ท่ามกลางโลกที่เงินซื้อได้แทบทุกอย่างแม้แต่ชีวิตของคน ถ้าหากมีโอกาส คุณจะทิ้งอะไรเพื่อแลกกับมัน
“…”
แต่เหนือสิ่งอื่นใดยังมีบางอย่างที่ไม่มีวันถูกลดคุณค่าลง ไม่ว่ามันจะถูกเหยียบย่ำถูกดูแคลนหรือถูกท้าทายกี่ครั้งก็ตาม มันยังคงอยู่กับเราั้แ่วันที่ยังไม่มีอะไรจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
กำปั้น
ผัวะ!
หมัดหนักซัดเต็มหน้าชายคนหนึ่งปลิวกระแทกพื้น เสียงฟ้าร้องคำราม กลบเสียงกระดูกลั่นในตรอกแคบชื้นอับ
ศักดิ์ศรี เกียรติยศและความภาคภูมิใจถูกอัดแน่นอยู่ในมือที่กำแน่นจนเส้นเืปูดโปน
แสงหลอดไฟกระพริบถี่แข่งกับสายฝนที่เทกระหน่ำในคืนไร้จันทร์
“ถึงว่า่นี้เงียบๆที่แท้ก็ซ่องสุมกันอยู่นี่เอง”
ชายเ้าของหมัดยกมือเสยผมเปียกโชกเผยรอยแผลยาวจากหางตาขวาลากถึงโหนกแก้ม
“ยังปากดีเหมือนเดิมนะ ชเวอูซอง”
ชเวอูซอง หัวหน้ากลุ่มมาเฟียท้องถิ่นเ้าของตลาดปลาที่ครองตลาดทางทะเลแถบนี้ทั้งหมด
“บอกแล้วให้ขายดีๆ จะได้ไม่เจ็บตัวตลาดเก่าคร่ำครึนั่น มันมีอะไรให้ต้องปกป้องนักหนา”
ชายคนหนึ่งก้าวออกมาอย่างไม่รีบร้อน
ร่มสีแดงถูกยกตามขึ้นไปเหนือศีรษะของเขาโดยลูกน้องที่เดินประกบข้างหยดฝนไม่อาจแตะต้องแม้แต่ปลายผม รองเท้าหนังขัดเงาหยุดลงตรงหน้า
“เห่ากี่ทีก็ไม่เคยลื่นหู ไอ้หมามัง”
“คิมซังมังโว้ย!”
คิมซังมังทายาทตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำของประเทศ
ตระกูลคิม เงาที่ปกคลุมทั้งเมืองพวกเขาไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย แต่เป็คนที่เขียนมันขึ้นมา
นักการเมืองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจที่ถืออำนาจในมือ แม้แต่บริษัทใหญ่ที่ดูเหมือนยิ่งใหญ่ล้วนมีหนี้ที่ต้องชำระ และตระกูลคิม คือเ้าหนี้ของพวกมัน
“ชื่อเหมือนคน แต่นิสัยเหมือนหมา”
“ปากแกนี่มันสุดยอด ดี! พวกแก!ส่งมันกลับบ้านเก่าไปซะ”
ซังมังถุยน้ำลายลงพื้นก่อนคาบบุหรี่ไว้แน่น เปลวไฟจากมือของลูกน้องสั่นไหวตามแรงลม ขณะยื่นเข้ามาจุดให้
แกร๊ง…แกร๊ง…เสียงอาวุธถูกชักออกมาพร้อมกันเหมือนถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตรอกนี้ ไม่มีทางหนี ไม่มีพยานและคงไม่มีใครได้ยิน
ชายสิบกว่าคนล้อมอูซองเป็วงโดยไม่มีใครกล้าพุ่งเข้าไปก่อน
“เข้าพร้อมกัน!” สิ้นเสียงฝูงหมาป่าพุ่งเข้าใส่เหยื่อเพียงตัวเดียว
พวกมันกรูเข้าใส่ทุกทิศแต่อูซองขยับก่อนครึ่งจังหวะ
ผัวะ!
หมัดตรงเสียบช่องว่างการ์ดแตกล้มในหมัดเดียว
ศอกสวน!
