ตุ๊บ...
“โอ๊ย!”ความเจ็บที่สะโพกทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นแล้วก็พบว่า...
เธอนอนตกเตียง!
“ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้ว่ะ”เธอลูบสะโพกเบา ๆ พลางมองเตียงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วถอนหายใจเฮือกก่อนที่จะปีนขึ้นมานั่งบนเตียงตามเดิม
เธอทาบมือลงบนหัวใจที่ยังคงเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ผู้ชายในฝันคนนั้นตาดุมากแถมมันยังคมกริบและดุดันราวพยัคฆ์ที่กำลังจ้องเหยื่อ
ผู้ชายบ้าอะไร...น่ากลัวชะมัด!
กริ๊ง...กริ๊ง...
เฮือก!
“โธ่เอ๊ย ใหมดเลย”เธอลูบอกตัวเองเบา ๆ แล้วก้มลงมองชื่อที่โชว์อยู่บนมือถือ
คุณนายระริน!
วันนี้มันวันอะไรวะเนี่ยมีเื่แต่เช้าเลย...
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆแล้วเลื่อนกดรับสายอย่างเซ็ง ๆ
“ม๊า...”และเธอก็พูดได้เท่านั้นจริง ๆ เพราะคนในสายสวนกลับมาทันทีโดยไม่รอให้เธอพูดอะไรต่อ
“ยัยอัญนี่แกยังไม่ตื่นอีกหรือ เมื่อไรแกจะโตสักทีลูกสาวบ้านอื่นเขาแต่งงานจนมีลูกมีเต้าไปตั้งหลายคนแล้วแต่แกยังต้องค่อยให้ฉันโทรปลุกอยู่ทุกเช้า”
เธอกลอกตาขึ้นมองบนทันทีที่มารดาที่เคารพเริ่มมหกรรมการบ่นแล้วจึงเลื่อนโทรศัพท์ห่างจากหูแล้วปล่อยให้คุณแม่สุดที่รักบ่นไปเรื่อยๆ
ระหว่างนั้นเธอก็กวาดมือหาไอแพดเพื่อเช็กคิวตารางงานอาทิตย์นี้แต่ทว่าสายตาของเธอดันเหลือบไปเห็นของที่เธอซื้อมาจากคุณยายที่เอาของเก่ามาข้างโรงพยาบาลเสียก่อน
นี่เห็นว่าแมวส้มของคุณยายที่ห้อยระฆังแทนกระดิ่งนั้นน่ารักดีเลยยอมซื้อมาหรอกนะ
เธอหยิบกล่องที่มีลักษณะคล้ายหนังสือขึ้นพิจารณาดูอย่างจริงจัง
ภาพอารามจีนหลังเล็กที่ดูเก่าแต่ขลังทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดด้านข้างของอารามจีนนั่นเป็หน้าผาสูงชันที่มีเก๋งจีนหลังเล็กตั้งอยู่และด้านล่างของหน้าผาคือทะเลหมอกที่มีทะเลตั้งอยู่ไม่ไกล
ภาพนี้เหมือนเธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ...
เธอเหลือบมองมุมด้านล่างที่มีตัวอักษรภาษาจีนที่เขียนด้วยพู่กันอย่างสวยงามแล้วขมวดคิ้ว
...เขาเหิงซาน...
กล่องนี้หนักเอาเื่เหมือนกันนะแต่พอเขย่าดูแล้วกลับไม่มีเสียงอะไรออกมา เธอก็เลยเปิดฝากล่องออกดู
กลิ่นหอมประหลาดลอยเข้าปะทะหน้าเธอเป็อย่างแรกด้วยความที่เป็คนชอบผสมน้ำหอมเป็งานอดิเรกอยู่แล้วเธอจึงยกกล่องนั้นขึ้นมาดมอย่างตั้งใจ
กลิ่นดอกพุดจีนที่ผสมกับดอกจำปีนั้นให้ความรู้สึกหอมหวานนวลๆ อย่างคุณหนูสูงศักดิ์แต่ทว่ากลิ่นผิวส้มที่แทรกเข้ามาทำให้ตัดความหวานเลี่ยนให้ดูสดใสขึ้น
และกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นที่เจือจางเบาๆ ทำให้คนที่ใช้กลิ่นดูสูงศักดิ์ สดใสและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน!
เธอยิ้มบาง ๆออกมาแล้วสูดกลิ่นนี้เข้าเต็มปอด กลิ่นนี้หอมมากจริง ๆสงสัยเธอคงต้องลองผสมกลิ่นนี้มาใช้บ้างแล้วล่ะ...
นอกจากกลิ่นหอมที่ลอยออกมาแล้วด้านในของกล่องก็ถูกกรุด้วยกำมะหยี่ขึ้นรูปตามรูปทรงของป้ายหยกและ้าของป้ายหยกก็มีโพสอิทแผ่นเล็ก ๆ ที่เขียนด้วยภาษาจีนแปะเอาไว้
เธอดึงโพสอิทออกแล้วหยิบป้ายหยกขึ้นมามองอย่างละเอียด
ป้ายหยกสีขาวอันนี้ถูกแกะสลักเป็ลายนกกระเรียน!แถมงานยังดูประณีตมากจนแทบจะเหมือนนกกระเรียนจริง ๆ
แต่ดูเหมือนว่าป้ายหยกนี้น่าจะขาดไปส่วนหนึ่ง...
เธอยกมือขึ้นแตะหัวใจตัวเอาเบาๆ เพราะรู้สึกหวิว ในใจอย่างบอกไม่ถูกก่อนที่จะหยิบกล่องกระดาษขึ้นมาพลิกไปมาเพื่อหาที่มาของป้ายหยกอันนี้
แต่ทว่า...เธอกลับไม่เจออะไรเลย
ในเมื่อหาที่มาของป้ายหยกไม่ได้เธอก็หยิบกระดาษโพสอิทขึ้นมาดูแต่ลายมือที่หวัดยิ่งกว่ากิ้งกือก็ทำให้เธอหมุนซ้ายหมุดขวาอยู่นาน
ไอ้คนเขียนนี่มันเขียนอะไรของมันว่ะ!
“ยัยอัญแกฟังม๊าอยู่หรือเปล่า ยัยเด็กบ้า!”เสียงแว๊ดของม๊าทำเอาเธอสะดุ้งโหยงแล้วรีบตอบกลับทันที
เื่ที่ม๊าพูดกรอกหูเธอทุกวันนี้ใน่นี้ก็คงไม่พ้น...นัดดูตัว!
“ฟังอยู่ ม๊าก็... ได้!ม๊าจะให้หนูไปวันนี้ใช่ไหม ขอหนูเช็กตารางงานก่อนนะ”เธอละความสนใจจากกล่องนั้นแล้วดึงไอแพดที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กข้าง ๆ มาเปิดแทน
ถึงวันนี้จะเป็วันเสาร์แต่อาชีพหมอนั้นไม่เคยว่างถึงเธอจะไม่ต้องไปเข้าเวรที่โรงพยาบาลอย่างวันธรรมดาตารางคิวงานของก็เต็มเอี๊ยดทั้งสองวันเพราะเธอรับจ๊อบเสริมเป็หมอตามอีเวนต์ใหญ่ ๆด้วย
และอีเวนต์ส่วนใหญ่ก็มักจะจัดวันเสาร์อาทิตย์
แม้ว่างานแบบนี้จะไม่ได้กำไรเป็กอบเป็กำอย่างการเปิดคลินิกแต่มันก็ทำให้เธอสามารถบริหารเวลาเองได้และมีเวลาไปทำกิจกรรมต่าง ๆที่อยากทำโดยไม่มีภาระ
“วันนี้หนูมีตารางงานยาวจนถึงสองทุ่มงั้นเป็มะรืนนี้หกโมงเย็นแล้วกันนะ” เธอพูดพลางโยนแท็บเล็ตทิ้ง
ใครที่เกิดในครอบครัวคนจีนและอายุใกล้สามสิบคงเข้าใจความรู้สึกเธอดีที่สุดหรือว่าเธอน่าจะหาแฟนสักคน ม๊าจะได้เลิกตามเธอไปดูตัวไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้
“แกนี่มันจริง ๆ เลยนะทำให้ฉันผิดคำพูดอีกแล้ว มะรืนนี้ห้ามเบี้ยวเข้าใจไหม?!”
“อือ”ถึงเธอจะรับปากแบบนั้นแต่ม๊าเธอก็ยังบ่นอีกพักใหญ่กว่าจะยอมวางสายไป
เธอเหลือบมองนาฬิกาที่เพิ่งชี้เลขหกแล้วหาวหวอดๆ
อันที่จริงเธอตื่นแปดโมงก็ทันเพราะกว่างานอีเวนต์จะเริ่มก็เกือบสิบเอ็ดโมงเธอไปถึงสักสิบโมงก็ทัน แถมเธอยังมีเวลานั่งจิบกาแฟชิวชิวอีกต่างหาก
โชคดีที่เธอได้ทำงานที่ไกลบ้านเลยได้ย้ายออกมาอยู่คอนโดไม่อย่างนั้นม๊าคงตามมาจิกถึงเตียงเป็แน่!
เธอมองโทรศัพท์อย่างเซ็ง ๆแล้วโยนมันทิ้งไปแต่แล้วสายตาของเธอก็ดันเหลือบไปเห็นอารามจีนบนกล่องแล้วเธอก็ยกมือขึ้นพนมมือกลางอกโดยไม่ทันคิด
“ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงละก็ขอให้ลูกรอดพ้นมือแม่ไปได้ด้วยเถิดแล้วลูกช้างจะยอมปีนบันไดนับพันขั้นของเขาเหิงซานไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยสาธุ...”
“เมี้ยว...”
เสียงแมวที่ดังแว่วเขามาในหัวทำเอาเธอสะดุ้งเธอไม่ได้เลี้ยงแมวนี่น่าแล้วเสียงแมวมาจากไหน!
หลังจากที่หาที่มาของเสียงอยู่พักก็ส่ายตัวเบาๆ สงสัยเธอคงเข้าเวรติดกันหลายวันเกินไปถึงได้หลอนไปเองแบบนี้
เหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงงั้นเธอจะใช้เวลาให้คุ้มค่าอย่างเต็มที่ด้วยการ...นอน!
เธอกวาดของพวกนั้นเก็บเข้ากล่องแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงใหญ่แต่ทว่าเธอดันกะระยะผิดมากไปทำให้หัวเธอกระแทกเข้ากับขอบของหัวเตียงอย่างแรง
ปึก
“โอ๊ย”แรงกระแทกที่หัวทำให้เธอวิ้งจนเห็นดาวและมึนงงจนนึกอะไรไม่ออกไปชั่วครู่
ความเ็ปที่หัวทำให้เธอต้องยกมือขึ้นไปลูบหัวตัวเองก่อนที่จะััได้ขึ้นของเหลวข้นที่มือและความเปียกชื้นที่ไหลทะลักออกมาจากศีรษะ
อาการปวดหัวอย่างรุนแรงพุ่งเข้าเล่นงานเธอทันทีพร้อมกับสายตาที่พร่าเลือนลงเรื่อยๆ จนมองภาพรอบด้านไม่ชัด
เดี๋ยวนะ!แกเป็หมอที่ช่วยคนมานักต่อนักนะไอ้อัญ จะมาตายอนาถเพราะหัวโขกเตียงแบบนี้ไม่ได้!
วาบ!
แสงสีขาวนวลสว่างขึ้นจากตรงไหนสักแห่งและหลังจากนั้นเธอก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลย...