ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 111 รับเข้าเป็นพิเศษ

    ตอนที่ 111 รับเข้าเป็นพิเศษ

            เจียงอวี้หมิงไม่กล้ารับประกันเรื่องอื่น แต่สำหรับพนักงานในโรงงานทอฝ้ายนั้น คงไม่มีใครเขียนออกมาได้แบบนี้จริงๆ แม้แต่เลขานุการในสำนักงานผู้จัดการโรงงาน ก็เขียนแผนธุรกิจที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ไม่ได้เช่นกัน

            “เด็กสาวคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ช่วงนี้ไม่ใช่ว่าพวกเรากำลังมีแผนรับสมัครพนักงานใหม่หรือ?”

            “ผู้จัดการครับ ช่วงนี้เรายังไม่มีแผนรับสมัครพนักงานใหม่ครับ”

            “นายลองไปถามเด็กสาวคนนั้นดูสิ ว่าเธออยากมาทำงานที่โรงงานสีฝ้ายของเราไหม? ถ้าเธอตกลง เราก็จะรับเธอเข้าทำงานเป็นกรณีพิเศษ คนแบบนี้ ถ้าอยู่ในโรงงานของเรา ต้องช่วยเราแก้ปัญหาหลายๆ อย่างได้แน่นอน”

            ผู้จัดการโรงงานพลันบังเกิดความต้องการคนมีพรสวรรค์มาร่วมมือ เขาอดรนทนไม่ไหว อยากจะดึงตัวคนที่มีความสามารถเช่นนี้เข้ามาทำงานในโรงงานทันที หากถามว่าลูกน้องที่เขาขาดแคลนที่สุดคือคนแบบใด ก็ย่อมเป็นคนที่มีฝีมือในด้านการเขียนแบบนี้ สองปีมานี้ เขาไม่รู้ว่าหาคนมามากเท่าไหร่แล้ว ทว่ากลับยังคนที่เหมาะสมไม่เจอสักที

            คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้พบกับเด็กสาวที่เก่งกาจขนาดนี้ได้ ถ้าดึงตัวเธอมาได้ เอกสารในอนาคตก็คงจะไม่ถูกผู้บังคับบัญชาระดับสูงวิพากษ์วิจารณ์อีก

            ทว่าเจียงอวี้หมิงกลับรีบส่ายหัว เขารู้ดีว่าหานชีเยวี่ยมีงานทำที่ดีอยู่แล้ว เธอเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง การที่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ในสหคามก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

            “ตอนนี้สหายหานชีเยวี่ยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสหคามอยู่ครับ!”

            มีคนตัดหน้าเขาไปเสียแล้ว

            ผู้จัดการโรงงานพูดขึ้นทันที “เป็นเจ้าหน้าที่ในสหคามมีอะไรดี เงินเดือนก็น้อยกว่าที่เราตั้งเยอะ นายไปลองคุยกับเธอดูสิ ถ้าเธอตกลง ฉันจะจัดระดับให้เธอทันที จัดให้เธออยู่ในช่างฝีมือระดับสิบหกไปเลย”

            เจียงอวี้หมิงคิดไม่ถึงว่าผู้จัดการโรงงานจะชื่นชอบคนมีพรสวรรค์มากขนาดนี้ ปกติแล้ว พนักงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ จะต้องเป็นพนักงานระดับต้นเป็นเวลาสองปีก่อน นั่นก็คือช่างระดับสิบแปด และจากระดับสิบแปดไปจนถึงระดับสิบหกนั้น ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ แล้วบางคนใช้เวลาห้าถึงหกปี ก็ยังไต่เต้าไปไม่ถึง

            “ได้ครับท่านผู้จัดการ ผมจะลองไปคุยดู” 

            เจียงอวี้หมิงคิดว่าหานชีเยวี่ยน่าจะตกลงกระมัง?

            เพราะอย่างไรเสีย เธอแค่ก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียวก็ข้ามขั้นที่คนอื่นต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะข้ามได้ไปได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการ โรงงานสีฝ้ายก็ดีกว่าการเป็นเจ้าหน้าที่ในสหคามมาก

            เจียงอวี้หมิงคิดว่าหานชีเยวี่ยไม่ใช่คนโง่ ขอเพียงแค่ลองไตร่ตรองคำนวณดู เธอก็จะต้องคิดออกเป็นแน่

            “เรื่องนี้ฉันจะต้องไปรายงานกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงด้วยตัวเอง! ไม่ใช่แค่เชิญผู้บังคับบัญชาในเขตของเรามาร่วมงานเท่านั้น แต่ยังต้องเชิญผู้บังคับบัญชาจากในเมืองมาด้วยถึงจะสมเกียรติ แล้วไหนๆ ก็จะจัดงานแล้ว เราก็จัดให้มันยิ่งใหญ่ไปเลย เชิญนักข่าวจากหลายๆ สำนักพิมพ์มาช่วยประชาสัมพันธ์ให้เราหน่อย!

            ครั้งนี้ ฉันในที่สุดก็เอาชนะตาแก่จากโรงงานเหล็กได้เสียที เรื่องนี้ เราต้องดึงตาแก่คนนั้นเข้าร่วมกลุ่มมาด้วยให้ได้ พอเขาเข้ามาร่วมแล้ว ก็ให้เขาดูความสำเร็จของเราให้เห็นกับตาไปเลย”

            ผู้จัดการโรงงานยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดหัวเราะออกมาเสียงดังเลยทีเดียว และนั่นทำเอาเลขานุการที่อยู่นอกประตูถึงกับตกใจ ผู้จัดการโรงงานมีช่วงเวลาที่อารมณ์ดีแบบนี้น้อยครั้งนัก โดยปกติแล้วไม่ว่าโกรธหรือดีใจ เขาก็ไม่แสดงออกมาทางสีหน้า

            เจียงอวี้หมิงมองสีหน้าที่ภาคภูมิใจของผู้จัดการโรงงาน ในใจก็ได้แต่รู้สึกจนใจไร้คำใดจะเอ่ยเหลือเกิน

            เขารู้อยู่แล้ว รู้อยู่แล้วว่าผู้จัดการโรงงานต้องกำลังแข่งขันกับโรงงานเหล็กอยู่แน่ๆ คนสองคนบวกอายุรวมกันได้ร้อยกว่าปีแล้วแท้ๆ แต่ยังทำตัวเป็นเด็กๆ อยู่ได้!

            ช่างเถอะ อยากแข่งกันนักก็แข่งกันไป อย่างไรเสียก็ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมก็พอ การได้แข่งขันกับคนอื่นก็ถือว่าเป็นการฝึกปรือพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง ถ้าไม่แข่งกันเลย คาดว่าทั้งสองคนคงจะรู้สึกเหงาจนทนแทบไม่ไหวแน่

            เจียงอวี้หมิงไม่คิดจะคุยกับตาแก่ไม่รู้จักโตคนนี้ต่อ เขาจึงหันหลังเดินออกจากสำนักงานของผู้จัดการโรงงานไป ตอนที่เจียงอวี้หมิงออกมา หานชีเยวี่ยกำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งอ่านอยู่ พอเห็นเจียงอวี้หมิง เธอก็เก็บหนังสือเล่มนั้นใส่กระเป๋า ก่อนจะลุกขึ้นยืน

            เจียงอวี้หมิงคิดไม่ถึงเลยว่าหานชีเยวี่ยจะเป็นคนที่รักในการเรียนรู้ขนาดนี้ มิน่าเล่า เด็กคนนี้ถึงได้เก่งกาจขนาดนี้! ทันใดนั้น เจียงอวี้หมิงก็เกิดความรู้สึกชื่นชมคนมีความสามารถขึ้นมา เขาคิดหาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถดึงตัวเด็กสาวคนนี้เข้ามาทำงานที่โรงงานทอฝ้าย ตามที่ผู้จัดการโรงงานสั่งได้

            “ชีเยวี่ย ผู้จัดการโรงงานให้ฉันมาชวนเธอไปทำงานที่โรงงานของเรา เธอสนใจไหม?”

            หานชีเยวี่ยผงะอึ้ง นี่มันเรื่องอะไรกัน?

            ไม่ใช่ว่างานหายากหรอกเหรอ? ทำไมถึงได้มีงานมาเสนอให้เธอเลือกแล้วเลือกอีกอยู่แบบนี้? นี่เวลาเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นานเท่าไหร่เอง กลับมีงานมาให้เธอเลือกถึงสามงานแล้ว

            น่าเสียดายนัก งานนี้คงให้พี่ชายเธอไม่ได้ เธอคงต้องยอมปล่อยมันไปอย่างเจ็บปวดแล้ว 

            “ฉันมีงานทำแล้วค่ะ คุณก็รู้นี่”

            หานชีเยวี่ยยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เรื่องดีๆ แบบนี้ เธอกลับทำได้แค่ปฏิเสธ ช่างน่าเสียดายจริงๆ แต่ถึงจะเสียดายเพียงใด เธอก็ทำได้เพียงหักใจยอมแค่นั้น

            ชีวิตคนเรานี่นะ...

            เจียงอวี้หมิงมองออกถึงแววตาอาลัยอาวรณ์ของหานชีเยวี่ย เขาจึงรีบระดมกำลังพูดเกลี้ยกล่อมทันที 

            “ผู้จัดการโรงงานบอกว่าถ้าเธอตกลงจะมาทำงานที่นี่ จะให้ตำแหน่งรองหัวหน้าแผนกเธอเลยนะ ชีเยวี่ย เพิ่งเริ่มต้นทำงานก็ได้เป็นรองหัวหน้าแผนกเชียวนะ ขอเสนอแบบนี้ ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะได้รับนะ”

            ตอนที่เจียงอวี้หมิงพูดประโยคนี้ออกมา เขารู้สึกทั้งอิจฉาและริษยาอยู่บ้างนิดหน่อย

            สหายหานคนนี้ได้ข้อเสนอที่สูงจริงๆ!

            ตลอดหลายปีที่เขาทำงานในโรงงานมานี้ ยังไม่เคยเห็นใครได้ตำแหน่งระดับนี้ตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ เลย ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นแค่ข้อเสนอเรื่องตำแหน่ง แต่จุดเริ่มต้นที่สูงแบบนี้ ผ่านไปอีกสองปีข้างหน้า ไม่แน่เธอก็อาจจะได้เป็นผู้บริหารระดับกลางจริงๆ ก็ได้

            เพียงแต่เรื่องพวกนี้ เจียงอวี้หมิงพูดไม่ได้ เขาคิดว่า เด็กฉลาดอย่างหานชีเยวี่ยน่าจะคิดได้เอง

            คำพูดของเจียงอวี้หมิงทำให้หานชีเยวี่ยตกใจจริงๆ การได้งานช่างเทคนิคระดับสิบหกตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ถือว่าเป็นข้อเสนอที่สูงมากจริงๆ

            “หัวหน้าเจียงคะ รบกวนบอกท่านผู้จัดการโรงงานว่า ฉันขอขอบคุณในความกรุณาของท่านมากค่ะ แต่ฉันคิดว่างานที่สหคามเหมาะกับฉันมากกว่า ทั้งใกล้บ้าน แถมยังได้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย ถือว่าดีมากเลยค่ะ” 

            ตอนที่หานชีเยวี่ยพูด ในใจเธอก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

            ฮือๆ ยังรู้สึกเศร้าอยู่เลย ทำอย่างไรดีล่ะ?

            ยุคนี้เป็นยุคที่กรรมกรได้รับเกียรติมากที่สุด การเป็นกรรมกรมีค่าตอบแทนที่ดีกว่าการเป็นเจ้าหน้าที่ในสหคามมาก เจียงอวี้หมิงคาดเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหานชีเยวี่ยอาจจะไม่ตกลง แต่พอหานชีเยวี่ยปฏิเสธอย่างหนักแน่นแบบนี้ เขาก็ยังคงรู้สึกผิดหวังอยู่ดี

            ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่โรงงานทอฝ้ายของพวกเขาเนื้อไม่หอม ไม่น่าสนใจ? แม้แต่เด็กสาวก็ยังไม่อยากมาทำงานที่นี่เลย!

            “สหายหานชีเยวี่ย เราจริงใจที่จะเชิญเธอมาทำงานที่โรงงานสีฝ้ายของเรา เธอสามารถกลับไปไตร่ตรองให้ดีอีกทีได้ ถ้าตกลงเมื่อไหร่ก็มาได้ทุกเมื่อเลย! ”

            ประโยคนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้จัดการโรงงานที่พูด แต่เจียงอวี้หมิงคิดว่า ตราบใดที่หานชีเยวี่ยตกลง ผู้จัดการโรงงานก็พร้อมที่จะรับเธอเข้าทำงานทันที ในใจเขายังคงมีความหวังอยู่บ้าง ไม่แน่บางที หานชีเยวี่ยเด็กคนนี้พอคิดดูดีๆ แล้วอาจจะตกลงก็เป็นได้?

            “ขอบคุณหัวหน้าเจียงมากเลยค่ะ และขอบคุณผู้จัดการโรงงานสำหรับความกรุณาด้วยนะคะ ฉันจะลองคิดดูอีกทีค่ะ! ” 

            หานชีเยวี่ยพูดด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อม

            “ก่อนอื่นเรามาศึกษาเรื่องความร่วมมือในครั้งนี้ก่อนดีกว่าค่ะ แผนธุรกิจที่ฉันเขียนอาจจะยังมีจุดที่ไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง ถ้าผู้จัดการโรงงานมีข้อเสนอแนะอะไร ก็ช่วยบอกฉันด้วยนะคะ ฉันจะได้เพิ่มเติมข้อมูลในแผนธุรกิจให้ค่ะ”

            “แผนธุรกิจนี้ดีมากแล้ว ผู้จัดการโรงงานพอใจมาก เห็นด้วยกับแผนนี้ทั้งหมดเลย! ”

            แผนธุรกิจนี้ ทำให้ผู้จัดการโรงงานพอใจถึงขนาดอยากจะดึงตัวคนเขียนมาร่วมงานด้วย จะมีอะไรให้ติอีก?

            พูดถึงเรื่องนี้ จู่ๆ เจียงอวี้หมิงก็นึกถึงปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ 

            “ชีเยวี่ย แผนธุรกิจนี้เธอเป็นคนเขียน งานบางอย่างก็ยังคงต้องรบกวนให้เธอมาช่วยอยู่ แต่เธอไม่ใช่คนของโรงงานเรา เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีล่ะ? ”

            เมื่อนึกถึงปัญหานี้ขึ้นมา เจียงอวี้หมิงก็คิดว่าผู้จัดการโรงงานช่างมีสายตากว้างไกลจริงๆ ถ้าหานชีเยวี่ยเข้ามาทำงานที่โรงงานทอฝ้ายได้ งานหลายๆ อย่างก็คงจะสำเร็จไปได้อย่างราบรื่น ตอนนี้หานชีเยวี่ยเป็นเจ้าหน้าที่ในสหคาม เขาคงไม่สามารถขอให้เธอมาช่วยงานได้


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604