พาร์ทของต่อ
“เชี่ย ถุงแตก !”
ผมเผลออุทานเสียงดังหลังถอดกางเกงในสีขาวออกแล้วเห็นคราบสีขาวขุ่นและกลิ่นที่ค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือของเหลวอันเกิดจากเกมราคะเมื่อคืน ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าความสนุกแค่ชั่วครั้งชั่วคราวและครั้งแรกของผมมันจะต้องแลกมากับความพังพินาศของชีวิตแบบนี้
ถามว่าเครียดแค่ไหน เอาเป็ว่าผมลงทุนก้มหน้าก้มตาเอาไม้เขี่ยขี้ตัวเองเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในชักโครก และแล้วความจริงมันก็ะโถีบยอดอกจนผมหงายหลังไปนอนนับดาวบนท้องฟ้า
กูจะติดเอดส์ไหมวะ ?
ผมนั่งซึมในห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อรู้สึกตัวขาแม่งเหน็บแดกจนต้องค่อยๆ ยืนขึ้นเพื่อทรงตัว เจ็บก้นก็เจ็บแล้วยังจะมาปวดกบาลอีก แม่งเอ๊ย รู้ถึงไหนคงได้ขายขี้หน้าไปถึงนั่น
ชีวิตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครมาตั้ง 27 ปีต้องมาพังพินาศด้วยความอยากรู้อยากเห็น ถ้าจะพูดกันตรงๆ ก็คือ “เงี่ยน” คำเดียวที่ทำให้ชีวิตที่แสนปกติสุขของผมต้องพบกับความวิบัติขนาดนี้ เดาได้ไม่ยากหรอกว่าไอ้เหี้ยนั่นมันจะมั่วซักแค่ไหน ดูจากลีลาท่าทางช่ำชองขนาดนั้นแถมข้อความเชิญชวนไปหลับนอนในแอปนั่นก็ด้วย แต่จะว่าไปก็ไม่ใช่ความผิด ของมันหรอก ไอ้เหี้ยต่อมันคงดวงซวยเอง
“เอ่อ คุณนภัสเวรอะไรเหรอครับ ?”
แกล้งถามไปงั้นแหละ ผมแอบดูตารางเวรก็รู้แล้วว่าวันนี้คุณพยาบาลคนสวยควงเช้าบ่ายส่วนผมก็เหมือนกัน เมื่อวานน่าจะเวรเช้าบ่ายจะได้ไม่เผลอตัวไปทำเื่บ้าๆ นั่น
“เช้าบ่ายค่ะ คุณต่อมีอะไรรึเปล่าคะ ?”
เธอมองอย่างสงสัยก่อนจะส่งยิ้มให้
“ผมมีเื่รบกวนน่ะครับ”
อึดอัดจังวะ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง อายก็อาย แต่ถ้าไม่พูดคงต้องอกแตกตาย
“ยินดีค่ะถ้าช่วยได้”
“พอดีผมถูกเข็มตำนิ้ว”
“ตายจริง แจ้งงาน IC* รึยังคะเนี่ย”
( Infection Control งานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล รับผิดชอบเกี่ยวกับอุบัติเหตุซึ่งเกิดกับเ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลโดยเฉพาะการัักับสิ่งคัดหลั่งและของมีคมที่ัักับผู้ป่วย)
“ผมไม่อยากให้มันเป็เื่ใหญ่”
ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เธอเข้าใจ
“งั้นดิฉันเจาะเืให้แล้วคุณต่อเอาไปตรวจเองนะคะ”
“ผมก็กำลังจะบอกแบบนั้นล่ะครับ”
“แต่ถ้าไม่เข้าระบบก็ไม่ได้ยาต้านไวรัสนะคะ”
“ช่างมันเถอะครับ ผมคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอก”
“แต่ว่า ... งั้นก็ตามใจคุณต่อนะคะ”
เธอช่างใจดีและยิ้มแย้มแจ่มใสสมกับเป็พยาบาลจริง ๆ
“ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวเวรบ่ายผมไปหานะ”
“แล้วเจอกันค่ะ”
“สวัสดีครับ”
เด็กหนุ่มวัยรุ่นผมสีดำั์ตาสีน้ำตาลอ่อนในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงตัวใหญ่พร้อมสร้อยคอเส้นเบ้อเริ่มเทิ่มเอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้ มือใหญ่หย่อนใบสั่งแพทย์ลงในตะกร้าหลังจากที่ผมเดินถือหลอดสีแดงมาจากห้องฉุกเฉิน ข้างในบรรจุสารคัดหลั่งที่ใช้ตรวจหาโรคติดต่อบางอย่าง
“สวัสดีครับ นั่งรอซักครู่นะ”
“ครับ”
ใบหน้าเรียวยาวได้รูปเงยขึ้นมามอง เขาจัดว่าเป็คนหน้าตาดีมาก
ผมเอาเืตัวเองไปเก็บเพื่อรอตรวจก่อนจะหยิบใบสั่งแพทย์ขึ้นมาดู ส่งตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ ไปโดนไรมาวะ
“เชิญนั่งครับ”
ผมผายเมือเชิญเขาเข้ามานั่งด้านใน ใช้ทูนิเกต์รัดต้นแขนทิ้งไว้ก่อนเดินไปเตรียมอุปกรณ์มาเจาะเื
“พยาบาลให้คำปรึกษาทำผมคิดหนักมากเลยพี่”
เขาเริ่มบทสนทนาเพื่อขับไล่ความเงียบระหว่างเรา มาตรวจหาโรคพวกนี้เป็ใครก็ต้องเครียดดิวะ ดูกูดิคิ้วแม่งจะพันกันตายอยู่แล้ว
“เขาว่าไงบ้างล่ะ ?”
