ผ้าม่านในห้องเรียนมักจะถูกเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด
นั่นเพราะในการฝึกวรยุทธ์ ดาบและกระบี่มักไร้ความปรานี ผ้าม่านจึงมักจะพลอยรับเคราะห์ไปบ่อยครั้ง จนมีรูโหว่ใหญ่เล็กปรากฏขึ้นให้เห็นอยู่เป็ประจำ
เมื่อก่อนจูเทาไม่เคยรู้สึกว่าเื่นี้มันผิดปกติอะไร แต่ั้แ่เขาเริ่มฝึกเคล็ดวิชา เข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า เพียงแค่เห็นรูเล็ก ๆ บนเสื้อผ้าหรือผืนผ้าใด ๆ เขาก็จะรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัวจนอยากจะเย็บปะมันให้เรียบร้อยทันที
ทว่าการมานั่งเย็บปักถักร้อยนั้นมันช่างดูน่าอายเกินไป หากคนในห้อง 5 หรือซูหยางรู้เข้า จูเทารู้สึกว่าเขาคงต้องถูกหัวเราะเยาะจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแน่นอน!
เขาจึงต้องฝืนทนจนถึง่ดึกเพื่อแอบย่องเข้ามาเย็บผ้าม่านท่ามกลางความมืด
จูเทาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม เมื่อก่อนตอนเขาฝึกเคล็ดวิชาหมัดเทพัขด เขารู้สึกว่าจิตใจไม่มีความสงบเลยแม้แต่นิด มีแต่ความหงุดหงิดและล้มเหลว แต่ั้แ่เริ่มฝึกวิชาเข็ม ทุกครั้งที่เขาได้จับเข็มเย็บผ้า เขากลับรู้สึกถึงความสงบในใจอย่างน่าประหลาด และสามารถจมดิ่งอยู่กับมันได้ง่ายดายยิ่งนัก
เขาจมดิ่งอยู่กับััของปลายนิ้วที่วาดผ่านเส้นด้าย และความพึงพอใจจากการได้ซ่อมแซมรอยขาดของผ้าทุกผืนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
และสิ่งที่ทำให้จูเทารู้สึกเหนือความคาดหมายที่สุดก็คือ ทุกครั้งที่เขาเย็บผ้าเสร็จหนึ่งผืน ปราณในร่างกายของเขากลับดูเหมือนจะเพิ่มพูนและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่ทักษะการใช้เข็มก็พัฒนาขึ้นอย่างมั่นคง จากที่เคยเก้ ๆ กัง ๆ ในตอนแรก ตอนนี้การร้อยเข็มสอดด้ายของเขากลับพริ้วไหวและลื่นไหลจนน่าทึ่ง
ััแบบนี้ทำให้จูเทาหลงไหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
เพียงเวลาสั้น ๆ แค่สามวัน จูเทาก็ตกหลุมรักความรู้สึกนี้เข้าอย่างจัง
ภายใต้แสงไฟสลัว จูเทาเย็บผ้าม่านพลางจมดิ่งเข้าสู่ภวังค์ เขาตรวจตราหารอยขาดทุกจุดอย่างละเอียด และลงมือเย็บด้วยความประณีตบรรจง
เมื่อเวลาผ่านไป ความเร็วในการเย็บของเขาก็เริ่มทวีคูณ
ในสภาวะที่แทบจะลืมเลือนตนเอง จูเทาใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้งหนีบเข็มเหล็กไว้แล้วดีดเบา ๆ เข็มเหล็กที่ร้อยด้ายไว้ก็พุ่งทะลุเนื้อผ้าไปอย่างรวดเร็ว เขาสลับตำแหน่งนิ้วแล้วดีดอีกครั้ง เข็มก็พุ่งกลับมาผ่านผ้าอีกจุดหนึ่ง
น้ำหนักแรงในแต่ละครั้งล้วนแม่นยำและพอเหมาะพอเจาะ
จนกระทั่งรอยขาดสุดท้ายถูกเย็บจนเสร็จสิ้น จูเทาจึงใช้นิ้วคีบเข็มที่ดีดกลับมาไว้ได้ทันท่วงที พร้อมกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์
"หืม?"
"เกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้!?"
"เชี่ย... ดันอินจัดจนไม่ทันตั้งตัว"
"นี่ฉันฝึกวิชาลับอะไรสำเร็จเข้าแล้วหรือเปล่าเนี่ย!?"
จูเทาตื่นเต้นจนอยากจะลองทำซ้ำอีกครั้ง เขาดีดเข็มเหล็กออกไปแล้วรีบพลิกมือรับมันกลับมา
"..."
เขาสูดปากด้วยความเจ็บ พร้อมกับค่อย ๆ ดึงเข็มที่ปักคาอยู่ที่นิ้วออกมาเงียบ ๆ
"เอาใหม่"
"..."
