ตอนที่ 73 ตัวแปร (1)
“ร้านนี้มีพนักงานไหม ข้าอยากจะสั่งอาหาร!!”
หือ?!
ทันใดนั้นเอง อากอร์นก็พลันตะโกนขึ้นอย่างเสียงดังทำให้คนที่เหลืออยู่ต่างก็กันมามองที่เขากันทั้งหมดเป็นตาเดียวกัน แม้แต่ชายวัยกลางคนเคาะยาวก็หันมามองที่เขา......
“มองข้าทำไมเหรอ? ข้าแค่จะสั่งอาหารเองนะ!”อากอร์นแสร้งทำหน้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือพูดง่ายๆก็คือทำหน้ามึนนั้นเอง.....
“สักครู่นะเจ้าค่ะนายท่าน!”หญิงสาวพนักงานที่กำลังรู้สึกกดดันอยู่ พลันรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่ออากอร์นตะโกนสั่งอาหารก่อนหน้านี้นางจึงได้ส่งเสียตอบรับอากอร์นและรีบวิ่งไปที่โต๊ะของเขาในทันทีโดยไม่สนใจชายวัยกลางคนเคราเยอะอีก......
หือ!!?
เมื่อชายวัยกลางคนเห็นหญิงสาวเดินจากไปโดยไม่สนใจมันอารมณ์โกรธและไม่พอใจก็พลันปะทุขึ้นมาภายในตัวของมันสีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นแดงอย่างอับอายเพราะก่อนหน้านี้ตัวมันยังเป็นที่สนใจที่สุดภายในร้านนี้อยู่เลยแต่หลังจากที่เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่นี้ตะโกนเสียงดังขึ้นจุดสนใจทั้งหมดก็เปลี่ยนไปที่เด็กคนนั้นแทนและแบบนี้จะไม่ให้มันโกรธได้ยังไง.......
“ไอ้ตัวบัดซบน่าตายเอ้ย!!นี่แกไม่เห็นหรือยังไงว่าข้ากำลังพูดอยู่ อยากโดนหวดหรือไง?!” ชายวัยกลางคนเดินตรงมาที่โต๊ะของอากอร์นในทันทีและตะคอกเสียงดังใส่อากอร์น......
“เห็นแต่มันเกี่ยวอะไรกับที่ข้าจะสั่งอาหารอย่างนั้นเหรอ? เจ้าอยากพูดก็พูดไปสิใครเขาห้ามเจ้าไม่ให้พูดกันละ!”อากอร์นหันกลับไปตอบชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าและท่าทางเรียบนิ่งแต่คำพูดของเขานั้นมันช่างกวนและเรียกร้องบาทายิ่งนัก.......
เหี้ยเอ๊ย!!
“นี่แกไม่รู้หรือยังไงว่าข้าคนนี้เป็นใคร? ถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับข้าคนนี้!!” เมื่อเห็นว่าอากอร์นไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดกลัวหรือหวั่นเกรงต่อมันชายวัยกลางคนเคราเยอะก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่มันเป็นถึงอันธพาลชื่อดังในเขตแถบเมืองรูโฟซันนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในละแวกแถวนี้ล้วนรู้จักมันทั้งหมดยกเว้นแต่พวกต่างถิ่นเท่านั้นที่ยังไม่รู้จังตัวมัน.......
“ขนาดตัวเจ้าเองยังไม่รู้จังแล้วข้าที่มาจากต่างถิ่นจะรู้จักได้อย่างไรแต่ข้าขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะว่าข้าไม่สนใจใครทั้งนั้นหากมันผู้นั้นทำให้ข้าไม่ได้กินอาหารในตอนนี้!!”อากอร์นเริ่มเปลี่ยนท่าทางของเขาพร้อมกับสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นแถมเขายังปลดปล่อยจิตสังหารออกมาด้วย......
อ๊ะ!!
ทันทีที่ชายวัยกลางคนเห็นใบหน้าที่ดูจริงจังและเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันที่รุนแรงชายวัยกลางคนหนาวเครายาวก็พลันก้าวถอยหลังกลับมาโดยที่ตัวมันไม่รู้ตัวพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ไหลออกมาเต็มหน้าผากของมันไปหมด เพราะสำหรับตัวมันที่เป็นนักรบระดับแล้วมันย่อมรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของนักรบระดับด้วยกันและมันก็รู้ว่าอีกฝ่ายระดับสูงกว่ามัน......