“ถ้าเป็จะทำตัวยังไง ถ้าไม่เป็ก็ต้องมาตรวจซ้ำอีกสามเดือน วันนี้ไม่เป็อีกสามเดือนอาจเป็ก็ได้ ใจคอจะให้ผมเป็เอดส์ให้ได้ใช่ไหมเนี่ย”
สีหน้านั้นช่างดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด อาจจะมากกว่าผมซะด้วยซ้ำ
“ใจเย็นๆ น่า มันอาจไม่ได้โชคร้ายอย่างที่คิดหรอก”
ปลอบซะหน่อยเผื่อน้องมันจะดีขึ้น ส่วนผมน่ะเหรอ
กูจะติดเอดส์ไหมวะ ?
“ผมน่ะไม่ซีเรียสอะไรหรอกเป็ก็ช่างแม่ง กินยาทุกวันดูแลสุขภาพยังไงก็ยังใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้อีกนาน”
“คิดได้แบบนั้นแล้วจะทำหน้าเครียดทำไม ?”
“ผมเป็ห่วงคนๆ นั้นครับ”
“แฟนเหรอ ?”
“เปล่าหรอก เขาเป็ใครสักคนที่ผมอยากรู้จักแต่กลับไม่อยากรู้จักผม ไม่รู้ป่านนี้จะเป็ยังไงบ้าง ผมอยากไปอยู่ข้างๆ อยากรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ไม่อยากให้เขาต้องอยู่ลำพังใน่เวลาแบบนี้”
“ก็ไปหาสิจะยากอะไร”
ผมถืออุปกรณ์มาวางไว้บนโต๊ะอย่างระวัดระวัง นึกแปลกใจว่ายังมีคน เป็ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองทั้งที่ไม่รู้จักกันด้วยเหรอ
“เขาบล็อกการติดต่อผมทุกช่องทาง เรารู้จักกันผ่านแอปนัดเจอน่ะครับ”
“เขาอาจจะ อ๊ะ !”
หลอดใส่เืสีในฝาปิดสีแดงกลิ้งไปมุมโต๊ะแล้วค่อยๆ ไหลร่วงลงไป ผมรีบเอื้อมมือไปคว้าไว้ได้ทัน มือใหญ่ของเด็กหนุ่มก็กุมทับมือผมอีกที
“เขาอาจจะอะไรครับ ?”
เขาจ้องหน้าผมหลังจากปล่อยมือ ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ วะ
“เขาอาจจะเข้มแข็งมากกว่าที่น้องคิดไง”
“ถึงยังไงผมก็เป็ห่วงเขาอยู่ดี”
เด็กหนุ่มเหยียดแขนลงบนโต๊ะและกำมืออย่างรู้งาน เส้นเืปูดโปนแบบนี้เจาะยังไงก็ไม่พลาด
“อื้อ !”เด็กหนุ่มอุทานออกมาเบาๆ แต่แขนที่สั่นนั้นไม่เบาเลย
“กลัวเข็มเหรอ ?”
“มากครับ”
เด็กหนุ่มดึงแขนกลับไป เสียงถอนหายใจดังซะจนผมนึกขำ
“นั่งรอผลประมาณชั่วโมงนึงนะ”
“พี่เอาอะไรไหมผมจะไปเซเว่น ?”