ขมับกระแทก ร่างทรุดทันทีเขาคว้าคอเสื้ออีกคนดึงมาเป็โล่
ฉึก!
มีดแทงพวกเดียวกันเองยกเท้าถีบซ้ำส่งร่างกระเด็นชนอีกสองคนล้มระเนระนาด วงล้อมเริ่มเสียจังหวะ
อูซองไม่ถอยเขาเดินเข้าปล่อยหมัดสั้นตัดหลอดลม ะโเตะฟาดขาเต็มแรงพลิกกลับใช้เข่ากระแทกเสยคางเชิด ศอกกลับเข้าเบ้าหน้าของอีกคนจนหลับทั้งยืนแต่ละท่าล้มศัตรูได้ภายในไม่กี่จังหวะ
ในจังหวะไม่คาดคิดที่เืผสมเข้ากับน้ำฝนเป็แอ่งจนเผลอเหยียบลื่นเขาโดนใครอีกครั้งเข้าประชิดตัวจากด้านหลังแล้วล็อกคอไว้
“ได้แล้ว!”
อูซองะโถีบสองขาให้กับชายตรงหน้าส่งแรงเหวี่ยงคืนแล้วแทงศอกเข้ากระแทกซี่โครงคนที่จับ ซ้ำที่เดิมหลายครั้งจนแรงรัดคลายลง โหม่งสวนเต็มแรง จมูกยุบแตกขับเืสาดกระเด็น
อูซองถอนหายใจยาว ปาดเืที่มุมปากก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเพียงสายฟ้าฟาด ความกลัวงั้นเหรอเขาลืมไปแล้วว่ามันรู้สึกยังไง
ผ่านไปไม่กี่นาทีพื้นเต็มไปด้วยคนล้มจำนวนมาก ที่เหลือรอบนอกต่างชะงัก
“มีแค่นี้เหรอวะ”
ความเงียบกดทับทั้งวงก่อนเสียงโลหะดังขึ้นอีกครั้ง แม้รูปเกมไม่เป็ไปตามที่คิดแต่ซังมังยังคงหัวเราะเสียงดัง
“ลูกพี่แกนี่โคตรของจริงเลยว่ะจองแทจุน”
ชายในเสื้อฮู้ดก้าวออกมาจากเงามืด
“จะทำอะไรก็รีบทำ เดี๋ยวพวกมันแห่กันมา”คำพูดเรียบนิ่งเ็าสุดขั้ว
จองแทจุน มือขวาคนสนิทของแก๊งอูซอง เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายสิบปีแต่กลับเป็ตัวตั้งตัวตีในแผนการครั้งนี้ ภาพในหัวซ้อนทับกับความจริงตรงหน้าข้อความขอความช่วยเหลือ ภาพที่ถูกตัดต่อ ภาพเพื่อนถูกซ้อมปางตายกับดักที่เขาเต็มใจเดินเข้ามาเอง
สายตาของอูซองเต็มไปด้วยความผิดหวังความเ็ปจากการทรยศหนักอึ้งเกินกว่าอะไรที่เคยเจอ
“แกกล้าดียังไง”ความเกรี้ยวกราดในคำพูดรุนแรงยิ่งกว่าสายฟ้าที่ดังระห่ำบนท้องฟ้า
“ถ้าแกยอมถอยั้แ่แรกมันคงไม่จบแบบนี้ อูซอง”
“หุบปาก!” อูซองคำราม “เพื่อเงิน แกทำได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ!”
“เงินที่แกพูดถึงมันเลี้ยงพวกเราได้ทั้งชีวิต”
“แกนี่มัน…ไอ้วัวลืมตีน!ป้าโมอึนที่หุงข้าวเลี้ยงแกตอนแกไม่มีจะกิน ลุงชานที่แบกแกไปโรงพยาบาลตอนแกใกล้ตายแล้ววันนั้น สิ่งที่พวกมันทำกับตลาด แม่งลืมหมดแล้วเหรอวะ!”
ความเงียบกดทับลงมาแต่แทจุนดูไม่ได้สะทกสะท้านสักเท่าไหร่ เขาหยักไหล่ตอบกลับไม่สนฟ้าฝน
“จะฟื้นฝอยหาตะเข็บหาพระแสงอะไรอุดมการณ์ของแกมันแค่คำพูดสวยหรูไม่แหกตาดูวะ! ทุกคนแม่งจะอดตายกันอยู่แล้ว”
คำพูดนั้นแทงลึก เกินกว่าจะปฏิเสธได้
“หมดเวลาคุย” ซังมังโบกมือ “จัดการมัน”
ร่างอีกหลายสิบกรูเข้าหาหัวหน้ามาเฟียตลาดปลาผู้ยิ่งใหญ่ฉายากระฉ่อนในโลกใต้ดินว่า กำปั้นเหล็ก ชายผู้มีหมัดหนักยิ่งกว่าอะไร
เสียงฝนกระหน่ำปนหมัดปะทะกระดูกลั่นระงม ร่างนับสิบพุ่งเข้ารุมจากทุกทิศ ศอก ฟัน เข่า สาดใส่ไม่ยั้งอูซองฝ่าเข้าไปกลางวง ปล่อยหมัดสั้นแม่นยำ ล้มทีละคนโดยไม่ถอย
ตอนเด็ก เขาไม่เคยคิดจะต่อยตีกับใครก่อน
จนกระทั่งวันนั้นเด็กตัวเล็กคนหนึ่งถูกลากไปทำร้ายกลางตลาดเพียงเพราะขโมยข้าวปั้นหนึ่งห่อที่หมดอายุแล้ว
ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งไม่มีใครอยากมีปัญหา รวมถึงเขา
“…”
อูซองในตอนนั้นทำได้แค่ยืนมอง
จนกระทั่งเสียงร้องไห้ดังขึ้นบางอย่างเกิดขึ้นภายในจิตใจ ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะก้าวออกไป
หมัดแรกในชีวิต ไม่ใช่เพื่อเอาชนะแต่เพื่อหยุดบางอย่างเท่านั้น เขาจึงเข้าใจได้ทันที
กำปั้น ไม่ได้มีไว้ทำร้ายเสมอไป
ผัวะ!
ชายร่างใหญ่ปลิวกระเด็นออกไปจากวงตะลุมบอน
อูซองยังยืนอยู่ หอบจนร่างโยกแต่สองเท้ายังปักแน่นไม่ถอย เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแจากการต่อสู้
“มันแน่นอนจริงโว้ย!”ซังมังหัวเราะลั่นก่อนะโ
“อย่าลืมที่ตกลงกันไว้”แทจุนมองภาพตรงหน้าเหมือนตัดสินใจไว้แล้ว
“แน่นอน เงินกับความปลอดภัยครบทุกอย่าง”
หมัดของอูซองเหวี่ยงออกไปเต็มแรงกระแทกเข้าหน้าใครบางคนจนร่างนั้นทรุดลง
ในเสี้ยววินาทีนั้นสัญชาตญาณของเขากลับส่งเสียงเตือน ขนกายลุกชันอย่างไร้เหตุผลเขาหันขวับไปมองอดีตเพื่อนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ปัง!
เสียงปืนดังแหวกทุกอย่าง
ร่างอูซองชะงัก โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนเขาก้มมองหน้าอกตัวเอง เืไหลออกมาไม่หยุด
“ทำไมวะ”เสียงสั่นเครือขาดห้วงตามความผิดหวัง
“ไม่ต้องให้อภัย แล้วรีบตายไปซะ”น้ำเสียงของแทจุนราบเรียบจนไร้ความลังเล
ปืนถูกโยนต่อให้ซังมังที่ยืนมองเบิกตากว้างรอยยิ้มเริ่มฉีกด้วยความสะใจมือทั้งสองข้างยกขึ้นปรบรัวหลายครั้งเหมือนเด็กเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจ
“ส่งของขวัญไปให้มัน”เขาเอ่ยกับเลขาที่ถือร่มอยู่ข้างกาย
ติ๊ง!
ข้อความเงินเข้า แทจุนมองหน้าจอก่อนจะหันหลังเดินจากไป โดยไม่หันกลับมาอีก
แม้แต่ครั้งเดียว
“ลาขาด พ่อกำปั้นเหล็กผู้เกรียงไกรฮ่าๆๆๆ สะใจจริงโว้ย!”
เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะค่อยๆห่างออกไป
ทิ้งให้อูซองนอนจมอยู่กับกองเืท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ
เปรี้ยง!
สายฟ้าผ่าลงเสาไฟไม่ไกลหลอดไฟแตกละเอียดเหมือนหัวใจของเขาที่ถูกยิงทะลุจนพังยับเยิน
มันผิดพลาดั้แ่ตอนไหน เขาไม่เข้าใจทุกอย่างที่ทำ ทุกแรงที่ทุ่ม เขาทำเต็มที่มาตลอด
โดยเฉพาะคำว่าเพื่อน เขาให้มากกว่าร้อย
ทั้งชีวิตไม่เคยกลัวการต่อสู้ไม่เคยกลัวการาเ็ สิ่งเดียวที่เขากลัวมาตลอดคือวันที่หันกลับไปแล้วจะไม่เหลือใครอยู่ข้างหลัง แต่สุดท้าย…
วันที่เขากลัวที่สุดก็มาถึงไม่ใช่เพราะเขาแพ้ แต่เพราะคนที่เขาเชื่อใจที่สุด ดันเป็คนที่ล้มเขาลงมาเอง
ทำไม ทำไมกันนะคำถามที่ไม่มีคำตอบถูกฉายซ้ำภายในหัวครั้งแล้วครั้งเล่า
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวมือของเขายกขึ้นัับางอย่างในกระเป๋าตรงอกเสื้อ เข็มกลัด
“เก็บไว้ดีๆ นะอูซอง”เสียงของป้าโมอึนดังขึ้นในความทรงจำ
“มันจะนำโชคมาให้”
เขาหัวเราะแ่
“โชคดี ไม่มีจริงหรอกป้า”
เืไหลออกจากปากก้อนโตเขาสำลักอยู่อย่างนั้นจนเหนื่อยล้า สายฝนตกกระทบใบหน้า
ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในตลาด
“ลุงดูนี่สิคะ!”
รอยยิ้มสดใสของเด็กคนนั้นเสียงหัวเราะที่ดังลั่นไปทั่วตลาด และชีวิตธรรมดาที่เคยอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่เขาไม่มีวันกลับไปแตะต้องมันได้อีก
“หนูแต่งนิยายได้แล้วนะ!”
อูซองยิ้มภูมิใจในตัวเด็กตรงหน้าแทนป้าโมอึน
“เก่งมาก”
เขาชมไม่หยุดสองมือที่เพิ่งจับปลาขยี้ผมเด็กสาวด้วยความเอ็นดู เธอรีบปัดออกอย่างขัดใจบ่นว่ามือเขาเหม็นกลิ่นปลา
“นิยายงั้นเหรอ”
เสียงเขาแ่ลง ลมหายใจเริ่มติดขัดอวัยวะภายในเริ่มประท้วงหนักเตรียมพร้อมหยุดทำงาน
“ถ้าได้มีชีวิตแบบนั้นบ้างก็คงดี”
จนในวินาทีสุดท้ายความตายก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
โดยที่เขาไม่ทันได้รู้เลยว่าเข็มกลัดที่แตกหักในกระเป๋า มีบางสิ่งเล็ดลอดออกมา
หิ่งห้อยสีทอง ลอยขึ้นท่ามกลางความมืดฝืนแรงลมและสายฝนที่โหมกระหน่ำ ดวงแสงเล็กนั้นสั่นไหวมันหยุดนิ่งเหนือร่างไร้ชีวิต ก่อนจะโปรยแสงลงมาต่อเนื่อง
แสงสีทองเริ่มกลืนความมืดมันสว่างขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ
ปีกบางกระพือถี่เสียงแหลมลากยาวฝ่าฝนที่โหมกระหน่ำ เปรียบเสมือนโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจ
ทุกอย่างตึงเครียดจนถึงขีดสุดจนมันะเิ ตู้ม!
เฮือก!
ชายคนหนึ่งกระชากลมหายใจเด้งตัวลุกจากเตียง เหมือนคนที่เพิ่งถูกฉุดกลับมาจากความตาย