกหักแบบนี้ล่ะคะ หนูงง"
"ก็เขากำลังอกหักจริงๆ น่ะสิ แตกเป็เสี่ยงๆเฝือกก็ดามไม่อยู่ล่ะงานนี้ สำคัญคือครั้งนี้คนที่หักอกเขาไม่ใช่ริต้าเสียด้วย"
____________________
เท้าในรองเท้าวิ่งที่กรำศึกมาอย่างสมบุกสมบันนั้นพาเ้าของพุ่งไปตามเส้นทางธรรมชาติอันกว้างใหญ่
ร่างสูงแข็งแรงพาหัวใจอ่อนแอเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเรื่อยๆด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ลมพัดััผิวเนื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เกินชั่วโมงแล้วแต่เ้าตัวยังคงไปข้างหน้าไม่ยอมหยุด
ยิ่งกายเมื่อยล้าเท่าไหร่ ใจก็ยิ่งเ็ปน้อยลงเท่านั้น
____________________
ริมลำธารที่ขุดลัดเลาะผ่านสวนสวย
นลที่หอบเหนื่อยเหงื่อชุ่มหลัง ค่อยๆ ลดสปีดการวิ่งลงเรื่อยๆจนกลายเป็การเดินเพื่อคูลดาวน์
เขาเดินมาสุดที่ม้านั่งยาว วางโทรศัพท์มือถือในมือลงที่เก้าอี้ เพื่อทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังการวิ่งระยะไกล
เสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบ่งบอกว่ามีใครคนหนึ่งกำลังติดต่อมาทางไลน์
ชายหนุ่มไม่สนใจ โฟกัสกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ไปตามปกติ
ทว่าเสียงไลน์เตือนเริ่มกระชั้นถี่ เหมือนใครคนนั้นส่งข้อความติดๆกันมาไม่หยุด
นลขมวดคิ้วอย่างรำคาญ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู
ยายมิวอีกแล้ว เรานี่มันจอมวุ่นวาย
เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับฉันเสียที
นลกดดูสิ่งที่มิวส่งมาให้ แล้วแปลกใจที่มันคือรูปของตัวเขาเอง
ภาพถ่ายทีเผลอ ใน่เวลาที่เขาไม่รู้ตัว ภาพแล้วภาพเล่า
ใครมาแอบเจาะจงถ่ายรูปเรา
แล้วทำไมถ่ายแต่เราคนเดียว
นลพิจารณาดูตัวเองในรูปชุดนั้น แล้วค่อยๆ ระลึกได้ว่ามันคือวันที่เขาขอริต้าแต่งงาน และตากล้องจำเป็ที่ถ่ายรูปให้เขาและริต้าในวันนั้น
คือซิน!
____________________
มิวเดินไปเดินมาอยู่บนระเบียงบ้านคนเดียวแล้วยิ้มออกมาได้เมื่อนลเดินตรงกลับมา
"นี่มันอะไรกันมิว เธอไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน"
"มิวขโมยดูดมาจากมือถือพี่ซิน" มิวตอบอย่างภูมิใจ
"เธอกำลังพยายามจะบอกอะไรพี่ พูดมาตรงๆเลยง่ายกว่า"
"โอ๊ย! ยังต้องบอกอะไรอีก ชัดเสียขนาดนี้คนอะไรฉลาดแต่ในตำรา" มิวร้องอย่างขัดใจ
"หมายความว่าไง" นลยังตามเื่ไม่ทัน
"พี่ชายหนูนี่มันจั๊ดง่าวแท้ๆพี่ซินเขาแอบถ่ายรูปพี่ทุกอิริยาบท เก็บไว้ในมือถือเขาเองขนาดนี้ถ้าเขาไม่คลั่งรักพี่ก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว"
____________________
มิวจูงมือนลมานั่งลงที่เก้าอี้ระเบียง
"พี่ซินเขาคงแอบรักพี่นลมาั้แ่ปีมะโว้แล้วล่ะค่ะวันที่พี่นลขอพี่ริต้าแต่งงาน หัวใจเขาคงแตกเป็เสี่ยงๆแล้วเขายังต้องฝืนทนถ่ายรูปถ่ายคลิปให้พวกพี่อีก น่าสงสารเป็ที่สุด เขาคงแอบถ่ายรูปพี่นลพวกนี้เอาไว้ดูคนเดียวเพื่อเยียวยาหัวใจช้ำๆ ของตัวเอง"
นลอึ้งไปชั่วครู่ เปิดมือถือดูรูปตัวเองอีกครั้ง
"พี่ไม่เข้าใจ ถ้าเขารักพี่อย่างที่เธอว่าเขาจะยัดเยียดริต้ากลับมาให้พี่ทำไม"
"โอ๊ย!" มิวร้อง"อิหญิงอยากจะบ้าตายก็เพราะเขาคิดว่าพี่ยังรักพี่ริต้าน่ะสิโว้ย!"
มิวลุกพรวดขึ้น เดินมาจับไหล่นลแล้วจ้องตาเน้นเสียงทีละคำจากเบื้องลึกของใจ
"พี่นลรู้ไหม เวลาที่เรารักใครสักคนรักมากจนสุดหัวใจ เราจะไม่สนใจหรอกว่าเราจะได้เขาไหมเราคิดแต่ว่าจะทำยังไงให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุด"
มิวถอนใจเฮือก กลับลงไปนั่งข้างๆ เหมือนเดิม
"หมายความว่าที่เขายัดเยียดริต้าให้พี่เพราะอยากให้พี่มีความสุขงั้นหรือ"
"ค่อยฉลาดขึ้นมานิดหนึ่งแล้วเนาะ" มิวประชด
"แต่พี่ไม่ได้รักริต้าแล้วนะ"
"แล้วเขาจะตรัสรู้ได้ยังไงถ้าพี่ไม่บอก"
"ก็เขาน่าจะรู้ว่าพี่รักเขา"
"แล้วเขาจะตรัสรู้ได้ยังไงถ้าพี่ไม่บอก"มิวย้ำ
นลเงียบกริบ
"ถ้าพี่นลคิดว่าวิ่งแก้บนอยู่แถวนี้ไปเรื่อยๆแล้วเขาจะรู้ว่าพี่รักเขา ก็เชิญวิ่งต่อไปจะวิ่งจากเบตงไปแม่สายก็เอาที่สบายใจพี่นล มิวไปเล่นเกมต่อดีกว่าไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว"
มิวทำท่าจะผละไป แต่นลดึงมือน้องสาวไว้ แล้วลุกขึ้นมากอดแน่นๆ
"ขอบใจมากมิว พี่จะโทรไปหาเขาเดี๋ยวนี้เลย"
นลรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
มิวมองตามนลด้วยแววตาแอบเศร้า สักครู่ก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจในตัวเอง
____________________
ในห้องนอนซิน หญิงสาวกำลังจัดข้าวของลงกระเป๋าเดินทางใส่หูฟังคุยโทรศัพท์กับพี่แจ๋มไปด้วย
"ใช่ค่ะ พี่แจ๋มได้ยินถูกแล้ว ซินอยู่กรุงเทพฯไม่ไหวแล้ว จะลงไปอยู่หัวหินสักเดือนสองเดือนแต่ซินสัญญาจะส่งงานให้พี่แจ๋มเรื่อยๆ นะคะ ค่ะพี่แจ๋ม ซินเอาโน้ตบุ๊คไปด้วยสัญญาณไวไฟที่บ้านหัวหินมีค่ะไม่ต้องห่วง ไปถึงแล้วจะส่งข่าวถึงพี่แจ๋มทันทีค่ะ"
ซินวางหูโทรศัพท์ ถอนใจเฮือก จัดของต่อ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกซินชะงักเมื่อเห็นหน้าจอระบุว่าผู้โทรมาคือนล
ซินยืนนิ่ง ไม่ยอมเอื้อมมือไปรับสาย
ได้แต่จ้องมองโทรศัพท์ตัวเอง จนเสียงเรียกเข้านั้นสิ้นสุดไป
____________________
"เขาไม่รับสายพี่ บล็อกไลน์อีกต่างหาก"นลเดินกลับมาหามิว ฟ้องน้องสาวอย่างกลัดกลุ้ม
"พี่ซินอาจจะกำลังตัดใจ" มิวว่า
เด็กสาวครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วดีดนิ้ว
"หนูมีวิธี"
____________________
ริต้านอนหลับสบายอยู่บนโซฟา ซินเดินมาเขย่าตัวริต้าแรงๆ ให้ตื่น
"อะไรอีกล่ะพี่ซิน"