“อ่า!! น้องชาย ข้าแค่ล้อเล่นกับเจ้านิดหน่อยเท่านั้นไม่ได้คิดที่จะขัดขวางหรือทำให้เจ้าพลาดการกินอาหารในมื้อนี้แต่อย่างไร ตัวข้านั้นแค่หน้ามืดเพราะหิวมากไปหน่อยหวังว่าน้องชายจะไม่โกรธที่ข้าได้พูดออกไปก่อนหน้านี้!”ชายวัยกลางคนรีบกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มและกล่าวขอโทษอากอร์นแบบอ้อมๆ ทันทีเพราะขืนมันไม่ทำแบบนี้มันกลัวว่าอากอร์นจะไม่ปล่อยมันไป......
“ข้าเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วแต่ทางที่ดีพี่ชายควรออกไปจากร้านนี้ในตอนนี้จะดีกว่าเพราะข้าเห็นหน้าพี่ชายแล้วข้ากินอะไรไม่ลงแต่หากพี่ชายอยากจะอยู่ต่อก็ไม่เป็นไรนะ ข้าไม่ว่า!!”อากอร์นยังคงใบหน้าสงบและสายตาที่เฉียบคมจ้องมองไปที่ชายวัยกลางคนตลอด......
อ้า!!
“ข้าจะไป! ข้าจะไปเดียวนี้แหละน้องชายเพราะข้าก็พึ่งคิดขึ้นได้ว่าข้านั้นมีธุระที่ต้องไปทำ เอ๊ยเจ้าของร้าน!!อาหารที่ข้าสั่งไปก่อนหน้านี้ข้าไม่เอาแล้วนะ!”ชายวัยกลางคนไม่คิดที่จะอยู่ในร้านอีกต่อไปมันรีบตะโกนบอกเจ้าของร้านเสียงดังว่ามันไม่เอาหารที่สั่งแล้ว ซึ่งอาหารที่มันสั่งนั้นทางร้านก็ไม่อาจจะทำให้มันได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว......
ตึง ตึง ตึง!!
ปัง!!
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำเอาลูกค้าที่ยังเหลืออยู่ภายในร้านต่างก็หันมามองที่อากอร์นกันหมดเป็นตาเดียวกันตีความหมายที่แฝงอยู่ในสายตาของคนเหล่านี้กับต่างกันออกไป บางคนก็รู้สึกชื่นชมต่อการกระทำของเขาแต่บางคนก็รู้สึกสงสารเพราะเจ้าชายวัยกลางคนนั้นมีคนหนุนหลังอยู่......
“นายท่านเจ้าค่ะ!ข้าคิดว่าท่านควรที่จะออกไปจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุดเลยนะเจ้าค่ะไม่งั้นท่านต้องแย่ๆเพราะเจ้าตัวน่าเกลียดเมื่อครู่นี้นั้นมันมีคนใหญ่คนโตภายในเมืองนี้หนุนหลังอยู่หากมันไปตามคนเหล่านั้นมา นายท่านต้องแย่แน่ๆ!”หญิงสาวพนักงานเสิร์ฟของร้านคนก่อนหน้านี้ที่กล้ายืนปฏิเสธชายวัยกลางคนได้พูดเตือนอากอร์นอย่างร้อนใจและเป็นห่วงเพราะนางรู้สึกขอบคุณอากอร์นที่ช่วยทำให้นางรู้สึกหายกดดันก่อนหน้านี้......
“คนสวย! เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกตอนนี้ข้าอยากได้อาหารชุดใหญ่ซักชุด เพราะตอนนี้ข้าหิวมากเลยเดียวข้ากินเสร็จแล้วข้าจะรีบออกไปจากเมืองนี้ทันที!”อากอร์นไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ปฏิเสธไปโดยตรงเขาเพียงบอกว่าเขาหิวและอยากกินอะไรก่อนจะไปเท่านั้น......
