หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 37 โจมตีค่ายวอเตอร์ไอรอน

    ตอนที่ 37 โจมตีค่ายวอเตอร์ไอรอน

    กัสเริ่มจัดรูปแบบกองทัพใหม่อีกครั้งโดยทำให้ทหารพวกนี้เป็นระเบียบมากขึ้น ทหารมืดที่ต้องออกไปด้านนอกทุกนายจะต้องสวมใส่หมวกกันน็อกและชุดที่ออกแบบมาเหมือนกัน

    ตอนนี้ยังไม่มีเครื่องหมายแบ่งแยกสังกัดแต่กัสก็ใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการผูกผ้าไปที่แขนเสื้อทำให้มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป

    ทหารมืดขั้นต้นไม่ได้สวมใส่เกราะมีแค่ทหารมืดขั้นกลาง เท่านั้นที่สวมใส่เกราะได้เพราะต่อให้กัสมอบเกราะให้กับทหาทรมืดขั้นต้นพวกนี้ก็เป็นการสิ้นเปลืองเสียเปล่าและยังถ่วงการเคลื่อนไหวความคล่องตัวจากน้ำหนักของชุดเกราะ

    มันก็เหมือนกับเด็กที่ใส่เสื้อผ้าผู้ใหญ่ก้าวไม่กี่ก้าวก็ล้มหัวทิ่มได้

    ทหารมืดขั้นกลางตอนนี้นอกจากแอรีสและออสก้าก็มีทหารมืดจำนวนมากที่ค่าความแข็งแกร่งเกิน30 หน่วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกทหารมืดที่มีพรสวรรค์ 3 อย่างขึ้นไป

    การกลับไปที่โลกภายนอกเพื่อขายของทำให้กัสแลกเปลี่ยนแก่นพลังงานขั้นกลางมาจำนวนหนึ่งทำให้เงินของเขาลดลงไปอีก

    เงินทองในโลกภายนอกก็แค่กระดาษกัสเคยเห็นมาแล้วว่าต่อให้มีเงินทองมากแค่ไหน ถ้าพวกต่างเผ่าพันธุ์บุกมาถึงตัวคุณมันก็ฆ่าได้โดยไม่สนใจเศษกระดาษพวกนั้นเลย

    นอกจากแก่นพลังงานขั้นกลางแล้วก็มีเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับดุร้ายจำนวนมากเตรียมไว้สำหรับตัวเขาและทหารมืดขั้นกลางเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สงครามเข้ามาใกล้ทุกลมหายใจกัสไม่เสียดายสิ่งที่จ่ายไปแม้แต่น้อย

    “รอเวลาห้าวันเท่านั้น เพื่อให้อาวุธเสร็จสมบูรณ์จากนั้นก็บุกค่ายระดับสองต่อได้เลย”

    ตอนนี้กัสส่งทหารมืดไปสอดแนมค่ายระดับ2 หลายแห่งรอบ ๆ แม้ว่าจะมีความทรงจำอยู่ แต่ก็ไม่ได้ละเอียดเท่ากับตาเห็น

    พวกทหารมืดที่ไปสอดแนมก็แนบเนียนมาก แกล้งทำเป็นซอมบี้เดินไปกับฝูงซอมบี้ทำให้ยังไม่มีค่ายไหนตรวจพบพวกทหารสอดแนมเหล่านี้

    มีค่ายระดับ 2 อยู่ 3 แห่งที่กัสรู้สึกสนใจ แต่ว่าเลือกไปเลือกมาก็ตัดอีกหนึ่งตัวเลือกออกไปและเหลือเพียง2 แห่งเท่านั้น

    ค่ายระดับ 2 แห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่โกดังเหล็กส่วนอีกค่ายตั้งอยู่ที่บริษัทค้าวัสดุ ทั้งสองค่ายมีสิ่งที่เขาต้องการเหมือนกันนั่นคือแร่โลหะจำนวนมากและกัสคาดหวังว่าจะมีแร่โลหะบริสุทธิ์มากพอ

