บ่าวหญิงที่ยืนรุมล้อมหลี่จิ้งถิงอยู่กำลังพยายามค่อย ๆ เขยิบตัวเข้ามาใกล้เด็กหญิงทีละนิด แต่ยังไม่ทันที่บ่าวหญิงจะได้ลงมือตามคำสั่งของแม่สื่อหม่าในที่สุด คนที่หลี่จิ้งถิงกำลังเฝ้ารอก็ได้เดินทางมาถึงสักที
หลี่จิ้งถิงมองดูภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ที่มีสีหน้าท่าทางหยิ่งทระนง กำลังเดินนำหน้าผู้คุ้มกันกลุ่มใหญ่ข้ามประตูเข้ามาชุดของบรรดาผู้ติดตามเ่าั้ดูก็รู้ว่าถูกทอขึ้นจากผ้าไหมชั้นดีลายปักภาพสัตว์บนชุดก็แตกต่างหลากหลายไปตามชั้นยศของแต่ละคน อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังยกป้ายแสดงฐานะขึ้นมาด้วยดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางทางพวกเขาเลยสักคน
หลังจากเวลาผ่านไปยาวนานถึงห้าเดือนบุคคลที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ต้องก้มหัวให้ก็ได้เดินทางมาถึงอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่คือความหวังเดียวของหลี่จิ้งถิงก่อนตายหลี่เยี่ยนฟางได้บอกเล่าถึงฐานะที่แท้จริงของตนเองและท่านป้าลู่ให้เด็กหญิงได้รับรู้
หลี่จิ้งถิงจำได้ว่ามารดาพูดย้ำหนักแน่นว่า“หากมีเื่หนักหนาที่ไม่อาจแก้ไขได้ จำไว้ให้ไปพึ่งพาท่านป้าลู่”
ยามนั้นหลี่จิ้งถิงเข้าใจในความหมายของคำพูดมารดาแต่นางยังไม่เข้าใจถึงสถานะความยิ่งใหญ่ของตำแหน่งองค์หญิง
ทว่าเมื่อท่านป้าลู่ปรากฏตัวพร้อมกับบรรดาคนที่สวมชุดขุนนางกลุ่มใหญ่โดยไม่มีผู้ใดกล้าขวาง หลี่จิ้งถิงก็ได้ประจักษ์แล้วว่า กลุ่มคนพวกนั้นที่นางเคยคิดว่ามีอำนาจยิ่งใหญ่พอมาอยู่ต่อหน้าอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่แล้ว ก็เหมือนกับมดแมลงตัวเล็ก ๆที่ท่านป้าลู่สามารถบดขยี้ให้แหลกลาญลงได้ในพริบตา โดยที่มือของนางไม่ต้องเปรอะเปื้อนเลยแม้แต่น้อย
ท่านเ้าเมืองที่ในใจแอบสั่นไหวลอบสูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่ง ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงใว่า“เรียนท่านผู้ตรวจการ ผู้น้อยไม่ทราบว่าท่านจะเดินทางมา จึงมิได้เตรียมการต้อนรับขอท่านได้โปรด...”