แน่นอนว่าหญิงสาวรู้ดีว่าอากอร์นนั้นไม่ได้คิดที่จะจากไปแต่คิดที่จะรอชายวัยกลางคนคนนั้นให้นำพวกกลับมาที่นี่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม นางจะไม่ยอมให้อากอร์นเป็นอะไรแน่และเพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณของอากอร์นนางจึงได้รีบวิ่งกลับไปที่หลังร้านและออกไปยังลานกว้างด้านหลังที่มีกองฟืนเต็มไปหมดและที่ด้านหลังกองฟื้นขนาดใหญ่ก็มีชายวัยกลางคนที่สูงราวๆหกฟุตได้กำลังนอนหลับอยู่อย่างสบายใจ โดยที่ไม่สนว่าแดดจะร้อนหรือฝนจะตก.......
ตึง ตึง ตึง!!
“ท่านพี่โซซัน!! ท่านพี่โซซัน!!”เสียงร้องตะโกนอย่างตกใจดังมาแต่ไกล ซึ่งเป็นเสียงของหญิงสาวพนักงานเสิร์ฟก่อนหน้านี้ที่พูดเตือนอากอร์นนั้นเอง.....
“มีอะไรเกิดขึ้นอีกละลินลี่? ตะโกนเสียงดังโวยวายมาเชียวคงมีเรื่องทะเลาะเกิดขึ้นภายในร้านอีกแล้วสิท่า?!” ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ข้างๆกองฟืนพลันเปิดตาขึ้น พร้อมกับส่งเสียงตอบรับหญิงสาวกลับไปอย่าไม่ทุกข์ร้อนใดๆ.......
“ถูกต้องแล้วท่านพี่โซซันก็ไอ้เคราหนาอันธพาลบ้านั้นนะสิ วันนี้มันก็มาก่อกวนที่ร้านของท่านลุงอีกแล้วแต่บังเอิญมีชายหนุ่มคนหนึ่งดังไปพูดขัดมันเข้าทว่าไอ้เคราหนานั้นกับแสดงท่าทีเหมือนกลัวชายหนุ่มคนนั้นและจากไปและข้าก็ได้เตือนชายหนุ่มคนนั้นให้จากไป แต่เขา........”
“เขาไม่ยอมไปใช่ไหม? เฮ้อ.......คนหนุ่มก็เลือดร้อนแบบนี้ละนะดูท่าแล้วชายหนุ่มที่เจ้าว่าจะเป็นนักรบระดับเหมือนกันไม่เช่นนั้นคนอย่างไอ้บ้านั้นคงไม่ยอมถอยแบบนั้น แต่หลังจากนี้เนี่ยสิ!คงต้องเกิดเรื่องวุ่นขึ้นแน่ๆ เจ้าขุนนางนั้นคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่มันต้องใช้ข้ออ้างนี้ยกพวกของมันพังร้านของท่านลุงอย่างที่มันตั้งใจเอาไว้”ชายวัยกลางคนพูดขึ้นเหมือนกับตาเห็นเขาสามารถที่จะคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้อย่างไม่ยากนักเพราะมันเป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นหลายต่อหลายรอบแล้วหากไม่มีเขาอยู่ป่านนี้โรงแรมนี้คงถูกขายไปแล้ว......
“ท่านพี่โซซันต้องช่วยเขาคนนั้นนะคะข้าไม่อยากเห็นเขาถูกทำร้าย!”หญิงสาวลินลี่รีบกล่าวขอร้องพี่ชายของตนให้ออกไปช่วยอากอร์นในทันทีโดยที่ใบหน้าของนางพลันแดงขึ้นในขณะที่พูด......
“ให้พี่ช่วยชายหนุ่มคนนั้น? นี่เจ้าเป็นอะไรไปน้องพี่หรือว่าตกหลุมรักชายคนนั้นเข้าแล้ว?” ชายวัยกลางคนรู้สึกตกใจไม่น้อยที่เห็นน้องสาวของตนแสดงท่าทางเขินอายออกมาแบบนี้แถมยังดูร้อนใจเป็นอย่างมากด้วยเมื่อพูดถึงชายหนุ่มที่ว่าซึ่งนั้นทำให้โซซันเกิดความรู้สึกอยากเห็นหน้าชายหนุ่มคนที่น้องสาวตนพูดมาแล้วว่าเป็นอย่างไร......
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะข้าแค่.......ข้าแค่ไม่อยากให้เขาเจ็บตัวก็เท่านั้นเขาอุตส่าห์ช่วยข้าออกมาจากเจ้าบ้าเคราหนานั่นก็แค่นั้นเองตอนนี้พี่รีบออกไปดูเถอะ เดียวมันจะไม่ทันการ!!”หญิงสาวลินลี่ปฏิเสธเสียงเบาแถมยังดูติดขัดๆ เล็กน้อยซึ่งเป็นใครก็มองออกว่าเธอคิดเช่นไร.......
“อ่า อ่า อ่า!! พี่เข้าใจแล้วเดียวพี่จะออกไปดูเดียวนี้แหละน้องรีบไปบอกท่านลุงโจเถอะว่าให้อยู่แต่ภายในห้องครัว อย่าได้ออกมาข้างนอกเด็ดขาดรวมถึงเจ้าด้วยลินลี่!” โซซันพยักหน้าตอบรับคำขอของน้องสาวจากนั้นก็บอกให้น้องสาวของตนไปบอกเจ้าของโรงแรมว่าให้หลบซ่อนตัวเอาไว้รวมถึงตัวของลินลี่เองด้วย......
“ค่ะท่านพี่โซซัน!”
หลังจากที่หญิงสาวบอกกล่าวแก่พี่ชายของตนเรียบร้อยแล้วเธอก็วิ่งกลับเข้าไปที่ห้องครัวอีกครั้งเพื่อบอกเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นให้กับเจ้าของโรงแรมฟังซึ่งเจ้าของโรงแรมเองก็ตั้งใจฟังและปฏิบัติตามอย่างว่าง่ายเพราะทั้งสองพี่น้องนี้ช่วยให้เขาอยู่รอดและสามารถทำมาหากินได้จนถึงทุกวันนี้ถึงแม้จะเกิดเรื่องขึ้นมาบ้างแต่มันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร......
กลับมาภายในร้านที่ที่อากอร์นนั่งอยู่อีกครั้ง......
‘ดูท่าจะมากันแล้วสินะ เอายังไงดีนะจะบวกในร้านนี้เลยหรือจะไปบวกกับพวกมันด้านนอกดีแต่หากมีเรื่องกับพวกมันที่ด้านนอก เราคงจะกลายเป็นที่สงสัยแต่หากมีเรื่องกันในนี้โรงแรมนี้คงเละไม่น่าดูชมเลย เว้นแต่ว่าที่ร้านนี้จะมีตัวแปรมาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เท่านั้นแต่ว่าจะมีตัวแปรที่ว่านั้นหรือไม่นะ? อ้า!นั่นไงตัวแปรของเรา!’
อากอร์นที่นั่งอยู่เงียบๆ คนเดียวโดยไม่พูดไม่จากับใครตั้งแต่ชายวัยกลางคนเคราหนาจากไปเขากำลังคิดแผนการอยู่ในใจของเขาว่าเขาควรจะทำอย่างไรดี และเขากำลังลุ้นอยู่ว่าจะมีตัวแปรใดมาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในครั้งนี้หรือไม่และในขณะนั้นเอง อากอร์นก็หันไปเห็นชายวัยกลางคนที่อายุราวๆ สามสิบต้นๆและตัวสูงหกฟุตหน่อย เดินออกมาจากด้านหลังของร้านที่ที่หญิงสาวพนักงานรีบวิ่งออกไปก่อนหน้านี้.......
เอี๊ยดดดดดดดดด!!
“ไอ้บัดซบหน้าไหนที่มันกล้ามีเรื่องและหยามหน้าข้าห๊ะ!!?”
และมันก็เป็นเวลาเดียวกันที่ประตูร้านถูกเปิดออกอย่างเสียงดังพร้อมกับเสียงตะโกนที่ไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่ดังขึ้นตามมาก่อนจะมีกลุ่มคนมากกว่าสิบคนเดินดาหน้ากันเข้ามา......
“หมีเหลืองแล้วไง อยู่ไม่ได้แล้วโว้ย!”
“ไม่น่าอยู่ชมตอนจบเลยตู ไปดีกว่า!!”
“เอิ่ม.......ดูเหมือนฝนจะตกแฮะรีบกลับบ้านไปตากผ้าดีกว่า!”
ลูกค้าหลายคนเมื่อเห็นท่าว่าไม่ดีแล้วพวกมันก็ไม่รอช้าอาศัยจังหวะนี้ชักดาบไม่จ่ายเงินค่าอาหารที่พวกมันกินวิ่งหนีออกไปจากร้านทันที จะเหลือก็เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังอยู่ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นนักผจญภัยเร่ร่อนที่ชอบความตื่นเต้นทั้งนั้น.......