    แร่โลหะพวกนี้คือเป้าหมายในการทำสงครามเพื่อนำมันมาสร้างเป็นเตาหลอมฟินิกซ์นั่นเอง

    สิบวันต่อมากัสกวาดล้างพวกซอมบี้รอบค่ายจนหมดสิ้นไม่เหลือซอมบี้แม้สักตัวเดียว ค่ายระดับ 1 รู้ถึงการมีอยู่ของค่ายมิดไนท์พวกนี้ไม่กล้าเข้ามาในเขตอิทธิพลของค่ายมิดไนท์เลย

    ว่ากันว่ามีค่ายระดับ 1 ที่บังเอิญเข้าไปท้าทายแต่สุดท้ายก็ถูกทำลายภายในวันเดียว

    ค่ายระดับ 2 ระมัดระวังตัวและส่งหน่วยสอดแนมเข้ามาจับตาดูค่ายมิดไนท์มากขึ้นแต่ว่าหน่วยสอดแนมพวกนั้นไม่เคยได้มีโอกาสกลับไปที่ค่ายของตนเองอีกเลย

    ตอนนี้ในคุกฟอสเตอร์มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคนและแต่ละคนก็มีสีหน้าหวาดกลัวตกใจและสิ้นหวังไปตาม ๆ กัน

    ห่างออกไปจากค่าย กัสได้เดินมาถึงจุดสิ้นสุดของเขตค่ายมิดไนท์แล้วและเขาไม่สามารถออกไปต่อได้จึงเลือกจะขึ้นไปที่ตึกที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ ซึ่งมันเป็นโรงแรมร้างสูง 30 ชั้นกัสนั่งอยู่บนดาดฟ้าที่ดูทรุดโทรม มันเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษขยะจำนวนมากในมุมหนึ่งของดาดฟ้ามีเต็นท์เก่า ๆ อยู่หลายหลังแต่ตอนนี้มันถูกปล่อยทิ้งร้างไว้นานแล้ว

    นี่คือที่มาของเศษขยะบนนี้

    แต่นั่นไม่สำคัญเพราะสิ่งที่สำคัญคือกัสกำลังมองผ่านกล้องส่องทางไกลดูการเคลื่อนทัพของแอรีสและออสก้ามุ่งหน้าไปยังหนึ่งในสองค่ายที่เขาหมายตา

    ค่ายวอเตอร์ไอรอนค่ายระดับสองที่ครอบครองโกดังเหล็กขนาดใหญ่ พวกนี้พัฒนาได้เร็วเพราะมีแร่โลหะให้ใช้ในการสร้างอาวุธหรือแลกเปลี่ยนกับขบวนพ่อค้าจำนวนมาก

    แร่โลหะคือสิ่งจำเป็นในการสร้างอาวุธ กำแพงป้องกันและอื่นๆ

    แถมยังใช้แลกเปลี่ยนกับพวกกองคาระวานที่แวะเวียนเข้ามาได้ด้วยทรัพยากรที่ค่ายระดับ 2 นี้สะสมไว้ย่อมมากมาย ทำให้มีประชากรทหารที่แข็งแกร่งมาก

    นับว่าเป็นรองแค่ค่ายระดับ 3 เท่านั้น

    แต่กัสก็เลือกจะส่งกองทัพทหารมืดมาที่นี่

    ไม่นานค่ายวอเตอร์ไอรอนก็ตรวจพบว่ามีกองทัพกำลังมุ่งหน้ามาพวกเขารีบเตรียมการป้องกันในทันที พร้อมทั้งยังส่งคนออกมาเจรจาด้วย

    “หยุด! ที่นี่คืออาณาเขตของค่ายวอเตอร์ไอรอน พวกแกมาจากที่ไหนกันเดี๋ยวก่อนการแต่งการแบบนี้แล้วก็กองกำลัง เหมือนจะเคยได้ยินในข่าวลือพวกแกคือค่ายมิดไนท์ เรากับค่ายมิดไนท์ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน ทำไมถึงต้องยกทัพมาที่นี่ด้วย”

    อีกฝ่ายเหมือนจะจดจำค่ายของพวกเขาได้ แม้ว่าหน่วยสอดแนมจะโดนจัดการไปมากแต่ก็มีบางส่วนรอดออกมาหรือมีคนพบเห็นทั้งผู้รอดชีวิตและพวกผู้เล่นนักผจญภัย

    ทำให้ค่ายมิดไนท์มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นไม่น้อย

    “ยอมแพ้ซะแล้วพวกแกจะมีโอกาศรอด”

    “หึ คิดว่าที่นี่เป็นค่ายของพวกแกหรือยังไงแหกตาดูให้ดี พวกเรานะมีกำแพงหน้าสูงขนาดนี้ แม้แต่ซอมบี้ระดับดุร้ายก็ยังฝ่าเข้ามาไม่ได้กองทัพเล็ก ๆ ของพวกแกจะ...”