ไม่นานนัก จูเทาก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำแบบเมื่อกี้
มันเปลืองนิ้วเกินไป
"ดูเหมือนจะฝืนไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติ"
"ต้องทำใจให้นิ่งถึงจะใช้ได้"
จูเทารวบรวมสมาธิ ไม่คิดจะเล่นท่าทางพิสดารอะไรอีก เขาตั้งใจจะเย็บผ้าให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงอันแหบพร่าของคนชราดังขึ้นจากด้านหลัง
"วิชาเข็มงั้นเหรอ?"
"หาดูได้ยากจริง ๆ"
ในวินาทีนั้น จูเทาสะดุ้งโหยงเหมือนแมวที่ใจนขนลุกชันไปทั้งตัว เขาเตรียมจะะโหนีตามสัญชาตญาณ
แต่ฝ่ามือคู่หนึ่งกลับวางลงบนไหล่ของเขา แม้จะดูเหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรเลย แต่จูเทากลับรู้สึกว่าร่างกายถูกกดทับด้วยมหาบรรพตจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิด
เขาค่อย ๆ หันหน้าไปมองอย่างช้า ๆ ภายใต้แสงไฟสลัว เขาเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของชายชราคนหนึ่ง
จูเทาจำได้ในทันที
นี่คือผู้เฝ้าประตูโรงเรียนมัธยมสาม ผู้าุโหลิว คนที่เคยจับเขาได้ตอนแอบปีนกำแพงหนีนั่นเอง
ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ก้นพลันแล่นขึ้นมาทันที
"ผู้าุโ! จะทำให้ผมหัวใจวายตายเหรอครับ!? เข้ามาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย!?"
"ฉันเห็นเธอเย็บผ้าตั้งอกตั้งใจอยู่ เลยไม่อยากรบกวนน่ะ" ผู้าุโหลิวกล่าวเรียบ ๆ "ทำไมไม่เปิดไฟล่ะ? ก็นึกว่าเป็หัวขโมยหน้าไหนแอบย่องเข้ามาซะอีก"
ผู้เฝ้าประตูมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของโรงเรียน ใน่กลางคืนผู้าุโทั้งสี่จะสลับกันเดินลาดตระเวน
จูเทารีบหาข้ออ้าง "เอ่อ... ผมกำลังฝึกทักษะการมองเห็นในที่มืดน่ะครับ"
ผู้าุโหลิวไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เพียงแต่ถามด้วยความสงสัย "แปลกจริง ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอฝึกเคล็ดวิชาหมัดเทพัขดอยู่ไม่ใช่เหรอ?"
ตอนที่แอบปีนกำแพงหนีโรงเรียนครั้งนั้น เมื่อเห็นผู้าุโหลิวกล้าขวางทาง จูเทาก็ฟิวส์ขาดงัดวิชาหมัดเทพัขดออกมาใช้ทันที
กะว่าจะแสดงพลังของตระกูลจูให้ตาแก่นี่เห็นเป็ขวัญตา
ผลสุดท้ายคือก้นของเขาเจ็บจนนึกว่าไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง
"คะ... ครับ"
"แล้วทำไมถึงมาฝึกวิชาเข็มล่ะ?"
"ผมฝึก... ฝึกควบคู่ ครับ"
ผู้าุโหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง "เหลวไหล! ด้วยพร์ของเธอเนี่ย ฉันเฝ้าโรงเรียนสามมาหลายปี ไม่เคยเห็นใครที่มีพร์ย่ำแย่เท่าเธอมาก่อนเลย เคล็ดวิชาหมัดเทพัขดยังเอาดีไม่ได้ ดันริอ่านจะฝึกคู่อีกเนี่ยนะ!?"
อย่าด่าซ้ำเติมกันได้ไหมเนี่ย
"ครูของผมเป็คนให้ผมฝึกคู่เองครับ" จูเทาหัวเราะแห้ง ๆ "ครูบอกว่าผมเป็อัจฉริยะวิชาเข็มที่หาได้ยากในรอบหมื่นปี"
ผู้าุโหลิวแค่นเสียงเย็น "ครูของเธอเป็ใคร!?"
"ซู... ซูหยางครับ"
พอได้ยินชื่อนี้ ผู้าุโหลิวก็โกรธจนควันแทบออกหู
"นำทางศิษย์หลงทางชัด ๆ!" ผู้าุโหลิวโกรธอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ฉันจะไปถามไอ้เด็กนั่นเดี๋ยวนี้ ว่ามันคิดจะทำอะไรกันแน่!"
เห็นผู้าุโหลิวเตรียมจะสะบัดหน้าจากไป จูเทาก็หน้าถอดสีทันที
ในโรงเรียน ตำแหน่งของผู้เฝ้าประตูนั้นมีความพิเศษและสูงส่งอย่างมาก แม้แต่อาจารย์ใหญ่เห็นก็ยังต้องให้ความเคารพเกรงใจ
ปกติแล้วผู้เฝ้าประตูจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ภายในโรงเรียน
แต่ถ้าพวกเขาจะยุ่งขึ้นมา แม้อาจารย์ใหญ่ก็ค้านไม่ได้
ถ้าผู้าุโหลิวโกรธขึ้นมาจริง ๆ ซูหยางอาจจะถึงขั้นถูกไล่ออกได้เลย!
อย่างน้อยตอนนี้จูเทาก็เริ่มรู้สึกดีกับครูประจำชั้นคนนี้แล้ว และลึกๆ เขาก็รู้สึกว่าซูหยางไม่ได้หลอกลวงเขาจริง ๆ
"คุณปู่ครับ! คุณปู่... ฟังผมอธิบายก่อน!"
ผู้าุโหลิวหยุดชะงักแล้วหันมาถามด้วยความสงสัย "มีอะไรอีก?"
"ผมว่าครูซูไม่ได้นำทางผมผิดนะครับ!" จูเทารีบอธิบาย "ผมเหมาะกับการฝึกวิชาเข็มจริง ๆ!"
"วิชาเข็มที่ผมฝึกคือเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า ผมใช้เวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงก็เข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้แล้วนะครับ"
พอได้ยินแบบนั้น ผู้าุโหลิวก็แค่นเสียงดูถูกทันที "พูดเหลวไหล! เธอเนี่ยนะจะเป็อัจฉริยะวรยุทธ์หนึ่งในหมื่น!?"
"ส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าเป็คนยังไง?"
"สี่ชั่วโมงเข้าสู่ขั้นเริ่มต้น!?"
"คนอย่างเธอน่ะ สี่ชั่วโมงน่าจะถูกฝังลงหลุมมากกว่า"
"..."
ตาแก่คนนี้พูดจาแทงใจดำทุกคำเลยแฮะ!
อยากอัดเขาสักหมัดจริง ๆ!
"แต่ผมใช้เวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงจริง ๆ นะครับ!" จูเทายืนยันเสียงแข็ง "ตอนนี้วิชาเข็มของผมเข้าสู่ขั้นกลางแล้วด้วย!"
ผู้าุโหลิวมองไปที่ปลายนิ้วที่เต็มไปด้วยรอยแผลเล็ก ๆ ของจูเทา "โอ้ งั้นรึ..."
"นั่นมันอุบัติเหตุครับ! ฝึกวรยุทธ์มันก็ต้องมีาเ็บ้างเป็ธรรมดา!"
เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายใจของจูเทา ผู้าุโหลิวก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เขาพอจะรู้จักนิสัยของเด็กห้อง 5 ดี
ตลอดหลายปีที่เป็ผู้เฝ้าประตูโรงเรียน นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นนักเรียนกล้าปีนกำแพงหนีต่อหน้าต่อตา แถมยังกล้าด่าทอผู้เฝ้าประตูอย่างไม่เกรงกลัว
ปกติในโรงเรียนพวกนี้ก็ทำตามใจชอบมาตลอด ไม่นึกเลยว่าซูหยางที่เพิ่งมาเป็ครูประจำชั้นจะกำราบได้อยู่หมัด แถมตอนนี้ลูกศิษย์ยังมาออกโรงพูดแก้ต่างให้แทนอีกด้วย
ดูเหมือนเด็กพวกนี้จะได้พบครูที่เหมาะสมกับตัวเองแล้ว
แม้การให้จูเทาฝึกแบบคู่จะดูเหมือนเป็การชี้นำที่ผิดในสายตาของเขา และทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่เมื่อคิดดูอีกที มันก็เป็เื่ที่ศิษย์สมัครใจเอง
ถ้าจูเทาไม่เต็มใจจะฝึกวิชาเข็ม ต่อให้ซูหยางจะบีบบังคับยังไงก็คงไร้ผล
ผู้าุโหลิวนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ในเมื่อเป็ทางเลือกของเธอเอง ฉันก็จะไม่ยุ่ง"
"ครับ ๆ ขอบคุณครับคุณปู่"
จูเทาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พลางคิดในใจว่า เหล่าซูเอ๊ย ครูติดหนี้ผมครั้งใหญ่นะเนี่ย!
ถ้าไม่ใช่เพราะผมช่วยกันไว้ มีหวังครูตกงานแน่!
ทว่าในเช้าวันต่อมา เมื่อซูหยางพบผู้าุโหลิวระหว่างทางและกุมมือทำความเคารพตามปกติ ผู้าุโหลิวที่เคยมองเขาอย่างเอ็นดูกลับแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที
"เอ๊ะ?"
ซูหยางถึงกับเหวอ ครูคนอื่น ๆ ที่เดินมาด้วยกันก็งงไม่แพ้กัน
"เสี่ยวซู เธอไปทำอะไรให้ผู้าุโหลิวโกรธเข้าล่ะเนี่ย!?"
"เปล่านะครับ! ผมจะไปกล้าทำท่านโกรธได้ยังไง!"
"ท่านอาจจะ... วัยทอง มั้งครับ"