“ไม่เป็ไรครับ”
“อยู่เวรคนเดียวใช่ไหม เดี๋ยวผมมานั่งคุยเป็เพื่อนนะ”
ไม่รอคำตอบเด็กหนุ่มรีบลุกแล้วเดินออกไป อยากจะบอกมันเหลือเกินว่าผมอยากจะแอบงีบซะหน่อย รู้สึกเพลียๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็ดีเหมือนกันมีคนมานั่งเป็เพื่อนจะได้ไม่หลับกลางอากาศถึงจะแค่ชั่วโมงเดียวก็เถอะ
“ไม่รู้จะซื้อไรเลยเอาผลไม้กับวิตามินซีมาให้ เห็นพี่ดูไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่”
เด็กหนุ่มยื่นถาดแอปเปิ้ลกับเครื่องดื่มมาวางบนโต๊ะ
“เท่าไหร่อ่ะ ?”
“เขาบอกให้ฟรีเพราะงั้นพี่ไม่ต้องจ่ายผมหรอก”
“รวยนักรึไงเราอ่ะ ?”
“ก็พอเลี้ยงคนๆ นั้นได้แล้วกัน”
“เขาชื่ออะไร น่ารักมากเหรอถึงได้ฝังใจขนาดนั้น ?”
“พี่จะว่าผมมั่วก็ได้นะ ผมไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ หน้าเขาก็ไม่เคยเห็น”
“เว่อแระ !”
“พี่สบตาผมดิแล้วจะรู้ว่าผมพูดจริง”
เด็กหนุ่มจ้องหน้าผมอย่างจริงจัง โอเค๊ กูเชื่อก็ด้ายยยย
“ระบายออกมาก็ได้นะเผื่อจะช่วยให้ดีขึ้น”
ทำไมต้องหวั่นไหวกับดวงตาเป็ประกายสีน้ำตาลอ่อนคู่นี้ด้วยวะ
“เขาเป็คนที่มีเสน่ห์จนน่าหลงใหล ริมฝีปากนุ่มนิ่มมาก ถึงจะปากร้ายไปหน่อยก็เถอะ ปกติผมไม่ชอบจูบใครนะเขาก็เหมือนกันแต่เราก็...จูบกับ”
“อย่าบอกนะว่าที่มาตรวจเืก็เพราะจูบกัน ?”
อันนี้อาจจะจัดอยู่ในกลุ่มวิตกกังวลมากเกินไปมากกว่ามั้ง
“เปล่า ถุงยางแตกต่างหากล่ะ”
ไอ้สัด ปัญหาเดียวกับกูเล๊ย กอดปลอบใจซักมันดีไหมวะเนี่ย ผมไม่พูดอะไรต่อแต่พยักหน้ารับรู้ ส่วนนึงก็เพราะมันกระทบจิตใจอยู่เหมือนกัน
“ไม่รู้ป่านนี้จะนั่งร้องไห้คนเดียวอยู่รึเปล่า คิดแล้วก็เป็ห่วง” ใบหน้าเรียวยาวนั้นหมองลงเมื่อพูดถึงเื่นี้ เด็กหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นก่อนจะเงียบไป
“โคตรดีใจเลยพี่”เด็กหนุ่มจับมือผมแน่นเมื่อทราบผลเื ก็อยากจะบอกมันเหมือนกันว่ากูก็ดีใจโว๊ยยยย ผลเืกูก็ปกติ
“อีกสามเดือนเจอกันนะ”
ผมตบไหล่มันอย่างให้ความหวัง ส่วนนึงก็ปลอบใจตัวเองนั่นแหละ
“อยากให้คนๆ นั้นรู้จัง”
“เอาน่า เดี๋ยวสักวันคงได้เจอ”
“ขอบคุณนะพี่”
เด็กหนุ่มยกมือไหว้ก่อนจะเดินจากไปพร้อมใบแจ้งผลเื อย่างน้อยมันก็ยังยิ้มได้ในวันนี้ส่วนอีกสามเดือนค่อยว่ากันใหม่ เหมือนปลอบน้องมันและปลอบตัวเองในเวลาเดียวกันยังไงก็ไม่รู้
ผล Anti-HIV ผมก็ Negative
ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมน้ำเสียงทุ้มของเด็กหนุ่มคนนี้ฟังคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง ผมพยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออก แล้วฝ่ามือใหญ่นุ่มนั่นก็ด้วยมันจะดูบังเอิญมากไปไหม ไม่หรอกมั๊งผมคงจิตตกจนเอาไปคิดปะติดปะต่อเื่ราวไปเองซะมากกว่า
อีกแค่ครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาลงเวรแล้ว แต่ตาผมแม่งกำลังจะปิดตัวลงแน่ ๆ ถ้ายังขืนนั่งนิ่งอยู่แบบนี้ หาเพลงฟังดีกว่าเผื่อมันจะดีขึ้น
แกร๊ก !
กุญแจรถยนต์ร่วงจากกระเป๋าสะพายใบโปรดของผม รูปทรงมันไม่คุ้นตาแล้วอีกอย่างกุญแจรถผมก็ถูกเก็บไว้ด้านใน แล้วนี่มันของใคร อย่าบอกนะว่าของคนเมื่อคืน ... โพสต์
***********************************8
ผมนั่งจ้องกุญแจรถหรูอย่างไม่วางตา มันใหญ่จนเกือบจะเต็มมือเลยก็ว่าได้สัญลักษณ์ขาวฟ้ากลางวงกลมนั้นช่างหรูหราและดูโดดเด่น ด้วยความรีบร้อนเพราะเกรงว่าหมอนั่นจะตื่นแล้วพูดจาหว่านล้อมให้ผมอยู่ต่อก็เลยกวาดทุกอย่างใส่กระเป๋าแล้วรีบออกมา ไม่นึกเลยว่าจะหยิบมันติดกระเป๋ามาด้วย
“คนรวยแบบนั้นคงไม่มีกุญแจแค่อันเดียวหรอกน่า”
ผมบ่นพึมพำคนเดียวหลังจากนั่งเขี่ยมือถือเตรียมตัวเข้านอน คนมั่วแบบนั้นคงไม่จำเป็ต้องไปใส่ใจมากนักหรอก ดีไม่ดีตอนนี้อาจจะไปนอนกกกับใครอยู่ก็ได้
“แล้วถ้ามันมีแค่อันเดียวล่ะวะ ?”
ยอมรับว่าค่อนข้างเครียดอยู่เหมือนกัน ถ้าเขามีแค่อันเดียวป่านนี้รถจะยังจอดอยู่ที่เดิมไหม รถราคาหลายล้านแบบนั้นเป็ผมคงไปกางเต็นท์นอนเฝ้าไปแล้ว
*****************************************
ออนอยู่ป่ะ : Guest
กูมีเื่จะคุยด้วย : Guest
Post-iT : คิดถึงอ่ะดิ
Post-iT : หรือว่าคิดถึงจังหวะรัวๆ พวกนั้น
รัวๆ พ่องงงง : Guest
Post-iT : แล้วมีไรทักมาดึกๆดื่น
กูเอากุญแจรถมึงมาด้วย : Guest
Post-iT : จริงดิ มิน่าหาตั้งนานไม่เจอ
แล้วมึงกลับยังไง : Guest
Post-iT : ก็เช่าห้องต่ออ่ะ ไม่กล้าทิ้งรถไปไหน
โทษทีนะ เดี๋ยวกูเอาไปคืน : Guest
Post-iT : ว่างเมื่อไหร่ค่อยคืนก็ได้
ไม่ได้ดิ ต้องตอนนี้เลย : Guest
Post-iT : เกรงใจ มันดึกแล้ว
พรุ่งนี้กูว่าง : Guest
Post-iT : จะมาค้างกับผมเหรอ ดีใจจัง
ค้างพ่องดิ มึงรอที่ห้องนะเดี๋ยวกูรีบไป : Guest
Post-iT : โอเคๆ ตามนั้น
ข้อตกลงเดิม ห้ามเปิดไป : Guest
Post-iT : รับทราบครับคนครางดัง ลีลาเร่าร้อน
ไอ้สัด ! : Guest
แล้วกูจะยิ้มทำไมวะ มันก็แค่คำพูดกวนตีนนี่หว่า รีบไปรีบกลับจบ !
*********************************
ก๊อก ! ก๊อก !
“มีพัสดุมาส่งครับ”
เป็ตาผมที่ต้องใช้คำพูดแปลกๆ พวกนี้ ตอนตีหนึ่งครึ่งมีคนมาส่งของที่ไหนล่ะ ส่งเซ็กส์ เอ๊ย ส่งกุญแจรถต่างหากล่ะ
แกร๊ก !
เสียงลูกบิดดังขึ้นหลังจากเคาะเพียงไม่นาน ผมเดินเข้าห้องเดิมแต่วันนี้มันแตกต่างออกไปเพราะแค่เอาของมาคืนเท่านั้น ร่างเล็กเดินตรงไปยังโต๊ะข้างเตียงนอนอย่างระมัดระวังเพราะสายตายังไม่ชินกับความมืดในห้อง
พรึ่บ !
ไฟถูกเปิดสว่างทั่วทั้งห้อง ผมรีบวิ่งไปยังเตียงหวังเอาผ้าห่มมาคลุมหน้าแต่ปรากฏว่ามันหายไปเหลือแค่เตียงที่ว่างเปล่า แบบนี้แม่งไม่แฟร์นี่หว่า
“คิดถึง”
ร่างสูงใหญ่โอบกอดผมจากด้านหลังพร้อมฝังจมูกลงบนเส้นผมที่ยังไม่แห้งดีของผม
“ปล่อยกูจะกลับ !”
“ผมไม่ปล่อยให้พี่หนีไปอีกแล้ว”
น้ำเสียงนั้นดูสั่นเครือเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
“บอกว่าให้ปล่อยไง”
เพราะมั่นใจว่าเขาจะยังกอดแน่น ผมเลยสะบัดและหมุนตัวกลับไปกลายเป็ว่าตอนนี้เราประจันหน้ากันเข้าแล้ว
“นาย !”
ผมอุทานเสียงดังทันทีที่ได้เห็นใบหน้ายาวเรียวนั้น นี่มันไอ้เด็กที่มาตรวจเืเมื่อตอนหัววันนี่หว่า
“พี่นี่เอง”
เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วยิ้มกว้าง พอเอามือลงผมถึงกับใหลังมองเห็นขอบตาที่บวมช้ำ เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย
“เป็อะไร ?”
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าท่าทางแบบนั้น น้ำเสียงและท่าทางผมก็อ่อนลงทันที ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยวะ
“พี่คงรังเกียจผมมากสินะครับ”
ร่างสูงทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาช้าๆ พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครืออีกครั้ง
“รู้ไหมเมื่อคืนผมมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้อยู่กับด้วยกัน ฮึก พี่คือคนแรกที่หลับในอ้อมกอดผมอย่างไม่รังเกียจ ไม่เหมือนคนอื่นที่ทิ้งผมไปในตอนที่ร่างอันเปลือยเปล่านี้ได้สนองความ้าไปแล้ว ฮึก”
ใจแข็งไว้ไอ้ต่อ อย่าหวั่นไหวอะไรง่าย ๆ
“แต่ความสุขของผมมันก็แค่ไม่กี่นาที ฮึก พอตื่นลืมตาขึ้นมาเท่านั้นล่ะทุกอย่างก็กลับมาเป็เหมือนเดิม ฮึก ผม ฮึก ผมถูกทิ้ง !”
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองผมก่อนจะก้มลงหลบสายตา
“เสร็จธุระแล้วไม่ใช่เหรอครับ งั้นพี่กลับเถอะ”
ร่างสูงชันเข่าขึ้นแล้วฟุบหน้าลงไป เสียงร้องไห้เงียบลงแต่ยังมีเสียงสะอื้นดังมาบ้าง ผมรู้สึกสับสนกับสิ่งที่ได้เห็นแต่ก็ตัดสินใจเดินผ่านเขามายังประตู
“กูกลับก่อนนะ”
ผมเอ่ยลาก่อนปิดประตูแล้วเดินตรงไปยังรถเพื่อกลับแฟลต ในเมื่อตกลงกันไว้ั้แ่แรกแล้วว่าทุกอย่างจบหลังเสร็จเื่บนเตียง จะสานต่อเพื่ออะไร
********************
การเดินจากไปของผม
ไม่ได้ทำให้เด็กคนนั้นร้องไห้เท่านั้น
แต่กลับทำให้หัวใจผมหวั่นไหวไปด้วย
นี่คือครั้งแรกที่น่าประทับใจก็จริง
แต่ผมก็ไม่ควรเก็บมันมาใส่ใจ
อนาคตผม ชีวิตผมไม่ควรมาผูกไว้
กับขาเตียงและเศษซากถุงยางอนามัย
พบกับตอนต่อไปในอีกไม่นาน
ตอนที่ 004 --->>> จากไปของกูอีสและโพสต์