    เพี๊ยะ!

    ยังไม่ทันที่ตัวแทนเจรจาคนนั้นจะกล่าวจบก็โดนแอรีสที่ไม่สนใจเรื่องมารยาทอะไรมากนักตบปากจนกลิ้งไปกับพื้น

    "แก..." ตัวแทนจากค่ายวอเตอร์ไอรอนพ่นเลือดและฟันที่หักออกมาจากปากก่อนจะด่าทอแอรีส

    แต่ว่าแอรีสกลับไม่สนใจการเจรจาใด ๆ ถ้าเป็นเขามาคงเลือกจะบุกเข้าไปโจมตีกวาดเอาทุกสิ่งที่มีค่าไปหมดแล้วแต่ว่านี่เป็นข้อเสนอของลิช ที่ต้องการให้แอรีสเรียนรู้ในการเจรจากับศัตรูมากกว่าการฆ่าฟัน

    “อย่าลืมว่านายท่านจับตาอยู่”ลิชเตือนสติแอรีส

    “จริงด้วย” แอรีสขมวดคิ้วและตบไปอีกหลายครั้งจนฟันแทบหมดปากก่อนปล่อยอีกฝ่ายลงมองไปยังตัวแทนจากค่ายวอเตอร์ไอรอน “รีบไปซะ เราไม่ฆ่าทูต”

    ไม่ฆ่าทูตแต่ตบจนบาดเจ็บสาหัส...ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันว่าไอ้นี่มันหน้าด้านชัดๆ

    “ไอ้เวรแล้วพวกแกจะต้องตายอยู่ที่กำแพง” ตัวแทนคนนั้นรีบกลับเข้าไปหลังกำแพงทันที

    แอรีสเฝ้ามองตัวแทนจากไปก่อนจะเริ่มการโจมตีหลังจากนั้นไม่นาน

    …

    สงครามดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงเย็นค่ายวอเตอร์ไอรอนที่ว่าแข็งแกร่งในที่สุดก็ถูกสยบลงได้ แน่นอนว่าไม่ได้ฆ่าทั้งหมดทิ้ง

    กลับกันกัสสั่งให้จับทุกคนที่มีพลังกลับมา

    ผู้รอดชีวิตของโลกนี้ค่อนข้างหายาก โดยเฉพาะพวกที่มีพลังขั้นต้นขึ้นไปมีแค่หนึ่งในสิบหรือหนึ่งในร้อยของผู้รอดชีวิต

    ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นนักผจญภัยมากกว่าที่มีพลังเพราะพวกเขาสามารถใช้ทรัพยากรแลกกับของจากโลกภายนอกเพื่อพัฒนาพลังก่อนเข้ามาได้

    แต่นั่นมันในสัดส่วนของค่ายเล็ก ๆเท่านั้น ถ้าไปถึงดินแดนลอร์ดที่ใหญ่กว่าก็จะเจอกับพวกผู้มีพลังมากขึ้น

    ผู้มีพลังถูกจับเป็นเฉลยและขนออกมาใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสิ้นหวัง เพราะพวกเขาไม่คิดว่าค่ายที่ล้อมด้วยกำแพงเหล็กจะแตกได้ง่ายๆ

    ที่จริงแล้วสิ่งที่พวกมันกลัวมากกว่าคือกองทัพที่ไม่กลัวตายเหล่านี้ที่ต่างวิ่งเข้ามาใส่และสู้กับพวกเขาอย่างไม่คิดชีวิต

    ทหารจากค่ายอื่น ๆ ถ้าเจอกำแพงเหล็กก็ไม่อยากจะเข้าใกล้แล้วเพราะว่ามันหมายถึงการต้องรับการโจมตีฝ่ายเดียวจนกว่าจะข้ามไปได้

    ที่ค่ายพวกเขามีอาวุธปืนหลายกระบอกอย่างน้อยก็เกือบสิบ ซึ่งนับว่าดีมากแล้ว อาวุธปืนหายากมากกระสุนยิ่งขาดแคลน

    ใครจะคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีโล่เหล็กใช้ป้องกันกระสุนได้แต่มันก็แค่ในจุดสำคัญบนร่างกาย ตอนแรกคิดว่าแค่ยิงพวกมันโดนก็น่าจะทำให้พวกมันบาดเจ็บและหวาดกลัว

    แต่พวกนั้นคิดผิด ทหารมืดเหล่านี้นอกจากปกป้องส่วนหัวแล้วก็ไม่กลัวการโดนยิงที่อื่นเลย แถมยังมีทหารบางนายโดนยิงที่หน้าอกแต่กลับไม่ตายยิ่งทำให้ตื่นตระหนก

    จุดเปลี่ยนของความพ่ายแพ้จริง ๆ คือตอนที่ทหารพวกนี้เผยธนูออกมาถ้าไม่มีที่หลบก็โดนยิงตายง่าย ๆ แถมพวกนี้ยังมีลูกศรมากกว่ากระสุนพวกเขาซะอีก

    สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าโผล่หัวออกมายิงพอกำแพงแตกค่ายก็โดนจัดการได้ง่าย ๆ

    กัสสรุปกระบวนการนี้อย่างรวดเร็วสุดท้ายแล้วสิ่งที่สามารถเอาชนะได้ก็ยังเป็นเพราะความพิเศษของทหารมืดและอาวุธที่มีมากกว่า

    “แต่ยังขาดเรื่องยุทธวิธีไปมาก”กัสเก็บสิ่งนี้ไว้และคิดว่าจะต้องสอนรูปแบบการรบของกองทัพให้กับลิช เพื่อเอาไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ

    ลิชก็มาที่นี่ด้วยนอกจากเชลยที่จับมาได้สิ่งที่ต้องให้ความสนใจที่สุดก็คือรวบรวมแร่โลหะในค่ายกัสไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดใด ๆ

    ในค่ายมีแร่โหละอยู่จริงและปริมาณมากด้วยจำนวนของมันมากพอให้กัสสร้างเตาหลอมฟินิกซ์ได้เลย

    “พวกนี้มันสะสมแร่โลหะบริสุทธิ์ไว้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ”

    “นายท่านเหมือนพวกนี้จะได้ข่าวเรื่องขบวนพ่อค้าขนาดใหญ่ที่จะมาในอีก1 เดือน พวกเขาจึงเริ่มสะสมแร่โลหะบริสุทธ์เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรอื่นที่จำเป็น”

    กัสพอได้ฟังก็เข้าใจ ขบวนพ่อค้ามีทั้งอาหารและเมล็ดพันธุ์พืชแถมยังมีของดีอีกมากมายให้แลกเปลี่ยน กัสเองก็ได้ยินเรื่องของขบวนพ่อค้านี้เหมือนกันแต่ตอนนั้นเขาโดนไอ้แกนนอนสั่งให้ไปทำภารกิจพอดีเลยไม่ได้เจอและลืมไปแล้วด้วย

    ขณะที่กัสพึงพอใจกับสินสงครามตอนนั้นเองก็มีทหารมืดรีบวิ่งเข้ามารายงานเรื่องสำคัญ ซึ่งวิ่งมาจากทางค่ายมิดไนท์พวกนี้เป็นหน่วยสอดแนมที่กัสจงใจเพิ่มค่าสถานะให้ด้านความเร็ว

    เพียงแต่ยังไม่มีสังกัดโดยเฉพาะ กระจายตัวอยู่ตามหน่วยต่างๆ ไปก่อน

    “รายงานด่วน รายงานด่วน นายท่านพวกเราค้นพบสถานที่ที่นายท่านให้ตามหาแล้วและก็เจอกับกองกำลังจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นด้วย”

    ทหารสอดแนมนายนี้อยู่ขั้นกลางและยังทำงานในหน่วยของออสก้าที่ออกไปหาข่าว

    กัสได้ยินก็รีบลุกขึ้นมาในทันที ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้มันก็คงเกี่ยวข้องกับกิลด์ดาบแดง

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน