บทนำ
ในบ่วงฝัน
เธอได้ยินคล้ายเสียงใครกำลังเพรียกหา!
ท่ามกลางความมืดรายรอบอันเต็มไปด้วยความวังเวงเปล่าดายและหนาวจนเยือกในอก กลับมีแสงสว่างสีทองฉายเรืองเรื่อปรากฏขึ้นเป็จุดนำสายตาคล้ายกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าลายเถาดอกไม้เซาะร่องลึกถมทองจนต้องเพ่งตามองแต่ความอร่ามเรืองที่ดลใจจนไม่อาจละสายตาทิ้งไปได้กลับเป็สิ่งที่ลอยเด่นอยู่ภายในแสงสีทองนั้นต่างหาก
สีสันแห่งจินตภาพในกรอบสีทองที่เห็นมีพลังเร้นลับบางอย่างอันทำให้ใจเต้นระทึกมันตึกตักไปตามจังหวะของสายลมที่พลิ้วผ่านพัดใบไม้สีเขียวให้เคลื่อนไหวยิ่งยามดอกสีเหลืองสดห้อยระย้าเป็พวงแกว่งไกวยิ่งทำให้ใจสั่นประหลาดราวกับดอกสีเหลืองของราชพฤกษ์ที่ยืนต้นเบื้องหน้านั้นเป็ความคุ้นเคยอย่างหนึ่งครั้นสายตาแลเลยเชื่อมไปยังจุดที่ไม่ห่างกันนักเห็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงสถาปัตยกรรมยุโรปสูงสามชั้นหลังคามุงกระเบื้องเกล็ดปลาสีส้มอมแดง ด้านหน้าของชั้นที่สามนั้นฉาบปูนเรียบเฉลียงรับตัวบ้านประกอบด้วยเสาทรงกลมลวดลายตามหัวเสาโค้งย้อยม้วนลงมาทั้งสองข้างแบบไอออนิกซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันก็ยิ่งคุ้นแก่สายตายิ่งนัก
สองเท้าของเธออันถูกตรึงอยู่กับที่คล้ายต้องมนต์ค่อยๆขยับอย่างเชื่องช้าก้าวไปทีละนิดจนเห็นองค์ประกอบอื่นของอาคารใหญ่โตตรงหน้า...จึงเห็นบานหน้าต่างโดยรวมล้วนตกแต่งด้วยไม้สักลงชะแล็กขึ้นเงาแบ่งเป็ช่องกระจกสี่เหลี่ยมเล็กถึงหกช่อง เหนือขอบโค้งเป็ปูนปั้นลายเครือเถาต่ำลงมาชั้นสองเป็เฉลียงทอดตัวยาวตลอดแนวั้แ่ปีกขวาจนสุดไปยังปีกซ้ายของตัวบ้าน่กลางของบ้านเป็ระเบียงกว้างนั้นแบ่งด้วยบันไดไม้สักขอบราวจับเป็ไม้ลูกระนาดมันเงาทอดตัวยาวโค้งราวกับพญานาคเลื้อยพาดผ่านจากชั้นที่สามลงมายังชั้นที่สองแล้วแยกออกซ้ายขวาไปที่พื้นชั้นล่างสุดที่เป็กระเบื้องแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กสีเทาสลับสีน้ำตาลอ่อนด้วยการนำมาปูติดกันเมื่อไล่สายตามาถึงตรงจุดนี้ คล้ายเสียงแว่วขึ้นที่ใดสักแห่งหนึ่ง จึงเหลียวมองไปยังต้นเสียงอันเป็บานหน้าต่างไม้ปิดเปิดสับด้วยตะขอเหล็กตัวยาวม่านผ้าโปร่งสีฟ้าลายกระเช้าดอกไม้พลิ้วไหวไปตามสายลมเห็นคล้ายร่างของใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น
ยามชายผ้าสะบัดไหวแวบหนึ่งนั้นเห็นดวงตาอันคมกริบทอดมองนิ่งไม่ไหวติง...นิ่งเสียจนสะดุ้งเฮือก!