คำพูดของท่านเ้าเมืองยังไม่ทันจบก็มีขาข้างหนึ่งยกขึ้นถีบเขาจนโซซัดโซเซถอยหลังล้มลงไม่เป็ท่า
“บังอาจอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่อยู่ที่นี่ ผู้ใดให้สิทธิ์เ้าเสนอหน้าขึ้นมาพูด”
สิ้นเสียงพูดแววตาของท่านเ้าเมืองก็เปลี่ยนเป็ตื่นตระหนก เขาเหลือบมองอดีตองค์หญิงใหญ่อย่างนึกหวาดกลัวคิดไม่ออกว่าตนเองไปทำอะไรให้อีกฝ่ายหนึ่งโกรธ จนต้องนำเหล่าบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาเยือนที่จวนเขาอย่างรีบเร่งเช่นนี้ด้วย
ท่านเ้าเมืองสูดลมหายใจเข้าลึกแต่กลับไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจออกมา แรกเริ่มเขายังไม่สามารถคาดการณ์ถึงเื่ราวที่กำลังเกิดขึ้นได้แต่เมื่อเห็นอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ผงกศีรษะเล็กน้อยให้หลี่จิ้งถิงก่อนจะหันไปพูดกับนางต่อว่า “ป้ามาทันเวลาใช่ไหม”
ราวกับััได้ถึงอะไรบางอย่างหรือว่าอดีตองค์หญิงใหญ่้ามาสกัดยับยั้งเื่ราวที่กำลังจะเกิดขึ้นที่นี่ท่านเ้าเมืองรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันทีเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของเขา
เพิ่งจะขาดคำหลี่จิ้งถิงก็ฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ออกแรงวิ่งหนีจากวงล้อมของบ่าวหญิงมาอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายและรีบบอกเล่าเื่ราวทุกข์ระทมทั้งหมดใน่ที่ผ่านมาให้ท่านป้าลู่ของนางได้รับรู้อย่างไม่รีรอ
ท่านเ้าเมืองมีสีหน้าตึงเครียดทันทียิ่งหลี่จิ้งถิงเปิดปากเล่ามากยิ่งขึ้นเท่าใดเขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนใจเหมือนมีกองไฟมาสุมอยู่ในอกในใจเขามีความคิดอย่างเดียวในตอนนี้
‘ตายข้าตายแน่ ๆ’
อดีตองค์หญิงใหญ่ที่รีบเร่งเดินทางมาโดยไม่ยอมหยุดพักเห็นหลี่จิ้งถิงคุกเข่าด้วยสีหน้าท่าทางอิดโรย ใต้ตาดำคล้ำ ยิ่งมองก็ยิ่งมีสีหน้าอึมครึมนางก้มตัวช่วยประคองร่างของเด็กหญิงขึ้นมาแล้วบอกว่า “ไม่เป็ไร ป้ามาช่วยแล้ว”
ท่านเ้าเมืองพลันตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อได้ยินถ้อยคำที่เอ่ยแทนตัวอย่างสนิทสนมชิดเชื้อ คราแรกที่ได้ยินเขายังไม่แน่ใจแต่เมื่อได้ยินต่อเนื่องเป็ครั้งที่สอง แผ่นหลังของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“ป้านี่นางเป็ถึงหลานของ...”
ยังไม่ทันที่ท่านเ้าเมืองจะเอ่ยจบก็ได้ยินเสียงะโว่า “หุบปาก”
ท่านเ้าเมืองรีบก้มหน้าหมอบลงกับพื้นไม่กล้ากระดุกกระดิกเลยแม้แต่นิดเดียว ภาพการถูกปะาด้วยการตัดคอตายอย่างน่าอนาถผุดวาบขึ้นในสมอง
ผ่านไปครู่หนึ่งอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง จังหวะการพูดของนางไม่เร่งรีบแต่กลับเนิบช้าทำเอาร่างของท่านเ้าเมืองสั่นไหวอย่างนึกหวาดกลัว
“ไม่ต้องให้ข้าบอกเ้าก็คงน่าจะรู้ตัวแล้วว่า การกระทำของเ้านั้นเป็เื่ไม่สมควรหลานสาวของข้าเป็เพียงเด็กหญิงอ่อนแอตัวคนเดียวแต่กลับถูกเ้าใช้อำนาจบีบบังคับหมั้นหมาย ยังดีที่นางมีปัญญาสามารถฝืนทนเอาตัวรอดมาจนได้และที่สำคัญยังโชคดีที่ข้ามาช่วยทันเวลา
เดิมเ้าก็ฝืนใจบังคับคนให้มาแต่งงานด้วยอยู่แล้วดังนั้นวันนี้ข้าจะหาคนมานอนตายร่วมหลุมกับเ้าให้เอง ได้ยินว่าแม่สื่อหม่าไม่มีครอบครัวไร้พันธะดังนั้นข้าขอตัดสินใจอย่างไม่ต้องสนใจความรู้สึกของผู้ใดสักครั้งมอบงานแต่งให้แม่สื่อหม่ากับเ้าเมืองฟู่ผูกไมตรีเกี่ยวดองกันในวันนี้เสียเลยจะได้ไม่ต้องเสียดายฤกษ์มงคลที่อุตส่าห์ดั้นด้นไปหามา”
“องค์หญิงท่านทำเช่นนี้มิได้นะ” แม่สื่อหม่ากล่าวเสียงสั่นเครือ
“ต่อหน้าข้าเ้ามีสิทธิ์อะไร” สีหน้าของอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่แข็งกระด้างและเ็าขึ้นกว่าเดิมนางใช้สายตาชิงชังรังเกียจกวาดตามองจนแม่สื่อหม่าชะงักกึก
“ดูท่าคนบางคนจะยังไม่รู้จักฐานะของตนเองดี” อดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่เอ่ยด้วยความโมโห“ต่อให้ยามนี้ข้าจะมิใช่องค์หญิงแล้ว แต่เืในกายข้ากับฮ่องเต้ก็ยังคงเป็สายเดียวกันงานแต่งงานที่ข้าเป็คนออกหน้าจัดให้ เ้ากล้าไม่ยอมรับงั้นรึ”
เื่นี้ผิดคาดโดยแท้ท่านเ้าเมืองและแม่สื่อหม่าต่างก็ตกตะลึง ความหมายในวาจานี้แจ่มแจ้งอย่างยิ่งแล้วยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้สติคืนมา อดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ก็พาหลี่จิ้งถิงหมุนกายจากไปโดยไม่แม้แต่จะแลตามองพวกเขาทั้งสอง ทิ้งหน้าที่การลงโทษพวกเขาทั้งสองให้คนของทางการเป็ผู้ตัดสินและแน่นอนว่าความผิดตลอดหลายปีที่ผ่านมาของท่านเ้าเมืองและแม่สื่อหม่าจะต้องถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนหมดเกลี้ยงอย่างแน่นอน
ด้วยฐานะของอดีตองค์หญิงใหญ่และชาติกำเนิดที่สูงส่งของนางทางการย่อมต้องตระเตรียมบ้านพักชั้นดีเอาไว้ให้ แต่ถึงกระนั้นทั้งหมดก็ถูกบอกปัดจากคนสกุลลู่โดยพร้อมเพรียงพวกเขาอ้างว่าได้จัดการเื่ที่พักไว้แล้ว และไม่้าให้ผู้คนมายืนล้อมหน้าล้อมหลังเมื่อได้ยินดังนั้นคนของทางการจึงได้แต่ยอมตัดใจจากไป
และเมื่อลู่ฮูหยินกับหลี่จิ้งถิงเดินทางกลับมาถึงเรือนพักที่ได้เช่าเอาไว้เป็ที่อยู่อาศัยชั่วคราว หลี่จิ้งถิงที่มีสีหน้าท่าทางอ่อนล้าก็ถูกลู่ฮูหยินโน้มน้าวให้ไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อพักผ่อน แต่เด็กหญิงยังห่วงพะวงเื่ท่านยายจูลู่ฮูหยินจึงรับปากว่าจะมอบหมายให้คนไปส่งข่าวสารให้เอง
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่จิ้งถิงที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็ยอมเดินตามหญิงรับใช้จากไปแต่โดยดี
ผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อลู่จางหย่งและลู่สิงเทียนก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ลู่ฮูหยินก็เอ่ยสอบถามพวกเขาอยู่สองสามประโยคจากนั้นก็หันไปสั่งให้สาวใช้รีบไปตระเตรียมมื้ออาหารแล้วก็ไปตามหลี่จิ้งถิงออกมาจากห้องด้านในด้วย
ลู่ฮูหยินยื่นมือไปรินน้ำชาให้สามีกับบุตรชายเมื่อลู่จางหย่งจิบชาจากถ้วยที่รับมาจากมือภรรยาแล้ว เขานิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามขึ้นว่า“เสี่ยวถิงเป็อย่างไรบ้าง”
ลู่สิงเทียนเองก็กำลังกลั้นใจรอคำตอบจากมารดาด้วยเช่นกันแต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยเร่งรัดนาง
ลู่ฮูหยินมุ่นคิ้วนิดๆ “เสี่ยวถิงนางเป็เด็กเข้มแข็งมากเสียจนข้าไม่รู้จะทำอะไรกับนางดี ให้ข้าเห็นนางอ่อนแอยอมหลั่งน้ำตาปรับทุกข์กับข้าบ้างก็ยังดีเสียกว่าต้องให้ข้าทนเห็นนางพยายามทำตัวเป็ผู้ใหญ่เช่นนี้ให้มองอย่างไรข้าก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี”
ลู่สิงเทียนขยับริมฝีปากอยากพูดแต่ก็ชะงักไป
ลู่จางหย่งได้ฟังคำพูดของภรรยาก็เข้าใจได้โดยทันทีจากข่าวสารที่เขาได้รับรู้มาคงจะเป็เพราะว่า กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้หลี่จิ้งถิงน่าจะต้องเผชิญกับความทุกข์เพียงลำพังจนเคยชินกับการเก็บเื่ราวทั้งหมดเอาไว้คนเดียว ถึงได้มีท่าทีเด็ดเดี่ยวเกินวัยเช่นนี้
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปากเล่าถึงเื่ราวในอดีตที่ผ่านมาของหลี่จิ้งถิงให้ภรรยาฟัง
“เ้าน่าจะนึกไม่ถึงว่าหลังจากมารดาเสียชีวิต เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเสี่ยวถิงจะยืนหยัดใช้ชีวิตเพียงลำพังได้นานถึงสองปีอีกทั้งยังสามารถเก็บสะสมเงินจนชดใช้หนี้ค่ารักษามารดาจนหมดได้ไม่เพียงเท่านั้นในเวลานี้นางยังร่วมมือกับเ้าของร้านขายผ้า ทำกิจการเล็ก ๆซึ่งทำกำไรได้ไม่น้อยอีกด้วย”
“เฮ้อถึงอย่างไรท่าทางเช่นนี้ของนาง ก็น่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ ที่ผ่านการใช้ชีวิตมายาวนานเสียมากกว่าไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นกับเด็กคนหนึ่งเลยสักนิด” ลู่ฮูหยินยังคงยืนกรานหนักแน่น พลางถอนหายใจเบาๆ
ลู่สิงเทียนเองก็ค่อนข้างอึดอัดใจและรู้สึกทุกข์ใจอยู่เล็กน้อย จากสายตาของเขาที่มองดูหลี่จิ้งถิงอยู่ไกล ๆในวันนี้ นางดูแตกต่างไปจากที่เคยพบเมื่อวันวานไปมาก ไม่ใช่ด้วยตัวบุคคลที่เติบโตขึ้นแต่เป็ที่แววตา...
แววตาของหลี่จิ้งถิงในอดีตกระจ่างสดใสเป็ธรรมชาติ น่ารักน่าเอ็นดูไร้พิษภัย แต่แววตาของนางในยามนี้กลับเรียบเฉยมากจนเกินไปไหนจะบรรยากาศเยือกเย็นรอบตัวนางนั่นอีก ราวกับกำลังลากเส้นแบ่งเขตกั้นตนเองออกจากผู้อื่นอย่างไรอย่างนั้น
หากไม่ใช่เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาหลี่จิ้งถิงต้องแบกรับความทุกข์ทุกอย่างเอาไว้คนเดียวลำพัง ไหนเลยเด็กหญิงในวัยแรกแย้มสดใสอย่างนางจะมีท่าทางเช่นนี้ได้
ไม่ว่าอย่างไรก็เคยรู้จักเกี่ยวข้องกันดังนั้นลู่สิงเทียนจึงไม่อาจทนเห็นนางใช้ชีวิตเพียงลำพังตัวคนเดียวได้อีกแล้ว
หลังจากหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งน้ำเสียงที่ราบเรียบฟังดูแล้วเหมือนไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยของลู่สิงเทียนก็ดังขึ้น
“หลังจากนี้ท่านแม่คิดจะจัดการเื่เกี่ยวกับนางอย่างไร”
ลู่จางหย่งพูดทอดถอนใจว่า“นั่นสิ ถึงแม้ยามนี้พวกเราสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับนางได้แล้วแต่ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าเล่า พวกเราจะทำเช่นไร”
ลู่ฮูหยินถอนหายใจยาวแล้วพูดขึ้นคล้ายจนปัญญาว่า“ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจให้นางอยู่เพียงลำพังข้าเห็นสมควรว่าต้องส่งตัวนางกลับจวนหยวนจิ้งโหวทว่าบทสรุปสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับใจของเสี่ยวถิงว่านาง้าเช่นไร”
“ข้า้ากลับไปที่จวนหยวนจิ้งโหวเ้าค่ะ” หลี่จิ้งถิงเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พ่อพระเอกของเราโผล่กลับมาแล้วนะคะ มีใครกำลังตามหาเขากันอยู่มั้ย
ป้าลู่มาถึงก็ฟาด ฟาด ฟาด เลยค่า
ใครอ่านแล้วรู้สึกยังไงพิมพ์บอกกันมาได้เลยนะคะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่กดให้นะคะ ใครยังไม่กดอย่าลืมกดนะคะ กดสิค่ะ กดเลย =^-^=