หลังจากเติมเต็มพุงน้อยๆ ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว อ้ายฉิงก็มีแรงที่จะลุยงานต่อ
บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแบบร่างและอุปกรณ์เขียนแบบ หญิงสาวนั่งอยู่ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟข้างโต๊ะ เสียงดินสอกดขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ แก้ไขเพิ่มเติมแบบที่เธอทำอยู่ก่อนไปทานข้าว ดวงตากลมจดจ่อ หน้าผากเนียนสวยมีรอยขมวดเล็ก ๆ ขณะมือเรียวก็ค่อย ๆ ลากเส้น แก้ไข และปรับรายละเอียดอย่างไม่หยุดนิ่ง
บ้านหลังน้อยนี้…ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือ “ที่พึ่งสุดท้าย” ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน เธอต้องออกแบบมันให้รอด ทั้งจากแผ่นดินไหว ความร้อน พายุ ความหนาวเย็น ซอมบี้ หรือแม้แต่ความสิ้นหวังของมนุษย์
ตัวบ้านถูกฝังครึ่งหนึ่งไว้ใต้ดิน ผนังเป็คอนกรีตเสริมเหล็กหนาแน่นและฉนวนกันความร้อนอย่างดี ผนังบ้านหนา 100 ซม. ทำจาก คอนกรีตผสมโฟมกันความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่แม้สภาพแวดล้อมจะรุนแรงแค่ไหน หลังคามุงแผงโซลาร์เซลล์นอกจากนั้นหลังคา้าที่พ้นจากพื้นบางส่วนใช้วัสดุซับแรงกระแทกจากะเิเบาและป้องกันรังสี พร้อมระบบกักเก็บน้ำฝนและถังกรองน้ำใต้ดิน หรืออาจจะใช้เป็ระบบกักเก็บน้ำฝนพร้อมกรอง UV โซลาร์เซลล์และมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสียภายในก็เป็สิ่งจำเป็
ห้องครัว-พื้นที่เตรียมอาหาร ใช้เตาแก๊สจากถังสำรองพลังงานชีวมวล มีระบบกรองอากาศเฉพาะแยกต่างหาก เฟอร์นิเจอร์เป็แบบพับเก็บได้ เพื่อประหยัดพื้นที่
“ห้องเก็บอาหาร…อยู่ใกล้ห้องครัวมากเกินไปจะเสี่ยงไฟไหม้ ต้องย้าย… ละก็ต้องทำเป็โกดังเก็บอาหารไว้ใต้ดิน ควบคุมอุณหภูมิด้วยฉนวน 3 ชั้น มีชั้นเก็บอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเพาะปลูกในระยะยาว" เธอพึมพำกับตัวเอง พลางร่างโครงใหม่บนแผ่นกระดาษ
ประตูทางเข้าออกมีสองจุด พร้อมทางหนีฉุกเฉินที่เชื่อมกับอุโมงค์ลับ พื้นที่ใต้ดินกลายเป็คลังอาวุธเล็ก ๆ ของเธอ ผนังภายในสามารถถอดแผงออกเพื่อเปลี่ยนเป็ฉากกำบัง ประตูทางเข้าเป็ เหล็กกล้าเสริมระบบลายนิ้วมือ+รหัสลับ มีกลไกล็อกแบบหมุนมือ เผื่อในกรณีที่ไม่มีไฟฟ้า
ในส่วนของรั้วต้องไม่ธรรมดา ความสูงควรประมาณ 20 เมตร สูงกว่ารั้วบ้านปกติเล็กน้อยยยพอ ….เพื่อป้องกันการปีนจากมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติ และควรมีความลึกใต้ดิน ฝังลึก อย่างน้อย 10 เมตร เพื่อกันการขุดลอดจากภายนอก โครงสร้างเป็ เหล็กกล้ารีอินฟอร์ซผสมซีเมนต์ไฟเบอร์ ซึ่งแข็งแรงกว่าอิฐธรรมดา ทนไฟ กันแรงะเิระดับเบา หนา 10 ชั้น ผิวภายนอกเคลือบ สารกันสนิม และ สารสะท้อนความร้อน ส่วน้าติด ลวดหนามซ้อนกัน 5 ชั้น พร้อมใบมีดสแตนเลสกันปีน
มุมหนึ่งของบ้านเป็ห้องสมุดเล็ก ๆ มีทั้งหนังสือ และหน้าจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมกับกล้องวงจรปิด ส่วนตัวกล้องวงจรปิดระบบ AI 360 องศา ตรวจจับการเคลื่อนไหวทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมสัญญาณเตือนในตัว เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกระแทกและเสียง ฝังไว้รอบรั้ว แจ้งเตือนผ่านระบบในบ้าน ฟังก์ชั่นเสริมก็ควรมีจุดยิงลูกดอกหรือปืนกลจำลองฝังไว้ที่มุมรั้ว ใช้แรงดันอากาศหรือกลไกมือแบบไม่ใช้ไฟฟ้า ทางน้ำชักรอบแนวรั้ว สำหรับดักจับหรือทำให้สิ่งมีชีวิตลื่นล้ม โดยเฉพาะในกรณีซอมบี้ทึ่เกิดขึ้นใน่ปีที่ 5