เธอจึงถอนเท้ากลับทีละข้างโดยไม่รู้ว่าถอยมายืนิ่เหม่อยู่เหนือตลิ่งอันเต็มไปด้วยดินโคลนอ่อนยวบและเหนอะหนะั้แ่เมื่อไรแล้วทันใดนั้นสายลมที่อยู่รายรอบก็พัดหมุนวนม้วนตัวเร็วและรุนแรงมากขึ้นทุกขณะเมื่อเหลียวกลับไปยังกรอบหน้าต่างบานนั้น จึงเห็นดวงตาทั้งสองข้างของใครสักคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผ้าม่านสีฟ้าได้เต็มสองตาแน่ใจว่าคนผู้นั้นเป็สตรีเห็นริมฝีปากบางเคลือบสีชาดอันขบเม้มแน่นคล้ายขยับขึ้นลงกำลังขมุบขมิบ
ได้ยินเสียงแว่วของเธอผู้นั้นคล้ายตวาดดังก้องแข่งกับเสียงลมดังว่า‘ถ้าหล่อนจะออกเรือนก็ต้องเป็ชายที่ฉันเห็นว่าเหมาะสมเท่านั้น...ได้ยินไหม?’
ท้ายประโยคเสียงนั้นทำให้หล่อนสะดุ้งจนซอยเท้าถอยหนีอย่างเร็วแล้ววินาทีนั้นร่างทั้งร่างก็หงายหลังผลึ่งคล้ายกับตกจากที่สูง ดิ่งไปยังหุบเหวลึกได้ยินแต่เสียงของตนเองที่กรีดร้องขอความช่วยเหลือ ชั่ววินาทีนั้นแสงสีทองก็หายวับไปกับตาเหลือเพียงความมืดดำสนิทอีกครั้ง
แล้วแทนที่ด้วยความอึดอัดแน่นในอกจนหายใจไม่ออก!
สองแขนเอื้อมสุดมือกำลังไขว่คว้าแต่รอบตัวนั้นหาใช่มวลอากาศอันว่างเปล่าแต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็สายน้ำอันบีบรัดและเย็นเฉียบจนสองขาต้องถีบขึ้นลงเพื่อหาทางพลุ่งตัวขึ้นไปเหนือน้ำ แต่กระไรหนอปลายเท้านั้นกลับรู้สึกหงิกเกร็งจนยึดตัวไม่อาจกระดิกกระเดี้ยได้กระทั่งลามเลียมาจนถึงโคนขาท้ายที่สุดจึงอ่อนแรงจนดวงตาที่ปรือขึ้นลงเพื่อฝืนมองฝ่ากระแสน้ำไปยังเหนือผิวน้ำเริ่มมองไม่เห็นแสงสว่างใดเลย
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าความตายอยู่ใกล้เพียงเอื้อม ไม่มีแม้แต่แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อกระเสือกกระสนเติมอากาศหายใจร่างทั้งร่างเหมือนถูกแรงบีบอัดจากสายน้ำจนตัวลีบและท้ายสุดก็ดิ่งลงไปยังความมืดดำที่อยู่เบื้องล่าง
ก่อนสำนึกสุดท้ายเสียงของสตรีผู้หนึ่งกำลังเพรียกหาใครสักคน!
...ตอนนี้เธออยู่ที่ใดกันเล่า?
พลันนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆพร้อมกับเสียงเรียกของผู้ที่อยู่ข้างนอกห้อง“แม่เดือน...เป็อะไรหรือ...เปิดประตูให้ฉันที...แม่เดือนหล่อนได้ยินเสียงฉันเรียกไหม?”
เท่านั้นแหละ...เธอจึงสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับวงหน้าและลำคอเปียกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อชื้น ขณะขานรับผู้ที่อยู่ข้างนอกห้องดวงตาเริ่มฉายแววกังวลกับสิ่งที่ทำให้ความครุ่นคิดตกค้าง
อาคารกว้างขวางใหญ่โตที่เห็นสตรีผู้มีดวงตาคมลึกบาดกริบยามจ้องมองนั้นมันคือที่แห่งหนใดกัน?
แล้วสตรีผู้นั้นกำลังตามหาใคร?
///////////////////////////////////////////////////จบบทนำ