“กับข้าวก็กินที่พ่อซื้อมาเมื่อคืนนั้นแหละหนูอุ่นไว้แล้ว ข้าวก็หุงสุกแล้ว เดี๋ยวหนูจะตักให้”
บุญสิตากล่าวก่อนจะจัดจานชามที่เช็ดจนสะอาดเรียบร้อยดีแล้วเข้าไว้ในตู้แล้วลุกขึ้นจัดสำหรับอาหารออกมานั่งทานกับผู้เป็พ่อซึ่งไม่เป็การบ่อยนักที่เธอกับพ่อจะได้นั่งทานอาหารพร้อมกันอย่างนี้เพราะพอเช้าขึ้นมาก็ต่างคนต่างไปเสียเป็ส่วนใหญ่ และตอนเย็นพ่อก็กลับดึกเอามากๆเธอหลับไปก่อนแล้วเกือบทุกครั้ง
ได้อยู่กับพ่อสองคนแล้วอย่างนี้หญิงสาวก็อดคิดถึงแม่ไม่ได้แม่ที่เป็ผู้หญิงจิตใจอ่อนแอจนไม่อาจยอมรับความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงของผู้เป็สามีได้จนต้องตรอมใจตายไปในที่สุด
ตอนที่พ่อยังมีงานการทำเป็หลักแหล่งสภาพครอบครัวของเธอก็ยังไม่นับว่าเลวร้ายอะไรนักเธอเองก็ได้ร่ำเรียนมาตลอดจนจบมัธยมปลายและเกือบจะได้ต่อในมหาวิทยาลัยแล้วเชียวถ้าหากไม่เกิดมรสุมร้ายขึ้นกับครอบครัวของเธอเสียก่อนสภาพครอบครัวที่นับได้ว่าดีของเธอเริ่มซวนเซ
เมื่อเ้านายของพ่อได้เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ พ่อตกงานและเริ่มทำตัวเสเพลจนไม่มีรายได้เข้าบ้านแบบแน่นอนจนต้องพึ่งแค่รายได้จากการทำของชำร่วยอยู่กับบ้านของแม่ซึ่งนับว่าน้อยนิดเอาการเมื่อเทียบกับรายจ่ายทุกอย่างที่มี
การเรียนของเธอเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะพ่อกับแม่ไม่มีเงินส่งเสียสุดท้ายก็ทำให้เธอต้องเลิกเรียนไปทั้งๆที่ใจไม่้านั้นเองจึงเป็สิ่งที่ทำให้แม่เครียดหนักจนถึงกับล้มป่วยเธอต้องวิ่งออกหารับจ้างต่างๆนานาเพื่อหาเงินมาพาแม่ไปหาหมอแต่ถึงอย่างนั้นก็ยื้ออายุของแม่เอาไว้ได้ไม่นาน
“กินข้าวเสร็จแล้วก็ไปเตรียมตัวได้เลยน่ะเดียวพ่อจะจดที่อยู่ของบ้านเ้านายท่านให้”
ยุทธนาบอกเมื่อเห็นบุตรสาววางช้อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“คะพ่อ”
หญิงสาวรับคำเบาๆและเมื่อเห็นผู้เป็พ่อกินข้าวอิ่มแล้วเช่นกันเธอก็ได้เก็บสำหรับกับข้าวเข้าไว้ในตู้และนำจานชามไปล้างจนแล้วเสร็จจึงได้เข้าห้องไปเตรียมตัวตามที่ผู้เป็พ่อบอก
หญิงสาวเลือกเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปสองสามชุดพร้อมของใช้จำเป็เท่าที่มีก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดที่ใส่อยู่บ้านมาเป็กางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อตสีเขียวตัวเก่งเมื่อเรียบร้อยดีแล้วก็หิ้วกระเป๋าแบบเป้ออกจากห้องมานั่งใส่รองเท้าผ้าใบอยู่ที่ระเบียงแคบๆหน้าบ้านอย่างตัดสินใจแล้วว่าพร้อมจะลุยไปข้างหน้า
“นี่คือกระดาษที่อยู่พ่อจดให้เ้าของบ้านเขาชื่อคุณธัชพงษ์ มีป้าคำหอมเป็แม่บ้านและหัวหน้าคนใช้ของที่นั้นแกเป็คนดี มีปัญหาอะไรปรึกษาแกได้”
ยุทธนากล่าวขณะเข้ามานั่งลงใกล้ๆบุตรสาวแล้วส่งกระดาษแผ่นเล็กๆให้
“พ่ออย่าลืมที่หนูสั่งไว้น่ะเวลาออกไปขับรถนะห้ามดื่มเหล้าและถ้าลูกค้าคนไหนให้ไปส่งในที่เปลี่ยวๆตอนดึกๆดื่นๆก็ไม่ต้องไป”
ความห่วงใยในตัวของผู้เป็พ่อดูเหมือนจะยังไม่จบไม่สิ้นหญิงสาวยังพูดจาสั่งเสียขณะที่รับกระดาษไปยัดใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
“เออน่าพ่อโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ”
นายยุทธนากล่าวอย่างจะรำคาญ
“ก็หนูเป็ห่วงพ่อนี่ค่ะตอนนี้หนูเหลือพ่อแค่คนเดียวเท่านั้นน่ะ”
“พ่อรู้แล้วน่าเพราะชีวิตพ่อก็เหลือลูกแค่คนเดียวเหมือนกัน เอาเป็ว่าพ่อจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดลูกเองก็เถอะดูแลตัวเองด้วยก็แล้วกัน”
“พ่ออย่าห่วงเลยหนูเองก็ได้เืนักสู้มาจากพ่อมาไม่น้อยเหมือนกัน”
“ให้มันได้อย่างนั้นสิว่ะลูกพ่อ”
ยุทธนาเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมที่นุ่มสลวยของบุตรสาวด้วยความรักและเอ็นดูแต่ลึกๆในใจแล้วนั้นก็นึกเป็ห่วงลูกอยู่เหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าลูกชายของอดีตเ้านายนั้นจะเอาลูกสาวของไปทำอะไรกันแน่ก็ได้แต่นึกปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีอะไรที่เลวร้ายเพราะครอบครัวของท่านธีระนั้นเป็คนดีกันทั้งตระกูลอยู่แล้ว
“หนูไปนะคะพ่อ”
บุญสิตากล่าวเมื่อผูกเชือกรองเท้าให้กับตัวเองเรียบร้อย
“เอาเงินนี่ติดตัวไปด้วยสิเผื่อจำเป็ต้องใช้อะไร”
ยุทธนากล่าวพลางควักเงินออกจากกระเป๋ามาส่งให้กับบุตรสาว
“เงินอะไรค่ะ”
หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ
“ก็เงินเดือนของลูกที่พ่อบอกว่าพ่อเบิกล่วงหน้ามานั้นไง”