"พี่จะไปอยู่บ้านยายที่หัวหินสองเดือนเธออยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว พี่จะเอาเธอไปส่งให้น้าริน"
"แต่ริต้าบอกแล้วไงว่า ริต้ายังไม่กลับไปหาแม่จนกว่าจะคืนดีกับคุณนล" ริต้าพูดเสียงเอาแต่ใจ
"ก็ไหนเธอว่าเธอกับคุณนลคืนดีกันแล้วไง"ซินท้วง
ริต้าชะงัก นึกขึ้นมาได้ว่าปั้นน้ำเป็ตัวเอาไว้"ริต้าหมายถึง ริต้าอยากรอไปหาแม่พร้อมนล"
"ไม่ได้ เธอต้องไปบ้านน้ารินเดี๋ยวนี้เลย"
ซินเดินไปปิดไฟในบ้าน สับคัทเอาท์ไฟฟ้าลง
____________________
บนรถซินที่ขับมุ่งหน้าไปยังบ้านน้าริน รถบนถนนติดยาวเป็ตังเม
เสียงโทรศัพท์เรียกเข้า ซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์
มันเป็เบอร์คนแปลกหน้าที่ไม่ได้บันทึกไว้
"ใครน่ะพี่ซิน"
"ไม่รู้เหมือนกัน"
ซินปล่อยให้โทรศัพท์ดังจนสายหลุดไป สักพักเบอร์นั้นเรียกเข้ามาอีก
"รับเถอะพี่ซินหนวกหู" ริต้าพูด
ไฟแดงยังอีกนาน หญิงสาวตัดสินใจกดรับสาย
"สวัสดีค่ะ"
"พี่ซิน นี่มิวนะคะ" เสียงปลายสายร้อนรน
"มิว มีอะไรจ๊ะ" ซินรีบถาม
"ตอนนี้มิวอยู่ในรถค่ะกำลังมุ่งหน้าจากเขาใหญ่ไปกรุงเทพฯ กำลังพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล"
"คุณแม่เป็อะไรมิว" ซินหน้าถอดสี
"คุณแม่เพ้อหาพี่ซินตลอด ถ้าพี่ซินพอมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงไปเจอกันที่โรงพยาบาลนะคะพี่ซิน"
ปลายสายวางไปดื้อๆ
ซินนั่งช็อคอยู่ชั่วครู่ ยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาแล้วเปิดไฟขอทางกลับรถทันที
____________________
"มันจะไม่เล่นใหญ่ไปหน่อยหรือมิว" นลท้วง
เขาคือผู้ที่กำลังขับรถคันใหญ่พามารดาและน้องสาวเข้ากรุงเทพฯตามคำสั่งมิว
มิวหันมาตอบจากที่นั่งข้างคนขับ "มันเป็วิธีเดียวค่ะพี่นลถ้าไม่อ้างคุณป้า พี่ซินไม่มาแน่"
"เลยต้องลากแม่มาร่วมเล่นละครโกหกพกลมด้วยเนี่ยนะ"นลบ่น
คุณนิลนภาที่อยู่ในชุดเดินทางสีสดใส รับกับผ้าโพกศีรษะสีสดสวยปรารภขึ้นอย่างอารมณ์ดีมาจากที่นั่งด้านหลัง
"เท่าที่แม่ฟังมิวพูดเมื่อกี๊ยังไม่มีคำไหนโกหกสักคำนะ ก็แม่กำลังไปโรงพยาบาลจริงๆกำลังจะถึงในหนึ่งชั่วโมงจริงๆ แล้วแม่ก็เพ้อหาแต่ซินจริงๆ นี่นา ใช่ไหมมิว"
มิวหันมายกมือไฮไฟว์แปะมือกับคุณนิลนภา
"เลิกบ่นแล้วขับรถเร็วๆ เถอะน่านล" คุณนิลนภาดุลูกชาย
"แม่อยากเห็นตอนจบของละครเื่นี้เต็มทีแล้ว"