ตอนที่ยี่สิบสาม บัญญัติไตรยางศ์
จากเนื้อเื่ต้นฉบับนั้นนักฆ่านักษัตรเข้าใจง่ายมากคือ
ระกาเหล็กอยู่ที่ระดับปรับพื้นฐานขั้นต้น
วานรทองแดงอยู่ที่ปรับพื้นฐานขั้นกลาง
คิงคองเงินอยู่ที่ระดับปรับพื้นฐานขั้นปลาย
ในการช่วยให้เข้าใจง่ายๆเกี่ยวกับกับคนที่กลับมาจากโลกเซียนจะกระทืบได้แสดงความเก่งกาจนั่นเอง
แต่ด้วยพลังเงินตราของผมแค่โสมราคาสิบล้านไปคนละต้นระดับพลังก็กลายเป็ดังนี้
ระกาเหล็กปรับพื้นฐานขั้นกลาง
วานรทองแดงปรับพื้นฐานขั้นปลาย
และ
คิงคองเงินสร้างแก่นปราณขั้นแรก
ถ้าฉุกเฉินผมทอาจจะยัดโสมจำนวนมากให้กับคิงคองเงินถ้าพระเอกที่อยู่ขั้นแรกๆจะมาทำร้ายผมล่ะนะอาจจะถ่วงเวลาให้ผมได้สักพัก
แต่นั่นเอาไว้ทีหลัง
เพราท่าทางคนพวกนี้ติดนิสัยยากจน
แค่ทานโสมสิบปีก็ต้องแทบจะกลอ่มกันอยู่นาน
หากให้ต้องทานโสมร้อยปีอาจจะทะเลาะกันเลยก็เป็ไปได้ ความรู้สึกของคนที่เก็บไอเท็มชั้นดีไว้จนตัวตายจนพระเอกที่กลับมาจากโลกเซียนแย่งข้าวของอย่างดีที่เก็บเอาไว้ได้มันมีที่มาอย่างนี้เองสินะ?
ไม่เป็ไรแผนของผมคือ
Seize the mean of production
ทรัพยากรต่างๆก่อนแม้แต่คนกลับมาจากโลกเซียนก็ต้องใช้เวลาสักพักล่ะ หากได้ของที่ดีไม่พอ
แน่นอน ไม่สามารถตัดความเป็ไปได้ที่ตัวเราจะดดนหลอมเป็ยาแทนแบบประมุขพรรคโสมแต่เราไม่สามารถกังวลมากเกินไปจนละเลยการเพิ่มพลังของเราเองได้
“เอาล่ะ ได้เวลาพาเข้าไปฝึกเคล็ดวิชาของสำนักนักษัตรเสียทีศิษย์พี่ทั้งหลาย”
ผมกล่าวต่อพวกนักฆ่านักษัตร
“หามิได้ต่อไปนี้ท่านคือพี่ใหญ่ของพวกเราคร่อก”
คิงคองเงินมองว่าการยกนายท่านเป็พี่ใหญ่จะสามารถแก้ไขปัญหาเรือ่งคำสั่งและสถานะได้
นั่นเอง รวมทั้งไม่ผิดคำสอนของท่านอาจารย์
พวกวานรทองแดงและระกาเหล้กก็ไม่มีความเห็นเป็อื่น
แม้ผมจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรที่ไม่สามารถถ่ายทอดวิชาเป็วงกว้างได้
แต่เท่านี้พวกเขาก็ประนีประนอมมากมายแล้วผมเลยต้องยอมรับแทนที่จะบังคับคนที่ถือธรรมเนียมนี้มากเกินไป
ข้อดีอีกอย่างของการเป็คนรวยคือ
ผมมีศูนย์วิจัยโยนงานวิเคราะห์ข้อมูลไปให้ลุกน้องนักวิจัยส่วนตนเองไปทำอย่างอื่นได้