มุมเล็ก ๆ หนึ่งมุมเป็กระถางผักไฮโดรโปนิกส์ที่เธอดูแลเองทุกวัน “สีเขียวเล็ก ๆ” สวนผักและฟาร์มเล็กๆ ที่เธอจะสร้าง ที่เธอเชื่อว่าจะทำให้หัวใจรอดได้ในโลกที่พังพินาศ เธอไม่ได้ออกแบบแค่เพื่อเอาชีวิตรอด…แต่เพื่อ “อยู่ต่อไป” ได้ด้วยศักดิ์ศรี ความรู้ และศิลปะ บนกระดาษเต็มไปด้วยเส้น เสา และสัญลักษณ์วิศวกรรมแต่ทุกอย่างล้วนเกิดจากหัวใจที่มุ่งมั่น
เพราะแม้โลกภายนอกจะพังทลาย…แต่เธอจะสร้างโลกใบเล็กใบหนึ่งขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง—เพื่อให้คนที่รักและความหวังยังคงอยู่
เมื่อแบบแปลนเป็รูปร่างพร้อมรายละเอียดที่เสร็จสมบูรณ์ อ้ายฉิงจัดการส่งข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดไปหาเลขาอู๋ทันที เมื่อเธอส่งข้อมูลเสร็จ เธอจัดการปิดโทรศัพท์มือถือ และตั้งหมวดห้ามรบกวนทันที …. ตอนนี้เธอสบายใจแล้ว ที่บ้านหลังน้อยของเธอจะได้ฤกษ์งามยามดีเริ่มสร้างขึ้นซักที ความบายใจบวกกับอ่อนเพลียตลอดหลายวันทำให้เธอหลับไปทันทีที่ล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้่างสีขาวสะอาดตา
ติ๊ง…. ติ๊งติ๊ง….. ติ๊งติ๊งติ๊งๆๆๆ…
เสียงแมสเซนเจอร์จากโทรศัพท์แจ้งเตือนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เลขาอู๋เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียง เมื่อดวงตาเริ่มคุ้นชินกับแสง ก็เหลือบไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างสวิตช์ไฟหัวเตียง ก่อนจะพบว่า ตอนนี้เป็เวลา ตี 4 เขาเอามือยกขึ้นมาลูบหน้าลูบตาเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เมืองถือที่ได้รับการแจ้งเตือนถี่ๆ ขึ้นมาดู…..
รายละเอียดบ้านหลังน้อยที่ละเอียดยิ๊บของคุณหนูปรากฏขึ้นแก่สายตา เขาชะงักค้างใจนทำโทรศัพท์หล่นมือ เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านทวนข้อความต่างๆ ของคุนหนูอีกหลายรอบ ดวงตาเบิกกว้าง ความรู้สึกตื่นเต็มตา หายง่วงเป็ปริบทิ้ง
อะไรคือรั้วหนา 10 ชั้น …. อะไรคือรั้ว สูง 20 เมตร ละนี่แปลนบ้านขนาดใหญ่โตมโหฬารนี่คืออะไร แถมมีส่วนขนาดเล็กของคุณหนูที่กินพื้นไปครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดอีก แล้ววัสดุแต่ละอย่างที่คุณหนู้าใช้สร้างนี่คืออะไร
ไหนคือ บ้านหลังน้อยของคุณหนู …..นี่ นี่….คุณหนูจะสร้างบ้าน หรือว่าคุณหนูจะสร้างฐานทัพกันแน่เนี่ย
มือหนารีบกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับหาคุณหนูคนเล็กของบ้านทันทีเพื่อสอบถามให้มั่นใจ…. ว่าเขาไม่ได้ตาฝาด อ่านผิด หรือคุณหนูส่งมาผิดแกล้งเขาเล่นๆ
“….. ตู๊ดดดดดด…"
เสียงดังรอสายที่ไม่มีคนรับสายอยู่นาน จนปิดไปเอง เลขาอู๋มองโทรศัพท์ในมือของตนเองอย่างเหม่อลอย
3 เดือน …. คุณหนูให้เวลาเขาสามเดือนสำหรับดำเนินการสร้างบ้านหลังน้อยหลังนี้ของคุณหนู…..
“3 เดือนนนน …… ผมจะทำยังไงให้ทันนนนน”
(อ้ายฉิง : บ้านหลังน้อยนิดเดียวเองคะ เลขาอู๋)
(เลขาอู๋ : โธ่….คุณหนู….. ทำผมอีกแล้ววว)